สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

กรณี จาติกวณิช เสนอแนะให้รัฐสภาปรับปรุงระเบียบในการจัดการการถ่ายทอดสดเพื่อให้ทุกคนมีโอกาสตอบคำถามอย่างยุติธรรมและเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องราคาน้ำมัน และภาษีน้ำมัน โดยอ้างว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ต่ำ และได้เสนอมาตรการที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงหารือเรื่องมาตรการภาษีสรรพสามิตน้ำมัน การปรับเปลี่ยนมาตรการนี้ และการลักลอบน้ำมัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเอทานอล เช่น เกษตรกรที่ปลูกวัตถุดิบ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก่อนอื่น ต้องขอเรียนท่านประธานนะครับว่า ผมอยู่ในสถานะที่ค่อนข้างเสียเปรียบนะครับ เพราะเนื่องจากการถามกระทู้แรกนี่กินเวลาของสภาไปค่อนข้างมาก เกินกว่าที่กําหนดไว้ ในระเบียบข้อบังคับของทางรัฐสภาไว้ที่ ๒๐ นาทีนั้น และการถ่ายทอดสดก็เพิ่งแล้วเสร็จ ไปนะครับ เพราะเท่าที่ผมทราบก็คือถ่ายทอดตั้งแต่บ่ายโมงครึ่งถึงบ่ายสามโมง ก็ประมาณว่าท่านผู้ถามกระทู้ได้มีโอกาสได้ถามกระทู้ ได้มีการกล่าวหารัฐบาลของทาง ผม ได้มีการกล่าวหาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวผมเอง พี่น้องประชาชนมีโอกาสได้ ชมผ่านการถ่ายทอด แต่ในครั้งเวลามาถึงสําหรับผมที่จะขึ้นมาให้คําตอบนั้นก็กลับจะไม่มี โอกาสสําหรับพี่น้องประชาชนที่ได้รับคําตอบจากผม ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ ท่านประธานตามที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้เรียนไว้ คงจะต้องกลับไปพิจารณาทบทวน นะครับว่าจะบริหารจัดการให้มีความยุติธรรมต่อทุก ๆ ท่าน ความจริงรวมถึงท่านที่ถาม กระทู้ด้วยอย่างไรนะครับ เพื่อที่จะได้มีเวลาเท่าเทียมกันสําหรับทั้ง ๓ กระทู้

ทีนี้เข้าสู่คําถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านสุรพงษ์นะครับ ก็ต้อง ขอขอบพระคุณนะครับที่หยิบยกประเด็นที่มีความสําคัญต่อวิถีชีวิตแล้วก็ต่อการอยู่ ครองชีพของพี่น้องประชาชน ณ วันนี้ก็คือเรื่องของราคาน้ํามัน เรื่องของภาษีน้ํามัน ก่อนอื่น เลยนะครับ ต่อคําถามว่า รัฐบาลได้ให้ความสําคัญต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศ โดยเฉพาะพี่น้องที่มีรายได้ต่ําอย่างไรหรือไม่ นี่ผมขอยืนยันเลยนะครับว่า ประเด็นนี้ก็คือประเด็นที่รัฐบาลชุดของท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ความสําคัญมากที่สุด นี่คือตรรกและที่มาของมาตรการทั้งหมดที่ถูกรวมอยู่ใน งบประมาณกลางป้ที่ท่านได้เรียนต่อสภาเมื่อสักครู่ว่าอยู่ในช่วงของการพิจารณาของ รัฐสภา ซึ่งการพิจารณาเมื่อแล้วเสร็จจะนํามาซึ่งมาตรการต่าง ๆ ที่ล้วนแล้วแต่นํามาช่วย ยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ต่ําทั้งสิ้น ไม่ว่าจะ เปึนมาตรการที่เรียกกันว่า มาตรการ ๒,๐๐๐ บาท สําหรับพี่น้องประชาชนที่มีรายได้ต่ํา ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของเบี้ยผู้สูงอายุนะครับ ซึ่งผู้สูงอายุทั่วประเทศที่ไม่มีหลักประกัน อื่น ๆ ก็จะมีโอกาสได้เข้าถึงท่านละ ๕๐๐ บาทต่อเดือน ไม่ว่าจะเปึนมาตรการ อสม. ซึ่งก็ เช่นเดียวกันล้วนแล้วแต่เปึนอาสาสมัครที่อยู่ในเกณฑ์รายได้ต่ําก็จะได้สิทธิประโยชน์ เช่นเดียวกันครับ อันนี้ก็คือที่มาในเชิงตรรกของมาตรการของรัฐบาล ผลที่หวังก็ไม่มีอะไร ละครับ ผลที่หวังก็คือการเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนที่ ณ วันนี้กําลังเดือดร้อนทั้งสิ้น

ทีนี้ในส่วนของมาตรการภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ท่านก็ทราบดีว่าเปึน ๑ ใน ๖ มาตรการเดิมของรัฐบาลที่แล้วนะครับ ที่ได้กําหนดขึ้นมาในช่วงที่ข้าวของแพง นะครับ ซึ่งทางรัฐบาลชุดปัจจุบันก็ได้หยิบยกทั้ง ๖ มาตรการมาทบทวน ก็คงไว้ ๕ มาตรการ มีการปรับเปลี่ยนในรายละเอียด ท่านคงพอได้ติดตามข่าวนะครับ ไม่ว่าจะ เปึนเรื่องของน้ําฟรีก็ปรับลดปริมาณที่ให้ฟรีลงมาในระดับหนึ่งนะครับ เพื่อจํากัดไม่ให้ มีการใช้อย่างฟุ์มเฟ๋อยเกินไป เรื่องของไฟฟัาฟรีก็มีการปรับสูตรเล็กน้อย ส่วนเรื่องของ รถเมล์ฟรีก็คงไว้เช่นเดิมนะครับ เพราะก็เห็นว่าประชาชนที่มีรายได้ต่ําที่ทํางานอยู่ในเมือง ได้ประโยชน์จากมาตรการนี้นะครับ ส่วนเรื่องมาตรการรถไฟฟรีเช่นเดียวกันนะครับก็มี การคงไว้เช่นเดิม เพราะฉะนั้นมาตรการเดียวที่มีการปรับเปลี่ยน ถือว่ายกเลิกก็ได้นะครับ ก็คือมาตรการการลดหรือเลิกเก็บภาษีสรรพสามิตของทางรัฐบาล

ตามตรรกของรัฐบาลของท่านที่ได้ออกมาตรการนี้มา จริง ๆ แล้วท่านก็ กะที่จะยกเลิกอยู่แล้ว หลังจากมีการใช้ไปในปริมาณที่กําหนดไว้คือ ๖ เดือนครับ ข้อเท็จจริงนะครับ เมื่อมาทบทวนในส่วนของราคาน้ํามันที่มีการปรับเปลี่ยนในช่วง ระยะเวลาระหว่างวันที่ท่านประกาศใช้นโยบายนี้ กับ ณ วันสิ้นกําหนดการใช้นโยบายนั้น มันก็มีความเปลี่ยนแปลงที่ปฏิเสธไม่ได้นะครับ

อันดับแรก ราคาน้ํามันในตลาดโลก ณ วันที่ท่านประกาศมาตรการนี้อยู่ที่ ประมาณ ๑๔๐ เหรียญต่อบาร์เรลนะครับ ก็ได้มีการปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดก็ อยู่ที่ประมาณ ๔๐ เหรียญต่อบาร์เรล แนวโน้มอัตราราคาน้ํามันที่จะปรับขึ้นในช่วงนี้ก็มี ไม่ค่อยมากนะครับ ก็สืบเนื่องจากวิกฤติทางเศรษฐกิจทําให้กําลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก นะครับ ไม่ใช่เพียงแค่ในประเทศไทยปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มการฟุ๋นตัวของ เศรษฐกิจก็คงยังไม่เกิดขึ้นในเร็ววันนี้นะครับ เพราะฉะนั้นแนวโน้มราคาน้ํามันที่จะคงอยู่ ในราคาที่ค่อนข้างต่ําอย่างน้อยในช่วงระยะสั้นยังมีอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นจังหวะเวลา หรือความเหมาะสมในการที่จะคงไว้ซึ่งมาตรการการเลิกเก็บภาษีส่วนนี้มันก็เลยหายไป ครับ ดังนั้นนี่คือสาเหตุที่ทําให้รัฐบาลหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพิจารณาทบทวนว่า มีความ เหมาะสมเหมือนเดิมหรือไม่นะครับที่จะคงไว้ซึ่งมาตรการการลดภาษีสรรพสามิต ทีนี้ท่าน พูดก็ถูกนะครับ พอมาถึงเวลาการปรับเราก็เลยถือโอกาสที่จะปรับสูตรภาษีนะครับ เพื่อให้มีความเหมาะสมต่อสภาวการณ์มากขึ้น

