ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ หารือเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ให้แก่เกษตรกร
ขอบคุณท่านประธานสภาครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน กลุ่มที่ ๓ พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดนครพนม ก่อนอื่นขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรีประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ที่ได้สนใจความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรที่ได้มาตอบคําถามในวันนี้ เกี่ยวกับกระทู้ที่ผมจะเรียนถามไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก็คือ เกี่ยวกับเรื่องขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตรให้แก่เกษตรกร ซึ่งพี่น้องเกษตรกรที่จังหวัดนครพนม แล้วก็ในจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งเปึนกระดูกสันหลังของชาติ รวมแล้วก็ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรของ ประเทศไทย มีความเดือดร้อนไปทั่วทุกหมู่บ้าน อย่างยกตัวอย่างจะเห็นได้ชัดที่นโยบาย ของทางรัฐบาลแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ซึ่งกระทรวงการคลังนั้นได้ลงโฆษณา ในหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับต่าง ๆ ถึง ๒ หน้าเต็มด้วยเงินงบประมาณจํานวนมากนะครับ ซึ่งเปึนนโยบายที่ดีมากเกี่ยวกับเรื่องฟาสต์ แทรค (Fast Track) สินเชื่อฟาสต์ แทรคอนุมัติด่วน ซึ่งถ้าพูดไปแล้วเปึนสิ่งที่มีประโยชน์มหาศาล แต่กลับตรงกันข้ามผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากพี่น้องราษฎรหลายหมู่บ้านที่ผมไปเยี่ยมเยียนมาทุกหมู่บ้านเลย การที่ท่านออกนโยบาย อย่างนี้เปึนประโยชน์แต่ธนาคาร ธ.ก.ส. ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลไม่ได้ สาเหตุที่ปฏิบัติ ไม่ได้เปึนเพราะว่าท่านได้กําหนดคําว่า หมดเขต ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๒ แต่พี่น้องชาว จังหวัดนครพนมไปติดต่อกับธนาคาร ธ.ก.ส. แล้วเขาบอกว่าต้องรอก่อนครับ รอให้ถึง เดือนเมษายน ๒๕๕๓ อีก ๗ เดือนครับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ เพราะว่าพี่น้องเกษตรกร ทุกวันนี้ก็เดือดร้อนแสนสาหัส ต้องไปกู้ยืมเงินนอกระบบด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๒๐ บาท/เดือน แต่ทีนี้ของธนาคาร ธ.ก.ส. มีโครงการสินเชื่อเงินด่วน เอเเคช (a-Cash) เปัาหมายให้กู้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่ได้ลงโฆษณาไปจะให้กู้ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาทต่อหนึ่งคน แต่พี่น้องเกษตรกรได้ไปติดต่อสอบถามแล้วทางธนาคาร ธ.ก.ส. จะให้กู้เพียง ๒๐,๐๐๐ บาท ไม่เปึนไปตามที่กระทรวงการคลังลงโฆษณา ส่วนอัตราดอกเบี้ยก็จะคิดร้อยละ ๖.๗๕ บาท/ป้ ร้อยละ ๖ บาท ๓ สลึง แต่พี่น้องเกษตรกรไปสอบถามเพื่อความมั่นใจอีก ทางธนาคารตอบว่าให้ร้อยละ ๖.๗๕ บาท/ป้ไม่ได้ ต้องคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๙.๗๕ บาท/ป้ และต้องเปึนพี่น้องเกษตรกรที่ทํางานด้านการเกษตร ส่วนถ้าอยากได้ ดอกเบี้ยร้อยละ ๖.๗๕ บาท/ป้ ต้องเปึนเกษตรกร ลูกค้าที่มีประวัติการชําระหนี้ติดต่อกัน ๒ ป้ พูดง่าย ๆ คือ ต้องเปึนเกษตรกรที่ชําระเงินสม่ําเสมอ ๒ ป้ ติดต่อกันถึงจะได้ดอกเบี้ยร้อยละ ๖.๗๕ บาท/ป้ ตามที่ท่านลงโฆษณาไปนี้ไม่ตรงกับความเปึนจริง เพราะว่าพี่น้องเกษตรกรจะ กู้เงินได้ต้องรอเดือนเมษายน ๒๕๕๓ และดอกเบี้ยที่คิดจากพี่น้องเกษตรกรก็ร้อยละ ๙.๗๕ บาท/ป้ นี่คือเปึนปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดมาแล้วก็สร้างปัญหาให้กับ พี่น้องเกษตรกร เพราะว่าพี่น้องเกษตรกรที่ไปทําไร่ ทํานา ปลูกพืชผลทางด้านการเกษตร หาเงินมาได้เท่าไรก็ต้องมาชดใช้หนี้ให้ ธ.ก.ส. จนหมดไม่มีเงินเหลือเก็บ ไม่มีเงินที่จะไป ลงทุนต่อไป แล้วก็จะเปึนหนี้สินตลอดต่อไปเรื่อย ๆ ก่อนอื่นผมอยากตั้งข้อสังเกตธนาคาร ธ.ก.ส. ตามที่ผมได้ศึกษาค้นคว้าดู อย่างเช่น บอร์ดคณะกรรมการธนาคาร ธ.ก.ส. ซึ่งมีทั้งหมด ๑๕ ท่าน ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปึนประธานคณะกรรมการ ผมไปศึกษาอ่านดูประวัติแต่ละท่านแล้วไม่เปึนเกษตรกรสักคน ไม่เปึนนักปฏิบัติสักคน ล้วนแล้วแต่เปึนนักบริหารทางด้านการเงิน นักบริหารทางด้านธุรกิจ เปึนนักกฎหมาย ผมก็อยากจะเสนอแนะเพิ่มเติมให้กับทางกระทรวงการคลังว่าควรที่จะแต่งตั้งคนที่เปึน นักพัฒนา คนที่เก่งด้านการเกษตร เปึนเกษตรกรที่อยู่ปัจจุบัน ซึ่งจะเปึนคนที่มีจิตวิญญาณ ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรได้ แล้วก็จะทําให้งานของรัฐบาลได้ประสบความสําเร็จนะครับ ผมเองก็อยากจะตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเปึนข้อแรกว่า ตามที่ธนาคาร ธ.ก.ส. เก็บดอกเบี้ยจากพี่น้องเกษตรกรร้อยละ ๙.๗๕ บาท/ป้ จะขอลด ดอกเบี้ยจากร้อยละ ๙.๗๕ บาท/ป้ ลงเหลือเพียงร้อยละ ๓ บาท/ป้ ได้หรือไม่ เพราะว่า เงินฝากปัจจุบัน ถ้าใครไปฝากออมทรัพย์ได้ดอกเบี้ยเพียงร้อยละ ๕๐ สตางค์ ซึ่งมีผลต่างกันถึง ๙.๒๕ บาท/ป้ ซึ่งมีผลต่างสูงมาก เสร็จแล้วถ้าพี่น้องเกษตรกรจ่ายเงินช้า ผิดนัดเพียงวันเดียวก็ปรับดอกเบี้ยเพิ่มอีกร้อยละ ๓ บาท/ป้ รวมแล้วเปึน ๑๒.๗๕ บาท/ป้ ซึ่งเปึนการที่เอารัดเอาเปรียบพี่น้องเกษตรกรเปึนจํานวนมาก แล้วก็สร้างความเสียหาย กับระบบเศรษฐกิจ ซึ่งตามหลักการบริหารแล้วถ้าไปคิดดอกเบี้ยทั่วโลกถ้าดอกเบี้ยสูงขนาดนี้ไม่มีใครที่จะหา เงินมาผ่อนชําระได้ แม้จะทําธุรกิจขนาดใหญ่ถ้าดอกเบี้ยสูงขนาดนี้นะครับ ถ้าเปึนไปได้ อยากจะขอให้ทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้พิจารณาช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกร ในเมื่อรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มาก็ได้ช่วยนักธุรกิจ นักบริหาร ผู้ส่งออกหรือธนาคาร ไฟแนนซ์ (Finance) ด้วยเงินมหาศาลเปึน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังช่วยได้ แต่พี่น้องเกษตรกรซึ่งเปึนกระดูกสันหลังของชาติ มีทั้งหมดร้อยละ ๘๐ ของประชากรทั่วประเทศ อยากจะขอให้รัฐบาลได้พิจารณาในการช่วยเหลือ ก็จึงอยากจะ เรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าจะเปึนไปได้ไหมที่จะมีจิตวิญญาณมีความเมตตาช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกร ซึ่งปัจจุบันนี้แต่ละคนมีหนี้สินไปทั่ว แล้วก็ตามที่ผู้จัดการธนาคาร ธ.ก.ส. ได้มาแถลงข่าวออกมาแล้วว่า ป้นี้หนี้เสียถึง ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องปรับเปึนหนี้สูญ ซึ่งผมไม่อยากให้เกิดการเสียหายเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย จึงฝากเรียน ถามไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังครับ