สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๘ ตุลาคม ๒๕๕๒

สาธิต ปีตุเตชะ เสนอข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเกี่ยวกับการป้องกันการแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดระยอง โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการปรับปรุงผังเมือง เร่งฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ เพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและความไม่เชื่อใจระหว่างผู้ประกอบการกับประชาชนในพื้นที่

นายสาธิต ป่ตุเตชะ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ป่ตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็คงเปึนอีกคนหนึ่งซึ่งขอชื่นชมการทํางานของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติที่ได้มีการศึกษาเรื่องที่สําคัญ ๆ แล้วก็จะเปึนข้อมูลสําหรับการนําไป ใช้บริหารประเทศของทุกรัฐบาลนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับความจริงก็อยากจะ เข้าไปสู่เนื้อหาของการที่สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ศึกษาในประเด็น ข้อ ๑๓ นะครับ ก็คือความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปัองกันการแก้ไขปัญหา อันเกิดจากการพัฒนาอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก กรณีศึกษาเฉพาะในจังหวัดระยอง ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณที่สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ให้ความสําคัญ ในเรื่องนี้ ในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ก็ต้องขอเรียนว่าหลังจากที่ ดูข้อมูลจากที่ท่านได้เก็บข้อมูลไปรวบรวมนี่นะครับ ก็ค่อนข้างที่จะเกือบมีความสมบูรณ์ ครบร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ ที่ไม่ว่าจะเปึนการสรุปสภาพปัญหาต่าง ๆ ข้อเสนอแนะ แล้วก็นําไปสู่วิธีการแก้ไขปัญหา แต่ก็ต้องขอเรียนกับท่านว่ามีบางอย่างที่ยังไม่ครบถ้วน ก็ขออยากจะเติมเต็มแลกเปลี่ยนในสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่

