นิพนธ์ ฮะกีมี ตรวจสอบความหมายของมาตรา 4 ในรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ และชี้แจงว่า มาตรา 4 ไม่ใช่ข้อกำหนดเฉพาะ แต่เป็นข้อกำหนดที่รวมถึงข้อกำหนดทุกอย่างที่ปรากฏในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนี้
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นิพนธ์ ฮะกีมี ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างมาก ต่อกรณีคําถามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ถามว่า ข้อกําหนดตามมาตรา ๔ มีความหมายแค่ไหน เพียงใดครับ ผมกราบเรียนว่าข้อกําหนด ตามมาตรา ๔ ไม่ใช่ข้อกําหนดรายละเอียดปลีกย่อยที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ได้กล่าวถึงเท่านั้น มันรวมถึงข้อกําหนดทุกอย่างที่ปรากฏอยู่ในพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนี้ หรือนอกพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนี้ก็ย่อมได้ กล่าวคือผมขอกราบเรียน ไปยังพระราชบัญญัติทั่วไปนิดหนึ่ง พระราชบัญญัติทั่วไปที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ได้ผ่านมาเปึนจํานวนร้อย ๆ กว่าฉบับ จะมีลักษณะการเขียนลักษณะนี้ให้อํานาจกับ รัฐมนตรีในการออกกฎหมายลําดับรอง แต่เขียนลักษณะแตกต่างกันในถ้อยคํา เนื้อหา และหลักการ ถ้าเผื่อท่านจําได้มาตรา ๔ ที่ให้อํานาจรัฐมนตรีรักษาการในการออกกฎหมาย ลําดับรองจะเขียนว่าอย่างไร ในมาตรา ๔ บทบัญญัติที่ผ่านสภาแห่งนี้ สภาแห่งนี้ ใช้ถ้อยคําว่าให้รัฐมนตรีนั้น ๆ รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และมีอํานาจออก กฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการให้เปึนไปตามพระราชบัญญัตินี้เท่านั้นเอง เพื่อปฏิบัติการ ให้เปึนไปตามพระราชบัญญัตินี้แล้วการออกกฎลําดับรองของสํานักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาที่ออกให้แก่คณะรัฐมนตรี หรือออกให้แก่รัฐมนตรีแต่ละนั้นก็ต้องดูนะครับว่า กฎลําดับรองนั้นนอกจากอาศัยอํานาจตามมาตรา ๔ แล้ว ต้องอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติ ต่าง ๆ ที่อยู่เนื้อในที่ให้อํานาจรัฐมนตรีที่สภาแห่งนี้ เดลเลเกท (Delegate) อํานาจไปให้ท่าน ออกอีก ไม่ใช่ใช้อํานาจตามมาตรา ๔ เฉพาะในการออก เพราะฉะนั้นสภาแห่งนี้จะล็อก ไว้หมดว่ารัฐมนตรีจะใช้อํานาจในการออกกฎลําดับรองได้ก็เฉพาะเปึนกฎ ที่สภาแห่งนี้ให้ไป และกฎที่สภาแห่งนี้ให้อํานาจแก่รัฐมนตรีในการออก ผมในฐานะที่ เปึนผู้แทนคณะกรรมการกฤษฎีกามาชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ให้ห้องกรรมาธิการแต่ละคณะ ก็จะถูกท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติสอบถามอยู่เรื่อยว่าเปึนกฎกระทรวง กําหนดรายละเอียด หรือกฎกระทรวงกําหนดในหลักการ กระผมก็จะต้องตอบเรียนชี้แจง ว่าเปึนกฎกระทรวงกําหนดรายละเอียด สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จึงปล่อยผ่านให้รัฐมนตรี มีอํานาจออกกฎลําดับรองได้ แต่ถ้าเผื่อเขียนกว้าง ๆ ไว้อย่างกรณีมาตรา ๔ นี้นะครับว่า ทางสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็จะบอกให้ผู้แทนคณะกรรมการกฤษฎีกาไปกําหนดรายละเอียด ให้ชัดเจนว่าแค่ไหน เพียงใด