สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๒

ชลน่าน ศรีแก้ว แสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อกําหนดที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๐ วรรคห้า และข้อกําหนดที่เขียนไว้ในข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเข้าใจว่าเปึนกระบวนการในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ผมต้องขออนุญาต ท่านประธานลุกขึ้นเปึนครั้งที่ ๒ ครับ เนื่องจากฟังคําชี้แจงของทางคณะกรรมาธิการแล้ว ผมเองยังมีความสับสน คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากยังยืนยันว่าถ้อยคําที่แก้ไขน่าจะ สอดคล้องกับหลักการของการถ่วงดุล หลักการของการตรวจสอบ หลักของความโปร่งใส ตรวจสอบได้ของอํานาจอธิปไตยของเรา โดยเฉพาะท่านสุนัย ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน นะครับ ท่านได้ชี้อย่างชัดเจน ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมต้องเพิ่มเติมก็คือว่า ในมาตรา ๔ ท่านไปเขียนใช้ว่าข้อกําหนด ผมฟังจากท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ได้ ชี้แจงต่อสภา ซึ่งผมคล้อยตามนะครับ ถ้าเปึนลักษณะอย่างที่ท่านพูด แต่ลักษณะอย่างนั้น มันเปึนระเบียบ ข้อบังคับ วิธีปฏิบัติ เรื่องธุรการ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ข้อกําหนดของ การพิจารณาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ท่านไปเอาถ้อยคําในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๐ วรรคห้า มาใช้นะครับ ท่านไปดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๐ วรรคห้า สิครับ ข้อกําหนด ตรงนั้นมันเหมือนกฎหมายนะครับ ท่านใช้ถ้อยคําเดียวกันเลย แล้วพวกผมเองก็กริ่งเกรง นะครับ ข้อกําหนดในการพิจารณาของท่านเกิดท่านไปออกกระบวนการข้อกําหนด กระบวนการการพิจารณาในการยุบพรรคการเมือง ซึ่งจริง ๆ ควรเขียนเปึนกฎหมายครับ แต่ถ้าเราอนุญาตอย่างนี้ ท่านก็ไปเขียนไว้ในข้อกําหนดว่านี่คือกระบวนการของ การพิจารณาเพื่อการยุบพรรคการเมือง กระบวนการของการที่จะพิจารณาเรื่องกฎหมาย ที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญที่ผมยกตัวอย่างไปเมื่อสักครู่ กระบวนการการที่จะพิจารณา เรื่องคุณสมบัติของบุคคลในการดํารงตําแหน่ง ทํากับข้าวถูกถอดถอนอย่างนี้นะครับ ท่านก็ไปเขียนในข้อกําหนด ถ้าเปึนลักษณะอย่างนี้ สภาไม่ดูไม่ได้ครับ ถ้าเปึนอย่างนั้น สภาไม่ดูไม่ได้ ผมยังจะใช้คําว่า รัฐสภา ด้วยครับ ไม่ใช่สภาผู้แทนราษฎรอย่างเดียว นะครับ เพราะท่านเขียนตรงนี้เขียนเปึนแค่สภาผู้แทนราษฎร โดยอํานาจนิติบัญญัติ เราเปึนสภาคู่ ท่านเขียนตกไปไหม