สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑ ตุลาคม ๒๕๕๒

ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ทำนาเกลือ โดยเสนอแนะมาตรการช่วยเหลือ เช่น ยกเลิกอัตราภาษีเกลือ ลดอัตราอากรภาษี และหาตลาดหรือตั้งกองทุนเพื่อลดภาษีนำเข้าสินค้าต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเสนอแนะการปฏิรูปกรมศุลกากรให้เปลี่ยนความคิดและแนวทางการทำงานจากการจัดเก็บภาษีเพียงอย่างเดียวมาเป็นผู้อำนวยความสะดวกทางการค้าและให้บริการผู้นำเข้าและส่งออก

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามเรื่องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเกลือทะเล ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คุณอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี ในการกล่าวนําของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นผมเข้าใจดีถึงปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพราะในฐานะที่ท่านเปึน ส.ส. ในพื้นที่ในชายฝัืง ทะเลนั้นท่านก็ออกพื้นที่และพบปะพี่น้องประชาชนบ่อย ๆ แล้วก็ได้รับเสียงบ่น ความเดือดร้อนนั้นเหมือนกับทุกพื้นที่ อยากเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก ให้เข้าใจนะครับว่าในฐานะที่กระทรวงการคลัง โดยเฉพาะกรมศุลกากรที่เปึนผู้จัดเก็บ ภาษีนําเข้าหรือเปึนผู้ดําเนินการในเรื่องของมาตรการภาษี เราเปึนผู้ปฎิบัติโดยที่ถ้ามีการ เจรจาเรื่องของกรอบการค้าต่าง ๆ นั้นกรมการค้าต่างประเทศซึ่งสังกัดกระทรวงพาณิชย์ จะเปึนผู้เจรจา เมื่อเจรจาเรียบร้อยแล้วก็กําหนดกําแพงภาษีหรือกําหนดภาษีมาให้ กรมศุลกากรเปึนผู้ปฏิบัติฉะนั้นเราจะปฏิบัติตามการเจรจาของกระทรวงอื่น แต่วันนี้เมื่อมี การตั้งกระทู้ถามขึ้นมาก็มีความจําเปึนที่จะทําความเข้าใจกับท่านสมาชิกและผู้ที่ เดือดร้อนที่ชมการถ่ายทอดสดอยู่นะครับ ผมขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกในเรื่องของกําหนดอัตราพิกัดกรมศุลกากรให้เข้าใจก่อนว่ากรมศุลกากร ได้มีกําหนดอัตราพิกัดกรมศุลกากร เมื่อป้ ๒๕๓๐ กําหนดอัตราสินค้าเกลือไว้ที่ร้อยละ ๑๕ แต่ต่อมากระทรวงการคลังได้มีประกาศลดยกเว้นอัตรากรมศุลกากรในป้ ๒๕๓๐ เช่นเดียวกันในสินค้าทุกประเภท และเกลือนั้นได้ถูกลดอัตราลงเหลือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ลดอัตรากําหนดเหลือร้อยละ ๑๐ หากจะมีการขึ้นอัตราภาษีเพื่อที่จะช่วยเหลือผู้ที่มีความ เดือดร้อนในประเทศคือผู้ที่ทํานาเกลือนี่นะครับ ก็มีความจําเปึนจะต้องสามารถยกเลิกได้ครับ โดยลดอัตราอากรภาษีของสินค้าเกลือ ตามประกาศที่กระทรวงการคลังเคยลดอยู่แล้วกลับไปที่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์เหมือนเดิม กลับไปเหมือนเดิมครับท่านประธาน แต่อย่างไรก็ตามนโยบายนี้อาจจะไม่มีผลในทาง ปฏิบัติมากนัก เพราะเนื่องจากปัจจุบันนี้มีการเป่ดเสรีทางการค้าตามที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้กล่าวไปแล้ว ซึ่งสินค้านําเข้าเกลือจากประเทศที่สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้กล่าวก็คือประเทศอินเดีย ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ปัจจุบันนี้เปึน ๐ ไปเสียแล้ว เดี๋ยวผมจะกล่าวในรายละเอียด ส่วนประเทศจีนนั้นยังมีอัตราที่ ๕ เปอร์เซ็นต์อยู่ แต่จะเปึน ๐ ในป้ ๒๕๕๓ ตามกรอบการตกลงของอาฟต้า (AFTA) นะครับ ในรายละเอียดที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกเรื่องของกรอบอัตรา ภาษี ณ วันนี้ไทย-อินเดียเริ่มลดอัตราภาษีอากรตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๔๗ เหลือ ๕ เปอร์เซ็นต์ และเปึน ๐ ไปเมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๔๙ เปึน ๐ไปแล้วครับ ไทย-ออสเตรเลียเปึน ๐ ไปเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๒ ไทย-นิวซีแลนด์เปึน ๐ ไป เมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๒ เหมือนกัน อาเซียนกับจีนวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๒ ลดเหลือ ๕ ในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๓ จะลดเหลือ ๐ และในกรอบการเจรจาข้อตกลงของอาฟต้า จะเปึน ๐ มาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ ไปแล้ว อาฟต้าก็จะมีประเทศมาเลเซีย ประเทศฟ่ลิปป่นส์ ประเทศสิงคโปร์ ประเทศบรูไน ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศ กัมพูชา ประเทศเวียดนาม ฉะนั้นวันนี้ผมเข้าใจถึงปัญหา เพราะว่าเมื่อกําแพงภาษีเรา ลดลง มันก็สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ที่ทํานาเกลือโดยมีสินค้าจากประเทศต่าง ๆ เข้ามา ผมคิดว่าสิ่งนี้เปึนความเดือดร้อนจริง ในฐานะที่กํากับดูแลกรมศุลกากรก็อยากจะ มีข้อสังเกตว่าเราจะช่วยเหลือเกษตรกรอย่างไร และดีใจที่วันนี้เผอิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่า การกระทรวงพาณิชย์มา ซึ่งก็เกี่ยวข้องกันอยู่ ผมจึงเรียนอย่างนี้ครับว่าสิ่งหนึ่งซึ่งอาจจะ ทําได้ แต่ไม่ได้อยู่ในความกํากับดูแลของกระทรวงการคลังก็คือ

