สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๘ ตุลาคม ๒๕๕๒

ฐิติมา ฉายแสง หารือเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการศึกษาและเสนอแนะให้กระทรวงร่วมประสานงานเพื่อหาครูอัตราจ้างเพิ่มเติม เพื่อส่งเสริมการศึกษาและกระตุ้นเศรษฐกิจของชาติ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานค่ะ ดิฉันต้องกราบขอบพระคุณนะคะที่ให้โอกาสดิฉันได้มีการนําเสนอ ความคิดเห็นหรือตั้งข้อสังเกตให้กับสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งมาทํารายงาน ประจําป้ ๒๕๕๑ ให้เราได้อ่านเล่มหนาโตมากเลยค่ะ อ่านตอนแรก ๆ นี่นะคะท่านประธาน ดิฉันเองก็เข้าใจและฉุกคิดขึ้นมาทันทีว่า เอาละคนที่ ทํางานด้านเปึนที่ปรึกษาและโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจและสังคมนั้นมันเปึนเรื่อง ที่กว้างมาก ท่านก็คงจะเสียดายว่าเรื่องนั้นก็น่าสนใจ เรื่องนี้ก็น่าสนใจ เรื่องนั้นก็น่าจะ ให้คําปรึกษา เรื่องนี้ก็น่าจะให้คําปรึกษากับรัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรี แต่ในมุมมอง ของดิฉันเองอยากจะตั้งอย่างนี้ว่าการให้คําปรึกษานั้นบางครั้งมันอาจจะต้องมามอง สถานการณ์ของประเทศชาติอยู่ว่าเรากําลังเปึนประเทศที่เปึนอย่างไร ในมุมมองที่ดิฉัน อ่านดูแล้วเกิดข้อสังเกตว่าบางเรื่องมันเล็ก ๆ กับสถานการณ์ปัจจุบันซึ่งควรจะทํา เรื่องใหญ่ ๆ เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติคงต้องมามองอย่างที่ดิฉันเอง ตอนเปึนกรรมาธิการงบประมาณในครั้งนี้ ดิฉันพูดกับทางอธิบดีกรมเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม พูดกันไปโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมมา เราก็พูดกันถึงเรื่อง ของประเทศชาติเรามันเหมือนยังไม่เจริญเสียที เพราะถ้าเราเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ท่านประธาน ประเทศเกาหลีใต้ ดิฉันยกตัวอย่าง บอกว่าประเทศเกาหลีใต้สัก ๓๐-๔๐ ป้ ที่แล้วเขาก็ไม่ได้เจริญ เขาก็มีคนยากจนเยอะ แต่ดูตอนนี้สิคะ ประเทศเกาหลีใต้ กําลังเปึนอย่างไร มีความเจริญมากมายเลย นั่นเปึนเพราะว่าเขาตั้งใจจริง มุ่งมั่น และทํานโยบายให้ต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะตั้งโรงงานถลุงเหล็ก อย่างนี้เปึนต้น แล้วก็เอาเลยด้านนั้นของเขาให้มันเก่งกันไปเลยข้างหนึ่ง ดิฉันไม่ได้หมายว่า เราจะต้องทําแบบเขาแล้วเราจะเจริญ ไม่ใช่ แต่เราก็คงต้องมีความตั้งอกตั้งใจในการที่จะ คิดมุมมองใหญ่ ๆ บ้าง ก็เลยอยากจะฝากเปึนข้อสังเกตให้กับสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติว่าอยากให้ท่านคิดในมุมใหญ่ ๆ ๓๐ ข้อนี้ก็สําคัญ แต่บางครั้ง มันอาจจะต้องตัดไปบ้างเพื่อที่มาทําเรื่องใหญ่ ๆ ให้มันเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งที่ดิฉันจะพูดถึงนี่ ดิฉันก็ไม่แน่ใจว่าท่านอาจจะคิดว่า สิ่งที่ดิฉันนําเสนอต่อจากนี้ไปจะเปึนเรื่องเล็กก็ได้ ดิฉันสนใจในข้อที่ ๓๐ ที่บอกถึง ความเห็นและข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรื่องนโยบาย การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย และกลุ่มเปัาหมายเฉพาะ ดิฉันเห็นคําว่า พัฒนาคุณภาพ ชีวิตคนไทย แล้วก็ไปอ่านที่หน้า ๔๐๘ เปึนกลุ่มอะไร ท่านบอกท่านมีข้อเสนอแนะ ข้อเสนอการพัฒนาคุณภาพชีวิตสําหรับกลุ่มเปัาหมายเฉพาะ ท่านทํา ๑๐ กลุ่ม กลุ่มเด็ก และเยาวชนก็เปึน ๑ ใน ๑๐ กลุ่มนั้น อ่านไปเรื่อย ๆ แล้วก็เจอเรื่องการศึกษา เพราะฉะนั้น เวลาที่เหลือ ๖ นาทีเศษ ๆ ดิฉันอยากจะขอพูดถึงเรื่องของการศึกษา ซึ่งดิฉันคิดว่า เปึนเรื่องที่ใหญ่มาก ถ้าท่านไม่ลงไปศึกษาอย่างแท้จริงและให้คําปรึกษาที่ดีจริงกับรัฐบาล ปล่อยให้เปึนอย่างนี้อยู่ต่อไปประเทศชาติไม่มีวันเจริญ นี่คือมุมมองถึงเรื่องใหญ่ ๆ ที่ดิฉันพูดถึง ท่านประธานที่เคารพคะ เรารู้อยู่แล้วว่ากระทรวงศึกษาธิการเปึนกระทรวง ที่มีงบประมาณสูงสุดของการใช้งบประมาณของประเทศชาติเลยก็ว่าได้ ๓๐๐,๐๐๐- ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท/ป้ แต่ทําไมประเทศไทยเราจึงยังมีภาพหรือความเปึนจริง ให้เราเห็นอยู่ตลอดว่าในหลาย ๆ โรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนในต่างจังหวัดนั้นขาดครู สอนหนังสือ นี่คือเรื่องที่ดิฉันจะพูดต่อไป ดิฉันพบว่าเด็กไทยนั้นเปึนเด็กที่คิดไม่เปึนระบบ เด็กไทยนั้นขาดหลักในการคิด ยังไม่สามารถจะจับประเด็นได้ มันเหมือนคนไม่มีสมาธิ ไม่มีสมาธิแล้วมีเรื่องร้อยแปดพันเรื่องเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ในสมองเขา เขาจึงไม่มีทิศทางที่ ถูกต้อง นี่คือหลักคิดเขาไม่ค่อยมี เราจะเห็นว่าเด็กไทยเราสะเปะสะปะ เอาละเรื่องระบบ เราต้องการให้เด็กไทยคิดเปึนระบบ แต่ปรากฏว่าเราผู้หลักผู้ใหญ่หรือรัฐบาลเอง ยังไม่จัดระบบดีพอ เรื่องนี้เช่นเดียวกันที่ดิฉันพูดอยู่ในชั้นกรรมาธิการงบประมาณ ดิฉันพูดถึงเรื่องการศึกษาว่า ในพื้นที่ของดิฉันเองจังหวัดฉะเชิงเทราลองไปดูเถอะติด กรุงเทพมหานครนี่เอง โรงเรียนบางโรงเรียนยังขาดครูผู้สอน เราจะพบว่านักเรียนนั้นห้องหนึ่งดิฉันพบอย่างนี้นะคะและอยากจะเปรียบเทียบให้ฟัง ห้องหนึ่งมีคุณครูสอน อีกห้องหนึ่งไม่มีคุณครูสอน แต่อยากจะพูดไปให้จินตนาการกัน มากกว่านั้นด้วยซ้ําว่า ขณะนี้ท่านกําลังใช้คําว่า เรียนฟรีมีจริง อยู่ในหนังสือเล่มนี้ ฟังดูแล้วเหมือนกับมีข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีหนังสือดีราคาถูกหรือแจกฟรีอย่างนี้เปึนต้น ท่านลองคิดถึงภาพที่ดิฉันเคยพูดกับพี่น้องประชาชนไปเหมือนกันอยากให้ท่าน สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ยินอยู่เช่นเดียวกันนะคะว่า ดิฉันยกตัวอย่าง อย่างนี้ค่ะว่า การขาดครูผู้สอนนั้นทําให้มีปัญหากับเด็กนักเรียน ทําให้มีปัญหากับสังคม เลยทีเดียวอย่างไร สมมุติว่าท่านเห็นภาพห้องเรียนอยู่ ๒ ห้อง ห้อง ก ห้อง ข ห้อง ก มีนักเรียนใส่ชุดนักเรียนฟรีนั่นละเต็มเลย สวยหรูเลย เสื้อ กระโปรง เสื้อกางเกงชัดเจน มีถุงเท้า รองเท้าชัดเจน มีหนังสือเรียนฟรีที่ให้ สวยงามอล่องฉ่องเลยอยู่บนโต๊ะ แต่ไม่มีครูสอน หนังสือ แต่อีกห้องหนึ่งเรียกว่า ห้อง ข เปึนห้องที่ชุดนักเรียนไม่มีเท่าไร ใส่เสื้อขาด ๆ ใส่เสื้อยืดมาโรงเรียน ไม่มีรองเท้า หนังสือก็ยืมเรียนกัน แต่มีครูสอน ถามว่าท่าน จะเลือกอะไร หลายคนตอบดิฉันว่าเลือกห้อง ข ที่มีครูสอนจะถูกต้องกว่า ถามพ่อ แม่ ผู้ปกครองที่ได้รับชุดฟรีจากรัฐบาลชุดนี้ด้วยซ้ําก็บอกว่าขอเลือกห้องที่มีครูสอน ท่านประธานคะ ปัญหานี้ดิฉันทราบดีว่ากระทรวงศึกษาธิการนั้นไม่มีงบประมาณเพียงพอแล้ว ที่จะมาให้ครูผู้สอน แต่ดิฉันอยากจะเสนอแนะให้กับสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เผื่อท่านจะนําแนวความคิดนี้ไปใช้ ท่านประธานคะเด็กนักเรียนถ้ามีครูสอนจะเกิดประโยชน์มาก ตอนนี้กระทรวงศึกษาธิการสามารถที่จะประสานงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยก็ได้ เพราะกระทรวงมหาดไทยได้ออกหนังสือสั่งการมาค่ะ ออกหนังสือสั่งการมาให้ เปึนเงินอุดหนุน ออกหนังสือสั่งการที่ชัดเจนเลยเปึนเงินอุดหนุนไปที่โรงเรียน ของ สพฐ. ของกระทรวงศึกษาธิการด้วยซ้ํา แต่อยู่ในเขตพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตําบล ของเทศบาล หรือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้น ๆ ถ้าเขามีเงินเขาสามารถอุดหนุน หาครูอัตราจ้างเพิ่มเติมได้ ดิฉันจึงอยากจะพูดต่อไปว่าสิ่งที่ดิฉันเรียกว่ายิงป๋นนัดเดียว ได้นก ๔ ตัว ถามว่าทําไมถึง ๔ ตัว

นกตัวที่ ๑ ท่านประธานคะ ถ้ามีครูอัตราจ้างเด็กนักเรียนจะมีครูสอน หนังสือ เด็กนักเรียนจะได้อะไร ได้ความรู้ ได้ผู้หลักผู้ใหญ่ที่คอยพร่ําสอน ได้คนคอยดูแล ซึ่งครูคอยดูแลแม้กระทั่งฟันผุท่านก็รู้อยู่แล้ว ครูทําแทบทุกเรื่อง

นกตัวที่ ๒ คือครูที่สอนอยู่แล้ว ที่ขาดอยู่ในโรงเรียนนั้นมีครูแค่ ๒ คนเอง ต้องสอน ๖ ห้องเรียน ที่วิ่งรอกอยู่นี่เหนื่อยแทบใจจะขาด เขาก็จะมีคนมาช่วย เพราะครู อัตราจ้างนั้นก็จะมาช่วย เขาก็จะไม่เหนื่อยจนเกินไป ไม่ท้อแท้ ไม่ถดถอย ไม่หมดกําลังใจเสีย

นกตัวที่ ๓ ครูอัตราจ้างนั้นก็คือคนที่จะมีงานทํา เพราะในพื้นที่เราพบว่า คนไม่มีงานทําเยอะ อยากเปึนครู อยากได้อาชีพเยอะมาก

นกตัวที่ ๔ เมื่อมีงานทําก็จะมีเงินเดือน มีเงินเดือนก็ได้ไปจับจ่ายใช้สอย จับจ่ายใช้สอยก็ทําให้เศรษฐกิจของชาตินั้นดีสะพัด

เพราะฉะนั้นดิฉันจึงสรุปว่าถ้าท่านเห็นกับประเทศชาติที่ต้องเจริญ และแก้ปัญหาควรจะแก้ปัญหาถึงการศึกษาเปึนเรื่องแรกด้วย เปึนเรื่องที่ใหญ่มากขึ้นด้วย ท่านยิงป๋นนัดเดียวได้นก ๔ ตัวตามที่ดิฉันบอกและองค์การบริหารส่วนตําบลก็ดี เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้นเขายินดีที่จะช่วย กระทรวงศึกษาธิการก็จะแก้ปัญหา ได้ด้วย ก็จึงขอฝากเรื่องนี้ไว้กับท่านด้วยเช่นเดียวกัน หวังว่าท่านคงจะนําแนวคิดนี้แล้วไป ให้คําปรึกษากับรัฐบาลชุดต่อ ๆ ไป ซึ่งคิดว่าจะเปึนประโยชน์ต่อไปและขอบพระคุณนะคะ