เปึนคําถามจากผมด้วยนะครับ ถ้าคณะกรรมาธิการ ยังจะคิดที่จะเปลี่ยนแปลง ผมคิดว่าข้อเสนอผมนี่อยากให้ถอนออกไปครับ มันไม่มีวิธีการอื่น ครับ จะเลื่อนไปแล้วก็ไปพิจารณา กฎหมายอื่นมันค้างอยู่ มันทําอะไรไม่ได้เลย ถ้าถอนไป ก็เปึนอํานาจของท่านประธานขอต่อสภา สภามีมติท่านก็ถอนไปพิจารณา ๒-๓ อาทิตย์ ก็กลับเข้ามาวาระสองเหมือนเดิมนี่ละ จะเริ่มมาตรา ๖ ก็ได้ ไม่ได้ผิดระเบียบข้อบังคับใด ๆ สภาอนุญาตอยู่แล้ว แค่ข้อกําหนดนี่ยังคิดมากเลยท่านประธานครับ และสิ่งที่ผมต้อง กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการนะครับ ผมต้องขออนุญาตท่านประธานว่า เมื่อท่านเขียนอย่างนั้นแล้ว ผมก็เปึนห่วงอีกครับ ที่ผมยกนี่คือข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ป้ ๒๕๕๑ ผมเป่ดตลอดครับ เป่ดดูว่า เมื่อข้อกําหนดของศาลรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภานี่ มันจะเข้าช่องไหน เข้าการพิจารณา แบบไหน เปึนแบบลักษณะเปึนกฎหมายไหม ข้อบังคับเขาไม่ได้เขียนไว้ครับ จะเข้ามา เพื่อทราบไหม อันนี้อาจจะเปึนไปได้ครับ เพื่อทราบ ท่านประธานก็เอาอํานาจประธาน บรรจุในวาระเพื่อทราบพวกเราก็มาพิจารณาก็เลี่ยงบาลีกันไป ผมก็ทักท้วงมาหลายครั้ง ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเปึนห่วงก็คือว่าท่านต้องไปดูตรงนี้ด้วยนะครับว่าข้อกําหนด ที่ท่านจะทํามาให้สภาพิจารณามันเปึนเสมือนข้อกฎหมาย ทําไมท่านไม่เขียนไว้ในกฎหมาย เข้ามาท่านจะพิจารณาอย่างไร ๓ วาระไหม ถ้าจะให้สภาพิจารณา ๓ วาระหรือเปล่า รับหลักการในข้อกําหนดไหม ตั้งกรรมาธิการไหม ให้ความเห็นชอบในวาระสาม ส่งวุฒิสภาไหม อะไรต่าง ๆ พวกนี้นะครับ ผมถามท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ ท่านคิดถึงหรือเปล่าครับ ผมว่าไม่ครับ ถ้าท่านคิดถึงแล้วท่านจะไม่มีความสับสนในตัวเอง เพราะฉะนั้น ๒ ประเด็นที่ผมเน้นก็คือว่า ๑. ท่านต้องไปเปลี่ยนเรื่องข้อกําหนดใหม่ ท่านอย่าใช้ข้อกําหนดครับ ถ้าท่านอยากจะให้อํานาจของประธานศาลรัฐธรรมนูญและ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญผู้รับรองในระเบียบข้อบังคับของตัวเอง ในการที่จะเขียนปฏิบัติ วิธีปฏิบัติออกมา ผมว่าทําได้ครับอย่างที่ท่านกรรมาธิการกรุณาชี้แจง ผมต้องขอบคุณท่าน ท่านชี้แจงรายละเอียด ผมเห็นทางสว่างในเรื่องนั้น แต่ว่าทางตันของผมคือกระบวนการ การพิจารณาเหมือนวิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญของกฎหมายประเทศเยอรมัน เขาเขียนกระบวนการการพิจารณาในกฎหมายเลยนะครับ ในการที่จะวินิจฉัยว่าคุณสมบัติของ ท่านใด นายกรัฐมนตรีท่านใดเหมาะสม ไม่เหมาะสม ส.