สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๒

ชวลิต วิชยสุทธิ์ แสดงความไม่พอใจต่อการปฏิบัติงานของรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทยในเรื่องการดำเนินการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องนโยบายการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยเน้นการส่งเสริมการกระจายอำนาจและประสิทธิภาพการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารบ้านเมืองและผลกระทบต่อการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ เรื่องนี้พี่น้องประชาชน สนใจมากเป็นพิเศษ แล้วก็สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบมานี้ไม่ตรงข้อเท็จจริงเลยนะครับ เช่น ปลัด อบต. จะมาทํางานนโยบายได้ไหม ทําไม่ได้ ๓ เดือน ถ้ามีเหตุการณ์พิเศษที่เป็นเรื่อง สําคัญ ๆ ปลัด อบต. จะกล้าดําเนินการหรือ เหมือนกับไม่มีรัฐมนตรี ปลัดทําหน้าที่แทนได้ไหม ปลัดกระทรวง ทําได้เฉพาะงานรูทีน (Routine) ธรรมดา งานนโยบายที่เป็นความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนเฉพาะหน้าเขาทําได้ไหม ท่านบอกว่าที่ผมติดตามเรื่องนี้ไม่ทันอก ทันใจผม ไม่ใช่ไม่ทันอกทันใจผมนะครับ ไม่ทันอกทันใจพี่น้องประชาชน เขาเดือดร้อนครับ เขาไปร้องที่กระทรวงมหาดไทย เขาไปร้องที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ไม่ได้ผล เขาถึงมาร้อง ส.ส. ส.ส. ก็มาแนะนําให้เข้าคณะกรรมาธิการ แล้วความเห็นของ คณะกรรมาธิการ ซึ่งมีท่านวิรัช เป็นประธาน และท่านถวิล ซึ่งครํ่าหวอดกับงานท้องถิ่นมา ชั่วชีวิตของท่าน บังเอิญข้อมูลของท่านกับของผมมันตรงกันครับ มันตรงกัน แล้วสิ่งที่ ผมพูดนี้ ผมไม่ได้พูดเฉย ๆ ผมเองมาจากรายงานการประชุมคณะกรรมาธิการ การปกครองท้องถิ่น ผมบอกแล้วอย่างไรว่าเรื่องทุจริตมันไม่มีใบเสร็จ ใครจะไปเอา หลักฐานมาตรงนี้ แต่มันมีพยานแวดล้อมว่าทําไมถึงอนุมัติกระปริบกระปรอย อนุมัติแห่งเดียวก็ยังมีเลย ตั้งหลายครั้ง ทําไมเป็นอย่างนั้น แล้วมันหมดอายุตั้งแต่วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๙๐ วัน ท่านมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ท่านปล่อยให้พี่น้องประชาชน ถ้าเอา ๕๔๐ คูณ จํานวนประชาชนเข้าไป กี่แสน กี่ล้านคนที่เขาเดือดร้อน ท่านปล่อยอย่างนั้นได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ท่านมาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ท่านพูดถึงถ้าเลี้ยงตัวเองไม่ได้ หมายถึง อปท. เลี้ยงตัวเองไม่ได้ ท่านพูดเรื่องนี้บ่อยมากเลย ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า ถ้ามีปัญหาเรื่องรายได้นี่นะครับ เรื่องไม่ผ่านมาถึงคณะกรรมการร่างกฎหมายของ กระทรวงมหาดไทยหรอก นี่ผมจบประเด็นในส่วนของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ผมจบ ตรงนั้นแล้ว เหลือคําถามที่ ๓ ที่จะถามท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีรัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรีมานะครับ คําถามสุดท้ายจะถามท่านนายกรัฐมนตรีใน ๒ ฐานะคือ ฐานะแรกในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ฐานะที่ ๒ ในฐานะประธานคณะกรรมการการกระจาย อํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ข้อ ๑ นโยบายที่แถลงไว้เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ หน้า ๓๑ ข้อ ๘ นโยบายการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ข้อ ๘.๑ สนับสนุนการกระจายอํานาจ ๘.๑.๒ สนับสนุนการดําเนินการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๘.๑.๗ จัดระบบการบริหารงาน ให้มีประสิทธิภาพรวดเร็ว