ที่จะให้อํานาจแก่รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง หรือออกกฎลําดับรอง สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ย่อมทราบดีว่าตัวร่างพระราชบัญญัติ หรือพระราชบัญญัติไม่สามารถกําหนดทุกอย่างได้หมด ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้เร็ว อํานาจบริหารต้องดําเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎได้รวดเร็วให้สอดคล้องกับสภาพสังคม สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จึงให้อํานาจแก่รัฐมนตรีหรือฝ์ายบริหารในการออกกฎลําดับรอง แต่กฎลําดับรองนั้นกําหนดกรอบรายละเอียดชัดเจนเพียงพอที่จะไม่เข้าไปโอเวอร์รูล (Overrule) กฎหมายของสภานิติบัญญัติ หรือสภาผู้แทนราษฎร หรือรัฐสภา แต่ถ้าเรามา ดูมาตรา ๔ บวกกับมาตรา ๑๘ ของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านจะเห็นว่า ๑. ถ้อยคําที่เขียนในมาตรา ๔ แตกต่างกับพระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่เขียนมาอยู่ตลอดเวลา ที่ท่านเขียนในมาตรา ๔ ก็คือ เพื่อให้การดําเนินกระบวนพิจารณาของศาลเปึนไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว และเที่ยงธรรม คล้าย ๆ กับเขียนลักษณะอย่างนี้เสร็จแล้วบวกกับมาตรา ๑๘ เขียนว่า กระบวนการพิจารณาของศาลให้เปึนไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ และข้อกําหนดตามมาตรา ๔ เพราะฉะนั้นเมื่อเขียนอย่างนี้คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก จึงมีข้อชัดเจนว่าศาลมีอํานาจในการออกกฎมาตรา ๔ ขึ้นมาใช้ แต่คณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากมิได้ขัดขวางศาลในการออกกฎลําดับรองตามรายละเอียดต่าง ๆ ซึ่งจะต้อง เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนี้ยอมทุกอย่างที่จะให้ศาล ออกได้โดยไม่ต้องผ่านสภา แต่ปรากฏว่ามาตรา ๔ เขียนอย่างนี้เปึนที่มาที่กรรมาธิการ เสียงข้างมากจะต้องบอกว่าในเมื่อท่านออกแล้วก่อนที่จะมีผลใช้บังคับขอให้ท่านนํากลับมา ให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้พิจารณาจะได้หรือไม่ ก็เปึนที่มาของการแปรญัตติแก้ไขมาตรา ๔ เปึนเช่นนี้ ต่อกรณีที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอรรถวิชช์ถามนี้ ก็คือกระบวนการพิจารณาทั้งหมดนี้อยู่ในคํานิยาม เพราะฉะนั้นมาตรา ๔ สามารถออก เกี่ยวกับการรับฟังพยานได้ โดยใช้อํานาจตามมาตรา ๔ เพราะกระบวนการพิจารณานี้ หมายความว่าการพิจารณาหรือการกระทําใด ๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องพิจารณาซึ่งกระทําโดยคู่กรณี หรือโดยศาล หรือตามคําสั่งศาลไม่ว่าการนั้นจะเปึนโดยคู่กรณีฝ์ายหนึ่งกระทําต่อศาล หรือต่อฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งหรือศาลกระทําต่อคู่กรณีฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งหรือทุกฝ์าย รวมถึง การส่งคําร้องและการลงมติตลอดจนการปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ อันนี้หมายถึงว่ารวมทั้งหมดนะครับ อันนี้ถึงเปึนที่มาของว่าผมเองก็เปึนห่วงว่าสภาแห่งนี้ จะมอบอํานาจให้แก่ศาลรัฐธรรมนูญเกินกว่าขอบเขตที่ท่านเคยให้แก่ฝ์ายบริหารหรือไม่ จึงได้แก้ไขมาตรา ๔ มาตามนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