สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๓ กันยายน ๒๕๕๒

วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายรับบุตรบุญธรรม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการคุ้มครองผู้ที่รับบุตรบุญธรรม และผู้ที่ให้กําเนิด โดยเฉพาะในกรณีที่มีการหลอกลวงหรือการข่มขืนใจ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา เปึนกรรมาธิการคนหนึ่งค่ะ คือสงวนคําแปรญัตติไว้เพื่อที่จะชี้แจงให้สภาผู้แทนราษฎรได้ เข้าใจถึงการรับบุตรบุญธรรมในการคุ้มครอง ในมาตรา ๑๘/๑ ห้ามมิให้ผู้ใด หรือผู้สืบสาย โลหิตใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กําลังประทุษร้าย ใช้อํานาจครอบงําผิดครองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจ หรือเปึนคนกลางกระทําการชักจูงโดยให้ค่าจ้างหรือค่าตอบแทน หรือประโยชน์อื่นใดที่มิควรได้ เพื่อให้ได้มาซึ่งความยินยอมในการรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรม ข้อความนี้จะแตกต่างจากกรรมาธิการเสียงส่วนมากนะคะ ในกรณีที่ดิฉันให้เพิ่ม หรือผู้สืบ สายโลหิต เนื่องจากว่าห้ามมิให้ผู้ใด ในคําว่า ผู้ใด นี้ ในกฎหมายอาญานั้นก็ได้ระบุ กําหนดเอาไว้แล้ว ถ้าหากว่าผู้ใดใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญนี้ มันเปึนกฎหมายปกติ ธรรมดา แต่ในขณะที่เรามีกฎหมายร่างพระราชบัญญัติบุตรบุญธรรมเพื่อรับเด็กมาเปึน บุตรบุญธรรมก็ควรจะให้ความยุติธรรมแก่ผู้ที่รับเด็กมาเปึนบุตรบุญธรรมของตนเอง บุตรบุญธรรมก็เท่ากับเปึนลูกของตนเองนั่นละค่ะ แต่ในกรณีนี้ได้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นใน ภาคอีสานที่ดิฉันได้เห็นมานะคะ คุณพ่อ คุณแม่รับเด็กไปให้ ไปเลี้ยง พอเอาไปเลี้ยงแล้วโต นะคะ โตแล้วก็ดําเนินกิจการต่าง ๆ โดยมอบให้บุตรบุญธรรมนี้เปึนผู้รับเปึนกรรมการ ผู้จัดการในบริษัท ทีนี้ในบริษัทนี้มีทรัพย์สินเงินทองที่มาก แม่ผู้ให้กําเนิด ในกฎหมาย อาญานั้นกําหนดว่า ผู้ใด แม่ให้ผู้กําเนิดก็คือผู้ใดอีกเช่นเดียวกัน แต่ในขณะที่เรามี กฎหมายนี้รับเด็ก ควรจะให้ความเปึนธรรมแก่ผู้ที่รับเด็กมาเปึนบุตรบุญธรรม พอถึง เวลานั้นแม่ผู้ให้กําเนิดนี่ละค่ะ เปึนคนที่ไปจ้างวานและทํากลอุบายต่าง ๆ ให้ทําร้าย หรือทําให้พ่อแม่บุญธรรมนี้เสียชีวิต พอหลังจากเสียชีวิตแล้ว พินัยกรรมก็ไม่มีนะคะ แต่ผลของกฎหมายก็คือว่าถ้าพ่อแม่เสียชีวิต บุตรบุญธรรมก็เสมือนเปึนบุตรของตนเอง ก็จะได้รับทรัพย์สินนี้ไปเลย ดิฉันจึงบอกว่าในกฎหมายรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรมนี้ ในขณะ ที่เราจะทําความยุติธรรมให้กับผู้ที่รับเด็กไป ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นไม่ว่าจะในประเทศ หรือต่างประเทศ ในอเมริกาก็มีเกิดเหตุการณ์อย่างนี้แล้ว ในเยอรมันก็มีเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ แล้ว แต่ในกรณีประเทศไทยนี้ดิฉันก็ได้เห็น เพียงแต่ว่าไม่มีคดีอยู่ในศาล เนื่องจากว่าผู้ที่รับ เด็ก คุณพ่อ คุณแม่นะคะ คนที่รู้เห็นไม่กล้าที่จะมาร้องเรียน ถ้ากฎหมายอาญานั้นจะต้อง