อันดับแรกก็จะเรียนนะครับว่า ในส่วนของเบนซิน ๙๕ เดิมทีอยู่ที่ ๓ บาท ๕๐ สตางค์ต่อลิตร ก็ปรับขึ้นเต็มพิกัดตามกฎหมายก็คือ ๕ บาทต่อลิตร น้ํามันชนิดนี้ก็ เปึนที่ทราบกันนะครับ หรือเรียกกันง่าย ๆ เปึนน้ํามันคนรวยนะครับ ก็คือมีรถอยู่เพียงแค่ ไม่กี่หมื่นคันนะครับที่ยังจําเปึนต้องใช้น้ํามันชนิดนี้ แล้วก็ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เปึนผู้ที่มี สตางค์ ดังนั้นก็คงไม่คิดต่างกันนะครับว่า การปรับอัตราภาษีขึ้นไปเปึน ๕ บาทต่อลิตรนั้น สมเหตุสมผลด้วยเหตุใด

ในส่วนของแก๊สโซฮอล์นะครับ ทางรัฐบาลความจริงมีการปรับลดในส่วนที่ คิดกับตัวเนื้อที่เปึนเอทานอล (Ethanol) นะครับ คือมาตรการนโยบายของรัฐบาลก็คือ ต้องการที่จะสนับสนุนพลังงานทดแทน โดยเฉพาะพืชพลังงาน ดังนั้นไม่ว่าจะเปึน อี ๑๐ อี ๒๐ หรือโดยเฉพาะ อี ๘๕ นั้น การปรับสัดส่วนในแง่ของสูตรการคํานวณภาษีในส่วนที่ เปึนเอทานอลนั้นปรับลดลงนะครับ แต่เนื่องจากภาษีในส่วนของเนื้อเบนซินปรับขึ้นเปึน ๕ บาท ก็เลยทําให้โดยรวม ๆ แล้วอัตราภาษีสําหรับ อี ๑๐ อี ๒๐ นั้นปรับขึ้นจากเดิม เล็กน้อยก็คือจาก ๓ บาท ๓๐ สตางค์ เปึน ๔ บาท ๕๐ สตางค์ ในกรณีของแก๊สโซฮอล์ อี ๑๐ และในส่วนของ อี ๒๐ ก็คือปรับจาก ๓ บาท ๓๐ สตางค์ เปึน ๔ บาท ในส่วนของ อี ๘๕ นั้นปรับลดนะครับ จากเดิมก่อนมาตรการ ๖ เดือนนั้นยืนอยู่ที่ประมาณ ๒ บาท ๕๗ สตางค์ อัตราปัจจุบันคือ ๐.๗๕ บาท ก็คือ ๗๕ สตางค์เท่านั้น นั่นก็สะท้อนให้เห็นถึง นโยบายของทางรัฐบาลนะครับ ที่อยากที่จะสนับสนุนให้มีการพัฒนาอุตสาหกรรม เอทานอล ผมก็อยากที่จะเรียนนะครับว่าความตั้งใจของรัฐบาลในส่วนนี้จริง ๆ ก็มีพี่น้อง ประชาชนที่เปึนเกษตรกรที่ท่านได้อ้างถึงเมื่อสักครู่อยู่ในใจ

