สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๘ ตุลาคม ๒๕๕๒

ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ หารือเรื่องการลดดอกเบี้ยของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยอธิบายว่าไม่สามารถลดอัตราดอกเบี้ยลงมาเหลือ 3 เปอร์เซ็นต์ได้ เนื่องจากโครงสร้างอัตราดอกเบี้ยคิดตามมาตรฐานของธนาคารทั่วไป และมีการคิดอัตราดอกเบี้ยตามประวัติการชำระหนี้ของลูกค้า

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังให้มาตอบกระทู้ถาม ของท่าน ส.ส. ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เกี่ยวกับ เรื่องของการลดดอกเบี้ยของธนาคาร ธ.ก.ส. ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นผมใคร่ขออนุญาตท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้ทําความเข้าใจถึงบทบาท ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือที่เรารู้จักกันชื่อย่อว่า ธ.ก.ส. นะครับ ธ.ก.ส. นั้นเปึนธนาคารที่ให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินแก่เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์เกษตรกร และทําหน้าที่เปึนกลไกตัวแทนของรัฐบาลที่จะกระจายเงินทุนไปสู่ ภาคเกษตรกรรม โดยมีเงื่อนไขคือการให้กู้ที่เปึนธรรมและคิดอัตราดอกเบี้ยต่ํา เปึนผลให้ ธ.ก.ส. นั้นเปึนแหล่งเงินทุนที่สําคัญของเกษตรกรในการลงทุนหรือประกอบอาชีพเกษตรกร หรือกิจการที่เกี่ยวเนื่องและประกอบอาชีพอย่างอื่น เพื่อเพิ่มรายได้พัฒนาคุณภาพชีวิต ของพี่น้องเกษตรกรหรือครอบครัวของเกษตรกรแทนแหล่งเงินกู้นอกระบบที่พี่น้อง เกษตรกรจะต้องไปใช้ การดําเนินงานที่ผ่านมาของทุกรัฐบาลและของเพื่อนสมาชิก ทุกท่านครับท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกที่ได้ตั้งกระทู้ถามก็ได้พูดแล้วว่า ทุกคน ทุกรัฐบาลนั้นเห็นความสําคัญของพี่น้องเกษตรกร ฉะนั้นรัฐบาลทุกรัฐบาลได้พยายาม ขยายการช่วยเหลือให้กับพี่น้องเกษตรกรโดยปรับเปลี่ยนเพิ่มบทบาทของธนาคาร ธ.ก.ส. ให้มีบทบาทได้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรมากยิ่งขึ้น โดยล่าสุดเมื่อป้ ๒๕๔๖ รัฐบาลได้ แก้ไขกฎหมาย ธ.ก.ส. เพื่อให้ ธ.ก.ส. นั้นเปึนสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาชนบท และขยายวัตถุประสงค์ให้สามารถให้ความช่วยเหลือทางการเงิน หรือแนะนําการบริหาร จัดการแก่พี่น้องเกษตรกร ซึ่งอันนี้เปึนสิ่งสําคัญ พี่น้องเกษตรกรนั้นส่วนใหญ่ก็เปึนชาวไร่ ชาวนา เพราะฉะนั้นความรู้ทางด้านการบริหารจัดการเรื่องการเงินหรือการปรับปรุง ประสิทธิภาพทางการเงินนั้นต่ํามาก เพราะฉะนั้นเราก็พยายามเข้าไปช่วยเหลือในกลุ่มนี้ รวมทั้งกลุ่มบุคคลผู้ประกอบการ กองทุนหมู่บ้าน ชุมชน รวมทั้งองค์กรที่มีวัตถุประสงค์ ในการสนับสนุนการประกอบอาชีพของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเปึนกลุ่มประชาชนในชนบท ที่ด้อยโอกาส ท่านประธานครับ ผมขอชี้แจงเรื่องโครงการฟาสต์ แทรค ที่ท่านเพื่อนสมาชิก ที่ได้ตั้งกระทู้ถามนั้นถามเรื่องโครงการฟาสต์ แทรค ผมจะรับเรื่องโครงการฟาสต์ แทรค นี้ ไปตรวจสอบว่ามันเกิดอะไรขึ้น ท่านรัฐมนตรีว่าการได้มอบหมายให้ผมมารับผิดชอบ โครงการนี้โดยตรง แล้วผมได้ประชุมทุกอาทิตย์ เมื่อวานนี้ก็ได้ประชุมและการทํางานของธนาคาร ธ.ก.ส. นั้นเปึนไปตามเปัาทุกอย่าง วงเงินที่ปล่อยกู้นั้นได้ทะลุที่ได้มอบหมายให้ไปทํางานแล้ว อาจจะมีความจําเปึนที่จะต้อง เพิ่มวงเงินขึ้น ฉะนั้นผมคิดว่าโครงการนี้เปึนโครงการที่เกิดประโยชน์และจะไปตรวจสอบ ในทุกขั้นตอน ในทุกประเด็นที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้ตั้งข้อสังเกตมาครับ ถ้ามีอะไร ผมจะขออนุญาตท่านประธานและเพื่อนสมาชิกที่ได้ตั้งกระทู้ถามนั้นติดต่อไปโดยตรง ถ้ามีปัญหาอย่างนี้ไม่ได้ครับ เพราะว่าเมื่อเราโฆษณาแล้วว่าเราจะทํา เราต้องทําให้ได้ ทําไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่เท่าที่ผมได้สอบถามมาเมื่อวานนี้ยังไม่มีปัญหาอะไร ผมจะรับ เรื่องนี้ไปครับท่านประธาน

ฉะนั้นมาถึงคําถามที่ท่านสมาชิกได้ถามถึงเรื่องว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ย จาก ๙.๗๕ เปอร์เซ็นต์ ให้ลดลงเหลือร้อยละ ๓ ต่อป้นั้นได้หรือไม่ อย่างไร ผมขอตอบ กระทู้ถามของท่านเพื่อนสมาชิกว่ากระทรวงการคลังขอเรียนอย่างนี้ครับว่าการดําเนินงาน ของ ธ.ก.ส. นั้น แหล่งเงินทุนส่วนใหญ่นั้น จะมาจากเงินกู้และเงินฝากของประชาชนทั่วไป ฉะนั้นธนาคารมีต้นทุนของธนาคารที่จะต้องจ่ายกลับคืนให้กับเจ้าของเงินทุนที่เราได้ไป ยืมมาและผู้ฝากด้วย และการให้สินเชื่อของ ธ.ก.ส. ส่วนใหญ่จะเปึนเกษตรกรรายย่อย อันนี้เปึนนโยบายของธนาคาร จะเปึนเกษตรกรรายย่อยเสียส่วนใหญ่ ทําให้ ธ.ก.ส. นั้น มีค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานที่สูงกว่าธนาคารพาณิชย์ ธนาคาร ธ.ก.ส. นั้นไม่เหมือนกับ ธนาคารพาณิชย์ เพราะเปึนธนาคารของรัฐ มีนโยบายเพื่อที่จะช่วยเหลือลูกค้าที่ไปหา ธนาคารของรัฐแล้วผิดหวัง ประสบปัญหา อันนั้นเปึนช่องว่างที่เราจะเข้าไป แต่อย่างไรก็ตาม ธ.ก.ส. ได้ติดตามสถานการณ์การเงินอย่างใกล้ชิด เราจะพิจารณาการปรับลดอัตราดอกเบี้ย อย่างเหมาะสมเปึนระยะ ๆ ไป โดยมีการปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เปึนการทั่วไปให้กับ ลูกค้าทุกรายและทุกสัญญา เพื่อเปึนการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับ เกษตรกร ซึ่งเกิดความเดือดร้อนจากวิกฤติเศรษฐกิจ ฉะนั้นผมขอเรียนว่าการที่ ธ.ก.ส. จะลดอัตราดอกเบี้ยลงมาเหลือ ๓ เปอร์เซ็นต์นั้นคงจะเปึนไปไม่ได้ เพราะโครงสร้าง อัตราดอกเบี้ยเงินกู้นั้น ธ.ก.ส. คิดกับลูกค้าเปึนสากล แล้วเรามีต้นทุนของเราอยู่ โดยเราคิดอย่างนี้กับลูกค้าในอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ํา เรามีมาตรฐานขั้นต่ํา คือ เอ็มอาร์อาร์ (MRR) บวกปัจจัยเสี่ยง รวมถึงประวัติการชําระหนี้ลูกค้า เรามีการคิดตั้งแต่ ๐-๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเปึนมาตรฐานในการคิดของธนาคารทั่วไปในการคิดอัตราดอกเบี้ย โครงสร้างของ การคิดอัตราดอกเบี้ยนั้นคิดอย่างไร ก็คือเกิดขึ้นจากเอาอัตราดอกเบี้ยเงินกู้มาตรฐาน ซึ่งเราเรียกว่า เอ็มอาร์อาร์ นั้นบวกกับปัจจัยเสี่ยงตามประวัติการชําระหนี้อย่างที่ ผมได้เรียนไปแล้วจาก ๐-๓ เปอร์เซ็นต์มาคิด ฉะนั้นคุณสมบัติของลูกค้ามีคุณสมบัติ แตกต่างกันไปครับ ลูกค้าดังนี้ครับผมขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อทําความเข้าใจ คือจะมีลูกค้าที่สามารถชําระหนี้ได้ตามกําหนดติดต่อกัน ๔ ป้ขึ้นไป เราจะคิดอัตรา ดอกเบี้ย ๖.๗๕ เปอร์เซ็นต์ ลูกค้าที่สามารถชําระหนี้ได้ตามกําหนดติดต่อกัน ๓ ป้ขึ้นไป เราจะคิด ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ ลูกค้าที่สามารถชําระหนี้ได้ติดต่อกัน ๒ ป้ขึ้นไป เราจะคิด ๘.๒๕ เปอร์เซ็นต์ ลูกค้าที่สามารถชําระหนี้ตามกําหนดติดต่อกัน ๑ ป้ขึ้นไป หรือเปึนลูกค้าใหม่ เราจะคิด ๙ เปอร์เซ็นต์ ลูกค้าที่ท่านสมาชิกได้ถามที่คิดอัตราดอกเบี้ย ๙.๗๕ เปอร์เซ็นต์นั้น เปึนลูกค้าที่ผิดชําระหนี้ ไม่ใช่ลูกค้าปกติของธนาคาร ทั้งนี้โครงสร้างของอัตราดอกเบี้ย เงินกู้เดิมที่ ธ.ก.ส. ถือใช้ก่อน ป้ ๒๕๔๙ ธ.ก.ส. ได้จัดให้ลูกค้าใหม่ ซึ่งยังไม่มีประวัติ การชําระหนี้อยู่ชั้นเดียวกับลูกค้าที่ผิดชําระหนี้นั้น ต้องได้รับอัตราดอกเบี้ยสูงสุด คือ เอ็มอาร์อาร์ บวก ๓ คือ ๙.๗๕ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นตามโครงสร้างปัจจุบันดังกล่าวนั้น ธ.ก.ส. ที่กล่าวไปข้างต้นคือจัดให้ลูกค้าใหม่มีประวัติการชําระหนี้ที่ดี ๑ ป้ จึงเปึน การช่วยเหลือและจูงใจลูกค้าใหม่แล้ว ซึ่งถ้าลูกค้าสามารถจะชําระหนี้ได้ตามกําหนดอีก เพียง ๓ ป้ ลูกค้าก็จะไปอยู่ลูกค้าในชั้นที่ได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ําสุดของธนาคาร ธ.ก.ส. ซึ่งจะสอดคล้องกับข้อเท็จจริงในปัจจุบันที่ลูกค้าของ ธ.ก.ส. ส่วนใหญ่จะอยู่ในชั้นอัตรา ดอกเบี้ยที่ร้อยละ ๖.๕ และร้อยละ ๗.๕ รวมกันประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ คิดเปึนลูกค้า จํานวนประมาณ ๓.