นคร มาฉิม เสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรา ๔ ของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ โดยเห็นด้วยกับประธานสภาและเสนอให้คงตามมาตรา ๔ ตามร่างเดิม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความอิสระของศาลรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้รักษาความสมดุลของอำนาจระหว่างฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานที่เคารพครับ ได้ฟังเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้เสนอข้อคิดเห็นแล้วก็นับว่าเปึนประโยชน์ ในส่วนของมาตรา ๔ ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันแล้วก็ขอกราบเรียนท่านประธานในฐานะ คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย แล้วก็เห็นพ้องกับท่านสู่บุญ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านที่จะ ให้คงตามมาตรา ๔ ก็คือหลักของมาตรา ๔ ตามร่างเดิมก็คือ ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญ รักษาการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ และให้มีอํานาจออกข้อกําหนดของศาล เพื่อให้การดําเนินกระบวนพิจารณาของศาลเปึนไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว และเที่ยงธรรม
ข้อกําหนดของศาลตามวรรคหนึ่งเมื่อได้รับความเห็นชอบจาก คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ เนื้อความมีเพียงเท่านี้ ส่วนคณะกรรมาธิการที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมก็คือให้เพิ่มมาตรา ๔ ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอํานาจออก ข้อกําหนดของศาลโดยความเห็นชอบจากคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้การดําเนิน กระบวนพิจารณาของศาลเปึนไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว และเที่ยงธรรม
วรรคสองก็คือ ข้อกําหนดของศาลตามวรรคหนึ่ง เมื่อได้รับความเห็นชอบ จากสภาผู้แทนราษฎรและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ ก็คือให้ในส่วนของ ข้อกําหนดของศาลที่ได้ผ่านความเห็นชอบจากประธานศาลรัฐธรรมนูญและคณะตุลาการ รัฐธรรมนูญให้สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งที่จริงผมขออนุญาตเห็นพ้องด้วย กับท่านสู่บุญก็คือข้อกําหนดเปึนรายละเอียดปลีกย่อยเพื่ออํานวยความสะดวกที่จะให้ ศาลในฐานะผู้รับผิดชอบในกลไกในวิธีปฏิบัติและระเบียบปลีกย่อยของศาลรัฐธรรมนูญ สามารถที่จะให้การบริหารต่าง ๆ เกิดความคล่องตัวได้
ประเด็นที่ ๒ ที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญเปึน ศาลการเมืองแล้วก็เปึนศาลที่สําคัญสามารถที่จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างของประเทศได้ อันนี้คณะกรรมาธิการซึ่งผมเปึนผู้หนึ่งที่ได้ร่วมการประชุมแล้วก็มีการถกเถียง มีการเสนอ เพื่อที่จะชี้ถึงจุดยืนอุดมการณ์ทางการเมือง จุดยืนทางการเมือง แล้วก็โดยปราศจากอคติ ใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วก็เห็นพ้องต้องกันว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้นเปึนศาลที่สําคัญ คําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญนั้นสามารถที่จะผูกพันต่อคณะรัฐมนตรี ต่อหน่วยงานของรัฐ ต่อรัฐสภา และศาลอื่น ๆ ด้วย เพราะฉะนั้นคําวินิจฉัยต่าง ๆ จึงเปึนหางเสือที่จะชี้ให้เห็นว่าประเทศ ควรที่จะเดินไปในทิศทางใด กราบเรียนในข้อเท็จจริงเพิ่มเติมก็คือในช่วงที่ผ่านมานี้ข้อครหา ทั้งในองค์กรแล้วก็สาธารณชนกังวลใจกันมากว่าฝ์ายบริหารสามารถที่จะมีอํานาจชี้นํา แล้วก็เข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระต่าง ๆ รวมไปถึงศาลรัฐธรรมนูญได้ ข้อครหาต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ เปึนที่ตระหนักของคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการจึงได้พิจารณาว่า ข้อเสนอที่ศาลรัฐธรรมนูญเสนอมาในมาตรา ๔ เห็นพ้องด้วยว่าควรที่จะคงร่างเดิม เพื่อปัองกันไม่ให้อํานาจใดอํานาจหนึ่งเข้าไปแทรกแซงอํานาจอีกอํานาจหนึ่งแล้วทําให้ อีกอํานาจหนึ่งนั้นอ่อนแอแล้วความเปึนธรรมก็จะเสียสมดุลไป เสียงข้างมากในกระบวนการยุติธรรมไม่จําเปึนว่าจะต้องถูกต้องเสมอไปท่านประธานครับ แต่เสียงข้างมากในการโหวต ในการเลือกตั้ง อันนั้นเราเคารพในเสียงส่วนใหญ่ ของประชาชนที่เปึนเจ้าของอํานาจอธิปไตย แต่ผมยังมั่นใจว่าความถูกหรือผิด ความดี หรือความไม่ดีนี่นะครับไม่ได้อยู่ที่เสียงข้างมาก เพราะฉะนั้นเราคงจะต้องธํารงไว้ซึ่งความอิสระ ความถูกต้อง ความเที่ยงธรรมขององค์กรตุลาการเพื่อที่จะเปึนจุดถ่วงดุลที่สําคัญที่สุดของ ทุก ๆ อํานาจทั้ง ๓ กลไกก็คือ อํานาจฝ์ายบริหาร นิติบัญญัติแล้วก็ตุลาการ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นเพื่อความถ่วงดุลอันนี้จึงจําเปึนที่จะต้องให้อํานาจอิสระ ของศาล ถูกก็ต้องว่ากันไปตามถูก ผิดก็ต้องว่ากันไปตามผิด ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายก็คือรายละเอียดปลีกย่อยนั้นสภาคงจะไม่มีเวลาเพียงพอที่จะพิจารณาในระดับ ระเบียบ คําสั่ง กฎกระทรวง ข้อกําหนดต่าง ๆ เพราะที่จะผูกโยงได้ต่ออํานาจ ของประชาชนก็คือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่กําลังขอความเห็นชอบจาก รัฐสภาอยู่ เพราะฉะนั้นคําว่า ไม่ผูกโยงกับประชาชน นั้นผมเองไม่เห็นพ้องด้วยครับ จึงมีความเห็นว่าควรที่จะคงร่างเดิม ขอบพระคุณครับ