อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จังหวัด โดยไม่เห็นด้วยที่จะมีคณะกรรมการสรรหาขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง และให้มีกระบวนการสรรหาที่ยืดยาว และขอให้คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากชี้แจงความเหมาะสมและความราบรื่นของกระบวนการสรรหา
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ขอสงวนความเห็นไว้ในมาตรา ๖๑ แต่เนื่องจากว่ามีการบันทึกในรายงานของ คณะกรรมาธิการไว้ค่อนข้างจะผิดพลาด ผมไม่ได้ขอสงวนไว้ในมาตรา ๑๐๓/๘ แต่สงวนไว้ใน มาตรา ๑๐๓/๘/๑ มาตรา ๑๐๓/๘/๒ และมาตรา ๑๐๓/๑๕ ก็ขอได้โปรดเข้าใจตามนี้ ด้วยนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในหมวดนี้เปึนเรื่องของคณะกรรมการสรรหา ป.ป.ช. ประจําจังหวัด ซึ่งระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๔๖ วรรคท้าย ที่จะให้มี คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัด ซึ่งในร่างเดิมของ ป.ป.ช. ที่เสนอเข้ามาสู่สภาแห่งนี้ แล้วก็เราได้รับหลักการในวาระหนึ่งก็คือ ให้เปึนอํานาจของ ป.ป.ช. ในการไปสรรหาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ป.ป.ช. กําหนดเองหมายความว่า เมื่อเราได้มีการสรรหาคณะกรรมการ ป.ป.ช. ระดับชาติแล้ว ก็ให้อํานาจคณะกรรมการ ป.ป.ช. ระดับชาติ ๙ คน ไปวางหลักเกณฑ์สรรหาคณะกรรมการปัองกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติประจําจังหวัดขึ้นมา ซึ่งเปึนอํานาจ เปึนสิทธิของคณะกรรมการ ป.ป.ช. แห่งชาติที่จะไปกําหนดเอง ประกอบกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. จังหวัด ก็ให้มีบทบาท หน้าที่เปึนเพียงเสมือนเปึนเครื่องมือในการทํางานของ ป.ป.ช. ใหญ่เท่านั้นนะครับ ก็ทํางานในเชิงธุรการ แล้วก็คล้าย ๆ กับเปึนแขน เปึนขา ในการปฏิบัติหน้าที่ในการ กลั่นกรองเรื่องราว ร้องเรียน ส่วนอํานาจการตัดสินใจอยู่ที่ ป.ป.ช.ใหญ่นะครับ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. จังหวัดจึงไม่ใช่กลุ่มบุคคลที่เปึนอิสระที่จะต้องมี กระบวนการสรรหาตามที่คณะกรรมการเสียงข้างมากไปยกร่างมา แล้วให้มีกระบวนการ สรรหาที่ยืดยาวนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงมีความเห็นว่าเนื้อหาในร่างเดิมมีความ เหมาะสมอยู่แล้ว แล้วก็การไปให้ตั้งกรรมการสรรหาขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง แล้วมีกระบวนการ ที่ค่อนข้างยุ่งยากจะเปึนปัญหาในอนาคต ผมมีเหตุผลประกอบอย่างนี้นะครับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จังหวัดที่คณะกรรมาธิการวิสามัญเสียงข้างมากได้พิจารณาไปแล้วนี้ ก็คือให้มีจังหวัดละ ๓ คนนะครับ ซึ่งการที่เราจะต้องมีคณะกรรมการสรรหาในระดับ จังหวัดซึ่งมีถึง ๙ คนมาสรรหาคนจํานวน ๓ คน ผมคิดว่านอกจากจะมากแล้ว จะทําให้ เกิดความยุ่งยากและเสียเวลา
ประการที่ ๒ องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาตามร่างที่ คณะกรรมาธิการไปแก้ไขมาจากองค์กรที่ผมคิดว่าไม่มีความชัดเจนเพียงพอ ถ้าเกิดท่าน ได้เห็นในมาตรา ๑๐๓/๘/๑ จะเห็นว่า จะเอาบุคคล ๙ กลุ่มเหล่านี้มาเลือกกันเองให้เหลือ กลุ่มละ ๑ คนเพื่อทําหน้าที่เปึนกรรมการสรรหาเลือก ป.ป.ช. จังหวัด ๓ คน กลุ่มเหล่านั้น มีใครครับ มีสมาคมครู หรือสมาคมทางด้านการศึกษา มีสภาทนายความหรือ ผู้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย สมาคมหรือชมรมพนักงานรัฐวิสาหกิจหรือสภาแรงงาน หรือสหภาพแรงงาน สภาองค์การค้าจังหวัดหรือสภาอุตสาหกรรมหรือชมรมธนาคาร พาณิชย์ กลุ่มอาสาสมัคร องค์กรเอกชน องค์กรเกษตรกร สมาคมหรือชมรมสื่อมวลชน หัวหน้าส่วนราชการประจําจังหวัด ๙ กลุ่มนี้ละครับไปเลือก แต่ละกลุ่มก็เลือกเหลือคนเดียว แล้วให้ไปเลือก ป.ป.ช. ถามว่าแต่ละจังหวัดมีกลุ่มบุคคลอาชีพเหล่านี้เหมือนกันหรือไม่ ปัญหาก็คือไม่เหมือนกันนะครับในแต่ละจังหวัด บางจังหวัดมีองค์กรเกษตรกรที่มี จดทะเบียนเปึนนิติบุคคล มีสถานภาพทางกฎหมายที่ชัดเจน บางจังหวัดไม่มีสถานภาพ อันนั้น ใครจะเปึนคนไปกําหนดว่าใครจะมีสิทธิที่จะเปึนกรรมการสรรหา บางจังหวัด มีสมาคมหรือชมรมสื่อมวลชน บางจังหวัดไม่มี และในบางพื้นที่แม้จะมีสมาคม ชมรมเหล่านั้น แต่ว่าก็ไม่ได้เปึนตัวแทนที่ชอบธรรม หรือเปึนตัวแทนของคนที่ประกอบวิชาชีพนั้นทั้งหมด ตรงนี้เปึนจุดอ่อนที่มีความสําคัญมาก แล้วผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า การที่ในแต่ละจังหวัดมีลักษณะที่กลุ่มบุคคล อาชีพต่าง ๆ ไม่เหมือนกันนี่จะเปึนปัญหา ในอนาคตเมื่อแต่ละกลุ่มได้มีการประชุมเลือก กันได้ตัวแทน ๑ คน แล้ววันหลังมีคนที่อยู่ในวงวิชาชีพนั้นมาร้องเรียนบอกว่าตัวเองไม่ได้ เข้าไปร่วมในกระบวนการสรรหาคนที่จะเปึนกรรมการสรรหานี่ กระบวนเหล่านั้นจะยุติลง หรือไม่ จะเปึนปัญหาฟัองร้องในทางกฎหมายทีหลังหรือไม่ แล้วก็จะทําให้ ป.ป.ช. จังหวัด เกิดไม่ได้ นี่เปึนประเด็นปัญหาสําคัญ ผมห่วงใยมากครับ แล้วก็ได้ตั้งข้อสังเกตนี้ไว้ใน คณะกรรมาธิการ แต่เนื่องจากว่าเปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อยจึงต้องขอนํามาบอกเล่า กับเพื่อนสมาชิกในที่ประชุมใหญ่แห่งนี้ให้ได้รับทราบอีกครั้งหนึ่งว่า ผมต้องการจะเห็น ป.ป.ช. จังหวัดเกิดขึ้นโดยเร็ว เพราะนี่เปึนเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แต่การให้เกิด ป.ป.ช. จังหวัดเกิดขึ้นโดยเร็วนี่ จําเปึนต้องมีกระบวนการให้เกิดขึ้นที่ง่ายและไม่มีความ สลับซับซ้อน ไม่สร้างปัญหาที่เปึนอุปสรรคให้กับตัวเองที่จะไม่ให้เกิดขึ้น ถ้าทําได้อย่างนี้ ผมคิดว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ วรรคท้าย ที่จะให้มี ป.ป.ช. จังหวัด ก็จะเกิดขึ้นได้ ก็กราบเรียนท่านประธานฝากเปึนข้อสังเกตไว้ แต่ว่าก็อยากจะฟังคําชี้แจง ที่ชัดเจนจากคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากอีกครั้งหนึ่งนะครับ ถึงความเหมาะสมและ ความราบรื่นของกระบวนการสรรหาที่จะเกิดขึ้นตามร่างที่ท่านได้ร่างมาครับ กราบขอบพระคุณครับ