ชลนาน ศรีแก้ว อธิบายเหตุผลที่แก้ไขกฎหมายเพื่อเสริมอำนาจ คตง. โดยไม่ซ้ำซ้อนกับ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒

ชลนาน ศรีแก้ว อธิบายเหตุผลที่แก้ไขกฎหมายเพื่อเสริมอำนาจ คตง. โดยไม่ซ้ำซ้อนกับ ป.ป.ช. และชี้แจงว่าศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยกระบวนการตรากฎหมายเดิมว่าขัดรัฐธรรมนูญ จึงยืนยันการผ่านความเห็นชอบของสภาฯ ก่อนส่งให้ศาลวินิจฉัยใหม่

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน กระผมขออนุญาตประธาน ใช้ตําแหน่งตรงนี้อภิปรายในฐานะที่เปึนกรรมาธิการท่านหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๘๗ กรรมาธิการได้แก้ไขเพิ่มเติมใน (๖) เรื่องเกี่ยวกับข้อห้ามมิให้รับเรื่อง ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ไว้ตรวจสอบ สืบสวน ท่านประธานครับ ใน (๖) ผมเองก็เปึนผู้หนึ่ง ที่อยู่ในชั้นของการพิจารณา แล้วก็ได้แสดงความเห็นด้วยว่าจําเปึนจะต้องเพิ่มเข้ามา เพราะว่าประเด็นหนึ่งที่กรรมาธิการมีความเห็น มีข้อซักถามในชั้นของกรรมาธิการก็คือว่า การให้อํานาจในการตรวจสอบ สืบสวนนี้ สมาชิกหลายท่านได้ตั้งประเด็นว่ามันอาจจะไม่เปึน ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ อาจจะเปึนเรื่องที่เกินเลยจากอํานาจที่ให้มาในรัฐธรรมนูญ ๓ มาตรา คือมาตรา ๒๕๒ มาตรา ๒๕๓ และมาตรา ๒๕๔ นะครับ สิ่งที่มีความเห็นพ้อง ก็คือว่าในข้อสงสัยว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในชั้นกรรมาธิการพวกเราได้รับ คําอธิบายว่าไม่มีบทบัญญัติใดที่ห้ามเรื่องนี้ และการตราลักษณะนี้ก็เคยมีกฎหมายเดิม ในป้ ๒๕๔๒ เขียนเรื่องของการตรวจสอบ สืบสวนเอาไว้นะครับ เพียงแต่มีการเปลี่ยนแปลง ที่แตกต่างกันบ้างในเรื่องของกระบวนการหลังจากที่มีการสอบสวนแล้วเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเรื่องการชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไว้ อย่างนี้นะครับ

ประเด็นที่ ๑ ผมอยากจะกราบเรียนเรื่องเหตุผลที่แก้ไขก่อน เหตุผลที่แก้ไข ตรงนี้เมื่อเราพยายามสอบถามด้วยความชอบรัฐธรรมนูญแล้ว เหตุผลที่สําคัญก็คือ กรรมาธิการมองว่าการเพิ่ม (๖) ขึ้นมาเพื่อเปึนลักษณะของการสร้างเสริม ใช้คําว่า สร้างเสริม นะครับ หรือ ซ่อมเสริม ไม่ใช่ ซ้ําซ้อน นะครับ เราก็เปึนห่วงว่ามันจะไปซ้ําซ้อน กับอํานาจ ป.ป.ช. หรือไม่ เราก็เปึนห่วงจริง ๆ นะครับ เพราะว่าอํานาจ ป.ป.ช. เขียนไว้ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๐ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) ว่าไปนะครับ แต่ว่าในส่วนของ คตง. ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินไม่ได้เขียนไว้อย่างนั้น แต่ว่าถ้าสมมุติว่าจะซ่อมเสริม และเสริมสร้างกันนี่ เราก็เปึนห่วงว่าคดีใดที่มันอยู่ในชั้นของการดูแลของ ป.ป.ช. แล้ว เราไม่อยากให้ทาง คตง. ไปก้าวล่วง ก็เลยเขียนอนุมาตรานี้ออกมานะครับ เขียนไว้อย่างนี้ ท่านประธานขออนุญาตอ่านนะครับ เรื่องที่คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติมีมติแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง หรือดําเนินการไต่สวนโดยวิธีอื่น นั่นหมายความว่าอยู่ในกระบวนการของการไต่สวนของ ป.ป.ช. เราก็ห้ามว่า มิให้ สตง. โดยคณะกรรมการตรวจสอบ สืบสวนเข้าไปดําเนินการเหมือนข้อห้าม ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ อันนี้เปึนเจตนารมณ์เพื่อให้ซ่อมเสริม ประเด็นว่ามันจะขัดหรือแย้ง รัฐธรรมนูญหรือไม่ จริง ๆ เปึนคําถามที่ดีที่สมาชิกท่านยกขึ้น ก็จําเปึนที่ท่านประธาน คณะกรรมาธิการต้องตอบในสภาแห่งนี้ เพราะผมเองก็เคยถามในชั้นของการพิจารณา และคําตอบที่ผมได้รับท่านก็อ้างเรื่องของกฎหมายฉบับนี้นะครับ ร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เคยผ่านความเห็นของสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือ สนช. ผ่านไปแล้วได้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา ๑๔๑ แล้ว และศาลรัฐธรรมนูญ ก็มีคําวินิจฉัยออกมา ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ เรื่องของเนื้อหาสาระ เรื่องที่ ๒ เรื่องของกระบวนการ ตรากฎหมาย กฎหมายฉบับนี้ศาลรัฐธรรมนูญเขาแย้งในเรื่องของกระบวนการ ตรากฎหมายที่ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ คือมีองค์ประชุมที่ไม่เกินกึ่งหนึ่ง ในชั้นของการลงมติและชั้นของการรับและให้ความเห็นชอบ แต่เนื้อหาสาระศาลรัฐธรรมนูญ ท่านไม่ได้มีข้อท้วงติงใด ๆ เพราะฉะนั้นก็เปึนที่อุ่นใจว่าศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ ตุลาการชุดนี้ ที่มีอยู่ปัจจุบันนี่ล่ะมันก็เปึนที่อุ่นใจว่ากรรมาธิการเราทํางานภายใต้อย่างน้อยมีองค์กร ที่จะวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแล้ว เราก็เลยให้ ความเห็นเปึนอย่างนั้น อย่างไรก็แล้วแต่ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองก็เห็นด้วยกับ เพื่อนสมาชิกนะครับ ถ้ามีข้อสงสัยอย่างไรก็แล้วแต่ศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องวินิจฉัยหลังจาก ที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบ นั่นคือหมายความว่าผ่านจากเราแล้วเข้าสู่วุฒิสภาพิจารณา อย่างไร ไม่มีการแก้ไข ให้ความเห็นชอบก็ส่งศาลรัฐธรรมนูญไปก่อนที่จะนําทูลเกล้าฯ แต่ถ้าวุฒิสภามีการแก้ไขก็กลับมาเปึนไปตามกระบวนการตรากฎหมายของระบบรัฐสภา ของเรา ท่านประธานครับในเรื่องนี้ถ้าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติของเราเองมีข้อสงสัย ผมก็คิดว่านอกจากจะให้ศาลรัฐธรรมนูญเขาวินิจฉัยตามอํานาจหน้าที่เขาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๑ แล้ว ท่านเห็นว่ามีข้อสงสัยประการใดจะเข้าชื่อกัน ๑ ใน ๑๐ นะครับ ยื่นประกอบไปก็ได้ ก็ไม่ได้ห้ามอํานาจหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาเลย โดยเฉพาะกระบวนการ ของการตรากฎหมาย ซึ่งผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมกําลังกระทําอยู่ครับ ผมหมายถึง ในนามพรรคเพื่อไทยกําลังกระทําอยู่ในการให้ความเห็นชอบตามการพิจารณาของ คณะกรรมการร่วมกันเรื่องของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียง ประชามติ ตัวกระผมเห็นว่ากระบวนการตรากฎหมายโดยการลงมติที่ผ่านไปไม่ชอบ ด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๔ ที่อํานาจในการตราข้อบังคับ แล้วเราก็ไม่ใช้ ข้อบังคับในการที่จะพิจารณา นี่ผมยกตัวอย่างครับ ผมล่ารายชื่อเลย ครบครับ ๔๘ ท่าน