วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ชี้ประเด็นความไม่ชอบมาพากลของการที่ศาลรัฐธรรมนูญออกข้อกำหนดหลังพ้นกำหนดหนึ่งปีตามรัฐธรรมนูญ และยืนยันว่าการออกกฎหมายที่มีศักดิ์เทียบเท่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญต้องผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 142 เพื่อรักษานิติธรรมและหลักนิติรัฐอย่างเคร่งครัด
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน วันนี้เรากําลังพิจารณากฎหมาย ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือว่าเปึนหน่วยงานในการตรากฎหมายของแผ่นดิน ในมาตรา ๓ ของรัฐธรรมนูญ เรากําหนดไว้ว่าอํานาจอธิปไตยเปึนของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเปึนประมุข ทรงใช้อํานาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรีและศาลตามบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กร ตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงานของรัฐต้องเปึนไปตามหลักนิติธรรม วันนี้เรากําลังพูดถึง การออกกฎหมาย ก็แน่นอนครับเปึนหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ของประชาชนเปึนผู้ออกกฎหมาย เพื่อที่จะไปบังคับใช้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ แต่ว่าในมาตรา ๔ ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญนี่นะครับ ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญรักษาการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้นะครับ และให้มีอํานาจออกข้อกําหนดของศาล แล้วก็โดยความเห็นชอบของคณะตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ผมต้องเรียนตรงนี้ครับว่า ต้องถามว่าวันนี้ข้อกําหนดคืออะไร ถ้าเราจะไป ดูในมาตรา ๓๐๐ ของรัฐธรรมนูญนะครับ ข้อกําหนดเขียนไว้ในวรรคห้า ในระหว่างที่ยังมิได้ มีการตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจออกข้อกําหนดเกี่ยวกับวิธีการพิจารณาและการทําคําวินิจฉัยได้ เพราะฉะนั้นคําว่า ข้อกําหนด ตรงนี้ ศักดิ์ศรีเทียบเท่ากับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ศักดิ์ศรีเทียบเท่ากับพระราชบัญญัติ ไม่ใช่ระเบียบข่าวสารตามปกติ สิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญ ใช้อยู่ปัจจุบันนี้ ศักดิ์ศรีเทียบเท่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ถึงแม้ว่าวันนี้ หลายคนจะต้องเข้าใจว่า ข้อกําหนดนี้อาจจะหมดอายุไปแล้วก็ได้ เพราะเขียนว่า ทั้งนี้ ต้องตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งป้ นับแต่ มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ นั่นแปลว่าหลังจากที่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญครบ ๑ ป้ แล้วจะต้องไม่มีข้อกําหนดอีก ในศาลรัฐธรรมนูญจะออกข้อกําหนดอีกไม่ได้ เพราะว่าในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๐ เขียนไว้เลยว่าการออกพระราชกําหนดอะไรก็แล้วแต่ใช้ได้ไม่เกิน ๑ ป้เท่านั้นเอง แต่หลังจากนั้นออกเองไม่ได้ ทีนี้เรามาดูว่าในเมื่อมันมีศักดิ์ศรีเทียบเท่ากับ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญแล้ว เราไปดูในมาตรา ๑๔๒ ของรัฐธรรมนูญ ในวรรคสี่ ร่างพระราชบัญญัติให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรก่อน นั่นแปลว่าการออกกฎหมาย ใด ๆ การออกกฎหมายโดยที่เปึนอํานาจอธิปไตย การออกกฎหมายต้องนําเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น