ส. ท่านใดเข้าไปถือหุ้นรับสัมปทานรัฐ ๔๘ คน ๔๙ คนที่ติดอยู่ขณะนี้ ถ้าไม่เขียนไว้ในข้อกฎหมาย ศาลรัฐธรรมนูญก็ไปเขียน ในข้อกําหนดวิธีการ กระบวนการ การพิจารณาเรื่องคุณสมบัติ ใช่ไหมครับ ถ้าเปึนอย่างนั้น ท่านต้องเอากลับไปใหม่ ผมไม่เห็นด้วยกับการที่จะเลื่อนออกไป แล้วก็คณะกรรมาธิการ ไปพิจารณาแล้วก็กลับมา ทําให้กฎหมายอื่นที่รอในระเบียบวาระคั่งค้าง ไม่เปึนผลดีด้วย ประการทั้งปวงครับ เราต้องยอมรับกันว่าสภาแห่งนี้เราพิจารณากฎหมายให้องค์กรอิสระ นําไปใช้ ไม่ได้พิจารณากฎหมายให้รัฐบาลเอาไปใช้ครับ เพราะฉะนั้นที่นี่ไม่เสียงข้างมาก ไม่เสียงข้างน้อย มันควรเปึนไปด้วยเหตุและผล เราพิจารณากฎหมายให้องค์กรอิสระ เอาไปใช้นะครับ เปึนลักษณะการถ่วงดุล ซึ่งองค์กรอิสระเขามีอํานาจ ถ้าฝ์ายนิติบัญญัติ ไม่ดูแล้วใครดูครับ ผมถามท่านประธานด้วยความเคารพว่าใครดู ผมขอเถอะครับ ยกมือป่ดอภิปราย ใช้เสียงข้างมากลากไปในบางเรื่อง ไม่เปึนผลดีแน่ ๆ ครับ คําทักท้วง ของเพื่อนสมาชิกบางครั้งก็เปึนประโยชน์ครับ ก็ควรจะรับไว้ เราไม่ได้กีดกันที่ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญจะมีเครื่องมือในการพิจารณา เพราะว่าออกไปแล้ว ถึงแม้จะออกตามร่าง ของศาลที่ออกมา ก็ดีกว่าข้อกําหนดที่ศาลใช้อยู่ในขณะนี้ด้วยซ้ําไป เพราะมาตรา ๓๐๐ วรรคห้า อนุญาตให้ท่านเขียนข้อกําหนดมาเปึนเครื่องมือในการวินิจฉัย การพิจารณาของ ศาลรัฐธรรมนูญในขณะนี้ ยิ่งดึงนานออกไปศาลรัฐธรรมนูญก็สบาย ไม่คิดอะไรมากหรอก ท่านก็ใช้วิธีการของท่านตรงนั้นได้ ซึ่งผมเองไม่เห็นด้วย มันไม่ดีครับ อยากจะเร่งรัด แต่เมื่อเร่งรัดแล้วออกไปมันไม่ดีกว่านี่ ถามว่าใครได้รับความเดือดร้อน ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นในมาตรา ๔ ผมฝากท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการช่วยดู คําว่า ข้อกําหนด ถ้ามันจําเปึนจะต้องบัญญัติไปยกร่างมาใหม่ทั้งร่างเลยก็ได้ ๓ ตัวอย่าง ที่ผมยกนี้ชัดเจนครับ ท่านพิจารณาถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ไปเขียนไว้ ในข้อกําหนด ซึ่งจริง ๆ ก็ต้องเปึนวิธีการพิจารณาในกฎหมายหรือที่พวกเราต้องตรวจสอบ และเขียนให้ อันนี้ตัวอย่างครับ ผมยังยืนยันกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ว่า นํากลับไปเถอะครับ ผมไม่ใช้คําว่า ถอน ก็ได้ เดี๋ยวแสลงใจ นํากลับไปปรับปรุงใหม่ แล้วกลับมาวาระสองเหมือนเดิม ผมคิดว่าเร็วกว่า เร็วกว่า แล้วกฎหมายที่คั่งค้างที่จ่ออยู่นี่ ลักษณะปกครองท้องที่ มีมาตราเดียว วันนี้ผ่านได้เลย เพราะผ่านเปึนกฎหมายได้ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการช่วยพิจารณาในข้อเสนอของผมกราบขอบคุณครับ