อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ พูดเรื่องการแก้ไขกฎหมาย โดยเฉพาะมาตรา 99 ซึ่งเข้าใจว่ามาตรานี้ลอกมาจากมาตรา 97 ของพระราชบัญญัติ ป.ป.ช. และมีผลกระทบต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธาน แล้วก็ขอความกรุณาจากท่านประธาน ผมทราบดีท่านประธานครับว่าตอนนี้เรากําลัง พิจารณากฎหมายในวาระสองซึ่งจําเปึนจะต้องพิจารณาเรียงตามมาตราและจะ พิจารณาได้ต่อเมื่อคณะกรรมาธิการไม่ได้มีการแก้ไข ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ ผมทราบดี แต่ท่านประธานก็ทราบเช่นเดียวกับผมว่าพวกเราเปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ภารกิจของเราเยอะมากเรามีเรื่องที่จะต้องลงไปพบปะกับพี่น้อง ประชาชน เราต้องรับฟังปัญหา เราต้องเข้าร่วมประชุมไม่ว่าสภา กรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ หรือว่าพรรค เพราะฉะนั้นเวลาของเราจะน้อยมาก สิ่งที่ผมจะสามารถ อภิปรายได้หรือท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลายจะอภิปรายได้กว้างขวาง ก็คือในวาระหนึ่ง ในขั้นตอนการรับหลักการและเหตุผล ท่านประธานครับโดยปกติเราก็จะกระทําเช่นนั้น แต่สําหรับกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเปึนกฎหมายที่มีมาตรา เปึนกฎหมายทั้งฉบับไม่ได้เปึนการ แก้ไขเข้ามาบางส่วน เพราะฉะนั้นมีมาตราที่เราจะต้องพิจารณากันอย่างมากมาย ซึ่งผมยอมรับว่าจากที่ผมพูดไปแล้ว และเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คน มีภารกิจมากมาย เราไม่สามารถที่จะอ่าน แล้วก็พิจารณาได้อย่างละเอียดรอบคอบในวาระหนึ่ง จึงต้องมี การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่งนั่งอยู่บนนั้นเพื่อไปพิจารณาแทนพวกเรา แล้วก็เอา เข้ามาในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ เราก็หวังว่ากฎหมายที่จะพิจารณากันมันจะมี เนื้อหาสาระที่เปึนธรรมกับผู้ที่จะถูกบังคับใช้โดยกฎหมายฉบับนี้ หลังจากที่มีการเข้าไป พิจารณากันในกรรมาธิการวิสามัญซึ่งมีระยะเวลาที่จะได้ไตร่ตรองมากยิ่งขึ้น ปรากฏว่า มีเสียงท้วงติงจากทั้งเพื่อนสื่อมวลชน ทั้งผู้ที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงจากการใช้กฎหมาย ฉบับนี้ และจากคนที่มีความสนใจติดตามแล้วก็คอยตรวจสอบการทํางานของกรรมาธิการ มาถึงในวาระสองนี้จึงรู้ว่ามีสิ่งที่ควรจะต้องแก้ไข มีสิ่งที่ควรจะต้องปรับปรุงเพื่อความ เปึนธรรมอีกมากมาย ท่านประธานครับหลายมาตราที่ผ่านมานี้ ได้มีการอภิปรายกัน มีการทักท้วงกัน แต่แน่นอนในเมื่อเสียงส่วนใหญ่ยังยืนยันที่จะตามกรรมาธิการ หรือมี การเปลี่ยนแปลงแก้ไขน้อยมาก มันก็จําเปึนจะต้องเปึนไปตามนั้นในระบอบประชาธิปไตย ที่ผมพูดมาแบบนี้ก็เพราะเหตุว่าในวาระสอง มันอาจจะไม่สามารถที่จะแก้ไข เพื่อให้ เกิดความเปึนธรรม ให้เกิดความยุติธรรมต่อผู้ที่จะถูกบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ ได้อย่างแน่นอนนัก เพื่อให้เกิดความเปึนธรรม ให้เกิดความยุติธรรมต่อผู้ที่จะถูกบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ ได้อย่างแน่นอนนัก แต่สภาแห่งนี้ยังมีวาระสุดท้ายที่จะต้องผ่านกฎหมายฉบับนี้ สิ่งที่เพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะทางฝ์ายผมนี่นะครับ ฝ์ายพรรคฝ์ายค้านกําลังกระทํา ในตอนนี้ก็เพื่อที่จะทักท้วงติติงแล้วให้สติเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านที่ยังไม่ได้พิจารณา หรือได้รับฟังอย่างละเอียดรอบคอบนัก เพื่อจะไตร่ตรองอีกครั้งหนึ่งว่าเราจะผ่านกฎหมาย ฉบับนี้หรือไม่ผ่านกฎหมายฉบับนี้ มิใช่มีความประสงค์อย่างเดียวว่าจะต้องเอาชนะ ในรายมาตราในวาระสองนี้ เพราะฉะนั้นจึงขอความกรุณาท่านประธานได้โปรดกรุณา อะลุ้มอล่วยให้กับผู้ที่จะขึ้นอภิปรายกฎหมายฉบับนี้ด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ เพื่อความเปึนธรรม เพื่อความยุติธรรมของผู้ที่จะได้รับผลกระทบจากกฎหมายฉบับนี้ครับ ท่านประธาน ของผมที่ผมรอมาที่จะอภิปรายในมาตรานี้ก็เพราะเหตุว่ามาตรานี้ มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข แต่ความตั้งใจและวัตถุประสงค์ของผมก็คือว่า ผมอยากจะให้มี การพิจารณาในส่วนที่ ๓ ตั้งแต่มาตรา ๘๖ ถึงมาตรา ๑๐๐ อีกสักครั้งหนึ่งก่อนที่ มันจะออกไปเปึนกฎหมายบังคับใช้ แต่ผมต้องมาพูดตอนนี้อย่างที่ผมเรียนแล้ว เพราะว่า เปึนโอกาสเดียวที่ผมจะขึ้นมาพูด และก็มาขอความกรุณาท่านประธานได้ เพราะฉะนั้น ขอท่านประธานได้โปรดกรุณาอะลุ้มอล่วยให้ด้วย เพราะข้อความบางตอนมันสําคัญ และมันอาจจะพาดพิงไปถึงมาตราอื่น ๆ ท่านประธานครับ ผมได้ยินท่านกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยได้พูดออกมา และผมก็จํามาจนบัดนี้ว่ามาตรา ๙๙ นี้เหมือนกับไปลอก เอามาจากมาตรา ๙๗ ของพระราชบัญญัติ ป.ป.ช. ท่านประธานครับ ที่จริงผมอ่าน หลักการและเหตุผลของกฎหมายแล้ว ผมก็ค่อนข้างจะมั่นใจว่าทางผู้เสนอร่างฉบับนี้ เข้ามาให้เราพิจารณาตั้งแต่วาระหนึ่งนั้นค่อนข้างจะเสนอกฎหมายที่ขัดกับเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญในเรื่องเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน พอได้ยินบอกว่าไปลอกเอา มาตรา ๙๙ มาจากมาตรา ๙๗ ของกฎหมาย ป.ป.ช. แล้ว ผมยิ่งมั่นใจใหญ่เลย เพราะเท่ากับมันไปซ้ําซ้อนกับอํานาจของ ป.ป.ช. เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีกรรมาธิการ เสียงส่วนมากชี้แจงว่า ผมเอาคร่าว ๆ แล้วกันนิดเดียว บอกว่าเนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้ เขียนห้ามไว้ก็เลยสามารถร่างเข้ามาได้ รัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนไว้ เพราะเราท้วงติงกันไปว่า ถ้าเกิดว่าเขาจะให้อํานาจแบบนี้ ก็ควรจะเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่อง ป.ป.ช. แต่ผลปรากฏว่าท่านกรรมาธิการตอบมา เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมก็รับฟังไว้ ผมก็เลยขออนุญาตแย้งไปว่า ถ้าหากว่าเราไม่คํานึงถึง เจตนารมณ์ เราไม่คํานึงถึงวัตถุประสงค์ของชื่อกฎหมาย และการร่างกฎหมายฉบับนี้ ขึ้นมาแล้วท่านประธาน ถ้าเกิดกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนบังคับไว้ ท่านก็สามารถ ที่จะไปเขียนกฎหมายให้อํานาจท่านได้ทุกอย่าง ท่านอาจจะไปเขียนบอกว่ามีอํานาจ ในการจัดการเลือกตั้งด้วยก็ได้ มีคนแย้งกับผมแบบนี้ ผมก็เลยมาพูดให้ฟัง แบบนั้นใช่ไหม ครับท่านประธาน มันไม่ใช่ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมได้ฟังการพิจารณา พิจารณาคดีเกี่ยวกับ เรื่องหวยบนดินของศาลฎีกา ศาลฎีกาย้ําอยู่หลายครั้งหลายคราเกี่ยวกับเรื่องเจตนารมณ์ ของกฎหมาย เจตนารมณ์ของข้อความในแต่ละมาตรานั้น ๆ และก็นํามาพิพากษาคดี เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ ถ้าเกิดพิจารณาถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายแล้ว ผมว่าส่วนที่ ๓ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ตั้งแต่มาตรา ๘๖ มาจนถึงมาตรานี้ มีหลายข้อความ มีหลายตอนที่ขัดกับหลักการและเหตุผลในการร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา ซึ่งหลักการและเหตุผลของกฎหมายฉบับนี้อ่านดูแล้วก็คือนํามาจากกฎหมายรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ย้อนกลับไปดูมาตรา ๒๕๓ นะครับท่านประธาน บัญญัติ ให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินมีอํานาจหน้าที่ กําหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับ การตรวจเงินแผ่นดิน ให้คําปรึกษา แนะนํา และเสนอแนะให้มีการแก้ไขข้อบกพร่อง เกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน และมีอํานาจแต่งตั้งคณะกรรมการวินัยทางการเงิน และการคลังที่เปึนอิสระเพื่อทําหน้าที่วินิจฉัยการดําเนินการที่เกี่ยวกับวินัยทางการเงิน การคลังและการงบประมาณและให้กรณีที่พิพาทเกี่ยวกับคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ วินัยการเงินและการคลังในเรื่องดังกล่าว เปึนคดีที่อยู่ในอํานาจของศาลปกครอง ท่านประธานครับ แค่ตัวอย่างตรงนี้ก็เห็นง่าย ๆ แล้วให้เปึนคดีที่อยู่ในอํานาจ ของศาลปกครอง แต่ผลปรากฏว่าท่านมาร่างให้ตัวท่านเองมีอํานาจสอบสวน มีอํานาจ ในการฟัองร้องคดีอาญาและยังสามารถที่จะสั่งให้ศาลรับฟัองของท่านไปอีกด้วย ผมพิจารณาดูแล้วมันก้าวก่ายเข้าไปหลายองค์กรเหลือเกิน ก้าวก่ายอํานาจหน้าที่ ของ ป.ป.ช. ก้าวก่ายอํานาจหน้าที่ของ ปปง. ด้วย เพราะที่จริงท่านไม่จําเปึนที่จะต้อง ไปสอบสวนแล้วก็ดําเนินการเอง เมื่อท่านไปตรวจเงิน ไปตรวจการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน ไปตรวจการลงบัญชี เหมือนกับว่าท่านเปึนผู้ตรวจสอบบัญชี เปึนผู้ตรวจสอบบัญชี บริษัทของรัฐ ถ้าเกิดท่านตรวจเจอแล้วไม่จําเปึนที่ท่านจะต้องไปดําเนินการเองเลย ที่จะไปสอบสวนแล้วก็ไปฟัองร้องเองในเมื่อมีหน่วยงานอื่นที่เขาทําหน้าที่นี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องการซ้ําซ้อนเลยว่ามันจะซ้ําซ้อนกับหน่วยงานอื่นหรือไม่ ไปออกกฎหมายเพื่อไปดึงอํานาจของหน่วยงานอื่นมาให้กับตัวเองหรือไม่ อันนี้เปึนสิ่งที่ ชัดเจนอยู่แล้วท่านประธานครับ ที่สําคัญหน่วยงานที่ท่านไปดึงอํานาจมา ที่ทาง สตง. กําลังไปดึงอํานาจเขามานั้นท่านประธานครับ เขามีอํานาจจํากัด จํากัดกว่าอํานาจที่ทาง สตง. กําลังขอจากสภานี้ ป.ป.ช. ไม่มีอํานาจที่จะไปบอกศาลบอกว่าต้องรับฟัองนะ ถ้าเกิดอัยการไม่ฟัอง เขาฟัองเอง ศาลต้องรับฟัองสถานเดียว ป.ป.ช. ก็ไม่มีอํานาจนี้ แต่ สตง. กําลังขออํานาจเพื่อไปทําอํานาจแบบนี้ สิ่งที่ผมเห็นในระยะที่ผ่านมาใกล้ ๆ นี้ ผมเห็นมีกรณีเดียว อํานาจแบบนี้ มันคล้ายคลึง คล้าย ๆ กับไปเลียนแบบของ คตส. ของคณะกรรมการ คตส. มา คตส. แต่งตั้งมาจากอะไรท่านประธานทราบอยู่แล้ว มันไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แต่งตั้ง มันเปึนอํานาจที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยครับ เพราะฉะนั้น อํานาจตัวนี้ไม่ควรจะให้มันมาเกิดในเวลาที่เราปกครองกันในระบอบประชาธิปไตย ที่มากมายกว่าแต่เดิม ท่านประธานครับ ผมพูดมานี้ผมไม่ได้ต้องการที่จะปกปัอง ผลประโยชน์ส่วนตัวเอง เพราะกฎหมายฉบับนี้จะมาเกี่ยวข้องหรือจะมาบังคับใช้กับผมนี้ มันน้อยมาก แต่ที่มันจะไปมีผลกระทบอย่างมากนี้ คือเพื่อนข้าราชการ พี่น้องข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจ ซึ่งเขาอาจจะมีการประพฤติ เขาอาจจะมีการกระทํา ที่มันอาจจะผิดไปโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ได้ แต่สิ่งที่มันจะเกิดกับเขาอันนี้ มันรุนแรงไป ตามระเบียบข้าราชการพลเรือนนี้ แค่มีการบอกว่าจะผิดวินัยนะ เขายังต้องตั้งคณะกรรมการ ตั้งคณะกรรมการแล้วก็ยังสามารถที่ให้มีการอุทธรณ์ได้ อะไรได้อีก คณะกรรมการนั้นก็ไม่ได้ตัดสินลงโทษ ให้คนอื่นไปตัดสินลงโทษอีก แต่กฎหมายที่เรากําลังพิจารณากันอยู่นี้และถ้าเกิดผ่านไปในวันนี้มันเปึนอํานาจที่เหมือน อํานาจเบ็ดเสร็จท่านประธาน อํานาจเบ็ดเสร็จบางคนเขาก็บอกว่าอํานาจเผด็จการ แอบโซลูทพาวเวอร์ (Absolute Power) ก็คืออํานาจเบ็ดเสร็จ ท่านประธานผมเข้าใจ ในเจตนาดีของทางคณะกรรมาธิการ ผมเข้าใจดีในเจตนาที่ดีของคณะกรรมาธิการ ที่มาจาก สตง. บางคน เพราะท่านได้พูดออกมาแล้วว่า มันมีคดีมากมายเหลือเกินที่ได้ไป เจอแล้ว แล้วก็ส่งไปให้แล้ว ผลปรากฏว่าไม่สามารถที่จะดําเนินการได้รวดเร็ว มีค้าง อีกเยอะ ถ้าเกิดเรามองย้อนกลับไปท่านประธาน ที่มีเจตนาดี ที่มีเจตนาดีก็เพราะว่า บ้านเรามีการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) เยอะแยะ บ้านเราไม่สามารถจะพิจารณา ได้รวดเร็ว เพราะฉะนั้นถ้าเกิดมีอํานาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แล้วสามารถใช้อํานาจได้ โดยรีบด่วน ก็สามารถจะพาประเทศชาติให้ไปได้อย่างรวดเร็ว ให้การทุจริตคอร์รัปชัน หมดไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนก็ขึ้นมาด้วยความหวังดี แต่ผลปรากฏว่าคนที่มีอํานาจ มากมายเช่นนั้น ขนาดเคยยึดทรัพย์เขา พอหลังตัวเองก็มายึดทรัพย์ ผมไม่ได้หมายความว่า ทางคณะกรรมการ หรือ สตง. ที่กําลังเสนอกฎหมายมานี้จะเปึนเช่นนั้น แต่ว่าเราต้องระวัง เกี่ยวกับอํานาจที่มากเกินไป อํานาจที่ไม่มีสมดุลของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง การที่เรา จะให้อํานาจกับ สตง. ให้อํานาจไปนั้นก็เช่นเดียวกับหน่วยงานอื่น เราควรจะให้อํานาจ โดยมีการถ่วงดุล เราอยู่ ๑ ใน ๓ อํานาจที่มีการถ่วงดุลกันโดยรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น หน่วยงานหรือกฎหมายที่ไปจากรัฐธรรมนูญก็ควรจะมีอํานาจที่ถูกถ่วงดุลเช่นเดียวกัน ดังนั้นอํานาจที่ผมเห็นและกําลังพิจารณาอยู่นี้เปึนอํานาจที่มันไม่ถ่วงดุลที่เท่าเทียมกัน มันทําให้เกิดการเสียดุลของอํานาจและมันจะทําให้เกิดความไม่ยุติธรรม หรือความไม่เปึนธรรม ต่อผู้ที่ถูกกฎหมายนี้บังคับใช้ ถ้าหากว่าทางผู้ที่ไปใช้อํานาจ ไปใช้ข้อบังคับนี้ไปโดย ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ท่านประธานครับทางกรรมาธิการอาจจะบอกว่ามันอาจจะไม่มี หรืออาจจะน้อย แต่ถ้าเกิดมันมี ถ้าหากมันมี และที่จริงมันก็มีอยู่แล้ว อย่างเช่น กรณี ของเจ้าหน้าที่ตรวจเงินแผ่นดินที่จังหวัดนครปฐม เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็มีอยู่แล้ว มีแค่คน หรือสองคนมันจะเกิดผลกระทบอย่างมหาศาล โดยเฉพาะถ้าหากว่าคนที่โดนกระทํา อย่างไม่ยุติธรรมจากการใช้อํานาจที่ไม่ถูกต้องนั้น มันกลายเปึนพี่น้องเราหรือญาติโยมเรา ท่านประธานครับ สิ่งที่ดีที่สุดที่จะให้เกิดความเปึนธรรม นั่นก็คือว่ามีการถ่วงดุล อํานาจ ที่มันเกินเลยจากเจตนารมณ์ของกฎหมาย ตามที่รัฐธรรมนูญให้ไว้ มันควรจะเปึนไปตาม กฎหมายนั้น ๆ มันไม่ควรจะเอามารวมในกฎหมายนี้ เพราะฉะนั้นผมขอความกรุณา ท่านประธานคณะกรรมาธิการผ่านไปทางท่านประธาน ท่านกรุณานําออกไปพิจารณา ใหม่อีกสักครั้งเถอะท่านประธาน ผมจําชื่อได้ ท่านวิลาศ ผมติดตามท่านมานานแล้ว ท่านเปึนนักประชาธิปไตย แต่ผมพูดมาแค่นี้ ผมไม่ใช่นักพูดที่เก่งกาจอะไรนักหนา แต่ผมเข้าใจว่าท่านเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องความเปึนประชาธิปไตย การถ่วงดุลอํานาจ ท่านประธานครับ ที่จริงผมมีเรื่องอยากพูดอีกเยอะ แต่ยังมีอีกหลายคนที่จะพูด ดังนั้น ผมขออนุญาตใช้เวลาเพียงแค่นี้ เพื่อให้คนอื่นมีเวลาพูดมากกว่านี้ครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