สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๒

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย พูดถึงการกระจายอำนาจและความสัมพันธ์ของรัฐบาลกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอ้างถึงการปฏิบัติของรัฐบาลที่มีความจริงใจในการกระจายอำนาจ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ความจริงกระทู้ถามนี้ก็เป็นเรื่องของปัญหาการจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตําบลเป็น เทศบาลตําบล ซึ่งควรจะเป็นกระทู้ถามที่ตรวจสอบเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ก็ลุกลามกลายเป็นวิพากษ์วิจารณ์เรื่องภายในของพรรคการเมืองอื่น ซึ่งโดยปกติ โดยมารยาทแล้วในการตั้งกระทู้ถามก็เป็นเรื่องไม่สมควร แต่เฉพาะที่เป็นเรื่องของการ บริหารราชการแผ่นดินนั้น ก็มีการถามถึงความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลในเรื่องนโยบาย ของการกระจายอํานาจ ผมต้องเรียนท่านประธานครับว่าทั้งโดยรัฐธรรมนูญก็ดี โดยความ ตั้งใจของแต่ละพรรคที่มาเป็นรัฐบาลขณะนี้ก็ดี โดยนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาก็ดี รัฐบาลให้ความสําคัญกับการกระจายอํานาจการปกครองท้องถิ่น กล่าวโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนพรรคแกนนํานั้นก็มีแนวทางเรื่องการกระจายอํานาจที่ชัดเจนเสมอมา ไม่ว่าจะเป็น การจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตําบลในอดีต หรือแนวทางของการกระจายอํานาจ ซึ่งดําเนิน มาโดยตลอด ที่สําคัญคือความตั้งใจของท่านนายกรัฐมนตรีนั้น เมื่อมีการแบ่งงาน ในสํานักนายกรัฐมนตรี ในส่วนของคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น โดยที่ผ่านมานั้นยังไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีท่านใดที่จะให้ ความสําคัญในระดับที่ไปเป็นประธานของคณะกรรมการชุดนี้ และเข้าประชุมทุกครั้ง อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสําคัญ เพราะฉะนั้นงานกระจายอํานาจ จึงเป็นงาน ที่ดําเนินไปได้โดยตัวคณะกรรมการเป็นคนกํากับนโยบาย ส่วนแนวปฏิบัติทั้งหลายก็เป็น เรื่องที่กฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ได้กําหนดไว้แล้วว่าจะให้ส่วนใดเป็นผู้รับผิดชอบ ในส่วนของกรม ซึ่งดูแลเรื่องการปกครองท้องถิ่นที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบ ก็มีระเบียบกฎหมายต่าง ๆ ได้มีการกํากับเอาไว้แล้วอย่างชัดเจน ท่านก็ได้ ตอบกระทู้ถามต่อสภานี้ แม้แต่กระทั่งการไม่สามารถที่จะดําเนินการจัดตั้งได้ตามเวลา ก็เคยมีธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมาในรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งก็มีการขยายเวลาออกไป เช่นเดียวกัน การให้ความสําคัญกับรัฐบาลถึงขั้นที่ว่ามีความเป็นห่วงเรื่องเงินที่จะกระจายอํานาจไปสู่ ท้องถิ่น ซึ่งจํานวนของเปอร์เซ็นต์ที่กําหนดเอาไว้ตามกฎหมายนั้นลดลงรัฐบาลชุดนี้ก็ได้มี การใช้งบประมาณตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งเพิ่มเงินให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถดําเนินการไปได้ภายใต้ภารกิจซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเรียกร้องโดยเพิ่มให้ อีก ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท ในแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ในขณะเดียวกันเรายังให้ ความสําคัญมากกว่านั้นครับ การเรียกร้องของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมาจากการเลือกตั้งและทําประโยชน์เพื่อประเทศชาติก็เรียกร้องอยากจะให้มีการเพิ่ม