ครบแน่นอน และใช้แค่ ๔๓ คนครับ ลักษณะอย่างนี้ผมคิดว่าน่าจะเปึนกระบวนการ ที่ชอบด้วยการตรากฎหมาย ก็เคารพความเห็นทุกฝ์าย ผมเองในฐานะเปึนกรรมาธิการ ก็มีความลําบากใจ ผมก็ไม่เห็นด้วยถ้ามันจะขัดรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ควรจะมีบทมาตรา ที่รองรับลักษณะอย่างนี้ แต่ถ้ามันเคยมีการวินิจฉัยแล้ว ซึ่งท่านประธานต้องยืนยันว่า เคยมีการวินิจฉัยแล้ว สภาแห่งนี้จะได้คลายข้อกังวลไป และที่สําคัญช่วงนี้มีการพิจารณา ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกที่เคารพ ท่านดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๒ วรรครองสุดท้าย มาตรา ๒๕๒ เขียนไว้อย่างนี้ครับ บรรทัดที่ ๒ ขออนุญาตท่านประธาน นะครับ อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน อํานาจหน้าที่ของผู้ว่าการ ตรวจเงินแผ่นดิน และสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินให้เปึนไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน และกฎหมายฉบับนี้ก็ไปนิยามคําว่า การตรวจเงินแผ่นดินเอาไว้ และการตรวจเงินแผ่นดินนั่นก็หมายถึงการตรวจสืบสวนด้วย มันก็เขียนรอรับกันมาอย่างนี้นะครับ ซึ่งสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็สําคัญที่สุดครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการตอบให้เพื่อนสมาชิกคลายข้อกังวลว่าชอบด้วยบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่าตอบด้วยความเห็นนะครับ ท่านต้องเอาคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในกฎหมายร่างเดิม ซึ่งเอามาเปึนต้นร่างในการพิจารณา และมีการปรับปรุงแก้ไข ในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งเนื้อหาสาระก็ไม่ได้แตกต่างกันในสาระสําคัญ ท่านประธานที่เคารพ ถ้าสมมุติว่าความเห็นของเพื่อนสมาชิกเปึนจริงนะครับ คําร้องเปึนจริงสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ถ้าเปึนสาระสําคัญร่างกฎหมายฉบับนี้ก็ไม่ผ่านอยู่แล้ว ต่อให้สภานิติบัญญัติ รัฐสภา ของเราเปึนฝ์ายนิติบัญญัติ เราให้ความเห็นชอบทั้ง ๒ สภาแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจ มากกว่าเราอีกครับ มีอํานาจมากกว่าเราที่จะชี้บอกว่าสิ่งที่คุณตรามาไม่ชอบ ตกเลยครับ ไม่ใช่อํานาจเราใหญ่นะครับ อํานาจเราน้อยกว่าศาลรัฐธรรมนูญด้วยซ้ําไป ซึ่งผมก็ไม่เห็นด้วยในเรื่องนั้น แต่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันผ่านไปแล้ว ตกทั้งฉบับนะครับ เหมือนประชามตินี่ ถ้ายื่นไปแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญไปดูเรื่องของวิธีการการลงคะแนน ซึ่งผมเตรียมหลักฐานไว้หมด ไม่ว่าจะ เปึนรายงานการประชุม เทปบันทึกมอบให้เขาไปดูในกระบวนการต่าง ๆ ถ้าเขาชี้ว่ากระบวนการ การลงคะแนนไม่ชอบ ไม่ชอบเพราะอะไรครับท่านประธาน มาตรา ๒๓๘ ครั้งแรกท่านไม่เอา มันก็เหมือนว่าท่านไม่เอาปุ็บ ท่านเห็นว่ามันไม่ครบตามมาตรา ๓๐๒ เพราะไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ผมยกตัวอย่างท่านประธานอาจจะเยิ่นเย้อไปสักนิดหนึ่ง แต่มาใช้มาตรา ๒๔๓ ลงใหม่ โดยที่ไม่มีอะไรรองรับถึงแม้คะแนนผ่าน ศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าไม่ชอบปุ็บ กฎหมายทั้งฉบับ ตกครับ