ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง หารือเรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติสหกรณ์ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการฝากเงินในกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ และการให้เด็กที่ไม่บรรลุนิติภาวะเข้าไปมีส่วนร่วมในการดําเนินการของสหกรณ์ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐส่งเสริมสหกรณ์ให้เข้มแข็งและธรรมาภิบาลด้วย
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ต้องขออนุญาตท่านประธานครับ ตามที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้ชี้แจงมานั้น ความจริงแล้วก็สามารถแก้ไขได้ เช่น ในเรื่องของข้อที่ ๑ ที่ท่านบอกว่า พระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ได้รับหลักการไปเพียงแค่แก้ให้ในเรื่องของสหกรณ์ ฌาปนกิจสงเคราะห์เฉย ๆ ความจริงแล้วตามระเบียบวิธีของการพิจารณาสภาแล้ว สามารถทําได้ นั่นก็คือ โดยการที่จะขออนุญาตท่านประธาน ขออนุญาตสภาแห่งนี้ในการ ที่จะเป่ดให้ดําเนินการพิจารณาเพิ่มเติมมากกว่าหลักการที่ได้รับเอาไป คือพูดง่าย ๆ แก้ไข หลักการเพิ่มเติมสามารถทําได้ เพราะฉะนั้นการที่ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ได้กล่าวนั้น แสดงให้เห็นว่าต้องขออนุญาตกราบเรียนว่า ถ้าหากมีความประสงค์ที่จะดําเนินการ โดยแท้จริงแล้วก็สามารถดําเนินการให้ตามที่ผมได้ร้องขอ แต่อย่างไรก็ตามแต่ แต่หากถ้า ท่านไม่เห็นด้วย ผมเองก็ต้องขออนุญาตว่าในความเห็นของผมนั้น เห็นว่าควรที่จะแก้ไข เปลี่ยนแปลงให้เพิ่มเติมขึ้น ก็คือในหลายส่วน ไม่ว่าในส่วนของพูดง่าย ๆ ว่าให้ประชาชน โดยทั่วไป หรือว่าหน่วยงานของนิติบุคคลอื่น ในการที่จะสามารถดําเนินการได้ ในการ ที่จะมาฝากเงินตรงนี้ได้ โดยเฉพาะก็คือกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ ซึ่งปัจจุบันนี้กองทุนสํารอง เลี้ยงชีพ มีสมาชิกเปึนจํานวนมาก แล้วก็มีเม็ดเงินในการที่จะเข้าไปในการที่จะเรียกว่าเก็บ ในการที่จะมาเปึนส่วนหนึ่ง ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่ากองทุนสํารองเลี้ยงชีพ เท่าที่ผมเข้าไปศึกษา เข้าไปดูอยากจะกราบเรียนว่าบางครั้งสมาชิกนั้นเปึนเด็ก เท่าที่ทราบก็คือไม่ถึงอายุ ครบเกณฑ์ ก็คือ ๒๐ ป้ที่บรรลุนิติภาวะบางส่วน ทําให้เปึนส่วนหนึ่งในการที่จะทําให้ไม่รับ ในตรงนี้ เมื่อสักครู่ผมได้อภิปรายไปส่วนหนึ่งก็คือว่าเมื่อสถาบันการเงินอื่น ไม่ว่าธนาคาร ออมสิน หรือธนาคารใดก็ตามแต่ เมื่อเขาอายุไม่ถึงครบ ๒๐ ป้บริบูรณ์ ก็สามารถที่จะฝาก เงินได้ ในขณะเดียวกันสหกรณ์นี้ก็น่าจะสามารถดําเนินการได้อย่างนั้นเปึนต้น เช่นเดียวกัน ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าในส่วนของการที่ให้เด็กทั้งหลาย ที่มันไม่บรรลุนิติภาวะเข้ามาในการที่จะมีส่วนร่วมในการเข้ามาที่จะศึกษาโดยตรง เข้ามา เรียนรู้โดยตรงกับสหกรณ์ วิธีการของสหกรณ์ ซึ่งลูกหลานเหล่านี้ในอนาคตก็ต้องมีความรู้ ความเข้าใจมากขึ้น โตเปึนผู้ใหญ่มากขึ้น ได้รับการศึกษามากขึ้น เมื่ออยู่ในสัมมาอาชีพ ใดก็ตามแต่ จะกลับไปสู่สัมมาอาชีพใดก็ตามแต่ หรือไปเปึนข้าราชการก็ตามแต่ เขาจะมี ความรู้ ความเข้าใจว่าปัญหาของสหกรณ์มีอะไรบ้าง แล้วการดําเนินการของสหกรณ์ มีอะไรติดขัดบ้าง แล้วการที่จะส่งเสริมสหกรณ์นั้นจะต้องทําได้อย่างไร แต่ในขณะนี้ กันบุคลากรเหล่านี้ซึ่งเปึนลูกหลาน เด็ก ๆ ทั้งหลายออกมาทั้งหมดเลย ไม่ให้สามารถ เข้าไปดําเนินการในการที่จะฝากเงินเหล่านี้ได้ ผมอยากจะกราบเรียนว่านี่คือสิ่งที่มัน ผิดพลาด ผมเองไม่เห็นด้วย การที่ให้ลูกหลานทั้งหลาย ซึ่งเปึนเด็กก็ดี หรือว่ากองทุนใด ก็ตามแต่ เข้าไปมีส่วนร่วมในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในการได้เม็ดเงินนั้น เปึนเรื่องที่สําคัญและเปึนเรื่องที่ดีมาก ในเรื่องของจํานวนคนก็เช่นเดียวกัน ที่ว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ผมเองยิ่งไม่เห็นด้วยใหญ่ แล้วโดยเฉพาะในเรื่องของนายทะเบียน จะต้องมาเปึนผู้บังคับบัญชาในการดําเนินการ ผมอยากจะกราบเรียนว่าสหกรณ์นั้น แต่ละสหกรณ์มีเม็ดเงินสักเท่าไร บริษัท ห้างร้านใหญ่ ๆ ที่เขาถือหุ้นกันเยอะ ๆ ผมอยากจะ กราบเรียนว่าเปึน ๑๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท เขาก็ไม่เห็นต้องไปควบคุมเขาขนาดนั้น แต่นี่สหกรณ์เล็ก ๆ ของพี่น้องเกษตรกรที่ร่วมกันในหมู่บ้าน ในชุมชน ในตําบล ซึ่งเปึน ญาติพี่น้องเปึนพรรคพวกกันทั้งนั้น ในการที่จะมาช่วยเหลือจุนเจือดูแลกัน แต่ก็ปรากฏว่า โดนขีดขั้น ผมกลับมองเสียอีกครับท่านประธานว่าตรงนี้เปึนช่องสําหรับสถาบันการเงิน ทําให้สถาบันการเงินรับฝากเงินจากพี่น้องประชาชน ทําให้ได้รับฝากเงินจากอะไร เกษตรกร ผมอยากจะกราบเรียนครับว่าคนฝากเงินไม่มีทางเลือกเท่าที่ควร วันนี้ผู้มีฐานะ เงินพอสมควร ถ้าเกิดมีสหกรณ์อย่างนี้เขาก็จะสอดส่องดูแลว่าสหกรณ์ไหนบ้างที่มีกําลัง หรือมีความสามารถในการบริหารงานที่ดีที่เราเรียกว่า กู๊ด กัฟเวิร์นนันซ (Good Governance) ธรรมาภิบาลที่ดีแล้ว เขาก็ศึกษาแล้วก็เข้าไปฝากเงินตรงนี้ เงินก็ไม่ต้อง กลัวสูญหาย ในขณะเดียวกันรัฐก็ส่งเสริมให้สหกรณ์เปึนธรรมาภิบาลให้มากขึ้น สิ่งเหล่านี้ ก็จะช่วยส่งเสริมในการที่จะทําให้สหกรณ์นั้นเข้มแข็งแล้วก็เดินไปได้ ในขณะเดียวกัน พี่น้องประชาชน ข้าราชการ หรือใครก็ตามแต่ที่ต้องการฝากเงิน ได้อะไร ได้ดอกเบี้ยที่ดีขึ้น วันนี้ดอกเบี้ยร้อยละเท่าไร ร้อยละ ๕๐ สตางค์ ร้อยละ ๗๕ สตางค์ ร้อยละ ๑ บาท ไม่ถึง ๒ บาท แต่ในขณะที่สหกรณ์ต้องไปกู้เงินจากสถาบันการเงินอื่นร้อยละ ๖ บาท เอามา ปล่อยกู้ อย่างนี้เปึนต้น ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ เราจะปล่อยให้เปึน อย่างนี้อีกหรือบ้านเมือง ถ้าปล่อยไปอย่างนี้บ้านเมืองไม่เหลือ แล้วท้ายที่สุดเราก็มาบอกว่า เกษตรกรถูกรังแก เกษตรกรหรือพี่น้องประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบ ก็ตรงนี้มันเอาเปรียบ กันชัด ๆ เลย กฎหมายฉบับนี้ไปเป่ดช่องให้เขาเอง ไปขีดกั้นให้เขาเอง เพราะฉะนั้น ผมอยากจะกราบเรียนครับว่าทางกรรมาธิการถ้าจะแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงความคิดเห็น ก็ยังทําได้อยู่นะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตเพื่อยังประโยชน์ให้พี่น้อง ประชาชน กราบขอบพระคุณครับ