เจริญ จรรย์โกมล หารือเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรม โดยอ้างถึงมาตรา ๕ ที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ และเรียกร้องให้ท่านประธานอธิบายความหมายของคำว่า "ด้วยประการอื่นใด" เพื่อให้ประชาชนเข้าใจได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ เจริญ จรรย์โกมล ยังวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเขียนกฎหมายที่ไม่ชัดเจน และขอประธานคณะกรรมาธิการให้เขียนกฎหมายให้ชัดเจนและไม่ให้ตีความ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย คือท่านประธานครับ เผอิญผมเห็น ในมาตรา ๕ ที่คณะกรรมาธิการได้เพิ่มขึ้นมาใหม่มองดูเหมือนถ้อยคําจะไม่มาก แต่ท่านประธาน ต้องเข้าใจว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรม อันดีของประชาชน ฉะนั้นเหตุผลที่ผมจะใช้สิทธิในการซักถามท่านกรรมาธิการก็เพราะว่า กฎหมายฉบับนี้มีสภาพบังคับในทางอาญาก็คือมีโทษจําคุกตั้งแต่ ๔ ป้ ถึง ๑๐ ป้ ท่านประธานดูนะครับ คือถ้าสภาแห่งนี้ผ่านไปด้วยการซักถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านจุมพฏ บุญใหญ่ ซึ่งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ของท่าน ซักถามมีสาระ มีความจําเปึน มีความสําคัญ เพราะกฎหมายฉบับนี้เมื่อออกไปใช้บังคับ แล้วจะต้องตีความโดยเคร่งครัด ที่ผมเปึนห่วงก็คือว่าเมื่อท่านไปบัญญัติเพิ่มเติมใน มาตรา ๕ ผมเข้าใจอย่างที่ท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงในที่ท่านต้องเริ่มตั้งแต่ห้ามมิให้ผู้ใด อันนี้เข้าใจครับ แต่พอท่านไปตอบในเรื่องของที่ท่านเพิ่มเติมขึ้นมาว่าด้วยประการอื่นใด เปึนการขยาย มันอาจจะเปึนความเข้าใจของกรรมาธิการที่ชี้แจงเท่านั้นเอง แต่ผม ต้องยอมรับท่านประธานเปึนคนเก่งในเรื่องของภาษาถ้อยคํา ซึ่งท่านพยายามอธิบาย ในสภาหลายครั้งให้กับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ทราบ แต่ถ้าผมเปึนคนอ่าน เมื่อกฎหมายนี้ออกไปใช้บังคับ ผมเปึนประชาชน ผมอ่านแล้วมันไม่ได้เปึนการขยายมัน เปึนเรื่องของการข่มขืนใจด้วยประการใด ๆ นอกจากที่ท่านเขียนไว้ ทีนี้เมื่อประชาชนเขา ต้องถามต่อไปว่าด้วยประการอื่นใดนั้น คําถามอย่างประชาชนถามก่อนท่านประธานครับ อย่างที่ประชาชนตาสี ตาสา จบ ป.๔ ป.๕ ป.๖ เขาถาม มันมีอะไรบ้างอื่นใด เพราะอันนี้ เปึนสภาพของกฎหมายซึ่งเปึนผู้ใช้กฎหมาย โดยเฉพาะพนักงานสอบสวนตํารวจหรือ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เปึนการให้อํานาจของเขาในการตั้งข้อเท็จจริงขึ้นมาว่า ลักษณะอย่างนี้มันไปเข้าในเรื่องซึ่งท่านเพิ่มเติมขึ้นมาในมาตรา ๕ แต่เมื่อเข้าไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับสภาพของกฎหมายท่านประธานเป่ดไปดูนะครับในท้าย ๆ ใน มาตรา ๓๔/๑ อัตราโทษ ๔ ป้ ถึง ๑๐ ป้ ไม่น้อย แต่ก่อนที่จะผ่านสภาท่านต้องอธิบาย ความให้เข้าใจก่อนให้สภาแห่งนี้ได้เข้าใจ ผมเปึนห่วงเหมือนกันเมื่อสักครู่ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสกลนครพยายามได้ซักถาม ทักท้วงถามถึงข้อเท็จจริง และรายละเอียดถึงเจตนารมณ์ในการเขียนอันนี้ขึ้นมา สภาแห่งนี้ไม่ใช่ว่าจะออกกฎหมาย แล้วมันออกไปแล้วก็แล้วกันไป ไม่ได้ ท่านต้องเข้าใจนะครับ เมื่อออกไปแล้วประชาชนเขา ถามว่าออกมาอย่างนี้แล้วท่านให้อํานาจใคร ให้อํานาจเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ให้อํานาจ เจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ก็ต้องดูข้อเท็จจริง อันนี้เปึนข้อเท็จจริงซึ่งปรากฏ อันนี้ข้อเท็จจริง ก็ปรากฏว่าถ้าใครจะกลั่นแกล้งใคร