พีรพันธุ์ พาลุสุข หารือเรื่องมาตรา 99 ที่ให้อำนาจตรวจสอบสืบสวนบัญญัติ ซึ่งเข้าขัดกับมาตรา 253 ของรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจตรวจสอบการเงินของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และมาตรา 275 ที่ให้อำนาจตรวจสอบฟ้องร้องการทุจริตของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ในมาตรา ๙๙ เมื่อครั้ง ที่แล้วผมได้อภิปรายโดยภาพรวมว่า หมวด ๓ การตรวจสอบสืบสวนบัญญัติขึ้นมา เกินกว่าที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ และมันจะมีปัญหาเรื่องของความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ประธานคณะกรรมาธิการท่านก็บอกว่าไม่เปึนอะไรไม่ต้องเปึนห่วง เพราะกฎหมายนี้ อย่างไรก็ต้องไปศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ผมก็ย้อนถามท่านว่าก็ถ้ารู้ว่ามันมีปัญหา ท่านยังส่งไปทําไมล่ะ เพราะสภานี้ต้องรับผิดชอบในการเสนอกฎหมาย ที่เขามีศาลไว้ เพื่อตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญนั้นเปึนกระบวนการ แต่รู้ทั้งรู้ว่ามันจะขัด ก็ยังส่งไป ท่านไม่ตอบเลยนะครับ เงียบไปเลย ก็บอกว่าพิจารณาแล้ว รอบคอบแล้วแค่นี้ ผมก็ยังเสียดายอยู่ว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ทํางานกันอย่างไร ผมอยากจะให้ความเห็น เพิ่มเติมกับท่านสมาชิกหลายท่านที่ได้อธิบายขึ้นมาแล้ว แล้วเพื่อให้มันชัดเจนว่า มันขัดจริง ๆ ท่านประธานท่านลองบอกท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ลองเป่ดดู มาตรา ๙๙ ดูอีกที แล้วไปดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๓ เขียนไว้ชัดนะครับอํานาจของ คตง. ให้ตรวจอะไร พูดง่าย ๆ ภาษาบัญชี ท่านผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินท่านรู้ดี ก็คืออันที่ ๑ ตรวจเรื่องการเงิน ฐานะการเงิน การบัญชีการเงิน อันที่ ๒ คือตรวจ ภาษาบัญชีเรียก เพอร์ฟอร์เมินซ (Performance) คือใช้เงินเปึนไปตามว่ามันคุ้มค่าหรือไม่ อะไรหรือไม่ ที่ท่านเขียนไว้ คืออันนี้แค่นั้นครับ ไม่ได้บอกที่ไหนว่าให้ท่านไปตรวจสอบเรื่องการทุจริต มีไหมครับ บอกต่อไปว่าให้ตั้งคณะกรรมการวินัยการเงิน มันก็เข้าเรื่องกฎหมาย ว่าด้วยวินัยการเงิน การคลัง ก็พูดไปชัดอย่างนั้นแล้ว ถ้าอย่างนั้นมาตรานี้มาจากไหน ก็พูดกันไว้ชัด ก็เอามาจาก ป.ป.ช. ถ้าท่านไปดู ป.ป.ช. ไปดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๕ ท่านประธานครับ ช่วยกําชับว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการลองตามผมนะครับ แล้วให้ท่านเป่ดดูมาตรา ๒๗๕ ว่าด้วย ป.ป.ช. ครับ เขียนไว้ชัดว่า ให้ ป.ป.ช. มีอํานาจ ดังต่อไปนี้ ตรวจสอบ สืบสวน สอบสวน เรื่องฟัองทุจริตชัดเจนครับ นั่นก็คือหมายความว่า เรื่องของการทุจริต รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องการให้เปึนภาระของ ป.