ข้อ ๒ กฎเหล็ก ๙ ข้อของท่านนายกรัฐมนตรีที่ประกาศในการประชุม ครม. นัดแรกเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๑ ผมยกตัวอย่างสั้น ๆ ทั้งในเรื่องของความซื่อสัตย์ สุจริต การคํานึงถึงความรู้สึกของพี่น้อง ประชาชน การทํางานด้วยความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ถามว่ากระทรวงมหาดไทยได้สนองตอบนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ในสิ่งที่ ผ่านมา ตั้งแต่ตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ตั้งปลัดกระทรวง การคัดเลือกนักเรียนนายอําเภอ ที่ผมเคยอภิปรายจังหวัดเดียว ๑๗ คน การจัดงบอุดหนุน เฉพาะกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็เลือกปฏิบัติ ซํ้าให้ข้อมูล เท็จกับท่านนายกรัฐมนตรีในการตอบกระทู้สดในครั้งที่แล้วที่ผมทักท้วงกลางสภาว่า ไม่กระทบยอดระหว่างจังหวัด แต่ข้อเท็จจริงแล้วผมจะเอาเอกสารนี้แจก ส.ส. ทั้งสภาว่า บางจังหวัดได้เกิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมาของท่านรัฐมนตรี จังหวัดเดียวควรได้ ๕๖๙ ล้านบาท ได้ปาเข้าไป ๙๕๕ ล้านบาท บวกไป ๔๑๕ ล้านบาท ๑๗๓ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดเดียวนะครับ จังหวัดระนองของท่านวิรัช น่าเห็นใจท่าน ท่านอาจจะตรวจสอบมาก ควรจะได้ ๑๐๔ ล้านบาท ได้ไปเพียง ๓๒ ล้านบาท ติดลบ ๗๒ ล้านบาท จังหวัดนครนายก ควรได้ ๑๒๔ ล้านบาท ของท่านชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นี่เป็นฝ่ายตรวจสอบเหมือนกัน ตรวจสอบดีนักเอาไป ๖๓ ล้านบาท ลบไป ๖๑ ล้านบาท นี่มันอะไรกันครับท่านประธาน ผมจึงอยากจะถามท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่า อย่างนี้ ถือว่าเป็นธรรมไหม แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ผมคิดว่าก็คงทราบดี ผมเห็นใจทาง จังหวัดระนอง เห็นใจทางจังหวัดนครนายก เห็นใจทางจังหวัดกระบี่ของท่านพิเชษฐอีกคน ซึ่งไม่อยากจะเอ่ยในจํานวนตัวเลข แต่ได้น้อยกว่าปกตินะครับ ความไม่เป็นธรรม การเอารัดเอาเปรียบกันนั้น แรก ๆ ก็ยังพอทนได้กลํ้ากลืนเพราะเป็นพรรคร่วมยอมให้เขาขี่คอ เอากระทรวงสําคัญ ๆ ไปท่านประธาน ที่เหลือตัวเองเลยบริหารบ้านเมืองแทบไม่ได้ เป็นนายกรัฐมนตรีก็เหมือนแต่ในนาม จนกระทั่งมีสมาชิกบางท่านครับท่านประธานกระซิบผ่านออกมายังนอกพรรคบ้างว่า พายเรือให้โจรนั่งบ้าง ให้เขาขี่คอบ้าง ล่าสุดเมื่อวานนี้ครับท่านประธาน เพื่อนสมาชิก ของเราจากภาคตะวันออกถึงกับกล่าวว่า รู้ดีว่าการเอาโสเภณีมาร่วมรัฐบาลต้องยอม ในบางอย่าง แต่ทุกคนก็ต้องมีขีดจํากัดเหมือนกัน หลายคนบอกว่าขณะนี้ไม่ไหวแล้ว นี่สะท้อนออกมาอย่างนี้ครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพความจริงเรื่องดังกล่าว บางส่วนเป็นเรื่องภายในของพรรคของท่านนายกรัฐมนตรี แต่ก็มีประเด็นสําคัญที่เกี่ยวกับ การบริหารบ้านเมือง เหลืออีก ๒ นาทีท่านประธานครับ แต่ก็มีประเด็นสําคัญที่เกี่ยวกับ การบริหารบ้านเมือง มีผลกระทบต่อการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ผมจึงจําเป็นต้องยกมากล่าว และยัง นึกถึงคําพูดของท่านนายกรัฐมนตรีที่กล่าวต่อสาธารณะไว้ ๒-๓ ครั้งว่า ถ้าไปไม่ไหวก็ไม่ไป ถ้ามองเรื่องส่วนตัวท่านประธาน ก็ต้องรักษาอํานาจไว้ให้นานที่สุด ซึ่งเป็นอํานาจของ ตนเอง แต่ถ้าจะรักษาพรรคไว้ก็อาจจะต้องเปลี่ยนความคิด และถ้ายิ่งจะต้องรักษา ผลประโยชน์ของชาติมีสมาชิกของท่านหลายคนคุยกับผมว่าถึงขนาดที่เขามีความคิดเห็น เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ทั้งหมดผมไม่อาจไปเสนอแนะแก้ไขปัญหาภายในของพรรคท่าน เป็นดุลยพินิจของท่าน เพียงแต่ผมอยากจะรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน จึงขอถามท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และเป็ นประธาน คณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะแก้ไขปัญหา การยกฐานะ อบต. ขึ้นเป็นเทศบาลตําบล ที่มีการเลือกปฏิบัติอย่างไร ที่มีการปฏิบัติล่าช้า เลยในสิ่งที่ท่านถวิลได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่ากฎหมายให้ ๔๕ วัน นี่จะครบ ๙๐ วัน ในวันที่ ๒๘ ตุลาคมนี้อย่างไรนะครับ ขอถามเป็นคําถามสุดท้ายครับ