สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๗ ตุลาคม ๒๕๕๒

นิรมิต สุจารี หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน และแสดงความคิดเห็นในประเด็นมาตรา 99 ที่เกินอํานาจของกฎหมายรัฐธรรมนูญ

นายนิรมิต สุจารี ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งกระผม มีข้อสังเกตในมาตรา ๙๙ พอสังเขปดังนี้ครับท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชนเปึนสิ่งที่รัฐธรรมนูญต้องให้ความคุ้มครอง เพื่อที่จะให้สิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชนได้รับการคุ้มครอง ดังนั้นกฎหมาย ที่ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินนั้น เปึนกฎหมายที่จะต้อง ออกมาเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชนเช่นเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพครับ แต่เมื่อมาดูอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน แล้ว ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๓ จะเห็นว่าคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน มีอํานาจหน้าที่ในการกําหนดหลักเกณฑ์ มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน ให้คําปรึกษา แนะนํา เสนอแนะให้มีการแก้ไขข้อบกพร่องเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน และมีอํานาจแต่งตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยทางการเงิน เมื่อได้ดูแล้วมาเห็นร่างมาตรา ๙๙ ที่บอกว่าในกรณีที่ข้อกล่าวหาใดที่คณะกรรมการมีมติว่ามีความผิดทางอาญา ให้ประธาน คณะกรรมการส่งสํานวนการสอบหรือสืบสวนและเอกสารหลักฐานพร้อมทั้งความเห็น ไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดําเนินคดีอาญาในศาล และขณะเดียวกันนั้นกระบวนการที่ ดําเนินการนั้นอํานาจที่ปรากฏอยู่ที่คณะกรรมการซึ่งเกินกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญกําหนด กฎหมายรัฐธรรมนูญกําหนดให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินมีอํานาจ ๔-๕ ประการ แค่นั้นเอง ไม่มีอํานาจใดเลยที่จะบอกว่าให้มีอํานาจในการที่จะสืบสวน แล้วก็สั่งฟัองคดี ต่อศาล อันนี้เปึนการร่างกฎหมายเกินกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญกําหนด จะเห็นได้ชัดเจน นะครับว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ถ้าออกมาแล้วจะทําให้การสอบสวน ของคณะกรรมการแทนเจ้าหน้าที่ตํารวจไปในตัวเลย และขณะเดียวกันการดําเนิน คดีอาญาแทนที่จะเริ่มที่พนักงานสอบสวนทางตํารวจแล้วก็ไปที่อัยการ อัยการมีความเห็น สั่งฟัองต่อศาล แต่นี่ท่านมาเล่นเองหมดเลย เปึนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ถ้าผ่าน ออกไปแล้วจะทําให้เกิดระบบศาลเตี้ยขึ้นมา เพราะว่าในการควบคุมการตรวจสอบ การใช้ อํานาจตรงนี้ไม่มีเลย เปึนอํานาจคนเดียวสืบสวน สอบสวน แล้วก็สั่งคดีอยู่ในตัวเอง ไม่มี ที่ไหนในโลกที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเขาเอาอํานาจมาอยู่คนเดียว การกระจายอํานาจเพื่อที่อยากจะให้มีการตรวจสอบกันระหว่างผู้ที่ใช้อํานาจแล้วก็ต้อง มีคนที่ถูกใช้อํานาจแล้วก็มีการควบคุมตรวจสอบ ตรงนี้เบ็ดเสร็จอยู่ที่ตัวคนเดียว แล้วนอกจากนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ถ้าออกไปแล้วจะทําลายระบบ ก.พ. ระบบ ก.ต.ร. ระบบกฎหมายระเบียบขององค์กรต่าง ๆ ไปหมดเลย ตํารวจมีอํานาจในการสืบสวน สอบสวน แต่วันนี้ท่านเอาอํานาจของตํารวจไปหมด อัยการมีอํานาจในการที่จะสั่งคดี แต่วันนี้ท่านเอาอํานาจไปหมดเลย แล้วสิทธิเสรีภาพของประชาชนจะถูกคุ้มครองได้ อย่างไรเปึนการละเมิดสิทธิโดยชัดแจ้ง ลักษณะอย่างนี้ผมไม่เห็นด้วยนะครับว่าจะเปึน ร่างพระราชบัญญัติที่ออกไปแล้วจะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชน ผมเห็นด้วยการควบคุมการตรวจสอบ หน่วยงานของท่านมีหน้าที่ในการที่จะกําหนด หลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจสอบเงินแผ่นดิน เห็นด้วยครับ ให้คําปรึกษา นี่เห็นด้วย ให้คําแนะนํา เห็นด้วย เสนอแนะให้มีการแก้ไขข้อบกพร่อง ผมเห็นด้วยครับ แต่ผมไม่เห็นด้วยที่จะบอกว่าพอมีความผิดแล้วคุณสามารถที่จะสั่งคดีได้ พอไปถึงอัยการ อัยการไม่เห็นด้วย ไม่เปึนไรตั้งกรรมการเข้ามาร่วมกัน พอร่วมกันแล้วไม่เห็นด้วย ยังมีอํานาจอีก ผมคิดว่าจุดนี่ละครับ จุดอันตราย สิทธิเสรีภาพของประชาชนจะให้ ความมั่นใจได้อย่างไร หน่วยงานของท่านจะให้ความคุ้มครองตรงนี้ได้อย่าง เพราะฉะนั้น ผมไม่เห็นด้วยในการที่จะร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ผ่านไป ถ้าเปึนไปได้ผมอยากจะ กราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการนะครับ ให้ถอนร่างฉบับนี้ออกไปเสีย เพื่อที่จะทํามาใหม่ให้อยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ ที่กําหนดไว้ วันนี้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เกินกว่าอํานาจของกฎหมายรัฐธรรมนูญ บัญญัติไว้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญต้องสอดคล้องอยู่ภายใต้ ของหลักรัฐธรรมนูญ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้แสดง ความคิดเห็นในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอกราบขอบพระคุณมากครับ