วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล หารือเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินในการกำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานและการเสนอแนะแก้ไขข้อบกพร่อง และตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของกฎหมายที่จะทำให้กรมสอบสวนกลางมีอำนาจในการตรวจสอบทางการเงินและการคลัง และเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากมีความขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ
ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาต ท่านประธานเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดินเปึนเรื่องที่สําคัญ ตรวจเงินแผ่นดินเกี่ยวข้องกับผู้คนแทบจะทุกหน่วยงาน ด้วยกฎหมายนี้เปึนกฎหมาย ที่สําคัญ ผมอยากเรียนช้า ๆ ว่ามาตรา ๙๙ เปึนอย่างไร เพื่อให้ท่านผู้ชมทางบ้าน แล้วอีกหลาย ๆ ท่านที่ไม่ได้ติดตามได้รับฟังอย่างช้า ๆ ชัด ๆ แล้วเดี๋ยวจะเห็นว่า ปมปัญหามันอยู่ตรงไหน มาตรา ๙๙ ในกรณีที่ข้อกล่าวหาใดที่คณะกรรมการมีมติว่า มีความผิดอาญา ให้ประธานคณะกรรมการส่งสํานวนการตรวจสอบ สืบสวน และเอกสาร พร้อมทั้งความเห็นไปยังท่านอัยการสูงสุดเพื่อดําเนินคดีอาญาในศาล ทําไมผมถึง พูดตรงนี้ ผมต้องขออนุญาตนําเรียนก่อนว่าในมาตรานี้เปึนการพูดถึงคดีอาญา แต่ว่า จริง ๆ แล้วไปดูในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๓ เขาบอกว่าคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน มีอํานาจหน้าที่กําหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน อันนี้อันที่ ๑ นะครับ กําหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน
อันที่ ๒ ให้คําปรึกษา แนะนํา และเสนอแนะให้มีการแก้ไขข้อบกพร่อง เกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน ให้คําปรึกษา แนะนํา และเสนอแนะ ก็ท่านเปึนคนกําหนด หลักเกณฑ์ เมื่อผิดไปจากหลักเกณฑ์ปุ็บท่านก็เลยเสนอแนะให้มีการแก้ไข ปรับปรุงและ ข้อบกพร่องเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน
อันที่ ๓ ให้มีอํานาจแต่งตั้งคณะกรรมการวินัยทางการเงินและการคลัง ที่เปึนอิสระเพื่อทําหน้าที่วินิจฉัยการดําเนินการที่เกี่ยวกับวินัยทางการเงิน การคลัง และการงบประมาณ ท่านต้องไปดูในมาตรา ๔ วินัยทางการเงิน การคลัง และการงบประมาณแปลว่าอะไร วินัยทางการเงิน การคลัง และการงบประมาณ หมายความว่า มาตรการในการควบคุมการเงินของรัฐ ซึ่งเปึนข้อกําหนดเกี่ยวกับ การบริหารการเงินและการคลังที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินกําหนด ท่านดูชัด ๆ นะครับ เปึนข้อกําหนดเกี่ยวกับการบริหารการเงิน การคลัง ถามว่าเขาทุจริตไหม ไม่หรอกครับ การงบประมาณไม่ใช่เพียงแต่ว่าหน่วยงานของรัฐ ไม่ใช่แต่ว่ากระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ไม่เพียงแต่ว่าท้องถิ่นต่าง ๆ แม้แต่ในสภาแห่งนี้ผมก็ต้องเรียนว่า ข้อกําหนดทางการเงินที่ท่านตั้งไว้มีแน่นอน เพราะผมเชื่อว่าป้ ๆ หนึ่งหน่วยงาน รับตรวจของท่านที่ท่านไปตรวจมาที่เขาทําผิดข้อกําหนดของท่านมีเยอะแยะไปหมด มีเต็มไปหมดเลย แล้วท่านจะเอาสิ่งเหล่านั้นมากําหนดเปึนความผิดได้อย่างไร ผมอยากเรียนนะครับ อํานาจเขามีให้ท่านเพียงแค่นี้ แล้ววันนี้ท่านกําลังจะเอาอํานาจในหมวด ๓ เปึนอํานาจ ที่บอกว่า อํานาจที่เกี่ยวกับการตรวจสอบ สืบสวน ท่านกําลังจะเข้าไปเอาอํานาจของ ป.ป.ช. ท่านกําลังเอาอํานาจของ ป.ป.ช. นะครับ ท่านไปดู อํานาจของ ป.ป.