นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ หารือเรื่องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัด โดยชี้แจงความกังวลว่าอาจกลายเป็นเครื่องมือฟอกขาวผู้กระทำผิด จึงเสนอให้กำหนดจำนวนกรรมการไม่เกิน 3 คน เพื่อแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมในการกระจายอำนาจตามขนาดประชากร นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เสนอให้คณะกรรมการดังกล่าวต้องได้รับการคัดเลือกโดยประชาชนในพื้นที่แทนที่ ป.ป.ช. ใหญ่ เนื่องจากเกรงว่าหากให้ ป.ป.ช. ใหญ่เป็นผู้เลือกอาจนำไปสู่ปัญหาการวิ่งเต้นและการไม่เข้าใจบริบทพื้นที่ต่างๆ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการครับ ขอบพระคุณ ท่านสมาชิกนะครับที่ได้แสดงความเห็นในเรื่องของคณะกรรมการปัองกันและปราบปราม การทุจริตประจําจังหวัด ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านด้วยข้อเท็จจริงอย่างนี้ครับว่า ในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการนั้น ความเห็นของคณะกรรมการปัองกันและปราบปราม การทุจริตประจําจังหวัดนั้น มีความเห็นเปึน ๒ ส่วนด้วยกันในกรรมาธิการ กรรมาธิการ ส่วนหนึ่งต้องเรียนท่านประธานถึงท่านสมาชิกอย่างตรงไปตรงมาว่า กรรมาธิการส่วนหนึ่ง ไม่อยากให้มีคณะกรรมการปัองกันและปราบการทุจริตประจําจังหวัดครับ เพราะว่า ท่านมองเห็นว่าถ้ามีคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัดแล้ว บางครั้งคณะกรรมการปัองกันและปรามปรามการทุจริตประจําจังหวัดจะกลายเปึนที่ฟอก คนที่ทําผิดทั้งหลายให้ขาวสะอาดขึ้น ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งไม่แน่ใจว่าในพื้นที่นั้น เราสามารถที่จะตรวจสอบการทุจริตในระดับของพื้นที่ได้หรือไม่ ก็เลยมีความคิดว่า เราไม่มีคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัดได้หรือไม่ แต่กราบเรียนท่านประธานครับว่าในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ได้มีบทบัญญัติบังคับไว้ว่า ต้องมีคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัด เพราะฉะนั้น คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัดนั้นต้องมีครับ เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญได้บังคับไว้ว่าต้องมี ท่านประธานจะเห็นต่อไปครับว่า ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประจํา จังหวัดนั้นเรามีเงื่อนไขเวลาไว้ว่า ให้มีผลใช้บังคับเมื่อกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ไปแล้ว ๒ ป้ หมายความว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลใช้บังคับแล้ว ๒ ป้ ถึงจะมีคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัดเกิดขึ้น ส่วนหนึ่ง ก็มองไกลไปว่าในอนาคตอีก ๒ ป้ข้างหน้านั้นถ้ามีสมาชิกส่วนหนึ่ง ประชาชนส่วนหนึ่ง มองเห็นว่าไม่มีความจําเปึนต้องมีคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประจํา จังหวัดแล้วอาจจะมียกเลิกหรือมีการแก้ไขบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาอย่างนั้นครับ ความวิตกหรือความกังวลว่า คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัดนั้นควรจะออกแบบอย่างไรนั้น เราได้ใช้เวลาถกแถลงเรื่องนี้กันนานพอสมควรทีเดียวครับท่านประธาน เริ่มตั้งแต่ว่า คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัด ซึ่งตามร่างเดิมนั้น มีประธาน ๑ คน และกรรมการอื่นอีกไม่เกิน ๖ คน รวมแล้ว ๗ คน เราได้มีการพิจารณา กันว่าควรจะมีไม่เกิน ๗ คน ตามร่างเดิมไหม มันจะมีปัญหาต่อไปว่าทําไมจังหวัดนี้มา ๓ คน จังหวัดนี้มา ๕ คน จังหวัดนี้มี ๗ คน แล้วทีคณะกรรมการการเลือกตั้งล่ะครับ ไม่ว่าจะเปึนคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัดระนองก็ดี คณะกรรมการการ เลือกตั้งประจําจังหวัดขอนแก่นก็ดี จังหวัดนครราชสีมาก็ดี ทําไมต้องมี ๕ คนเท่ากันหมด ไม่คํานึงถึงจํานวนของประชากรหรือเขตพื้นที่ในจังหวัดนั้น ๆ ท้ายที่สุดก็มีมติกันว่า คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัดนั้น เลยกําหนดไว้ว่า มีทั้งหมดไม่เกิน ๓ คน มีประธาน ๑ คน และคณะกรรมการอื่นอีกไม่เกิน ๒ คน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเปึนจังหวัดเล็กหรือจังหวัดใหญ่ก็มีกรรมการ ๓ คน โดยดูรูปแบบของ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัดเปึนรูปแบบประการที่ ๑ นะครับ นอกจากนั้นครับ ท่านประธานที่เคารพ ไปดูกฎหมายครับ การปัองกันการทุจริตในภาครัฐ ป.ป.ท. เขาก็มี ๖ คน ดูกฎหมายของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน คณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม ของข้าราชการเขาก็มีจํานวนระบุไว้เลยครับว่ามีจํานวน ๖ คน เพราะฉะนั้นข้อยุติตรงนี้ก็ เลยมายุติว่า ไม่ว่าจังหวัดนั้นจะเปึนจังหวัดเล็กหรือจังหวัดใหญ่นะครับ จํานวนขอให้เปึน ๓ คนตามร่างที่คณะกรรมการแก้ไข
ประเด็นต่อมาที่คณะกรรมการได้มีการพูดคุยกันมากก็คือ แล้วคณะกรรมการ ปัองกันและปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัดนั้นจะมาอย่างไร ตามร่างเดิมท่านประธาน จะมองเห็นนะครับว่า คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัดนั้น ป.ป.ช. เปึนคนแต่งตั้ง แต่ว่าถ้าจะถามลึกไปว่า ป.ป.ช. นั้นรู้จักภาคประชาชน รู้จักพื้นที่ใน ต่างจังหวัดทั่วประเทศไหม มันเปึนไปไม่ได้ครับ เมื่อ ป.ป.ช. เองไม่รู้จักคนในแต่ละพื้นที่ ป.ป.ช. ซึ่งเปึนหน่วยงานที่อยู่ในกรุงเทพมหานครนะครับ จะคัดใครเปึน ป.ป.ช. ประจํา จังหวัดล่ะครับ เราเกรงว่าจะปล่อยให้มีการวิ่งเต้นกันได้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ก็เลยมีความคิดว่าอย่ากระนั้นเลยครับ อย่าให้ ป.ป.ช. ใหญ่เปึนคนเลือก ป.ป.ช. จังหวัดเลย กลัวจะมีการวิ่งเต้น ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ท่านไม่รู้จักคนแน่ครับ เพราะฉะนั้นก็ให้องค์กรภาคเอกชน ในจังหวัดนั้นเปึนผู้คัดเลือก ท่านประธานครับ มีเพื่อนสมาชิกได้ท้วงติงว่าทําไมมี ภาคเอกชนเยอะ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ปกติแล้วในการทุจริตนั้นมันเริ่มต้นจาก ภาครัฐนะครับ ภาครัฐเปึนผู้ทุจริตครับ ถ้าเราคัดเลือกคณะกรรมการสรรหา ถ้าเอา คณะกรรมการสรรหาเปึนภาครัฐทั้งหมดเราเกรงว่าจะได้คนที่ไม่มีคุณสมบัติที่มีความ ซื่อสัตย์เพียงพอที่จะเปึนคณะกรรมการสรรหา เพราะฉะนั้นในมาตราที่เพิ่มขึ้น มาตรา ๑๐๓/๘/๑ ท่านประธานจะเห็นว่าตั้งแต่ (๑) ถึง (๙) ส่วนใหญ่แล้วตั้งแต่ (๑) ถึง (๘) เปึนองค์กรเอกชนทั้งสิ้นนะครับ ยกเว้นใน (๙) ที่มีหัวหน้าส่วนราชการประจําจังหวัด ซึ่งเปึนภาครัฐอยู่ ๑ คน ทีนี้ในภาคเอกชนนั้นเราก็มองว่าเราควรจะจัดสรรอย่างไรให้มี ภาคเอกชนเข้ามาเปึนคณะกรรมการสรรหาได้ครบถ้วนมากที่สุดนะครับ เราก็ดูว่า ใน กกต. จังหวัดนั้นเขามีคณะกรรมการสรรหาอย่างไร ในขณะที่เราดูกรรมการรูปแบบ ของการสรรหา กกต. ประจําจังหวัดนั้นเราก็พบความจริงว่า รูปแบบของคณะกรรมการ องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาของ กกต. ในจังหวัดนั้นก็มีความบกพร่องอยู่ บางครั้งเราเอาผู้พิพากษา เราเอาอัยการจังหวัดมาเปึนคนสรรหาเขาไม่รู้จักคนนะครับ และองค์กรของภาครัฐ เช่น ตุลาการก็ดี อัยการก็ดี เขาไม่อยากจะมาเปึนคณะกรรมการ สรรหาในองค์กรเหล่านี้เลยนะครับ เราก็เลยมีภาคเอกชนและมีหัวหน้าส่วนราชการประจําจังหวัด ๑ คนเท่านั้นละครับเข้ามา เปึนกรรมการสรรหา ท่านสมาชิกได้กรุณาถามต่อไปว่าเมื่อเรามีกรรมการสรรหาขึ้น มากมายขนาดนี้แล้วนะครับ อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการปัองกันปราบปรามการ ทุจริตประจําจังหวัดมีอํานาจอะไรบ้าง เมื่อท่านผ่านการสรรหามาค่อนข้างครบถ้วน กระบวนความแล้วเราก็มีการปรับรูปแบบของอํานาจหน้าที่ของท่านในมาตรา ๑๐๓/๑๓ นะครับ โดยเฉพาะผมขออนุญาตกราบเรียนสั้น ๆ ว่า ใน (๓) เดิม รับและกลั่นกรอง เราก็ แก้เปึนว่าให้ท่านได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วก็รวบรวมพยานหลักฐานเสนอต่อ ป.ป.ช. ด้วย แต่ว่าเราเว้นอํานาจอย่างหนึ่งไว้ท่านประธานครับ ที่เราไม่มอบอํานาจให้ ป.ป.ช. ประจําจังหวัดมีอํานาจ ก็คือเราไม่ให้ท่านวินิจฉัยในกรณีที่มีการร้องเรียนในจังหวัดนั้นว่า มีการทุจริต มีคนใดคนหนึ่งทุจริตเราไม่ให้ท่านวินิจฉัยครับ เพราะเราเกรงว่าจะมีการถูก แทรกแซงได้ เราก็เลยเขียน มีการแก้ไขว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประจําจังหวัดนั้นให้ อํานาจท่านตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่กล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ และรวบรวม พยานหลักฐานเสนอต่อคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเท่านั้น นะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าเพื่อนสมาชิกมีข้อเสนอแนะดี ๆ ในการที่จะให้ คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัดมีรูปแบบที่ดี ปัองกันและ ปราบปรามการทุจริตในระดับจังหวัดได้ คณะกรรมการก็ยินดีรับฟังความคิดเห็นของ ท่านครับ กราบขอบพระคุณครับ