สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ หารือเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ โดยอ้างถึงมาตรา 302 ของรัฐธรรมนูญ และการลงมติในมาตรา 140 และเรียกร้องให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ โดยอธิบายว่า การลงมตินี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ตามการยืนยันจากศาลรัฐธรรมนูญ

ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ คือท่านประธาน ที่เคารพครับ ที่ท่านสมาชิกกรุณายกคําถามนี้แสดงให้เห็นว่าท่านสมาชิกมีความรู้ รัฐธรรมนูญอย่างดียิ่งครับ แล้วก็น่าจะเรียนหมอทางกฎหมายอีกสักปริญญาหนึ่ง ด้วยเหตุผลว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๒ กําหนดว่าให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ต่อไปนี้มีผลใช้บังคับภายใต้เงื่อนไขในมาตรานี้ ซึ่งมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินใน (๓) แล้วก็บอกว่าให้ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง ดําเนินการปรับปรุงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เปึนไปตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้ภายใน ๑ ป้ นับแต่วันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ แล้วก็กําหนดไว้ในวรรคสี่ว่า ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญตามมาตรานี้ให้เสร็จภายใน ๑๒๐ วันนับแต่วันรับร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวมา มาตรา ๓๐๒ วรรคที่จะเปึนปัญหาได้ที่ท่านสมาชิกยกนั้น อยู่ในมาตรา ๓๐๒ วรรคหกครับ บอกว่าการลงมติให้แก้ไขเพิ่มเติม หรือไม่ให้ความเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกของแต่ละสภา ท่านประธานครับ เมื่อพิจารณามาตรา ๓๐๒ วรรคหก ซึ่งกําหนดการลงมติไว้อย่างนี้ไปเปรียบเทียบกับมาตรา ๑๔๐ แล้ว มาตรฐาน การลงคะแนนเสียงไม่เหมือนกันนะครับ มาตรฐานการลงคะแนนเสียงในมาตรา ๑๔๐ นั้น บอกว่าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาให้กระทําเปึน ๓ วาระดังต่อไปนี้

๑. การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่หนึ่ง ขั้นรับหลักการ และในวาระที่สอง ขั้นพิจารณาเรียงลําดับมาตรา ให้ถือเสียงข้างมากของแต่ละสภา

๒. การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สาม ต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วย ในการที่จะให้ออกใช้เปึนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญมากกว่ากึ่งหนึ่งของ จํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา

ที่ท่านสมาชิกกรุณาตั้งข้อสังเกตอย่างถูกต้องนั้น ก็คือว่าตกลงสภาแห่งนี้ กําลังลงมติในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๓๐๒ วรรคหก หรือกําลังลงตามมาตรา ๑๔๐ (๑) ในเวลานี้ เพราะผลจะต่างกัน ต่างกันคือว่าถ้าลงตาม มาตรา ๓๐๒ วรรคหกนั้น กรรมาธิการไปแก้ไขอะไรที่เปึนร่างของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สภาแห่งนี้ต้องใช้คะแนนเสียงเกินครึ่งหนึ่งนะครับที่จะแก้ เหตุที่เขาเขียนรัฐธรรมนูญไว้ ในมาตรา ๓๐๒ วรรคหก อย่างนี้ก็เพราะว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญไม่อยากให้สภาแก้ร่างกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญที่องค์กรอิสระเสนอเข้ามา จึงกําหนดว่าถ้าเปึนการเสนอ ตามมาตรา ๓๐๒ ในวาระเริ่มแรกของการประกาศใช้รัฐธรรมนูญละก็ จะแก้เขาแต่คําเดียว ก็ต้องใช้คะแนนเสียงเกินครึ่ง ไม่เห็นชอบก็ต้องคะแนนเสียงเกินครึ่ง ท่านประธานครับ แต่บังเอิญกฎหมายฉบับนี้มีความโชคดี มีความโชคดีซึ่งต่างจากกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง โชคดีก็เพราะว่ากฎหมาย ฉบับนี้พร้อมด้วยกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอีก ๓ ฉบับ คือพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้เสนอตามมาตรา ๓๐๒ มาแล้วเมื่อครั้ง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และผ่านการพิจารณาสภานิติบัญญัติแห่งชาติไปแล้ว แต่เมื่อไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับนั้น ตกไปด้วยเหตุว่าองค์ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติไม่ครบ เพราะฉะนั้นการเสนอ ตามมาตรา ๓๐๒ เปึนอันว่ายุติแล้ว ต่อมาเมื่อมีสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ขึ้น เมื่อมีการเลือกตั้งในป้ ๒๕๕๐ ก็ได้มีการนําเสนอร่างกฎหมาย ๓ ฉบับนี้กลับเข้ามาใหม่ อีกครั้งหนึ่ง แต่การนําเสนอครั้งนี้ท่านประธานครับ ไม่ได้เปึนการนําเสนอตามมาตรา ๓๐๒ อีกต่อไป แต่เปึนการนําเสนอตามมาตรา ๑๔๐ ของรัฐธรรมนูญ ดังจะเห็นได้จากที่ท่านสมาชิก ได้ใช้สิทธิเสนอตามมาตรา ๑๔๐ ก็มีร่างของท่านสมาชิก ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม คือท่านนิพิฏฐ์ ประกบอยู่ด้วย เช่นเดียวกับกฎหมายผู้ตรวจการแผ่นดินเช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นในการพิจารณาวันนี้ของสภาแห่งนี้ จึงเปึนการพิจารณาตามมาตรา ๑๔๐ ของรัฐธรรมนูญ และในการพิจารณาระเบียบวาระหนึ่ง วาระสองนั้นสภาลงมติ ตามข้อบังคับการประชุมด้วยอาศัยเสียงข้างมากธรรมดา ในวาระสามจึงจะต้อง ดําเนินการตามมาตรา ๑๔๐ (๒) คือต้องได้คะแนนเสียงเกินครึ่งหนึ่ง ถามว่าที่ผมพูดนี้ เปึนความเห็นทางกฎหมายของผมเองหรือไม่ คําตอบก็คือไม่ใช่ ที่ไม่ใช่ก็เพราะว่าบัดนี้ พระราชบัญญัติฉบับหนึ่งที่สภาแห่งนี้และวุฒิสภาให้ความเห็นชอบแล้ว คือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยที่เสนอมาเหมือนกับกฎหมายตรวจเงินแผ่นดินนี่ละ ตามมาตรา ๑๔๐ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานเองได้ส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๔๑ ศาลรัฐธรรมนูญในคําวินิจฉัยที่ ๘/๒๕๕๒ ได้วินิจฉัยแล้วครับว่าการดําเนินการของสภาแห่งนี้ซึ่งมีการพิจารณาในวาระหนึ่ง วาระสอง ด้วยคะแนนเสียงข้างมากธรรมดา และในวาระสามด้วยคะแนนเสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่ง เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๐ แล้วทุกประการ แล้วเนื้อความของพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินก็ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นตามคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๘/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒ จึงกราบเรียนท่านประธานยืนยันได้ว่าวันนี้สภาแห่งนี้กําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินตามมาตรา ๑๔๐ ไม่ได้เปึน การพิจารณาตามมาตรา ๓๐๒ ซึ่งผ่านมาแล้วในชั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติครับ กราบขอบพระคุณครับ