ความดีความชอบในส่วนของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ คณะกรรมการซึ่งพิจารณาเรื่อง เครื่องราชอิสริยาภรณ์ก็ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมบัญชีท้ายระเบียบที่ว่าด้วยการให้ เครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้นเพิ่มชั้นของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้กับผู้บริหารท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งสามารถที่จะรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้ ตั้งแต่ชั้น ตม. ไปจนกระทั่งถึงชั้นที่เรียกกันว่า สายหนึ่งโดยกําหนดเงื่อนไขไว้ชัดเจน ในอดีตที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏลักษณะนี้ ขณะเดียวกันผู้บริหารของเทศบาลก็ดี อบต. ก็ดี หรือแม้แต่กระทั่งผู้บริหารในระดับส่วนอื่น ๆ ที่เป็นสมาชิกก็ได้เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน เมื่อขยับขึ้นไปแล้วกํานัน ผู้ใหญ่บ้านเองก็ได้รับประโยชน์จากการนี้โดยกํานันก็จะได้รับ เครื่องราชอิสริยาภรณ์เทียบเท่ากับนายก อบต. เพราะถือว่าดูแลตําบลเช่นเดียวกัน อันนี้ก็คงเป็นการยืนยันถึงความจริงใจของรัฐบาลและท่านนายกรัฐมนตรีที่มีต่อการ กระจายอํานาจในการปกครองท้องถิ่น ท่านถามถึงกฎเหล็ก ๙ ข้อ ยังอยู่ไม่ได้ไปไหนครับ ทุกเรื่องรัฐบาลก็ให้ความสนใจและปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ประเด็นที่ท่าน ยกถามการแต่งตั้งต่าง ๆ นั้นก็คงเป็นไปตามกฎหมายครับ และถ้าหากมีการดําเนินการใด ที่ผิดกฎหมายผู้ทําผิดกฎหมายนั้นก็ย่อมต้องรับโทษ ดังนั้นการดําเนินการต่าง ๆ ก็สามารถดําเนินการได้ตามที่ระบุเอาไว้ตามกฎหมายนั้นทุกประการครับ แต่ประเด็นที่ ท่านลุกลามไปจนกระทั่งถึงเรื่องของพรรคการเมืองความจริงแล้วก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้ เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินแต่ท่านก็อ้างว่ามีผลกระทบ ผมก็เรียนครับว่า เราต่างเป็นนักการเมืองด้วยกันเราก็ทราบครับ พรรคการเมืองพรรคหนึ่งมีบุคคลอยู่ ด้วยกันหลายคนความเห็นย่อมแตกต่างกันเป็นธรรมดาครับ แต่ที่สุดแล้วความเห็นต่าง ๆ นั้น ก็จะต้องยึดเอาประโยชน์ของประเทศชาติ ของบ้านเมืองเป็ นสําคัญ ผมเชื่อว่า ทุกพรรคการเมืองก็ทําเช่นนั้นครับ ถ้าจะบอกว่าพรรคใดพรรคหนึ่งมีความเห็นขัดแย้งกัน ผมก็เชื่อว่าพรรคท่านก็มีครับ แม้แต่กระทั่งแนวคิด แนวทางในการเลือกตัวบุคคลต่าง ๆ ก็มีครับ แต่เราก็มีมารยาทพอที่จะไม่บอกว่าควรจะต้องทําเช่นนั้น เช่นนี้ แต่ผมให้ คํายืนยันกับท่านประธานได้ครับว่า ความเห็นที่ไม่ตรงกันนั้นในระบอบประชาธิปไตยนั้น เป็นเรื่องธรรมดาแต่ต้องยุติด้วยหลักเหตุผล และยุติด้วยระบบของเสียงข้างมาก ซึ่งเคารพ สิทธิของเสียงข้างน้อย รัฐบาลนี้ก็เช่นเดียวกัน ผมยืนยันอีกครั้งครับ เป้ำหมายใหญ่ ของรัฐบาลนี้นั้นทุกคนที่มาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลยืนยันตรงกันว่า เราเข้ามาแก้ไขปัญหา ของประเทศชาติ ของบ้านเมือง มีทั้งปัญหาความขัดแย้งแตกแยกทางความคิด มีทั้งปัญหาของความพยายามที่จะก่อเหตุอย่างที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเสมอมา ต้องอดทนครับ ขณะเดียวกันปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจกระทบถึงคนยากคนจน คนที่ต้องดูแลปัญหาปากท้อง ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้นทุกคนที่มาเป็นรัฐบาลรวมทั้งสมาชิกของเราต่างสํานึกในภารกิจ อันยิ่งใหญ่นี้ครับ และเป็นสิ่งที่จะกํากับการปฏิบัติงานของทุกคนในรัฐบาลเสมอมาครับ ให้คํายืนยันได้ครับ