สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องกองทุนหมู่บ้านและปัญหาการบริหารจัดการ โดยเสนอวิธีการเพิ่มทุนให้กับกองทุนหมู่บ้าน โดยแบ่งออกเป็น 3 ขนาด และมีการจัดเตรียมงบประมาณไว้ 19,559 ล้านบาท และยังเสนอวิธีการแก้ปัญหาการมีนายทุนนอกระบบเข้าไปนั่ง โดยขยายระยะเวลาการคืนเงินจาก 1 ปี เป็น 2 ปี
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายให้เปึนผู้ตอบกระทู้ถามของเพื่อนสมาชิก ก่อนอื่นต้องเรียนว่าความจริง กระทู้นี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประสงค์ที่จะตอบด้วยตัวท่านเองครับ แต่เนื่องจากว่ามีการเลื่อนมาแล้วท่านติดราชการอยู่ที่ประเทศอินเดีย ท่านนายกรัฐมนตรี จึงมอบหมายให้ผมเปึนผู้ตอบกระทู้ถามนี้นะครับ
เรื่องของกองทุนหมู่บ้านความจริงก็เปึนไปอย่างที่เพื่อนสมาชิกที่ลุกขึ้น สอบถามเมื่อสักครู่นี้ เปึนโครงการเดิมที่มีมาก่อนหน้านี้ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ และก่อนหน้านั้น ก็มีโครงการกองทุนที่ลงไปช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความยากจนในรัฐบาลชุดก่อนหน้านั้น ปัจจุบันนี้กองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศมีจํานวนทั้งสิ้น ๗๙,๒๕๕ กองทุน มีสมาชิกกองทุน หมู่บ้านอยู่จนกระทั่งถึงในขณะนี้ ๑๐,๔๐๐,๐๐๐ คนเศษ ในจํานวน ๑๐,๔๐๐,๐๐๐ คนเศษนี้ สามารถกู้เงินได้ ๖,๕๐๐,๐๐๐ คนเศษ ปัญหาที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่มีการบริหาร เรื่องของกองทุนหมู่บ้านนั้นก็เปึนปัญหาจริงอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้มีการซักถามนะครับ นั่นก็คือว่ามีปัญหา
เรื่องที่ ๑ ก็คือขนาดของกองทุนหมู่บ้านไม่เท่ากัน เพราะว่าขนาดของกองทุน หมู่บ้านเขาก็วัดตามจํานวนสมาชิกของกองทุน โดยแบ่งออกเปึน ๓ ขนาด นั่นคือกองทุน ที่มีจํานวนสมาชิก ๕๐-๑๕๐ คน มีจํานวน ๖๔,๐๕๘ กองทุน ขนาดสมาชิก ๑๕๑-๓๕๐ คน มีอยู่ ๑๑,๘๕๓ กองทุน ส่วนกองทุนขนาดใหญ่คือมีสมาชิก ๓๕๑ คนขึ้นไปนั้นมีอยู่ ๓,๓๔๔ กองทุน และในจํานวนนี้ยังมีในส่วนซึ่งยังไม่ได้จดทะเบียนเปึนกองทุนหมู่บ้าน อีกจํานวนหนึ่งนะครับ ประเด็นของขนาดกองทุนที่ไม่เท่ากันก็เปึนสาเหตุที่ทําให้เกิด คําถามว่าทําไมหมู่บ้านซึ่งมีขนาดของจํานวนสมาชิกกองทุนมากจึงไม่มีเงินที่มาบริหาร ในจํานวนที่มากกว่าหมู่บ้านที่มีขนาดจํานวนสมาชิกน้อย รัฐบาลเห็นความสําคัญในข้อนี้ จึงมีมติคณะรัฐมนตรีให้เพิ่มทุนให้กับกองทุนหมู่บ้าน โดยมีการเพิ่มทุนดังต่อไปนี้ครับ กองทุนขนาดสมาชิก ๕๐-๑๕๐ คน จะเพิ่มให้อีกหมู่บ้านละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท กองทุน ขนาดสมาชิก ๑๕๑-๓๕๐ คน เพิ่มทุนให้อีก ๔๐๐,๐๐๐ บาท กองทุนขนาดสมาชิก ๓๕๑ คนขึ้นไปเพิ่มทุนให้อีก ๖๐๐,๐๐๐ บาท โดยในการเพิ่มทุน ในครั้งนี้ก็จะมีมาตรการในเชิงของการดําเนินการ ก็คือการผ่านอนุกรรมการในระดับ อําเภอและอนุกรรมการในระดับจังหวัด เมื่อระดับจังหวัดได้มีการดําเนินการโดยยึดถือ เอาความต้องการของกองทุนหมู่บ้านซึ่งจะต้องมีการประชุมกันแล้ว ทางอนุกรรมการ ระดับจังหวัดก็จะอนุมัติเรื่องดังกล่าวและส่งเรื่องมายังสํานักงานกองทุนหมู่บ้าน ในส่วนกลางก็จะโอนเงินไปให้ ในขณะนี้การโอนเงินก็ได้มีการจัดเตรียมงบประมาณไว้แล้ว