ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการขออนุญาตนำเสนอความเห็นในมาตรา ๕๕ และเสนอข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเสนอชื่อผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อ และการแก้ไขคุณสมบัติของกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อประโยชน์ของประชาชน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธาน ผมได้สงวนความเห็นเอาไว้ ในมาตรา ๕๕ ผมมีเหตุผลที่จะ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากดังต่อไปนี้ท่านประธาน ที่เคารพครับ
ท่านประธานครับ ในมาตรา ๕๕ เปึนมาตราที่ว่าด้วยการเสนอชื่อผู้ที่จะมา เปึนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อนะครับ ซึ่งใน ร่างเดิม แล้วก็ร่างที่เปึนของกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ใช้ร่างเดิมของสภาผู้แทนราษฎร ผมเองขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ในมาตรา ๕๕ (๑) (๒) (๓) ผมไม่ได้ มีความเห็นแตกต่างก็เห็นไปตามนั้นนะครับ แต่ในเรื่องที่เสนอความเห็นเพิ่มเติมเอาไว้ แล้วก็ไม่ได้รับความเห็นชอบจากเสียงข้างมากก็คือว่า ผมเสนอให้เพิ่มเรื่องของคุณสมบัติ เรื่องของการเปึนหรือเคยเปึนข้าราชการในตําแหน่งที่ไม่ต่ํากว่าระดับ ๑๐ หรือเทียบเท่า นะครับ ซึ่งมีความชํานาญและประสบการณ์ด้านการตรวจเงินแผ่นดิน หรือด้านอื่น ที่เปึนประโยชน์แก่งานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ นะครับ ความหมายก็ (๑) (๒) (๓) แล้วก็ (๔) (๔) ต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง (ก) ก็คือเปึนหรือเคยเปึนข้าราชการที่ไม่ต่ํากว่า ระดับ ๑๐ เกี่ยวกับด้านการตรวจเงินแผ่นดินหรือด้านอื่นที่เปึนประโยชน์กับการตรวจเงิน แผ่นดินนะครับ (ข) เคยดํารงตําแหน่งประธานกรรมการ กรรมการผู้จัดการในบริษัท จดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและต้องดํารงตําแหน่งดังกล่าวรวมเปึนเวลา ไม่น้อยกว่าสิบป้ ท่านประธานครับที่ผมเสนอความเห็นแล้วก็ขอสงวนความเห็นเอาไว้ เหตุผลที่สําคัญก็คือว่าในร่างเดิม คุณสมบัติใน (ก) ถือว่าเปึนคุณสมบัติที่อยู่ในร่าง ของผู้แทนราษฎร แล้วก็ร่างของเสียงข้างมาก ในมาตรา ๕๕ ที่เปึนร่างของกรรมาธิการ เสียงข้างมากนะครับ ท่านประธานครับพลิกไปหน้าที่ ๒๕ นะครับ เปึนหรือเคยเปึน ข้าราชการในตําแหน่งไม่ต่ํากว่าระดับ ๑๐ หรือเทียบเท่า ซึ่งมีความชํานาญและประสบการณ์ ด้านการตรวจเงินแผ่นดิน คือ มี ๔ ข้อครับ คุณสมบัติคนที่จะถูกเสนอชื่อมาเปึนผู้ว่าการ ตรวจเงินแผ่นดิน แต่ผมเห็นว่าถ้าเปึนอย่างนี้แล้ว ผมคิดว่าอาจจะไม่เปึนไปตาม เจตนารมณ์ของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินที่ให้ทําโดย คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินที่เปึนอิสระและเปึนกลาง แล้วกําหนดอํานาจหน้าที่ของ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินไว้ในมาตรา ๒๕๓ มาตรา ๒๕๔ ของรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ อํานาจของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินไม่ได้แตกต่างจากกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเลย มีความเปึนอิสระในการตรวจเงินแผ่นดินได้ด้วย ทําหน้าที่ในการดูแลสํานักงาน จริงอยู่ครับ สํานักงานขึ้นกับท่านประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน แต่ผู้ว่าการตรวจเงิน แผ่นดินทําหน้าที่ไม่ใช่เปึนฝ์ายธุรการนะครับ เปึนผู้ที่จะตรวจเงินแผ่นดินและคานอํานาจ กับคณะกรรมการ เพราะฉะนั้นคนที่มาเปึนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ถ้ามองในมุมกลับ คนที่จะถูกเสนอชื่อเข้าไป คุณสมบัติต้องไม่น้อยกว่าคนที่มาเปึนกรรมการตรวจเงิน แผ่นดิน ต้องไม่น้อยกว่านะครับ พลิกไปดูคุณสมบัติของกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเราให้ โอกาสคนทุกภาคส่วนเข้ามา ไม่ว่าจะเปึนภาครัฐหรือเอกชนในการเสนอชื่อเข้ามาเปึน นะครับ ส่วนจะได้รับการสรรหาหรือไม่นั่นอยู่อีกขั้นตอนหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมเองมองว่า ถ้าเราไปป่ดกั้นอย่างนั้นก็สุ่มเสี่ยงต่อการที่จะไปละเมิดสิทธิของคนอื่นที่ไม่ให้เขาเปึน ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน นั่นเหตุผลประการที่ ๑
เหตุผลประการที่ ๒ ถ้าสมมุติว่าเราให้คุณสมบัติใน (๔) ยังคงอยู่ สุ่มเสี่ยงมากในการที่จะแปลความว่าเขียนกฎหมายเพื่อตนเอง ความหมายคืออะไรครับ ท่านประธาน ใน (๔) ของมาตรา ๕๕ เปึนหรือเคยเปึนข้าราชการในระดับไม่ต่ํากว่าระดับ ๑๐ หรือเทียบเท่า ซึ่งมีความชํานาญและประสบการณ์ด้านการตรวจเงินแผ่นดิน แปลความ ว่าอย่างไรครับ ท่านประธานครับ แปลความว่าต้องเปึนข้าราชการในสํานักงานตรวจเงิน แผ่นดินเท่านั้น ซึ่งอาจจะหมายถึงท่านรองผู้ว่าการ ซึ่งหมายถึงข้าราชการ ระดับ ๑๐ คนอื่น นะครับ ถามว่าเปึนข้าราชการมาจากที่อื่นได้หรือไม่ ถูกล็อกด้วยคุณสมบัติในข้อนี้ครับ เปึนไปไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นความเห็นของผม เพื่อการเป่ดกว้างนะครับ เป่ดกว้างของผู้ที่ จะถูกเสนอชื่อเข้ามา เข้าสู่กระบวนการสรรหา อย่างน้อยต้องเป่ดโอกาสให้สายอื่นเขาบ้าง เพื่อให้เปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ให้สอดคล้องกับคณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดินด้วย เพราะอํานาจหน้าที่ของผู้ว่าการไม่น้อยนะครับ ท่านประธานครับ เปึนอํานาจที่ยิ่งใหญ่นะครับ เพราะฉะนั้นต้องเป่ดกว้าง แล้วก็สุ่มเสี่ยงเรื่องของการ จะถูกกล่าวหาว่าเขียนกฎหมายเพื่อตนเอง และกฎหมายฉบับนี้ผมไม่แน่ใจว่าเมื่อผ่าน กระบวนการการพิจารณาของวุฒิสภาแล้ว ถ้าไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็ส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอยู่ดีนะครับ ซึ่งถ้าผมท้วงติงว่าการเขียนใน (๔) ในมาตรา ๕๕ ถือเปึนการเขียนกําหนดให้เปึนของตนเองโดยเฉพาะ ข้อกล่าวหาตรงนี้ค่อนข้างจะ มีความสําคัญนะครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นก็เลยอยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ อยากจะให้เป่ดกว้างเอาไว้ ถ้ากระบวนการสรรหาเขาเห็นว่ามีความสําคัญและมีความจําเปึนจริง ๆ ที่จะเอา คุณสมบัติ (๑) (๒) (๓) บวกกับ (๔) (ข) ก็เปึนเรื่องกรรมการสรรหา แต่โดยสามัญสํานึกแล้ว มันก็จะเปึน (๑) (๒) (๓) (๔) (ก)ฆ เท่านั้นเอง ในกรรมการสรรหาที่จะถูกเสนอชื่อเข้ามา เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า ถ้าได้ดูคําสงวนคําแปรญัตติ ของผมแล้ว ถ้ากรรมาธิการเสียงข้างมากจะเห็นด้วยคล้อยตาม จะมีการแก้ไข ผมถือว่า สภาแห่งนี้น่าจะเปึนประโยชน์ ไม่เช่นนั้นแล้วผมก็ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกที่เคารพนะครับว่าได้ช่วยกันพิจารณาในประเด็นนี้เพื่อประโยชน์อันยิ่งใหญ่ ของพี่น้องประชาชนของเรานะครับ ผมกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