ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการตรวจสอบองค์ประชุม โดยอ้างถึงรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๖ และข้อบังคับ ข้อ ๒๕ และข้อ ๗๗ และเรียกร้องให้ท่านประธานใช้ข้อบังคับเหล่านี้ในการตรวจสอบองค์ประชุม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ผมต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานในประเด็นที่ท่านได้ยกขึ้นมา แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วผมก็มีความเห็น เหมือนกับสมาชิกหลายท่านว่าการวินิจฉัยของท่านประธานได้เข้าสู่กระบวนการ ที่จะดําเนินการตามข้อวินิจฉัยไปแล้ว แต่ก็ให้เกียรติท่านประธานเมื่อท่านขึ้นมา ท่านอยากจะหาวิธี หาทางออกให้สภาแห่งนี้ ท่านก็ใช้อํานาจของท่านเองตามข้อบังคับ การประชุม ข้อ ๒๕ เป่ดการหารือใหม่ วินิจฉัยใหม่ได้ แต่โดยข้อเท็จจริงท่านประธานครับ ในการที่จะใช้สิทธิหรือเอกสิทธิ์ในการตรวจสอบองค์ประชุมของฝ์ายค้าน ซึ่งเปึนเสียงข้างน้อย ท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาลพูดเองนะครับว่าเปึนเอกสิทธิ์ มันเปึนวิธีการหนึ่งที่ฝ์ายค้าน จะต้องใช้เพื่อเข้าสู่กระบวนการของกระทําในสิ่งที่จะเปึนประโยชน์สุดกับบ้านกับเมือง กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกรณีที่เรามาร่วมกันตราพระราชบัญญัติหรือตรากฎหมาย และเปึนกฎหมาย สําคัญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ย่อมเปึนสิทธิเลยครับ สมัยก่อนมีการเขียนไว้ ในข้อบังคับ กรรมการชุดนี้ไปยกเลิกมา พอยกเลิกเสร็จแล้วกรรมการยกร่างแล้วสภา ของเราที่ตราข้อบังคับตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๔ ข้อบังคับนี้ออกตามรัฐธรรมนูญครับ มาตรา ๑๒๖ พูดถึงองค์ประชุมตามรัฐธรรมนูญ แต่ก็ไม่เขียนในข้อบังคับนี้ ท่านประธานครับ การใช้ข้อบังคับที่ตราตามรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นบทบัญญัติที่มีในข้อบังคับทุกบทถือว่า รองรับโดยรัฐธรรมนูญ วิธีการตรวจสอบองค์ประชุมเขียนให้เปึนอํานาจของท่านประธาน ที่จะถามที่ประชุม ปรึกษาที่ประชุม หรือถ้ามีสมาชิกเขาร้องขอก็ใช้วิธีการแสดงคะแนน โดยอนุโลมได้ จริงอยู่ครับ ๗๕ ๗๖ ๗๗ เปึนวิธีการนับคะแนนเมื่อมีการลงมติ แต่วิธีการ นับคะแนนที่เขียนไว้ ๓ อย่างนั้นมันเปึนวิธีการแสดงออกซึ่งการลงคะแนน การออกเสียง การแสดงตนในสภาแห่งนี้ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีการอะไรก็แล้วแต่ เพื่อแสดงหมายถึง องค์ประชุมด้วย ทําไมต้องทําอย่างนี้ครับ ทําไมไม่ใช้ มาตรา ๑๒๖ ทําไมไม่ใช้ มาตรา ๙๘ เพราะว่าท่านประธานที่เคารพครับ ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ครับ ใช้มาตรา ๑๒๖ ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ที่เขียนรองรับว่าให้มีการลงชื่อ ลงชื่อครบครับ แต่ว่าเวลาลงคะแนน องค์ประชุมไม่ครบ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเลยว่าไม่ชอบด้วยองค์ประชุม