ภายใต้โครงการไทยเข้มแข็งนะครับ โดยใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น ๑๙,๕๕๙ ล้านบาทเศษ ขณะนี้ขั้นตอนในการเตรียมการเรื่องนี้ก็จะเปึนเรื่องที่จะต้องมีการดําเนินการในเชิงของ การแก้ไขระเบียบต่าง ๆ คาดว่าเงินก้อนแรกที่จะโอนไปได้น่าจะอยู่ที่เดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งกระบวนการต่าง ๆ ก็จะต้องเริ่มไปในทันทีที่มีการดําเนินการในเรื่องของการประกาศ ระเบียบหรือแนวทางนี้ออกไปครับ
เรื่องที่ ๒ ซึ่งสมาชิกได้พูดถึงว่าปัญหาการชําระหนี้ของสมาชิกกองทุนนั้น ก็เกิดขึ้นจริงครับ เพราะหากว่ามีการกู้เงินไปแล้วกําหนดต้องชําระคืนใน ๑ ป้ก็จะมีปัญหา เกิดขึ้น ก็คือบางโครงการที่กู้ไปแล้วนั้นก็ไม่สามารถจะมีเงินคืนกลับมาได้ในระยะเวลา ที่กําหนด ทําให้ปัญหาตอนนี้ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศก็คือสมาชิกก็ต้องไปยืมเงินนอกระบบ ก็เลยเกิดปัญหาของการมีนายทุนนอกระบบเข้าไปนั่ง ณ วันที่มีการกู้เงินกองทุนหมู่บ้านกัน รัฐบาลเห็นความสําคัญนี้ เพื่อที่จะให้มีการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบก็คือให้ขยายระยะเวลา ของการคืนเงินออกไป จาก ๑ ป้ ขยายเปึน ๒ ป้ ซึ่งในการขยายเปึน ๒ ป้นี้จะต้องมีการไป แก้ระเบียบเกี่ยวกับการบริหารจัดการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ขณะนี้ขั้นตอนอยู่ที่ เสนอประธานกองทุนและบอร์ดของกองทุนที่กรุงเทพมหานคร ที่ส่วนกลางครับ เข้าใจว่า เรื่องนี้จะมีการลงนามและประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อนหน้าที่จะมีการโอนเงินไป ในการขยายระยะเวลาคืนหนี้นั้นก็จะมีผลกับสมาชิกของกองทุน ซึ่งมีการกู้เงินกันไป ก่อนหน้านี้ด้วย ซึ่งเราก็เชื่อว่าด้วยแนวทางนี้จะสามารถแก้ปัญหาหนี้นอกระบบได้ครับ เปึนการส่งเสริมการประกอบอาชีพให้ผู้กู้ได้มีโอกาสใช้เงินทุนเพื่อประกอบอาชีพได้ตาม ความเปึนจริง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สําคัญก็คือว่ารัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหา ผู้ว่างงานด้วยการจัดโครงการต้นกล้าอาชีพ ทําให้ผู้ที่ผ่านโครงการต้นกล้าอาชีพจะสามารถ เข้าถึงแหล่งทุนนี้ เพื่อนําเงินจากแหล่งทุนนี้ไปลงทุนประกอบอาชีพและมีเวลาคืนเงิน ในระยะเวลา ๒ ป้ข้างหน้า ก็จะทําให้ผู้ที่เข้าโครงการต้นกล้าอาชีพจะได้มีเงินไปประกอบ อาชีพได้นะครับ อันนี้ก็เปึน ๒ คําถามแรกที่ถาม ความจริงท่านถามถึงเรื่องปัญหาของ การใช้เงินไม่ตรงวัตถุประสงค์ ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลก็ใช้ประโยชน์จากโครงการต้นกล้าอาชีพนี้ ในการเข้าไปสํารวจกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งในการสํารวจกองทุนหมู่บ้านนั้นจะเข้าไปสํารวจ ว่าสภาพปัญหาของกองทุนหมู่บ้านแต่ละที่ว่าการบริหารจัดการนั้นมีปัญหาอย่างไร และในขณะนี้โครงการต้นกล้าอาชีพของผู้อบรมแล้วลงไปสํารวจสภาพกองทุนหมู่บ้านนั้น มีข้อมูลกลับมาในลักษณะที่น่าพอใจมากครับ ทําให้เรามองเห็นปัญหาที่แท้จริงว่าขณะนี้ ตัวกองทุนหมู่บ้านที่มีปัญหาจริง ๆ ตัวเลขอยู่ที่เท่าไร ซึ่งถ้าหากว่าท่านสมาชิกได้มีการซักถาม ก็จะได้ตอบคําถามนี้เพิ่มเติม ในส่วนเบื้องต้นก็ขออนุญาตตอบกระทู้ถามไว้เท่านี้ครับ