มาตรการภาษีของรัฐบาลนั้น จริง ๆ แล้วเปรียบเสมือนเปึนมาตรการทาง การเกษตรไม่ใช่เปึนเพียงแค่นโยบายทางด้านของการพลังงาน เปัาหมายของเราก็คือ เราต้องการให้ราคาน้ํามันยืนอยู่ในระดับที่มีความคุ้มค่าต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ การผลิตเอทานอลให้มีความมั่นใจว่าลงทุนแล้วจะมีโอกาสที่จะขายได้ในราคาที่สามารถ ทําให้เขาอยู่ได้ ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ใช่เพียงแค่นายทุนที่มีโรงกลั่นเอทานอลครับ ผู้ที่เกี่ยวข้อง จํานวนมากทั่วประเทศก็คือเกษตรกรที่ปลูกวัตถุดิบที่เปึนพืช ไม่ว่าจะเปึนมันสําปะหลัง หรือเปึนอ้อยที่ล้วนแล้วแต่เปึนวัตถุดิบที่นํามาใช้ในกระบวนการการผลิตเอทานอล การที่ เรามีอุตสาหกรรมเอทานอลก็จะเปึนตัวยืนยันที่ดีที่สุดว่าที่จะทําให้พี่น้องเกษตรกร สามารถที่จะรักษาระดับสินค้าเกษตรของเขาไว้ได้ในราคาที่ทําให้เขาสามารถที่จะค้ากําไร ได้นะครับ ซึ่งนั่นก็เปึนวัตถุประสงค์หลักของรัฐบาลในการที่จะกําหนดอัตราภาษีใหม่ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับเอทานอล

ส่วนดีเซลนะครับ ก็ถูกต้องครับก็มีการปรับขึ้น ในส่วนของน้ํามันดีเซล หมุนเร็วจาก ๒ บาท ๓๐ สตางค์ ปรับขึ้นเปึน ๓ บาท ๓๐ สตางค์ ข้อเท็จจริงที่ผมอยากจะ เรียนนะครับ คืออัตราภาษีที่ปรับเพิ่มขึ้นนั้นในหลาย ๆ ส่วนก็มีการปรับเพิ่มขึ้นจริง ที่ลดลงก็มี ที่คงไว้ก็มีนะครับ แต่ข้อเท็จจริงในแง่ของผลต่อราคาสําหรับพี่น้องประชาชน ที่เปึนผู้ใช้ ที่เปึนผู้บริโภคนั้นก็เปรียบเทียบได้นะครับ เมื่อเทียบกับวันที่ท่านประกาศ มาตรการ ๖ มาตรการนั้นเดิม ผมขออนุญาตยกตัวอย่างนะครับ ดีเซลหมุนเร็ว ณ วันนั้น อยู่ที่ราคาเกือบ ๆ ๓๙ บาทต่อลิตร ๓๘.๗๔ บาทนะครับ ณ วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ป้ ๒๕๕๑ ส่วนวันหลังจากที่ได้มีการปรับอัตราภาษีโดยรัฐบาลชุดปัจจุบัน ดีเซลหมุนเร็ว นะครับ ก็คือวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ซื้อขายอยู่ที่ราคา ๑๙ บาท ๘๙ สตางค์ เปรียบเทียบ อีกครั้งนะครับ ๓๘.๗ บาท เทียบกับ ๑๙.๘ บาท คือต่างกันเกือบครึ่งครับ ถึงมีการปรับ อัตราภาษีขึ้นไปแล้วก็ตาม ราคาค้าปลีกในส่วนของที่มีผลกระทบกับผู้บริโภคนั้นยังอยู่ใน ระดับเพียงแค่ครึ่งเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับราคา ณ วันที่ ๖ มาตรการได้มีการประกาศใช้แต่เดิมในช่วงกลางป้ที่แล้ว ดังนั้นผมก็ยอมรับนะครับว่า ถึงแม้ว่าราคาปรับขึ้นมาเล็กน้อยเหตุเกิดขึ้นจากอัตราภาษีที่ปรับเพิ่มขึ้น แต่ราคาต่อ ผู้บริโภคนั้นยังอยู่ในระดับที่ผมคิดว่าเขาอยู่ได้ อยู่ในระดับเพียงแค่ครึ่งเดียวนะครับเทียบ กับระดับที่ปรับขึ้นไป ซึ่งก็เช่นเดียวกันนะครับเมื่อดูประเภทอื่น ๆ ของน้ํามันก็จะเห็น นะครับ ผมคงไม่ลงในรายละเอียดว่าราคา ณ วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ หลังจากที่มีการปรับ อัตราภาษีขึ้นไปแล้วนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับราคาเมื่อกลางป้ที่แล้วก็อยู่ในระดับที่ต่ํากว่า กันมากนะครับ ดังนั้นในแง่ของรัฐบาลเองเรามองว่าจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะคืน มาซึ่งภาษีส่วนนี้ก็คงจะเปึนจังหวะนี้ละครับ และนอกจากนั้นตามที่ผมได้เรียน รัฐบาลก็ ได้นําภาษีส่วนนี้กลับคืนให้กับประชาชนในหลาย ๆ รูปแบบ หลาย ๆ กรณีเปึนการ กลับคืนให้กับประชาชนผู้มีรายได้ต่ําโดยตรง เงินถึงกระเปิา เพราะฉะนั้นผมคิดว่าความ เหมาะสมนะครับ แล้วก็ตรรกความคิดของทางรัฐบาลนี้มี

