พีรพันธุ์ พาลุสุข หารือเรื่องการตรวจเงินแผ่นดินและระบบที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ โดยชี้ให้เห็นว่าระบบการตรวจเงินแผ่นดินควรแยกออกเป็น 2 ระบบ คือ ระบบป.ป.ช. และ ระบบป.ป.ท. และไม่ควรให้ป.ป.ช. มีหน้าที่ตรวจสอบทุจริตในระดับที่สูง
ท่านประธานครับ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ผมจําเปึนต้องลุกขึ้นมาอธิบาย กันอีกครั้ง แล้วก็ขอสนับสนุนความเห็นของกรรมาธิการ ท่านนิพนธ์ ฮะกีมี กรรมาธิการ เสียงข้างน้อยนะครับ คือด้วยเหตุด้วยผลที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้ให้ความเห็นมา ผมคิดว่าก็เปึนเหตุผลไปตามระบบที่มันถูกต้องตามที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญว่าให้ คตง. ทําอะไร ป.ป.ช. ทําอะไร คนอื่นทําอะไร เหตุผลมันเขียนไว้อย่างชัดเจนอย่างนี้ เมื่อสักครู่ ท่านกรรมาธิการอาจารย์บวรศักดิ์ได้พูดถึงระบบการตรวจเงินแผ่นดินมี ๓-๔ ระบบ และตอนท้ายท่านก็พูดถึงระบบของฝรั่งเศส ผมทราบว่าคนที่ไปยกร่างฉบับนี้ ไปเอาแนวคิดของระบบที่ภาษาฝรั่งเศสที่เขาเรียกว่า ลากูร์ เด กงต์ นะะครับ เราแปลง่าย ๆ คือศาลตรวจบัญชี แล้วเราก็เลยจะเข้าใจว่านี่เปึนศาล ที่จริงเขาเรียกเปึนศาลในนี้มันคือ คณะกรรมการนั่นละครับ กับมีอีกชุดหนึ่ง ลากูร์ เด ดีฟ่ด์นอง ซีเอร์ วินัยการเงิน การคลัง อย่างนี้ จริง ๆ ที่นั่นเขาใช้น้อยมาก แล้วก็มีอยู่ที่ปารีสแห่งเดียว แล้วการพิจารณาเขาก็ ใช้น้อยมาก ไม่มีโทษทางวินัยอย่างที่เราคิดกันอย่างนี้นั่นคือประเทศที่มันเปึนต้นแบบ ที่ที่มันเปึนต้นแบบ ถามว่าทําไม ก็เพราะเขาบอกแล้วว่าการตรวจเงินแผ่นดินหลักการ มันคืออะไร และใครทําหน้าที่อะไร ถ้าพบมีการทุจริตก็ต้องไปที่ ป.ป.ช. แล้วท่านจะมาบอกว่า ช่วย ป.ป.ช. ทํางานสิ มันไม่ใช่ครับ เรากําลังพูดถึงระบบของมัน แต่การที่เราบอกว่า ป.ป.ช. พอไหม ทํางานได้พอไหม ไม่พอเห็นไหมต้องแยก แยกออกมาเปึน ป.ป.ท. อีก จริง ๆ ป.ป.ท. ป.ป.ช. พูดกันมาตั้งแต่แรกแล้วว่า ป.ป.ช. เอาเฉพาะข้าราชการระดับสูงนะ แต่ว่าตอนเขียนรัฐธรรมนูญต่างหากที่มันมีปัญหา หลายเรื่องที่เขียนไว้ในป้ ๒๕๔๐ ถึงแม้ มันจะดี แต่ผมว่าถ้ามันมีข้อบกพร่องเพราะว่าคิดกันไม่ทันทางวิชาการ อย่างเช่น เรื่องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเห็นไหมก็คิดกันไม่ออกว่า จะทําอย่างไร สุดท้ายก็ไปแหมะไว้ที่ศาลฎีกา แล้วก็เรียกเดอะ สุพรีม คอร์ท (The Supreme Court) ภาษาอังกฤษฟังดูสิครับที่ตัดสินวันนี้ พอออกเปึนข่าวหนังสือพิมพ์ เปึน สุพรีม คอร์ท ดิวิชชัน ออฟ โพลิติเคิล (Supreme court division of political) อะไรพวกนี้ ฝรั่งมันอ่านแล้วก็บอกว่านี่เปึนศาลฎีกาตัดสิน คนก็นึกว่ามันผ่านกระบวนการมาตั้งเยอะแล้ว จริง ๆ ไม่ใช่ ระบบของศาลมันไม่ใช่ แต่บังเอิญเราคิดกันง่าย ๆ อะไรก็ง่าย ๆ กันอย่างนี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการที่ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยบอกว่าด้วยเหตุผล ท่านไปดูสิครับ เมื่อไปตรวจแล้ว ก็รายงานต่อรัฐบาล ก็เปึนเรื่องของรัฐบาลยังจะมี ความรับผิดชอบอยู่ จะต้องไปจัดการ ถ้ารัฐบาลไม่ดําเนินการ ไม่รับผิดชอบ ใครล่ะครับ ที่จะรับผิดชอบ ก็สภา ท่านบอกว่าก็รายงานมาแล้วไม่เห็นสภาทําอะไร ทําสิครับ แต่คิดว่า เมื่อสภาไม่ทําอะไร เลยไปแก้ ถ้าอย่างนั้น คตง. เอาไปเลย ล่อทางวินัยต่อไปอีกเลย อย่างนี้ตรรกมันใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่าเรากลับมาสู่หลักเหตุผล ความที่มัน ควรจะเปึนดีกว่า แล้วกระบวนการอย่างนี้มันก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ วันนี้จริง ๆ อยู่นะครับ เหตุที่เรามีปัญหากันอย่างนี้มันไม่ใช่เพราะฉะนั้นเรื่องนี้อย่างเดียว มันหลายเรื่อง หลายปัจจัยที่ทําให้สภาเปึนอย่างนี้ แต่ว่าถ้าเราย้อนกลับสู่หลักการคนไหนทําอะไร ทําหน้าที่อะไร รัฐบาลรับผิดชอบอะไร คตง. รับผิดชอบอะไร ป.ป.ช. ทําอะไร แบ่งกันอย่างนี้ แล้วก็ประสานงานกัน ผมคิดว่าระบบมันก็จะสร้างความถูกต้องขึ้นมาเอง เมื่อ คตง. รายงานไปแล้ว แจ้งกลับไปให้รัฐบาล รัฐบาลไม่ทําอะไร สภาสิครับต้องทํา สภาไม่ทํา ทําอย่างไรล่ะครับ เดี๋ยวประชาชนก็จะลงโทษสภาเอง ท่านอย่าไปคิดว่าท่านเปึนคนเดียว ที่จะปราบทุจริต ประเดี๋ยวก็จะมีคนแย้งขึ้นมาอีก แล้วใครจะปราบ คตง. ถ้า คตง. ทุจริตเอง ท่านมาเขียนไว้ ถ้าอย่างนั้น ๔ คนไปตั้งกรรมการมาตรวจสอบ แค่นี้พอที่ไหน ท่านประธานครับ ผมคิดว่าที่ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยท่านได้สงวนไว้ หลักมันถูกต้อง แล้วเปึนอย่างนี้ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากอย่าได้เปึนห่วงเลย ตอนที่ท่านเปึนฝ์ายค้าน ท่านสู้กับพวกผมอย่างนี้ แล้ววันนี้ทําไมพอมาเปึนซีกรัฐบาล ท่านกลับไปอยู่ฝัืงโน้น ไม่เข้าใจจริง ๆ หลักมันอยู่ตรงไหน แล้วก็อยากจะฟังอย่างนี้ เราเอาหลักการและเหตุผล ที่มันถูกต้องดีกว่า ผมก็ยืนยันอีกทีว่า ผมพยายามดูแล้วต้นร่างมาจากไหน รู้ด้วยว่า ใครเปึนร่าง แล้วก็ไปอ่านหนังสือตําราฝรั่งนะครับ รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง เรียนไม่หมด เอาแต่ส่วนที่อยากลงโทษมา แต่ส่วนที่มันดีไม่เอามา แล้วก็มาบอกอย่างนี้ และพอใช้ มันมีปัญหาไหม มีครับ แล้วใครจะรับผิดชอบ ก็สภาแห่งนี้ต้องช่วยกันรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าหลักที่เปึนอยู่ขณะนี้มันถูกแล้ว ดูให้มันเรียบร้อยกันดีกว่า และสร้างความรับผิดของแต่ละคนให้มันถูกต้อง ยืนอยู่บนความถูกต้องให้มันพัฒนา ของมันไป ก็ต้องไปบอกว่าทหารอย่าไปปฏิวัติอีกนะ อย่างนี้ต้องบอกบ่อย ๆ ไม่อย่างนั้น มันจะพัฒนาของมันเองลองสิครับท่านประธาน ไม่มีการยื่นยุบสภา ไม่มีอย่างนี้ ป์านนี้สภาของเราไปไกลกว่านี้อยู่แล้ว นั่นคือปัญหาทางด้านการเมืองที่มันเกิดขึ้น แต่วันนี้เราต้องกลับมาสู่ พรินซิเพิล (Principle) กลับมาสู่หลักการความถูกต้องว่า ใครทําหน้าที่อะไร ผมจึงเห็นว่าความเห็นของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยถูกต้องแล้วครับ