เราจะไปให้ศาลออกพระราชกําหนดหลัง ๑ ป้ แล้วบอกว่าให้ ประธานศาลรัฐธรรมนูญรักษาการและให้มีอํานาจออกข้อกําหนดของศาลอีก ผมว่า ทําไม่ได้ เปึนไปตามรัฐธรรมนูญด้วย เพราะรัฐธรรมนูญบอกไว้เลยว่าข้อกําหนดสามารถ ออกได้เพียง ๑ ป้เท่านั้น และถ้าข้อกําหนดนั้นมีสภาพเทียบเท่าพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญแล้ว ต้องนําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรก่อนตามมาตรา ๑๔๒ เพราะฉะนั้น ถ้าจะไปตีความเอาว่า ต้องฝากท่านประธานคณะกรรมาธิการด้วยที่ออกมาถ้าไม่ได้แก้ไข ก็ไม่ถูกนะครับ ไม่ว่าท่านจะบอกว่าให้มีอํานาจออกข้อกําหนด อันนี้ไม่ได้เลย ทําได้ครับ ๑ ป้ แต่หลังจาก ๑ ป้แล้วไม่ได้ จริง ๆ แล้ววันนี้ผมก็ยังสงสัยอยู่ว่าแล้วข้อกําหนดที่มีอยู่ปัจจุบันนี้ ใช้การได้หรือไม่ เพราะถ้าอ่านตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๐ แล้ว ข้อกําหนดนั้นหมดอายุ ไปแล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องเร่งในการพิจารณาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญด้วย แต่อย่างไรก็แล้วการที่ออกกฎหมายที่มีความสําคัญนั้น เราจําเปึนที่จะต้องพิจารณา อย่างรอบคอบ และโดยเฉพาะหน้าที่ในการออกกฎหมายตามมาตรา ๓ ของรัฐธรรมนูญ เปึนหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ท่านจะไปปล่อยเอามาตรา ๔ ของพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญบอกว่า ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจออกข้อกําหนดของ ศาลได้อย่างไร ผมว่าท่านทําไม่ได้ แล้วข้อกําหนดของศาลเมื่อได้รับความเห็นชอบจาก คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ ก็ขัดต่อมาตรา ๑๔๒ อีก เพราะข้อกําหนดของศาลรัฐธรรมนูญมีลักษณะเทียบเท่ากับ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญย่อมเปึนไปตามมาตรา ๑๔๒ แห่งรัฐธรรมนูญ ผมก็ต้องนําเรียนท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการนะครับ ท่านต้องนํากลับไป ทบทวนใหม่ วันนี้ท่านกําลังเข้าใจคําว่า ข้อกําหนด ผิดพลาดคลาดเคลื่อน มีท่านสมาชิก หลายท่านขึ้นมาอภิปราย บอกข้อกําหนดคือระเบียบของศาล ไม่ใช่นะครับ ท่านดู ในมาตรา ๓๐๐ เขียนชัดเจนครับ ข้อกําหนดของศาลรัฐธรรมนูญศักดิ์เทียบเท่ากับ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และมีอํานาจเพียง ๑ ป้เท่านั้นครับ พ้น ๑ ป้แล้ว ไปขอดูกฎหมายครับ มีกฎหมายข้อไหนให้ออกได้อีก ในเมื่อรัฐธรรมนูญบอกว่า ออกข้อกําหนดได้ไม่เกิน ๑ ป้ ใช้ได้เพียง ๑ ป้เท่านั้นครับ หลังจาก ๑ ป้แล้วข้อกําหนด ใช้การต่อไม่ได้ แล้วหลังจากมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญแล้วจะมีข้อกําหนดอีก ได้หรือไม่ ไม่ได้ครับ แต่ถ้าศาลจะไปออกระเบียบของศาล ไปออกวิธีการพิจารณาของศาล หรืออะไรที่ไม่เรียกว่าข้อกําหนดนั้นเปึนอีกเรื่องหนึ่ง แต่ว่าจะออกอะไรที่มีลักษณะเปึน กฎหมายต้องเปึนอํานาจของสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น ผมก็ขออนุญาตท่านประธานเรียน ผ่านไปถึงท่านกรรมาธิการ แล้วก็ฝากเรียนไปยังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยครับ เรื่องนี้เปึนศักดิ์ศรีของสภา เรามาจากการเลือกตั้ง เรามีหน้าที่ในการออกกฎหมาย เราจะไปบอกว่าให้ศาลออกแทนสภาผู้แทนราษฎรได้หรือไม่ ผมเห็นว่าตรงนี้ไม่เหมาะสม และไม่ควรจะกระทํา และขัดต่อมาตรา ๓ ด้วย ไม่เปึนไปตามหลักนิติธรรม ก็ขอนําเรียน ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