เมื่อสักครู่ท่านได้เอ่ยถึงเรื่องของการลักลอบนะครับ ผมก็อยากจะเรียน ข้อเท็จจริงเผื่อท่านไม่ทราบนะครับว่า ณ ปัจจุบันหลังจากที่มีการปรับราคาน้ํามัน ขึ้นมาแล้วนะครับ ก็ทําให้มีส่วนต่างราคาน้ํามันเมื่อเทียบกับตลาดมาเลเซีย ซึ่งเปึนตลาด ที่ทางรัฐบาลเขาอุดหนุนราคาน้ํามันอยู่แล้วอยู่ที่ประมาณ ๖-๗ บาทต่อลิตร แล้วแต่ ประเภทของน้ํามัน ผมขอเรียนอย่างนี้นะครับว่าถึงแม้ว่าราคาน้ํามันบ้านเราปรับขึ้นมา บ้างเล็กน้อยสืบเนื่องจากอัตราภาษีที่มีการปรับแล้ว ส่วนต่างระหว่างราคาในประเทศไทย เทียบกับราคาที่ประเทศมาเลเซียก็ยังน้อยกว่าเมื่อช่วงป้ที่แล้วก่อนที่จะมีการประกาศ มาตรการ ๖ เดือน ในช่วงนั้นส่วนต่างราคาน้ํามันระหว่างไทยกับมาเลเซียอยู่ที่ประมาณ ๑๐ - ๑๕ บาทต่อลิตร ความหมายของผมก็คือ แรงจูงใจที่จะไม่ให้มีการลักลอบน้ํามันที่ เกิดขึ้นจากการปรับภาษีของรัฐบาลในครั้งนี้ ยังมีไม่มากละครับเมื่อเทียบกับส่วนต่างและ แรงจูงใจที่เคยมีในอดีต และนอกจากนั้นผมก็ได้กําชับนะครับ ก็ขอขอบคุณท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเปึนประเด็น ผมก็ได้กําชับกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มี ความระมัดระวังนะครับ แล้วก็เข้มงวดเพิ่มขึ้นในส่วนของการควบคุมดูแลไม่ให้มีการ ลักลอบ และผมก็ได้รับรายงานว่าในส่วนของกรมสรรพสามิตเองในอดีตเคยมีช่องโหว่ นะครับ ในส่วนของอัตรากํามะถันตามเกณฑ์ของสรรพสามิตที่ต่างกับอัตรากํามะถันของ กระทรวงพลังงาน ซึ่งก็เปึนเหตุผลทําให้โอกาสในการลักลอบมีมากขึ้น ก็ได้มีการปรับ อัตราส่วนนี้ไปแล้ว ก็ทําให้ผลต่อการถูกจับในกรณีที่มีการลักลอบน้ํามันนั้นมีมูลค่าในแง่ ของการปรับสูงขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตตอบในอันดับแรกแค่นี้ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