มีคนที่มาร้องเรียน มาฟัองถึงจะดําเนินคดีกับผู้ที่จ้างวานได้ นี่คือต้องสืบ ดิฉันจึงขอชี้แจง ในกรณีที่ดิฉันเพิ่มคํานี้ในส่วนของมาตรา ๑๘/๑ นี้ เพื่อที่จะให้ หรือผู้สืบสายโลหิต ในกรณีถ้าเกิดว่ามีผู้ร้อง หรือไม่มีร้อง รู้แล้วว่าผู้นี้เปึนผู้ที่สืบสายโลหิตจะต้องทํา จะต้องมี บทลงโทษให้กับบุคคลคนนี้ตามกฎหมายอาญา เพราะเขาไปเข้าในส่วนของเปึนผู้ใด แต่ในกฎหมายรับบุตรบุญธรรมนี้เขาเปึนผู้ที่ให้กําเนิด และเปึนคนที่จ้างวาน และเปึน ผู้ที่กําหนดให้บุตรของตนเอง บุตรของตนเองนั้นไม่กล้านะคะ ไม่กล้าที่จะขัดคําพูดของ คุณพ่อ คุณแม่ แม้จะมาเปึนลูกบุญธรรมของบุคคลอื่นแล้ว เปึนผู้ที่จ้างวานและเปึนผู้ที่กําหนดให้บุตรของตนเอง บุตรของตนเองไม่กล้านะคะ ไม่กล้าที่จะขัดคําพูดของคุณพ่อคุณแม่ แม้จะมาเปึนลูกบุญธรรมของบุคคลอื่นแล้ว ดิฉันจึงอยากจะขอชี้แจงในส่วนนี้นะคะ เพราะเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นมาแล้ว ดิฉันเปึน กรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้แปรญัตติไว้ แต่ถ้าหากว่าทางกรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้คิดเห็นและในคําชี้แจงของดิฉัน เห็นว่าพอเหมาะ พอควรที่จะเพิ่มเติมคํานี้ลงไป ก็ขอให้กรรมาธิการได้เพิ่มเติมคําว่า หรือผู้สืบสายโลหิตนี้ เข้าในมาตรา ๑๘/๑ นี้นะคะ เพื่อที่จะให้คน ขณะนี้สังคม ท่านประธานคะ ดิฉันขอพูดชี้แจงอีกเล็กน้อย สังคมเดี๋ยวนี้ ด้านคุณธรรมนี้น้อยมาก เห็นไหมคะในทางสื่อทีวีต่าง ๆ ไม่ว่าช่อง ๓ ช่อง ๗ ที่มีสื่อไปถึง พื้นที่ เขาดูทั้งละคร และเขาดูทั้งภาพยนตร์ ในเรื่องของพื้นที่ชนบทนั้นส่วนมากจะเปึน คนยากจน พอยากจนแล้วก็เอาไปให้ผู้มีอันจะกินเปึนบุตรบุญธรรม เราไม่รู้ว่าอนาคต ของเขาจะเปึนอย่างไร แต่ถ้าหากว่าอนาคตของเขาเปึนลูกของผู้ที่มีทรัพย์สินเงินทอง มีฐานะที่ดี แม่ยากไร้อยู่ตอนนี้ ก็จะมีคนที่มายุยง ยุแหย่บอกว่า นี่ลูกตนเองนี้มี ทรัพย์สมบัติถึงขนาดนี้แล้วทําไมคุณไม่ไปทําให้เปึนลูกของตนเองเลย คุณไม่ต้องมา หลบหลีก คุณไม่ต้องมาหาเช้ากินค่ํา นี่ละค่ะ ตอนนี้คุณธรรม ศีลธรรมต่างๆ ในประเทศไทย ของเราลดลงมาก ดิฉันจึงเห็นว่าในขณะที่เราทุก ๆ คนอยากจะให้กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ ก็ควรจะให้พิจารณาคํานี้ให้ด้วย คําว่า ผู้ใด นี้โจ่งแจ้งแล้วค่ะ มีอยู่ในกฎหมายอาญา ดิฉัน ทราบ ดิฉันรู้ว่ากฎหมายนี้คุ้มครองบุคคลทุก ๆ คน คําว่า ผู้ใด แต่คําว่า ผู้ใด นี้ถ้าจะให้ เจาะลึกไปในส่วนที่รับบุตรมาเปึนบุญธรรม เพราะคนที่จะรับบุตรมาเปึนลูกบุญธรรมนั้น ถ้าเห็นว่ามีกฎหมายนี้มารองรับความปลอดภัยให้กับตนเอง เขาก็จะรับเอาบุตรบุญธรรม หรือเอาบุคคลที่ยากไร้มาเปึนบุตรบุญธรรมของตนเองโดยบริสุทธิ์ใจ และโดยจะไม่มี ข้อคิด ข้อกังขา หรือระแวงบุตรบุญธรรมคนนี้เลยนะคะ ดิฉันก็ขอใช้วิจารณญาณของ ตนเองในขณะที่ได้เห็นเหตุการณ์จริง ๆ ที่เกิดขึ้น มาชี้แจงให้กับ ส.ส. ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ที่อยู่ในสภานี้ และให้กรรมาธิการนั้นได้เห็นพ้องตามดิฉันนะคะ ขอขอบคุณค่ะ ท่านประธาน