สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล หารือเรื่องภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบการกักตุนน้ำมัน พร้อมขอให้ชี้แจงว่าสามารถแก้ปัญหาฟุ่มเฟือยและเศรษฐกิจของประเทศได้จริงหรือไม่

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธานครับ ผม สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส. พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธานครับ ต่อที่ ท่านรัฐมนตรีได้พูดว่าน้ํามันเบนซินได้ปรับอัตราภาษีสรรพสามิตเต็มพิกัดแล้ว ๕ บาท สําหรับแก๊สโซฮอล์กับดีเซลนั้นยังปรับไม่เต็มที่ แต่อยากจะชี้อย่างนี้ครับว่า เมื่อตอนที่สมัย รัฐบาลท่านสมัครออก ๖ มาตรการ ๖ เดือน เพราะว่าประชาชนตอนนั้นต้องแบกรับภาระ น้ํามันในตลาดโลก มีราคาสูงมากครับ เริ่มไต่ลงมาจาก ๑๔๐ เหรียญยูเอส ดอลลาร์ (US Dollar) ลงมาร้อยกว่าเหรียญยูเอสดอลลาร์ ก็เลยมีมาตรการที่จะมาช่วยให้พี่น้อง ประชาชนคนยากคนจนได้อยู่อย่างสบายไม่ต้องใช้เงินในกระเปิาตัวเองมาก แต่รัฐบาลชุดนี้ พอได้จังหวะเข้ามาแทนที่จะศึกษาให้ละเอียด ท่านประธาน ข้อมูลราคาน้ํามันต่าง ๆ เสียดายครับที่ไม่ได้ทําเปึนแผ่นใหญ่ ๆ ให้ดู ผมได้มาจากกระทรวงพลังงาน แล้วก็การ เปรียบเทียบภาษีสรรพสามิตของน้ํามันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดนั้นมันบอกชัดเจนครับว่า สมัยรัฐบาลสมัครคิดภาษี ๓ บาท ๖๘ สตางค์ต่อลิตร พอมารัฐบาลชุดนี้คิดเต็มพิกัดเลย ๕ บาทต่อลิตร ทั้ง ๆ ที่ราคาน้ํามันก็ถูกลง พี่น้องประชาชนกําลังจะอยู่สุขสบาย สินค้า อุปโภคบริโภคกําลังจะไต่ลง เพราะกระทรวงพาณิชย์ก็กําลังจะดําเนินการเรียกร้องให้ ผู้ผลิตลดราคาลง แต่ทันทีทันใดที่รัฐบาล ประชาชนกําลังจะอยู่สุขสบาย สินค้าอุปโภคบริโภคกําลังจะไต่ลง เพราะกระทรวง พาณิชย์ก็กําลังจะดําเนินการเรียกร้องให้ผู้ผลิตลดราคาลง แต่ทันทีทันใดที่รัฐบาลมาเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต ทําให้ราคาน้ํามันเพิ่มขึ้น ผู้ผลิตเขาไม่ยอมหรอกครับ เขาก็จะอ้างทันทีว่า ค่าใช้จ่ายเพิ่มแล้วลดราคาไม่ได้ อย่างน้อยต้องคงไว้ สิ่งเหล่านี้ละครับ ทําไมรัฐบาล ไม่รู้จักคิดนะครับ แล้วก็การที่ท่านมาชี้แจงว่าเต็มพิกัด ไม่เต็มพิกัด ๕ บาท คิดภาษี ท่านประธาน ถ้าตัวเลขนี้ผมสามารถใช้เวลาอธิบายได้นานท่านจะเข้าใจ เพราะอะไรครับ เพราะใช้เงินกองทุนน้ํามันมาเปึนลูกเล่นในการคํานวณ เพื่อให้ประชาชนมองไม่รู้สึกว่า ขึ้นมาก เดือนแรก ครั้งแรกขึ้นไป ๑ บาท ๕๕ สตางค์ แต่รัฐบาลประกาศว่าจะขึ้นอีก ๓ ครั้ง ๒ อาทิตย์ ขึ้น ๑ ครั้ง จนจะเต็ม ๕ บาท ถามว่าแล้วแต่ละครั้งที่จะขึ้น มันจะมีการ กักตุนไหม มันจะมีเหตุการณ์เหมือนเช่นคืนวันที่ ๓๑ มกราคม (วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๒) ไหม ไปต่อคิวกัน บางปัูมก็บอกน้ํามันหมด จนวันนี้กรมสรรพสามิตต้องส่ง เจ้าหน้าที่ไปตรวจสต็อกที่คลังน้ํามัน เพราะมันมีการกักตุน เพราะมันทํากําไรได้ อย่างนี้ ในต่างประเทศเขาไม่ทํากันหรอกครับ จะขึ้นราคาทําเปึนอวดเก่ง ประกาศล่วงหน้า ประเทศไหนในโลกเขาทํากันครับ และยิ่งมาบอกว่า ๖ มาตรการ ๖ เดือน ท่านอดีต นายกรัฐมนตรี รัฐบาลพวกผมดําเนินการมาก่อนถูกต้องครับ เพราะเราช่วยเหลือ ประชาชน แต่ท่านกําลังไม่ช่วยเหลือประชาชน กําลังจะทําลายประชาชน ประชาชนกําลัง อดยาก ตกงาน ไม่มีงานทํา แต่สิ่งที่ท่านทําไป ท่านคิดไหมครับว่าประชาชนเขาอดอยาก เขาลําบากมากตอนนี้เขาประหยัด เขากระเหม็ดกระแหม่ เก็บเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ๑ บาท ๒ บาท ก็ต้องเก็บ แต่ท่านไปทําร้ายประชาชนอย่างนี้ แล้วโครงการนโยบายต่าง ๆ ที่ท่าน พูดถึง ไม่ว่าจะเปึน ๒,๐๐๐ บาท ที่ให้คนที่มีเงินเดือนไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท จ่ายไปให้คน ประมาณ ๙ ล้านคน ถามว่าประชาชนคนไทยอีก ๕๐ กว่าล้านคน ไปอยู่ไหนครับ ท่านทําไมไม่สนับสนุน ความทั่วถึง ความเปึนธรรมมันเกิดขึ้นไหม เงิน ๒,๐๐๐ บาทที่ท่าน ไปแจกนั้นเติมน้ํามัน ๔ รอบ เต็มถัง ๔ ครั้ง เงินหมดแล้วครับ แต่คนที่ยากจนกว่านั้น ที่ไม่ได้รับอานิสงส์ล่ะ ที่ไม่ได้รับ ๒,๐๐๐ บาทล่ะ ใครจะดูแลเขาครับ ท่านกําลังหาเงิน เพื่อบําบัดสิ่งที่ท่านประกาศเปึนนโยบาย พูดรวดเร็ว คิดว่าจะทําได้ บลัฟ (Bluff : ขู่) แหลก เกทับรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณเพื่อจะสร้างกระแสนิยม แต่สิ่งที่ท่านกําลังทํา นี่แหละครับ มันทําร้ายประเทศชาติ สมแล้วครับที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณได้โฟนอิน ที่เขาใหญ่ บอกว่าเอาเด็กสองคนมาบริหารบ้านเมืองมันถึงได้เจ๊ง ท่านประธานครับ และ ที่สําคัญที่สุดที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าอยากจะช่วยเหลือเกษตรกร ท่านประธานครับ งบกลางป้เพิ่มเติม ท่านดูนะครับ รัฐบาลชุดนี้สนับสนุนการท่องเที่ยว กระทรวงท่องเที่ยว และกีฬา ๕๕๐ ล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะช่วยเหลือเกษตรกรนะครับ ให้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงพาณิชย์สนับสนุนให้เกิดการค้าขาย ๑,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงอุตสาหกรรม ๓๑๒ ล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จ ๓,๘๖๒ ล้านบาท จากงบทั้งหมด ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานเห็นไหมครับมันจิ๊บจ๊อย วันนี้พรรคร่วมรัฐบาล ออกอาการแล้วครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ท่านบอกว่าอะไร จะกระตุ้นเศรษฐกิจ กลับเอาไปช่วยให้กับรัฐมนตรีที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์ ๘๐,๐๐๐–๙๐,๐๐๐ ล้านบาท แบบนี้บ้านเมืองมันไปไม่ได้หรอกครับ ไม่ทันอะไร ก็ทะเลาะเบาะแว้งกันแล้ว ผมเลยคิดว่าวันนี้ท่านรัฐบาลต้องพิจารณาตัวเองแล้ว ท่านจะ ทําให้บ้านเมืองไปกู้หนี้ยืมสิน เข้าไอเอ็มเอฟ (IMF : กองทุนการเงินระหว่างประเทศ) และ มาหาเงินจากภาษีน้ํามัน มันไม่ถูกครับ มันเปึนการหาได้ง่ายเกินไป ผมอยากจะถาม อย่างนี้นะครับว่า

คําถามที่ ๒ นะครับ สิ่งที่รัฐบาลกําลังทําอยู่ขณะนี้ท่านจะแก้ปัญหาฟุ๋นฟู เศรษฐกิจของประเทศได้จริงตามที่ท่านโอ้อวดหรือโปัปดมดเท็จกับพี่น้องประชาชนหรือไม่ อย่างไร ขอบคุณครับ