พระราชบัญญัติ ต่าง ๆ ที่ตราขึ้นในสมัยนั้นถือว่าตกไปหมด ท่านประธานก็เห็นอยู่ที่เราต้องกลับมาทําใหม่ อยู่หลายฉบับเลย เพราะฉะนั้นการตรวจสอบองค์ประชุมก็ถือว่าเปึนกระบวนการวิธีการหนึ่ง ที่ต้องทําตามข้อบังคับ ทีนี้เมื่อมีสมาชิกเสนอขอให้มีการตรวจสอบองค์ประชุม สาเหตุ ที่เขาเสนอเพราะอะไร เพราะเขาสงสัยอย่างไรครับท่านประธาน สงสัยว่าจริงองค์ประชุม เสียงข้างมากต้องการที่จะเอา ผมต้องขออนุญาตท่านประธานใช้คําพูดบอกว่าเอาชนะ ในกรณีเสียงข้างมากนี้ ซึ่งเราพยายามจะอะลุ้มอล่วยประนีประนอมแล้วขออนุญาตพูด อีกสักเล็กน้อยก่อนที่จะลงมติ ท่านก็เสนอป่ดการอภิปรายโดยการที่จะลงมติอย่างเดียว มันไม่มีวิธีการอื่นเลยครับที่ฝ์ายค้านจะต้องไปดําเนินการนอกจากขอใช้เอกสิทธิ์ตรงนี้ ถ้าท่านแน่จริงเสียงท่านครบก็จบไป ไม่ใช่ว่าเราอยู่ในห้องประชุมเราแสดงเอกสิทธิ์ ไม่เปึนองค์ประชุม นั่นคือสิทธินะครับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๖ เลยครับ มาตรา ๑๓๐ อีก เปึนเอกสิทธิ์ของสมาชิกจะลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนน รัฐธรรมนูญ เขาให้เอกสิทธิ์เลย เพราะฉะนั้นถ้าสมาชิกเขาร้องขอด้วยเหตุสงสัย เหตุสงสัยยกตัวอย่าง ๓ เสียงเขาไม่กดคะแนนเลย แต่คะแนนปรากฏขึ้น ๓ เสียง กึ่งหนึ่ง ๒๓๘ ขณะนี้นะครับ ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งก็ ๒๓๘ เสียงครับ ๒๓๘ เสียงถือว่าครบครับ แต่เมื่อคะแนนออกมา ๒๔๓ เสียงและเหตุสงสัยอย่างนี้ ถ้าจะอนุโลมใช้ข้อ ๗๗ ไม่ต้องเสนอญัตติใด ๆ ทั้งสิ้นเลย ท่านประธานเมื่อสมาชิกต้องการขอให้มีการนับคะแนนใหม่ ซึ่งผมเคยท้วงท่านประธาน ในเรื่องนี้แล้ว เมื่อครั้งลงคะแนนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียง ประชามติ ท่านประธานก็ไม่ยอมที่จะรับฟังผม ก็ไม่ได้ใช้ข้อบังคับใด ๆ ก็ลงคะแนนใหม่ เห็นไหมครับ แล้วการลงคะแนนนั้นท่านประธานเองก็วินิจฉัยแล้วว่าชอบเห็นไหมครับ มันต่างกันตรงไหนครับในขณะนี้ ขณะที่เสียงข้างมากได้ประโยชน์ท่านบอกว่า ชอบ แต่ขณะที่เสียงข้างมากไม่ได้ประโยชน์ท่านบอกว่า ไม่ชอบ ผมว่าสภาแห่งนี้ไม่มีบรรทัดฐาน ไม่ใช่ ๒ มาตรฐาน ไม่มีมาตรฐานใด ๆ เลย อะไรที่แปลความเข้าข้างตนเองถือว่าชอบ ผมว่าประเทศชาติบ้านเมืองนี้อยู่ไม่ได้ มันแดง มันเหลือง มันน้ําเงินทุกวันก็เพราะอย่างนี้ ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๗๗ ได้เลย เดี๋ยวสมาชิกเขาจะเสนอ ขอให้นับตรวจสอบองค์ประชุมใหม่โดยใช้ข้อบังคับ ข้อ ๗๗ โดยอนุโลมครับ แล้วมีผู้รับรอง แค่ ๒๐ คน ท่านประธานต้องเปลี่ยนจากวิธีการเสียบบัตรจาก ๒๔๓ เสียงมาเปึนนับคะแนน โดยการขานชื่อได้อย่างเดียว เปึนอย่างอื่นไม่ได้เลยครับ เป่ดเผยอันที่ ๑ อันที่ ๒ แล้วนี่ เขาเขียนไว้ชัดเจนครับ ผมว่าท่านประธานดําเนินการเถอะครับ ไม่อย่างนั้นท่านประธาน ก็ป่ดไป ถ้าเกรงว่าไม่ครบ กลัวว่าจะมีอะไรซ่อนเร้นอยู่ ป่ดไปเลยครับ ถ้าไม่อย่างนั้นก็นับ เลยครับ