สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๒

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ พูดถึงการยกฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต.) ขึ้นเป็นเทศบาล โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับความพร้อมของท้องถิ่นและรายได้ของเทศบาลที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการยกฐานะ เช่น การเพิ่มงานบริการประชาชน การเพิ่มรายจ่าย และปัญหาการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดตั้งเทศบาล

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องขอขอบคุณในกระทู้ที่สอบถามเกี่ยวกับการยกฐานะของ อบต. ขึ้นเป็นเทศบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องเรียนภาพรวมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งประเทศ ก่อนว่าในขณะนี้เรามีอยู่ ๗,๘๕๓ แห่ง รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นชนิดพิเศษ คือ กทม. และเมืองพัทยา ในขณะที่เทศบาลตําบลนั้นทั้งประเทศไทยในเวลานี้เรามี ๑,๕๔๖ แห่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเข้ามาอยู่ที่กระทรวงมหาดไทยได้รับมอบหมาย จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้กํากับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นประกาศนโยบายชัดเจนครับว่าจะต้องมีการกระจายอํานาจให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็ให้เป็นท้องถิ่นที่สามารถดูแลบริการพี่น้องประชาชน ให้มีความสุขได้ นี่คือนโยบายรัฐบาลอย่างชัดเจน ประเด็นแห่งการยกฐานะ อบต. ขึ้นเป็น เทศบาลตามที่มีกระทู้สอบถามผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ ที่ผ่านมานั้นในปี ๒๕๔๙ มี อบต. ยกฐานะเป็นเทศบาลนั้นอยู่ ๔ แห่ง ปี ๒๕๕๐ มี ๑๑๔ แห่ง ปี ๒๕๕๑ นั้น มี ๓๔๗ แห่ง ในปีนี้คือปี ๒๕๕๒ ตัวเลขที่ อบต. ยื่นเรื่องขอยกฐานะนั้น จํานวน ๕๐๐ กว่าแห่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมนั่งกํากับดูแลอยู่ตรงนี้มีนโยบายชัดเจนครับว่าท้องถิ่นนั้นจะต้องเป็นท้องถิ่นที่สามารถ พึ่งตนเองได้ นั่นก็คือสามารถจัดเก็บรายได้ของตัวเอง แม้ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล เอารายได้ส่วนนี้มาเป็นงบประจํา มาเป็นเงินในด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเราจะดู ตรงนี้เป็นสําคัญครับ ส่วนท้องถิ่นที่มีการยกฐานะเป็นเทศบาลนั้นเขามีสิทธิที่จะกระทําได้ แต่จะรับการยกฐานะทุกท้องถิ่นหรือไม่นั้น ผมกํากับดูแลอยู่ ผมจะต้องมีการพิจารณา ด้วยความรอบคอบ รอบคอบประการที่ ๑ นั้น จะต้องยกฐานะแล้วจะต้องเป็นท้องถิ่น ที่สามารถมีรายได้และพึ่งตนเองได้ ท่านประธานที่เคารพเป็นผู้แทนราษฎรเหมือนผม ท่านประธานก็รู้ครับ มี อบต. หลายแห่งทั่วประเทศวันนี้เป็น อบต. อยู่ บริการประชาชนอยู่ มีรายได้เสร็จเป็นงบประจํา งบเงินเดือน งบค่าดูแลสิ่งต่าง ๆ นานาแล้วนี่ เหลืองบลงทุน ไม่กี่แสนบาทก็มีครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ประชาชนไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อการเป็นท้องถิ่น ที่จะช่วยเหลือประชาชน ฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นหลักแรกการกําหนดนโยบายที่ผมนั้น ให้คณะกรรมการด้านกฎหมายของกระทรวงมหาดไทยนั้นดูให้รอบคอบ ถ้าท้องถิ่นใด มีความพร้อมเราก็ยกฐานะให้กับเขา ท่านประธานที่เคารพครับวันนี้ผมต้องเรียนว่า การยกฐานะของ อบต. เป็นเทศบาลในครั้งนี้ ขณะนี้ได้มีการดําเนินการลงนามยกฐานะ และอยู่ในขั้นตอนผ่านขั้นตอนคณะกรรมการกฎหมายแล้ว ๑๐๐ กว่าแห่ง และวันนี้ จะมีการประชุมช่วงบ่าย ๒ โมงนี่ เรื่องจะเข้าสู่การประชุมอีก ๑๐๐ กว่าแห่ง แล้วผมต้อง เรียนครับท่านผู้ถาม ท่านชวลิต ท่านอย่าไปฟังคนโน้นมาว่าเรื่องทั้งหมดอยู่ที่โต๊ะผมแล้ว และผมไม่ลงนาม ผมทํางานครับ ถึงที่ทํางาน ๐๗.๐๐ นาฬิกาเศษเลิก ๑๗.๐๐ นาฬิกา ทุกวัน และทุกแฟ้ มจะต้องเซ็นออกไปหมด ไม่มีเหลือ ไม่มีอะไรซ่อนเร้นในการลงนามเรื่อง อบต. ทั้งสิ้น ไม่มีอะไรที่จะมีมลทินเรื่องการลงนามยกฐานะเทศบาลทั้งสิ้นครับ แต่ทั้งหมดนั้น จะต้องกลั่นกรองให้เกิดความรอบคอบ ท่านประธานทราบไหมครับวันนี้รายได้ของท้องถิ่นนั้น ยังมีปัญหาอยู่ ในปี ๒๕๕๒ มีการยกฐานะ ในปี ๒๕๕๒ ท้องถิ่นมีเงินอุดหนุนทั่วไป อยู่ประมาณ ๕๗,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในปี ๒๕๕๓ เหลือ ๒๙,๐๐ ล้านบาท ในขณะที่ เทศบาลมี ๑,๕๔๖ แห่ง และ อบต. ที่กําลังทําเรื่องยกฐานะมีจํานวนมากหลายแห่งครับ ที่เลี้ยงตัวเองยังไม่ไหวเลยครับ ยังมีปัญหาเลยครับ นี่คือสถานะการคลังเกิดขึ้นแน่นอน ฉะนั้นเราต้องดูตรงนี้ด้วย ขณะที่รัฐบาลจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปวันนี้ ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่คือประการที่ ๑ ครับท่านประธานที่เคารพ

ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ โครงสร้างของการยกเทศบาลเป็น อบต. มันจะ เพิ่มงานทันทีครับ งานบริการประชาชนด้านกองการศาสนา ด้านกองสวัสดิการสังคม กองการศึกษา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นการเพิ่มเงินประจําทั้งนั้น จะต้องมีบุคลากรเพิ่มขึ้น มาอีก มีเงินเดือนประจําปีอีก เราต้องดูประกอบด้วยว่า อบต. ที่ขอยกนั้นเมื่อคุณยกแล้ว คุณยังเลี้ยงตัวเองไม่ได้ พอเป็นเทศบาลงานเพิ่มขึ้น การบริการประชาชนมากขึ้น รายจ่าย ประจํามีมากขึ้น ตรงนี้ก็เป็นตัวหนึ่งในการดูครับ

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ หลังจากมีการยื่นเรื่องมายังกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นแล้ว สิ่งหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นก็คือ การจัดตั้งและขอเป็นเทศบาลตําบลนั้น มีการทําประชาคมมีปัญหาหลายแห่ง โดยเรื่องที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการทําประชาคม เวลาส่งมามีผู้ใหญ่บ้าน มีนายอําเภอเซ็นครับ แต่มีชาวบ้านเข้าร่วมกันนั้นไม่กี่เปอร์เซ็นต์ครับ บางแห่งมี ๑๐ เปอร์เซ็นต์ บางแห่งมี ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อะไรตามมาครับ การร้องเรียน คัดค้าน มี อบต. หลายแห่งครับ ซึ่งมีการร้องเรียนคัดค้านว่าไม่เห็นด้วยจากการยกฐานะ เพราะประชาชนไม่มีส่วนร่วม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราก็ส่งกลับไปยังจังหวัดคืน ให้จังหวัด ตรวจสอบดูสิ ที่ประชาชนเขาร้องเรียนไม่เห็นด้วยกับการยกฐานะเพราะอะไร เรื่องนี้ก็ กลับคืนสู่จังหวัด กลับคืนสู่กระบวนการต่าง ๆ

และอีกเรื่องหนึ่งครับ ท่านประธานครับ มี อบต. ยกฐานะเป็นเทศบาล มีชื่อซํ้ากันก็มี เพราะบางแห่งเคยเป็น อบต. ก อยู่ติดกับเทศบาล ก พอยกฐานะ อบต. ก ก็เป็นเทศบาล ก อีก อย่างนี้ก็ต้องส่งกลับคืนให้ไปทําประชาคมใหม่ ฉะนั้นทั้งหมดนี้ ผมขอเรียนท่านประธานว่ากระบวนการยกฐานะนั้นพิจารณารอบคอบ ไม่มีอะไรซ่อนเร้น แล้วก็มีการประชุมกันเป็นระยะ ๆ ทุกสัปดาห์ วันนี้บ่าย ๒ โมงก็อีก ๑๐๐ กว่าแห่งจะมี การประชุมกัน และทุกแฟ้ มที่อยู่ที่ผม เซ็นทุกแฟ้ มไม่มีตกค้าง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องเรียนท่านประธานว่า ท่านชวลิตได้ตั้งคําถามอยู่คําถามหนึ่งว่าผมเป็นรัฐมนตรี ไม่เคยมาชี้แจงสภาหรือกรรมาธิการ ผมว่าท่านเข้าใจผิด หรือเข้าใจถูกแต่ท่านโกหก คณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่นที่ท่านเอ่ยชื่อทั้งหมดนั้นผมไม่เคยรับหนังสือครับ ไม่เคยมีหนังสือถึงผมโดยตรงให้ไปชี้แจงเรื่องท้องถิ่น ผมมาจากการเลือกตั้งครับ อยู่ใน ระบบรัฐสภา วันนี้ทุกครั้งที่มีกระทู้ผมตอบด้วยตนเองครับ และทุกครั้งที่คณะกรรมาธิการ เรียกผมไปชี้แจง ผมไปด้วยตนเองครับ เว้นแต่มีภารกิจจริง ๆ ผมต้องทําหนังสือครับ ผมให้เกียรติองค์กรรัฐสภา ฉะนั้นสิ่งนี้ท่านเข้าใจผิด ท่านไปดูใหม่นะครับ อย่าไปพูด สิ่งไม่จริงในสภา

ส่วนอีกประการหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ การปล่อยให้ อปท. ว่างเว้นผู้บริหาร ผมเรียนแล้วว่าเพราะอะไรครับ มีเหตุผลแห่งการพิจารณาเป็นข้อ ๆ และขณะนี้ผมต้องเรียนว่าจะมีการประชุมอย่างต่อเนื่อง เราก็รู้อยู่ว่า กกต. นั้นได้มีการ ขยายเวลาการเลือกตั้งออกไปถึงวันที่ ๒๘ ตุลาคมครับ ท่านประธานครับ ต้องเรียน เพื่อความเข้าใจ เมื่อปี ๒๕๕๑ ปีที่แล้ว ก็รัฐบาลที่ผ่านมาละครับ กกต. ก็ขยายไป ๓ ครั้ง ครั้งละ ๔๕ วัน ก็ ๑๓๕ วันครับ ครั้งนี้ กกต. เพิ่งขยาย ๙๐ วันครับ เขาเพิ่งขยาย ๙๐ วัน แล้วเราก็มีการพิจารณาด้วยความรอบคอบ ไม่มีอะไรซ่อนเร้นเลยนะครับ ฉะนั้นผมขอ เรียนท่านว่าทุกอย่างเราดําเนินการอย่างเป็นระบบ และต้องการให้องค์กรท้องถิ่นที่เป็น อบต. ยกฐานะเป็นเทศบาลแล้วเขาสามารถพึ่งตนเองได้ และเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนครับ ผมขอเรียนครับ