ประเด็นแรกคืออาจจะให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดําเนินการโดยการ กําหนดคุณภาพและมาตรฐานของเกลือที่นําเข้า เพื่อให้ดูว่าถ้าคุณภาพไม่ดีเราก็อาจจะ มีมาตรการที่ไม่ให้เขานําเข้า เพราะจะเปึนผลเสียกับการที่นําเข้าเกลือเข้ามา แล้วก็ไม่ได้ แนะนําให้ทางกระทรวงพาณิชย์ แต่วันนี้เผอิญท่านรัฐมนตรีอยู่พอดี ก็คิดว่าถ้าจะมีการ ดําเนินการช่วยเหลือเกษตรกรทํานาเกลือโดยการหาตลาดให้ ก็เปึนอีกทางหนึ่ง

หรือประเด็นสุดท้ายก็คืออาจจะตั้งกองทุนขึ้นมา เพื่อที่จะช่วยเหลือหากมี การลดภาษีนําเข้าของสินค้าต่าง ๆ นี่ก็คือมาตรการที่อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเพื่อที่จะได้ไปอธิบายให้กับผู้เดือดร้อนที่ทําธุรกิจหรือทํานาเกลือ อยู่นะครับ

ในสิ่งสุดท้ายที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก และให้หลาย ๆ ฝ์ายเข้าใจก็คือในปัจจุบันและอนาคตข้างหน้ากรมศุลกากร ณ วันนี้ หลายคนมองว่ากรมศุลกากรเปึนผู้จัดการเก็บภาษี แต่วันนี้การค้าโลกได้เปลี่ยนแปลง ไปมาก ในอดีตหลาย ๆ ป้ที่ผ่านมากับอนาคตอีก ๕ ป้ ถึง ๑๐ ป้ สินค้าต่าง ๆ ในโลก ต่าง ๆ จะลดภาษีแทบทั้งนั้น ภาษีอาจจะเปึน ๐ กันทั้งหมด ฉะนั้นผมได้มีแนวทางปฏิรูป กรมศุลกากรโดยการเปลี่ยนความคิด หรือเปลี่ยนแนวทางการทํางานของกรมศุลกากร ที่จัดเก็บภาษีเพียงอย่างเดียวมาเปึนผู้อํานวยความสะดวกทางการค้า มาเปึนผู้ให้การ บริการผู้นําเข้าและส่งออก เพราะสินค้าต่าง ๆ หรือเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้น ๗๐ เปอร์เซ็นต์เปึนการส่งสินค้าออก ฉะนั้นเรามีความสําคัญที่จะต้องปรับบทบาท กรมศุลกากรขึ้นใหม่ และเมื่อมีการเป่ดเสรีทางการค้ามากขึ้นแล้วนี่ โดยเฉพาะ เอฟทีเอ (FTA) ซึ่งได้เริ่มมาแล้ว แล้วอาฟต้าสินค้าเกือบทั้งหมด หรือ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์อาจจะให้ในรายละเอียดได้นะครับว่า ในอาฟต้า โดยข้อตกลงอาฟต้า สินค้าเกือบทั้งหมดซึ่งจะเริ่มในเดือนมกราคม ๙๙ เปอร์เซ็นต์จะยกเว้นภาษีทั้งหมด จะเหลืออยู่แค่ ๔ ชนิดเท่านั้นเอง ก็คือประเภทเมล็ดกาแฟ มันฝรั่ง ไม้ตัดดอกและ เนื้อมะพร้าวแห้ง แต่สินค้าส่วนใหญ่ในข้อตกลงอาฟต้านั้นจะเปึน ๐ เกือบทั้งหมดเลย อยากจะเรียนท่านประธานฝากผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกให้ได้รับทราบ นอกจากสินค้าเกลือแล้ว ยังมีสินค้าอย่างอื่นที่เราจะต้องมีความระมัดระวัง แล้วก็แก้ไขปัญหาที่จะสร้างความ เดือดร้อนให้กับนักธุรกิจและผู้ประกอบการ ก็หวังเปึนอย่างยิ่งว่าข้อมูลที่ผมได้ให้ ไปนี้ก็น่าจะเปึนประโยชน์กับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เพื่อที่จะได้ไปหาแนวทาง ประสานงานต่าง ๆ ว่าจะทําอย่างไรให้แก้ปัญหาความเดือดร้อนได้ และถ้ามีคําถามอีก ผมก็ยินดีนะครับ จะตอบเพื่อสร้างความกระจ่าง ในขณะเดียวกันวันนี้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการอลงกรณ์อยู่ ถ้ามีประเด็นอะไร ท่านก็คงจะตอบในรายละเอียดให้ได้นะครับ ขอขอบพระคุณครับท่านประธานครับ