ประเด็นแรกอยากจะเรียนว่าในการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ก็ถือว่ามีความสมบูรณ์ แต่ว่าการลงไปรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่ ดูจากข้อมูลก็พบว่า ทางสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สศช. ได้ลงไปพื้นที่ ๒ ครั้ง คือวันที่ ๙ มีนาคม แล้วก็วันที่ ๓๐ มิถุนายน การจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน ก็ไปจัดหนึ่งครั้งในวันที่ ๒๙ มิถุนายน ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าความจริงปัญหาที่นี่มันเปึน หลายมิติแล้วก็ซับซ้อนมาก แล้วก็เกิดขึ้นที่นี่หลายสิบป้ แล้วก็เปึนปัญหากับรัฐบาลชุดนี้ แล้วก็เปึนความยาก ผมก็เข้าใจและเห็นใจรัฐบาลนะครับว่าจะสร้างสมดุลของ ๒ สิ่ง ใหญ่ ๆ ได้อย่างไรนะครับ ระหว่างการลงทุนทางภาคเศรษฐกิจกับปัญหาสุขภาพอนามัยของ พี่น้องประชาชน ที่ผมเรียนถึงการลงไปพื้นที่เพื่อไปสัมมนาและรับฟังความคิดเห็น ผมเรียนว่าจริง ๆ แล้วยังน้อยไป เพราะว่าความจริงเวลาท่านไปจัดสัมมนาหรือไปฟัง ความคิดเห็น บุคคลที่เกี่ยวข้องกับปัญหาจริง ๆ จะมาน้อยมาก แล้วก็การสะท้อนปัญหา ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ผมคิดว่าอาจจะไม่ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์นะครับ แล้วก็ถ้าจะ ให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น ผมคิดว่าถ้าลงไปฝังตัวในพื้นที่สักระยะหนึ่งนะครับ ก็จะพบว่ามันมีปัญหามากมายเกินกว่าที่ท่านสรุปขึ้นมาทั้งหมด ผมยกตัวอย่าง เช่น ที่ท่านสรุปสภาพปัญหานะครับ ปัญหาสิ่งแวดล้อม มลพิษทางอากาศ ท่านสรุปได้รายละเอียดว่าบรรยากาศในพื้นที่มาบตาพุดมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิด ผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งหากไม่มีการแก้ไขที่เปึนรูปธรรมอย่างชัดเจน อาจจะทําให้เกิดการร้องเรียน การต่อต้าน การพัฒนาอุตสาหกรรมขยายวงกว้าง ไปในพื้นที่อื่น ๆ อันนี้เห็นด้วยอย่างที่สุด แล้วก็เกิดขึ้นแล้วนะครับ เราจะเห็นว่าขณะนี้ ถ้าสมมุติว่ามีการก่อสร้างโรงงานไฟฟัา ไม่ว่าที่จังหวัดไหนท่านก็จะเห็นข่าวว่ามี พี่น้องประชาชนมาขัดขวางแล้วก็มาประท้วง แล้วก็ใช้สิทธิในการที่จะไม่เห็นด้วย ทั้ง ๆ ที่ บางครั้งแล้วการก่อสร้างโรงไฟฟัาที่เกิดขึ้นบางทีเปึนการก่อสร้างโรงไฟฟัาที่ใช้ ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งในทางวิชาการก็เห็นว่าโรงไฟฟัาที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเปึนเทคโนโลยี ที่จะมีผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด แต่ว่าชาวบ้านก็ยังไม่เข้าใจ ก็คิดว่าถ้าเปึน โรงงานไฟฟัาก็ต้องคัดค้านทั่วประเทศ ก็เปึนความยากในการพัฒนา มลพิษทางน้ํา คุณภาพน้ําใต้ดิน ปัญหาผังเมือง คุณภาพน้ําทะเล อันนี้เปึนปัญหาที่ท่านไปศึกษา แล้วก็ค่อนข้างที่จะตรงกับข้อเท็จจริง แต่มันมีปัญหาอีกที่สําคัญและผมคิดว่าจะเปึน การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนที่สุด นั่นก็คือปัญหาความไม่เชื่อใจซึ่งกันและกันของ ผู้ประกอบการ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อันนี้ยังต้องเติมเต็มในสิ่งเหล่านี้อยู่ว่า ทําอย่างไรที่จะให้ความสมดุลของผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมกับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่จะเดินควบคู่กันไปด้วยความเข้าใจ ผมยกตัวอย่างครับ วันนี้ในเวทีสัมมนา หรือเวทีวิชาการ โรงงานอุตสาหกรรมก็มักจะพูดว่าตัวเขาเองมักจะไม่ได้ก่อให้เกิด มลภาวะ แต่ขณะเดียวกันพี่น้องประชาชนก็บอกว่าตัวต้นเหตุของปัญหาหลักก็อยู่ที่ ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม มีตัวเลขจากกระทรวงสาธารณสุขเองที่บอกว่า ทิศทางการเปึนมะเร็งของคนจังหวัดระยองเพิ่มมากขึ้น โดยมีนัยสําคัญ แต่ขณะเดียวกัน มลภาวะทางอากาศที่ไปพิสูจน์แล้วจากกรมควบคุมมลพิษ หรือการไปตรวจวัดมาตรฐาน คุณภาพมลพิษทางน้ํา ทางอากาศของหน่วยงานของรัฐเหมือนกัน ก็ชี้ให้เห็นว่ามันมี ค่ามาตรฐานที่อยู่ในเกณฑ์ปกตินะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อมีการอ้างข้อมูลใด ๆ ขึ้นมาพี่น้องประชาชน ไม่มีความเชื่อมั่นของฝ์ายราชการที่เปึนฝ์ายที่ไปตรวจวัดคุณภาพของมลภาวะในอากาศ ในน้ํา ในพื้นที่เลย ยกตัวอย่าง วันนี้มีการพูดว่าอากาศที่มาบตาพุดมีสภาพอากาศที่ดีกว่า สภาพอากาศที่สีลม ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงแล้วมันเปึนอย่างนั้นแท้จริงหรือเปล่า แต่ผมเรียนว่าถึงแม้จะเปึนอย่างนั้นจริง ๆ ก็เรียนว่าประชาชนในพื้นที่เขาไม่เชื่อครับ จะทําอย่างไรเขาก็ไม่เชื่อครับ กรมควบคุมมลพิษไปบอกว่าสิ่งปนเปุ๋อนในแม่น้ําจังหวัดระยอง มีสารปนเปุ๋อนซึ่งไม่เปึนอันตรายต่อชีวิต พี่น้องประชาชนเขาก็ไม่เชื่อครับ เพราะว่ามันเกิดจาก ความล้มเหลวจากในอดีตว่าเวลาบ้านเขามีกลิ่นเหม็น มันไม่มีใครมาดูแลเขา คนที่รับผิดชอบ ในเรื่องต่าง ๆ ก็ไม่ได้มาดูแลอย่างจริงจัง เขาก็เลยไม่เชื่อ เพราะฉะนั้นความจริงแล้ว ข้อมูลวันนี้ถึงแม้ข้อมูลจะเปึนข้อมูลที่แท้จริงเที่ยงตรง แต่ว่ามันไม่ได้รับความเชื่อถือจาก พี่น้องประชาชนในพื้นที่ อันนี้เปึนปัญหาซึ่งผมก็เรียนกับท่านนายกรัฐมนตรีแล้วว่า ถ้าแก้ตรงนี้ไม่ได้ไม่มีทางเลยที่จะไปแก้ไขปัญหาความยั่งยืนในอนาคตของพื้นที่ได้ วันนี้ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะใช้สิทธิในทางกฎหมายที่จะอุทธรณ์คําสั่งคุ้มครองชั่วคราว ของศาลปกครองนี่นะครับ สมมุติว่าสุดท้ายศาลปกครองสูงสุดมีคําสั่งให้ไม่ระงับ ก็ทาง ๗๖ โรงงานก็สามารถที่จะดําเนินการต่อไปได้นะครับ แต่ความคลางแคลงใจของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ก็ไม่ได้ถูกแก้แล้วก็ไม่ได้ทําให้หายไป ผมก็ให้ข้อมูลอีกอย่างหนึ่งว่า วันที่ศาลมีคําสั่ง ท่านทราบไหมครับว่าคนในพื้นที่เขามีความสุขมาก แล้วเขาก็ มาเปรียบเทียบว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กับสุขภาพอนามัยชีวิต ของเขาคนเปึนแสนคนที่นั่น ท่านทราบไหมครับว่า คนในพื้นที่เขามีความสุขมาก แล้วเขาก็มาเปรียบเทียบว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กับสุขภาพอนามัยชีวิตของเขาคนเปึน ๑๐๐,๐๐๐ คนที่นั่น เขาคิดว่าเขายอมเสีย ในขณะที่คนทั้งประเทศบอกว่า นี่มันเปึน ผลกระทบกับ จีดีพี (GDP) ของประเทศมหาศาลเลยแล้วจะทําอย่างไร แต่ในขณะเดียวกัน นะครับ ถ้ามันมีหน่วยงานไหน หรือองค์กรอิสระไหนก็ตามเปึนองค์กรที่พี่น้องประชาชน เขาเชื่อมั่นว่า เอาละจริง ๆ แล้วมลพิษในอากาศ ทางน้ําที่ไปตรวจวัดมาแล้วมวลรวม ของมลภาวะแต่ละโรงงานทั้งหมดมันไม่เกินมาตรฐานและมันไม่มีผลกระทบกับ สุขภาพอนามัยเขา เปึนองค์กรที่เขาเชื่อถือผมคิดว่าเขาไม่ต่อต้านและเขาไม่ไปฟัองด้วย เพราะฉะนั้นทางแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ถึงแม้จะเปึนภาระของรัฐบาลก็ตาม แต่ผมก็เรียน เปึนข้อมูลว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเมื่อลงไป ทําการศึกษาแล้วถึงแม้ว่าจะมีเวลาในระยะสั้น หรือว่ามีงบประมาณจํากัดแต่ก็ต้อง ให้สมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติว่า ผมต้องขอชื่นชมอีกครั้งหนึ่งที่ท่านได้พยายามมีทั้งสภาพปัญหา ทั้งข้อเสนอแนะ ซึ่งผมเห็นด้วยหลายประการกับข้อเสนอแนะนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่อง