ใครจะทําลายล้างกัน ผมไม่อยากให้ใช้กฎหมายนี้ เปึนอาวุธประหัตประหารหรือทําลายล้างกันในลักษณะอย่างนี้ ผมยอมรับว่า เปึนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีก็จริง แต่ในเรื่องที่ กระทบกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนหรือบุคคลที่ได้รับอานิสงส์จากกฎหมายฉบับนี้ก็ดี บุคคลที่ได้ถูกจากการกระทํากฎหมายฉบับนี้ก็ดี บุคคลที่จะต้องโดนกฎหมายฉบับนี้ พิจารณาลงโทษก็ดีนั้น จะต้องเขียนด้วยข้อความที่เข้าใจง่าย ตีความได้เข้าใจ ท่านเขียน อย่างนี้มันก็เกิดคําถามว่าอยากถามท่านประธาน ด้วยประการอื่นใด มันอะไรบ้าง ผมก็อยากจะยกตัวอย่างอย่างนี้มันเข้าไหม ในกรรมาธิการท่านได้ข้อยุติหรือเปล่า ว่าด้วยประการอื่นใดมีอะไรบ้าง แต่ผมนั่งคิด ผมนั่งเขียนอยู่ว่าด้วยประการอื่นใดนอกจาก ท่านเขียนว่าด้วยการประทุษร้าย หลอกลวง ข่มขู่แล้วก็การประทุษร้ายและใช้อํานาจ ครอบงําทางครองธรรม มีอะไรบ้าง ผมก็นั่งเขียนอยู่ แต่ผมคิดว่าผมกับกรรมาธิการยังมอง ไม่เห็นเหมือนกันเลย และเวลาออกไปท่านจะให้ใครตีความในเรื่องนี้ ท่านเขียนกฎหมาย เหมือนกับท่านจะให้ศาลเปึนผู้ตีความ ผมไม่อยากให้ศาลเปึนผู้ตีความครับท่านประธานครับ มันผิดพลาดบกพร่องได้ ความเห็นของคณะกรรมาธิการ ความเห็นของที่ประชุมสภา ได้ถกเถียงกันว่าเจตนานี้เปึนอย่างไร เราเคยได้รับบทเรียนจากการวินิจฉัยในเรื่องของการทํางานของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ไม่มีที่ไปก็เอาพจนานุกรมมาจับ รายการนี้ท่านอธิบายให้สภาได้ทราบหน่อยสิว่า ด้วยประการอื่นใด มันมีกี่ประการของท่าน หรือท่านเขียนไว้ให้เป่ดโอกาสว่าให้เปึน ดุลพินิจของพนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเอาเหตุการณ์ หรือข้อเท็จจริง แต่และเรื่องมาจับ และให้เข้าตัวนี้ หรือท่านเขียนไว้เผื่อว่านอกจากจะมีการหลอกลวง การ ขู่เข็ญ การใช้กําลังประทุษร้าย หรือการครอบงําโดยผิดศีลธรรมหรือครองธรรมไปแล้วยังมี อย่างอื่นอีก แต่ผมนั่งอยู่ในนี้ ผมดูแล้วแทบจะไม่มีอย่างอื่นอยู่แล้ว อันที่ ๑
อันที่ ๒ ผมไม่เห็นด้วยอย่างที่ท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงตอบที่สภาแห่งนี้ ท่านไปเอาประมวลกฎหมายอาญามาใช้ ท่านต้องเข้าใจว่าเจตนารมณ์ประมวลกฎหมาย อาญาที่ท่านพูดในหมวดนั้นมันพูดเกี่ยวกับเรื่องอะไร และที่มาที่ไปมันแตกต่างกัน วัตถุประสงค์ในการใช้ก็แตกต่างกัน ของท่านเปึนการคุ้มครองสิทธิเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ท่านพูด ในมาตรา ๕ ฉะนั้นการจะเอาถ้อยคํา เนื้อหาในอีกฉบับหนึ่งมาใส่ในฉบับนี้ โดยอ้าง เหตุผลว่าให้สอดคล้องล้อกันกับฉบับอื่นไม่ได้ เพราะการบังคับใช้ตามสภาพของกฎหมาย นี่นะครับมันมีผลในทางอาญา จะต้องโทษจําคุกตั้งแต่ ๔ ป้ถึง ๑๐ ป้ ฉะนั้นการบัญญัติ กฎหมายมันต้องชัดเจน เข้าใจง่าย รอบคอบ ไม่ใช่ คิดว่า ไม่ได้ ท่านเขียนไว้ว่า ในรายละเอียด ไม่ว่าหลอกลวง ครอบงํา ประทุษร้าย มันจบแล้ว ท่านอย่าไปคิดว่าน่าจะมี อย่างอื่นอีกไปเขียน อันนั้นในทางแพ่งมันน่าจะทําได้ แต่ในการรับโทษในทางอาญานั้น ท่านไปเขียนอย่างนั้นไม่ได้ครับ นี่ละครับคือความบกพร่องของเราในการออกกฎหมาย ผมอยากจะให้เขียนให้มันชัดเจนเลยได้ไหมว่า รายการอย่างนี้ท่านจะเอาอย่างไร แบบไหน ถามท่านประธานคณะกรรมาธิการซึ่งเปึนรัฐมนตรีว่าการเอาให้มันชัดเจนเลยครับ อย่าให้เปึนในการเขียนแบบตีความ ผมเห็นท่านรัฐมนตรีว่าการท่านเปึนนักกฎหมายที่มี ความเชี่ยวชาญ ช่ําชองในเรื่องของภาษาอยู่แล้ว ท่านจะเขียนกฎหมายให้มันมีปัญหาได้ อย่างไร อยากจะฝากถามครับท่านประธาน