๒ ล้านครัวเรือน จากทั้งหมด ๔.๖ ล้านครัวเรือน อันนี้เปึนตัวเลข ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับ ในบัญชีป้ ๒๕๕๑ เดือนเมษายน ๒๕๕๑ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๒ นั้น ธ.ก.ส. ได้ลดดอกเบี้ยไปแล้ว ลดดอกเบี้ยเงินกู้ไปถึง ๒ ครั้ง คือครั้งที่ ๑ ลดดอกเบี้ยไป ๐.๒๕ เปอร์เซ็นต์ ทุกสัญญา มีผลตั้งแต่วันที่ ๑๖ ธันวาคม เมื่อป้ ๒๕๕๑ และครั้งที่ ๒ ก็ลดดอกเบี้ยลงไปอีก ๐.๒๕ เปอร์เซ็นต์ ทุกสัญญา มีผลบังคับ ใช้ไปแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม ๒๕๕๒ เปึนต้นไป สําหรับป้ ๒๕๕๒ คือวันที่ ๑ เมษายน ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ธ.ก.ส. ก็ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อีก ๑ ครั้ง โดยลดอีก ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ทุกสัญญาเหมือนกัน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ป้ ๒๕๕๒ เปึนต้นไป ซึ่งทําให้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของลูกค้ารายย่อยชั้นดีหรือ เอ็มอาร์อาร์ ลดเหลือ ๖.๗๕ เปอร์เซ็นต์ ต่อป้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ลูกค้าสถาบันชั้นดีและผู้ประกอบการที่เปึนนิติบุคคลชั้นดี ลดลงเหลือ ๔.๗๕ เปอร์เซ็นต์/ป้ ซึ่งเปึนดอกเบี้ย ณ ปัจจุบันของ ธ.ก.ส. ฉะนั้น ธ.ก.ส. ไม่ได้มีโครงการเงินกู้ปกติธรรมดาอย่างเดียว ธ.ก.ส. ยังมีโครงการเงินกู้ซึ่งช่วยเหลือพี่น้อง เกษตรกรและพี่น้องเกษตรกรสามารถจะมากู้ได้ครับ ยกตัวอย่างเช่น โครงการสินเชื่อ พลังงานครัวเรือนคิดอัตราดอกเบี้ย ๐ เปอร์เซ็นต์ โครงการสินเชื่อขุดบ่อกักเก็บน้ําในการ แก้ไขปัญหาภัยแล้งให้ชาวไร่อ้อยคิดเปึน ๒ เปอร์เซ็นต์ โครงการสานฝันแรงงานคืนถิ่น ซึ่งเปึนโครงการ ต้องการให้สินเชื่อกับบุตรหลาน พี่น้องเกษตรกรที่ถูกเลิกจ้าง รวมถึง ผู้จบการศึกษาใหม่ที่สามารถหางานทําได้ เนื่องจากได้ผลกระทบวิกฤติเศรษฐกิจ คิดอัตราดอกเบี้ย ๖ เปอร์เซ็นต์ และโครงการส่งเสริมผู้ปลูกปาล์มน้ํามันเพื่อใช้ในพลังงาน ทดแทน คิด ๖.๕ เปอร์เซ็นต์ สุดท้ายซึ่งมีความสําคัญมากคือกลุ่มวิสาหกิจชุมชน หรือกองทุนหมู่บ้าน คิดอัตราดอกเบี้ยตามจัดชั้นความเสี่ยงขั้นต่ํา ๔.๗๕ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นดอกเบี้ยที่ผมได้เรียนไปและมีลูกค้าที่เปึนกลุ่มลูกค้าแตกต่างกันนั้น อยากจะ เรียนให้ท่านประธาน ให้ท่านเพื่อนสมาชิกได้เข้าใจว่าเรามีลูกค้าหลายชั้น ฉะนั้นก็ต้องทํา ความเข้าใจว่าการที่จะลดอัตราดอกเบี้ยนั้นเราก็ต้องคํานึงถึงต้นทุนเราด้วยครับ ขอตอบเพียงเท่านี้ก่อนครับท่านประธานครับ