๑. คือการชะลอการขยายและก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม ที่เน้นก็คือ อุตสาหกรรมใหม่หมายความว่า ไม่เกี่ยวกับ ๗๖ โครงการที่เขาดําเนินการมาแล้วนะครับ แต่ว่าเมื่อมาถึงขณะนี้มันฟูล คาแพซิตี้ (Full Capacity) แล้วสําหรับเรื่องมลภาวะทางอากาศ ก็จริง ๆ แล้วมันควรจะหยุดแค่นั้น แต่ว่าผมก็ให้ความเปึนธรรมกับโครงการที่เขา ได้ดําเนินการมาต่อเนื่องนะครับ แล้วก็ใช้กฎหมายบังคับตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีมาตรา ๖๗ วรรคสอง อันนั้นก็ต้องให้ความเปึนธรรมว่า ถ้าเขาลงทุนมาเปึนแสน ๆ ล้านบาทจะไปหยุดยั้งโครงการเขานั้นก็ทําไม่ได้

๒. เร่งฟุ๋นฟูบูรณะสิ่งแวดล้อมในพื้นที่บริเวณชายฝัืง

๓. จัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ อันนี้เปึนหัวใจครับ ท่านประธาน ผมขอเวลาอีกสั้น ๆ ว่า ปัญหาที่มาบตาพุดเปึนปัญหาใหญ่ แล้วก็เปึนปัญหา เชิงสมดุลนะครับ ผมก็เรียนว่าองค์กรพิเศษ ท้องถิ่นพิเศษอาจจะเปึนรูปแบบหนึ่ง ในการแก้ไขปัญหาได้สําหรับที่พื้นที่ เช่น จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง ซึ่งก็ต้องไปดูกันอีกทีหนึ่งว่า รูปแบบพิเศษจะมีที่มาของรายได้อย่างไร มีอํานาจทางกฎหมาย อย่างไรนะครับ การปรับปรุงผังเมืองอันนี้ก็เปึนหัวใจ การเร่งฟุ๋นฟูบริหารจัดการน้ํา ในภาคตะวันออก ผมตั้งใจโดยเฉพาะที่จะพูดถึงปัญหาในมาบตาพุดเพราะว่าผมได้เป่ด แล้วก็ศึกษาการศึกษาของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในเรื่องนี้โดยเฉพาะ

สุดท้ายนะครับท่านประธานผมอยากจะสอบถามแล้วก็อยากจะตั้ง เปึนข้อสังเกตว่า ความจริงแล้วใน ๓๐ เรื่อง หรือในทุกเรื่องที่สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติได้ไปศึกษามา เมื่อไปถึงการแก้ไขในระดับนโยบาย ยกตัวอย่าง เช่น กรณีที่ผมพูดถึงคือกรณีมาบตาพุด ผมอยากจะถามท่านว่าเมื่อท่านได้ไปศึกษาแล้ว มีข้อสรุปแล้ว มีข้อเสนอแนะแล้วเวลาที่รัฐบาลเขามีการประชุมเวิร์คชอป (Workshop) กัน เพื่อแก้ไขปัญหา นอกจากเอกสารที่ท่านส่งไปแล้วท่านมีส่วนไปนั่งประชุมกับเขาไหมครับ ไปเสนอแนะกับเขาไหมว่า สิ่งที่ท่านได้ศึกษามาซึ่งเปึนข้อมูลที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ผมไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างรัฐบาลต้องไปทําทั้งหมด ทุกอย่างขึ้นกับกรอบอํานาจหน้าที่ ตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่ขออย่างเดียวว่าในเวทีที่จะมีการแก้ไขปัญหาในแต่ละเรื่อง ที่ท่านศึกษาท่านมีส่วนไหมครับ ที่ไปนั่งอยู่เปึนหนึ่งในองค์ประกอบในที่ประชุม แล้วก็นําเสนอ อันนี้ในวงประชุมนั้นด้วย ถ้ายังผมก็อาจจะเสนอแนะว่าควรอย่างยิ่งในทุกปัญหาที่ท่าน จะมีส่วนเข้าไปแชร์ (Share) ข้อมูลเพื่อแลกเปลี่ยนให้นําไปสู่การปฏิบัติในระดับนโยบายต่อไป นะครับ แล้วก็ขอให้กําลังใจนะครับ จะมีปัญหาอุปสรรคบ้างก็ขอให้กําลังใจ แล้วก็ขอให้ท่าน ได้มีกําลังใจในการศึกษาเพื่อจะได้ข้อมูลที่ครบถ้วนรอบด้าน ขอบพระคุณมากครับ