ช. เขาเขียนไว้ชัดเจนเลย ในมาตรา ๒๕๐ ของรัฐธรรมนูญ เขาบอกว่าคณะกรรมการปัองกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีอํานาจหน้าที่อะไร เขาเขียนไว้ชัดเจน ๑. ไต่สวน ข้อเท็จจริงและสรุปสํานวนพร้อมทั้งทําความเห็นเกี่ยวกับการถอดถอนออกจากตําแหน่ง อันที่ ๒ ไต่สวนข้อเท็จจริง สรุปความเห็นเกี่ยวกับการดําเนินคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง ๓. ไต่สวนและวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงหรือ ข้าราชการซึ่งดํารงตําแหน่งตั้งแต่ผู้อํานวยการกองหรือเทียบเท่าขึ้นไปร่ํารวยผิดปกติ นี่ ป.ป.ช. มีเท่านี้เอง แต่ของท่านนี้ไม่ใช่ ท่านจะเอาอํานาจ ป.ป.ช. แล้วลงลึกไปถึง เจ้าพนักงานทุกระดับ ผมว่ามันหนักเกินไป แล้วเมื่อท่านฟังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายนี้ แม้แต่ท่านอรรถวิชช์พูดนี้ ใช่เลย ท่านตรวจทุกหน่วยงาน ท่านตรวจหมดนี้ แน่นอนครับ ท่านเจอแน่นอนเลยว่าเขามีความผิด เขาทําเพราะบกพร่องทางการเงินนี้ เขาผิดแน่นอน แต่วันนี้ผมต้องกราบเรียนท่านว่าวันนี้ในเมื่อรัฐธรรมนูญมิได้ให้อํานาจ ท่านจะเอาอํานาจเหล่านี้ไปนี้ไม่ได้ วันนี้เขาแบ่งแยกอํานาจกันครับ ป.ป.ช. มีอํานาจ แบบหนึ่ง ท่านมีอํานาจแบบหนึ่ง วันนี้ท่านฟังสมาชิกในสภานี้อภิปรายสิครับ เขากําลัง บอกว่าวันนี้ท่านกําลังจะรวมอํานาจของ ป.ป.ช. ไปไว้ ของศาลไปไว้ ของตํารวจไปไว้ ของอัยการไปไว้ เอาไว้ที่ท่านหมดเลย แล้วการแบ่งแยกอํานาจจะทําได้อย่างไรครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกแห่งสภาแห่งนี้นะครับ กฎหมาย ฉบับนี้ทําไม่ได้ ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญแน่นอน ถ้าปล่อยผ่านไปบ้านเมืองวุ่นวายแน่ แล้วแน่นอนครับ ถ้าหากว่ามีการลงมติผ่านไปนี้ ต้องมีการยื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญ อีกก็จะวุ่นวายไปหลายเรื่อง ถ้าถึงเวลานั้นท่านสมาชิกในสภาแห่งนี้ลงมติผิด จงใจ ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เขาไม่ให้อํานาจ ไปให้อํานาจเขา มีคนยื่นถอดถอน วุ่นวายต่อสมาชิกแห่งสภาแห่งนี้วุ่นวายเลย สิ่งเหล่านี้ครับผมไม่อยากให้เกิดในสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นในเมื่อกฎหมายนี้เขียนไว้ชัดแล้วนะครับว่ามันขัดต่อรัฐธรรมนูญ ผมอยากให้ ท่านได้เอาออกไปทั้งหมด ทั้งส่วนที่ ๓ เลยนี้ผมเห็นว่าควรต้องเอาออกทั้งหมด ตั้งแต่ มาตรา ๘๖ ถึงมาตรา ๑๐๐ ไม่ควรจะมีไว้ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านกรรมาธิการ และสมาชิกแห่งสภาแห่งนี้ว่ากฎหมายฉบับนี้ทํามาไม่สมบูรณ์ ทํามาไปล่วงอํานาจ ของหน่วยงานอื่น ๆ เต็มไปหมด เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตนะครับ ขอความกรุณา ถอนออกไป ไปปรับปรุงใหม่ ให้ สตง. มีอํานาจเท่าที่รัฐธรรมนูญให้อํานาจพอ อํานาจไหน เปึนของ ป.ป.ช. ให้ ป.ป.ช. ไป อํานาจตรวจเงินแผ่นดิน ก็ตรวจเงินแผ่นดิน ให้คําปรึกษา แนะนํา ชี้แจงข้อบกพร่อง ท่านเอาเท่านั้นละครับ และผมยังคิดว่าทาง สตง. จะเปึน หน่วยงานที่ดีมากเลย คือเปึนพี่เลี้ยงต่อข้าราชการ ให้คําแก้ไข คําแนะนํา คําอะไร ท่านร่างกฎหมายอย่างนี้มานะครับ ท่านไปดูคําวิจารณ์นะครับ ไปดูคําวิจารณ์ทุกคน ที่เกิดมานี้ เขากลัวไปหมดเลย และสิ่งนั้นผมคิดว่าไม่ดีต่อหน่วยงานของท่านนะครับ ก็ขออนุญาตท่านประธานนะครับ ฝากไปถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการและฝาก ท่านสมาชิกแห่งสภาแห่งนี้ด้วยว่าขอความกรุณาพิจารณากฎหมายฉบับนี้ให้ชัดแจ้ง อย่าเพิ่งปล่อยไปง่าย ๆ ขอบคุณครับท่านประธานครับ