ป.ช. ไม่ใช่ คตง. คตง. จํากัดไว้อยู่แค่นี้ ถึงแม้จะมีผู้อธิบายว่าระบบการตรวจสอบของ คตง. มันมี ๔ ระบบ จะกี่ระบบก็ตามแต่ว่าประเทศไทยในรัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างนี้ กําหนดไว้แค่นี้ ถ้าเกินกว่านี้ก็เปึนเรื่องของคนอื่น ผมทราบดีว่าท่านปรารถนาดี ตํารวจก็ช้า ป.ป.ช. ก็ช้า ข้าพเจ้าเอาบ้าง ก็เปึนความปรารถนาดีแต่เขาไม่ได้ให้อํานาจท่าน ถ้าอยากจะให้ท่านก็ไป แก้รัฐธรรมนูญสิ ท่านไปดูอีกทีนะครับ ในเรื่องมาตรา ๒๗๕ การดําเนินคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง แล้วท่านไปดูนิยามสิครับ ท่านไปดูนิยามด้วย เจ้าหน้าที่ หน่วยรับตรวจหมายถึงข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง ผู้ปฏิบัติงานในตําแหน่งอื่น และให้หมายความรวมถึงผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองด้วย ก็แปลว่าผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองจะถูกดําเนินคดีได้ แต่ว่าคนดําเนินคดีนั้นคือ ป.ป.ช. ไม่ใช่ คตง. ตรงไหน ที่เขียนบอกว่าให้ คตง. ไปดําเนินคดีของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองด้วย ไม่มีครับ ท่านประธานครับ ไม่มี แล้วผมก็อยากจะให้ทางคณะกรรมาธิการลองพูดให้มันชัด ๆ สิ มั่นใจว่าไม่ขัด แต่อย่าตอบว่ามันไม่ขัดเฉย ๆ นะครับ ช่วยให้เหตุผลด้วย อธิบายให้ฟังด้วย เพราะผมห่วงว่าถ้ามันไปอย่างนี้แล้วมันไปทําเกินกว่าหน้าที่ ผมก็ไม่อยากจะเห็น สุดท้ายไปศาล แล้วศาลเองท่านก็บอกว่ามีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญอีก ก็ย้อนกลับมาอีก ก็ยุ่งอีก เรื่องที่สําคัญมาก ๆ ก็คือว่าที่ผมห่วง ถ้าให้ท่านดําเนินคดีอาญา ทางการเมืองด้วย รวมทั้งข้าราชการและผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ผมห่วงครับ ห่วงอะไรครับ เพราะท่านเขียนไว้ถ้าอัยการไม่ฟัอง ฟัองเอง เห็นไหมล่ะครับ คดีที่ผ่านมา ผมถึงบอกว่ามีหลายคนพูดว่ามาตรานี้เหมือน ป.ป.ช. ๒ ผมบอกว่าเหมือน คตส. ด้วย ยิ่งกว่านั้นอีก แล้วอย่างไรล่ะครับ ที่ คตส. ดําเนินคดีไป เห็นไหมครับ ยกฟัอง ลงโทษบ้าง แต่ว่าที่มันเกิดปัญหาขึ้นก็คือว่าเกิดการวิวาทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กระบวนการยุติธรรม เห็นไหมครับ มันไม่น่าจะเกิดเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น แต่มันก็เกิดขึ้นก็เพราะท่านเอาอํานาจ ที่เปึนของคนอื่นมาเปึนของท่านโดยที่กฎหมายไม่ได้ให้ ท่านประธานครับ มาตรานี้ผมก็ อยากจะฟังคําชี้แจงจากคณะกรรมาธิการให้มันชัดเจนอีกทีว่าเปึนอย่างที่ผมว่าไหม และถ้ามันเปึนนะครับ ท่านอย่าฝ๋นทําต่อไปอีกเลย กลับไปปรับปรุงกันดีกว่า แล้วให้เรื่องนี้ มันเปึนไปตามที่คนอื่นเขาได้กําหนดไว้แล้วว่าใครมีหน้าที่อะไร ขอบพระคุณครับ