ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง หารือเรื่องการคุ้มครองสหกรณ์ ให้รัฐเป็นหลักประกันสำหรับสหกรณ์ที่มีสมาชิกฝากเงิน
ขออนุญาตท่านประธาน ที่เคารพครับ คือผมเองก็พยายามจะให้สภาแห่งนี้เสียเวลาน้อย แล้วก็เปึนผลประโยชน์ต่อ พี่น้องประชาชนให้มากที่สุดดังวัตถุประสงค์ที่ท่านประธานมุ่งหวัง แต่อย่างไรก็ตามเมื่อได้ยิน ได้ฟังทางกรรมาธิการเสียงข้างมาก แม้บางเรื่องที่ท่านชี้แจง บอกว่าเห็นด้วยกับผม แล้วก็โดยเฉพาะท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ท่านบอกว่าเห็น ด้วย แล้วก็นําข้อคําสงวนคําแปรญัตติของผม กับข้อสงวนความเห็นของผมนี้ไปเปึน ข้อสังเกต แล้วเพื่อที่จะแก้ไขพระราชบัญญัตินี้ต่อไปในอนาคต ก็ต้องขอกราบขอบคุณ แต่อย่างไรก็ตามแต่การชี้แจงนั้นในส่วนที่บอกว่า โดยเฉพาะท่านอรรถวิชช์ ต้องขอ เอ่ยนาม ท่านบอกว่าการที่ให้สหกรณ์นั้นรับเงินฝากมาก ๆ แล้วก็จะทําให้สหกรณ์นั้น เรียกว่าอาจจะล้มเหลว หรือเสียหาย ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า ไม่ใช่ เพราะว่าถ้าท่าน พูดอย่างนั้นก็เรียนต่อท่านประธานนะครับว่า สถาบันการเงินใดก็ตามแต่จะเข้มแข็ง เปึนหลักประกันของพี่น้องเกษตรกร หรือพี่น้องประชาชนโดยทั่วไปนั้น รัฐเข้าไปคุ้มครอง วันนี้สถาบันการเงิน เงินทั่วไปที่เขาเอาไปฝากกันเยอะ ๆ นี้ หรือทั่วไปที่เอาไปฝากนั้น เพราะอะไร จริง ๆ ตัวสถาบันการเงินนี้ พี่น้องประชาชนโดยทั่วไปอาจจะเรียกว่า มีความรู้สึกกังวล อาจจะต้องสอดส่องดูแลเสียก่อน ว่า เอ๊ะ เหมาะสม สมควรหรือไม่ ที่จะต้องเอาไปฝาก แต่วันนี้พี่น้องประชาชนไม่ค่อยได้สอดส่องเพราะอะไร เพราะว่ารัฐเข้า ไปอุ้มชู เข้าไปเปึนหลักค้ําประกัน วันนี้รัฐเข้าไปค้ําประกัน แม้ว่าอันใหม่ในขณะนี้กําลังจะ ออกพระราชบัญญัติ หรือมีพระราชบัญญัติว่าจะต้องดําเนินการในการที่จะไม่คุ้มครอง สิทธินั้น แต่อย่างไรก็ตามแต่ก็ยังคุ้มครองสิทธินับจํานวนเงินเปึนร้อยร้อยล้านบาท เมื่อพี่น้องประชาชนเอาไปฝาก วันนี้ยังเถียงกันด้วยว่า เอ๊ะ แล้วถ้าเกิดผมมีเงินฝากแต่ละ สถาบันที่มันต่างกัน สมมุติว่าคุ้มครอง ๕๐ ล้านบาท แล้วเอาไปฝากสถาบันการเงิน ๕๐ สถาบันได้หรือเปล่า นี่กําลังออกช่องนี้ครับท่านประธาน แต่ในขณะที่เรานี้ รัฐจะต้อง คุ้มครองดูแล ทําไมไปคุ้มครองดูแลสถาบันการเงินพวกนั้น ทั้ง ๆ ที่เม็ดเงินเหล่านั้นก็เปึน ผลประโยชน์ที่สถาบันการเงินเหล่านั้นได้แล้วเอาไปไม่ได้ตกถึงมือพี่น้องประชาชน ไม่ได้ ถึงมือพี่น้องเกษตรกร กลับใหม่ได้ไหมอ้ายการค้ําประกันอย่างนั้น เอามาค้ําประกันกับ สหกรณ์ให้พี่น้องประชาชนได้ไหม เอาเงินความเสียหาย ถ้าเกิดสหกรณ์ไหนจะต้อง เสียหาย เพราะว่าพี่น้องประชาชนนั้นเอาไปฝากแล้วมันเกิดความเสียหาย เพราะว่า สหกรณ์นั้นดําเนินการแล้วผิดพลาดใดก็ตามแต่ รัฐเข้าไปอุ้มชูเลย ฝากมาเท่าไร คืนเงินให้ ประชาชนไปเท่านั้น นั่นคือหมายความว่ารัฐเปึนผู้ค้ําประกัน สหกรณ์เข้มแข็งไหม เข้มแข็ง ได้เงินฝากถูกไหม ถูก พี่น้องประชาชนได้เงินฝากในราคาที่สูงขึ้นไหม ได้ แต่ผลเสียหาย ถามว่าเราจะไม่ให้เกิดขึ้น ถามว่าไม่ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อเขาเปึนเจ้าของสหกรณ์ เสมือนหนึ่งเขาเปึนเจ้าของครัวเรือน เสมือนหนึ่งเขาเปึนเจ้าของประเทศ ใครบ้างจะทําให้ เกิดความเสียหาย สหกรณ์ไม่มีหรอกครับ สหกรณ์ไหนพอไปบริหารแล้วจะให้สหกรณ์ ตัวเองล้มเหลว โดยไปดําเนินการวิธีการใด ๆ ก็ตามแต่ ไม่มีหรอกครับ ไปศึกษาได้เลย สหกรณ์ที่ล้มเหลวแล้วไปไม่ได้ ไม่มีเงินให้สมาชิกกู้ยืม เมื่อไม่มีเงินให้สมาชิกกู้ยืม เนื่องจากสมาชิกทั่วไปท่านประธานไม่มีเงินทุนพอ แต่ละคนเข้ามาก็ไม่มีเงินทุน เปึนผู้ที่จะ มาขอในการกู้ แต่พอจะมาขอกู้ก็บอกว่าคุณต้องเปึนสมาชิกก่อน ต้องไปหักก่อน ต้องอะไรก่อน เท่ากับเนื้อเต่ายําเต่าครับท่านประธาน ถ้าสหกรณ์ไหนก็ตามแต่มีผู้ที่เรียกว่า มีฐานะ มีเงินมีทองเข้าไปฝาก ถ้าอย่างนี้ก็ได้อานิสงส์จากคนที่เปึนสมาชิกร่วมในการที่จะ ใช้เม็ดเงินในการกู้ แต่ถ้าไม่มี ล้มทุกที่ครับ เพราะฉะนั้นการเป่ดกว้างแล้วรัฐค้ําประกันนี้ อยากจะกราบเรียนครับว่า ผมเองนั้นคิดว่าน่าจะต้องทํา แล้วเห็นควรว่าจะต้องทํา เพื่ออะไร เพื่อยังประโยชน์ให้กับสหกรณ์ เพื่อยังประโยชน์ให้กับพี่น้องเกษตรกร และก็ยัง ประโยชน์ให้กับมวลหมู่พี่น้องประชาชนที่ได้รับเงินฝากในขณะนี้ที่ถูก ๆ ท่านประธาน ลองคิดดูเถอะครับ วันนี้ดอกเบี้ยเงินฝากร้อยละเท่าไร เอาไปปล่อยกู้ร้อยละเท่าไร วันนี้ ธนาคารส่วนใหญ่จะไม่ปล่อยเงินกู้ธรรมดานะครับท่านประธาน ธรรมดาในนี้ก็คือ กู้โดยปกติธรรมดาอย่างนี้ ไม่ค่อยปล่อย เพราะอะไรครับท่านประธาน ดอกเบี้ยไม่แพง เท่าที่ควร ขนาดร้อยละ ๘ ร้อยละ ๙ ยังไม่แพงเท่าที่ควรนะ ขนาดที่รับฝากไปแค่ร้อยละ ๗๕ สตางค์ ๕๐ สตางค์ ๑ บาท ๑ บาทกว่า ท่านประธาน ไปปล่อยร้อยละ ๖ ร้อยละ ๘ ร้อยละ ๙ ยังไม่จูงใจเขาเลยท่านประธาน เขาไปจูงใจในการปล่อยบัตรเครดิต ร้อยละ ๒๐ ๓๐ ท่านประธานลองคิดดู เราจะปล่อยให้ประเทศเราเปึนอย่างนี้หรือ วันนี้ เอสเอ็มอี (SME) ทั้งหลาย ธุรกิจ เอสเอ็มอี ทั้งหลายกําลังจะล้มละลายหมดแล้วเพราะอะไร เพราะทุกคน ไม่ปล่อยเงินกู้ หันไปปล่อยเงินกู้แบบนั้นหมด สถาบันการเงินต่าง ๆ ไปอย่างนั้นหมด ต่อไปสหกรณ์ก็เช่นเดียวกัน เมื่อไม่มีเงินทําอย่างไร เช่นเดียวกันถ้าธนาคาร ไม่ว่าจะเปึน กรุงไทย ไม่ว่าจะเปึนอะไร ไม่ว่าจะเปึนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ต่อไปไม่มี เม็ดเงินจะทําอย่างไรในการที่จะดําเนินการอะไรเหล่านี้ เพราะฉะนั้นผมขอฝากไว้นะครับ ท่านประธาน สิ่งที่ผมพูดจะเกิดขึ้นในอีก ๑ ป้ข้างหน้า ๒ ป้ข้างหน้าท่านประธาน วันนี้ เอสเอ็มอี กําลังไป ต่อไปคนอื่นกําลังตามมา วันนี้เดินกันเปึนลูกโซ่นะครับ เพราะฉะนั้น ขอกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า สิ่งใดก็ตามแต่จะนําไปซึ่งเปึนกําลังให้พี่น้อง ประชาชนได้เราต้องทํา วันนี้หลักการของผมก็คือว่าเรากระจายไปในจุดเล็ก ๆ ทั้งหมด ในประเทศเหมือนกับกองทุนหมู่บ้าน แล้วมันจะเกิดความเข้มแข็ง ในอดีตก็เหมือนกัน เราบอกว่ากองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท มันจะล้มละลาย มันจะเสียหาย แล้วถามวันนี้มันล้มละลาย มันเสียหายไหม ไม่ สหกรณ์ก็เช่นเดียวกัน ไปมองในมุมกลับว่า เขาจะสร้างความเสียหาย จริง ๆ ไม่ใช่ แล้วถ้าเกิดมันจะเสียหายให้เอารัฐบาลเข้าไป ค้ําประกัน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ก็ยังประโยชน์ ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่า ด้วยการศึกษา ด้วยการที่จะมาดูแลตรงนี้ ก็อยากจะให้นําเปึนผลประโยชน์กับพี่น้อง เกษตรกร พี่น้องประชาชนโดยแท้จริง ทุกคนจะได้ครับ ไม่ใช่เฉพาะพี่น้องเกษตรกรเท่านั้น คนฝากเงินก็ได้ด้วยนะครับ มีทางเลือกในการฝาก รัฐเข้าไปค้ํา วันนี้รัฐไม่เข้าไปค้ํา ไม่เข้าไปดูแล ไปดูแลสถาบันการเงิน ถามว่ามีหุ้นหรือ มีส่วนเกี่ยวข้องหรือ มีรายได้ มีผลประโยชน์ร่วมหรือ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ที่ประเทศเรา ไปไม่ได้เพราะอย่างนี้ เพราะฉะนั้นผมขอฝากท่านประธานครับ ในโอกาสต่อไปถ้ามี การแก้ไขขอให้แก้ไขไปในลักษณะแบบนี้ กราบขอบคุณครับ