กรณี จาติกวณิช หารือเรื่องนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งลดภาระประชาชน โดยเฉพาะผู้ยากจน และสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ รวมถึงการสนับสนุนอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน และการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมเกษตรให้มีความยั่งยืน นอกจากนี้ยังตอบกลับคำวิพากษ์วิจารณ์ของบุคคลที่ปรามาสนายกรัฐมนตรีและเขา
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมยินดีที่จะตอบ นะครับ แล้วก็ยินดีที่จะชี้แจงในส่วนของนโยบายการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจทั้งหมดเลยของทาง รัฐบาล ผมกังวลเท่านั้นเองครับว่าไม่ได้อยู่ในกระทู้ตามที่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้ส่ง ขึ้นมาในวันนี้ ท่านได้แจ้งมาว่าท่านจะถามเรื่องของการปรับภาษีน้ํามัน แต่อย่างไร ก็แล้วแต่ถ้าถามแล้วผมก็ต้องขออนุญาตตอบ เพราะเรื่องนี้มีความสําคัญ ก่อนอื่นนะครับ ผมขออนุญาตยืนยันความตั้งใจของทางรัฐบาลที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติ แล้วก็ โดยเฉพาะที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่เรียกกันโดยรวม ๆ ว่าพี่น้องที่เปึน คนยากคนจน มาตรการต่าง ๆ ของทางรัฐบาลนั้นพวกท่านเองเปึนพวกที่ออกมาประณามว่า เปึนมาตรการอภิประชานิยม ประชานิยมจริง ๆ โดยนิยามนะครับ ก็น่าจะหมายถึง มาตรการที่ประชาชนโดยทั่วไปซึ่งเปึนประชาชนรวมอยู่ในกลุ่มที่เปึนผู้ยากไร้ได้ประโยชน์ เปึนนโยบายที่คนจนชอบ นั่นคือนิยามประชานิยมที่มีความเข้าใจกันโดยทั่วไป ในเมื่อ นโยบายของเราท่านเรียกว่า อภิประชานิยม ท่านไม่ควรที่จะต้องมามีคําถามเลยครับว่า เรามีเจตนาตั้งใจที่จะออกนโยบายในการช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องที่ยากจนอยู่หรือไม่ ผมขอลงในรายละเอียดในบางมาตรการเปึนตัวอย่างให้กับท่านสมาชิกได้รับทราบ ในส่วนของพี่น้องเกษตรเรามีนโยบายในเรื่องของการรับจํานําพืชผลเกษตรท่านทราบดี รัฐบาลชุดปัจจุบันได้ยืนยันการปฏิบัติตามนโยบายเดิมเลยนะครับ ในส่วนของการ รับจํานําพืชผลเกษตรหลัก ๓ ประเภท มูลค่าโดยรวม ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผ่านทาง ธนาคาร ธ.ก.ส. (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร) ซึ่ง ณ วันนี้ผมดํารง ตําแหน่งเปึนประธาน นอกจากนั้นเราก็ได้มีการพิจารณาเพิ่มเติมหลังจากที่ได้มารับ มอบหมายนะครับในแง่ของการบริหารจัดการที่จะเพิ่มวงเงิน เพื่อเราจะได้สามารถที่จะ เพิ่มประเภทสินค้าเข้ามาในโครงการรับจํานําราคาสินค้าเกษตร เปึนยาง เปึนปาล์ม แล้วก็ เพิ่มในส่วนของปริมาณข้าวโพดในโครงการนะครับ ทั้งหมดทั้งปวงนั้นผู้ที่ได้รับประโยชน์ โดยตรง ก็คือพี่น้องเกษตรกรมูลค่าโดยรวม ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท มากกว่างบกลางป้ ทั้งหมดอีกด้วยซ้ําไป สิ่งเหล่านี้ท่านไม่พูดถึง ผมไม่แน่ใจว่าเปึนเพราะท่านไม่ทราบ หรือท่านลืมไปนะครับ
ในส่วนของมาตรการ ๑ แสนล้านบาทเอง หลาย ๆ ส่วนก็เปึนส่วนที่ส่งผล ต่อพี่น้องที่ยากจนโดยตรง ผมขอย้ําอีกทีหนึ่งไม่ว่าจะเปึนส่วนของการเรียนฟรีซึ่งเปึน โอกาสครั้งแรกของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่จะได้เข้าถึงการเรียนฟรีอย่างแท้จริง ภายใต้รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เปึนการลดภาระให้กับ พี่น้องประชาชนที่เปึนผู้ปกครอง โดยส่วนใหญ่ก็คือคนยากคนจนนั่นเอง ภาระอันนี้ หมดไป เงินในกระเปิาก็เพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ
ในส่วนของผู้สูงอายุก็เปึนกลุ่มที่ไม่มีหลักประกันอื่น ๆ สะท้อนให้เห็นถึง ความยากจนโดยส่วนใหญ่เช่นเดียวกัน ก็เปึนเบี้ยที่เขาจะได้รับโดยตรง ส่วนอื่นผมก็พูด ไปแล้ว เพราะฉะนั้นผมคงไม่ใช้เวลาในส่วนของรัฐสภาในสภาผู้แทนราษฎรในที่นี้ในที่จะ ขยายความ แต่ผมอยากที่จะวกกลับมาในส่วนของเรื่องของประเด็นน้ํามันอีกครั้งหนึ่ง นะครับ เพราะท่านก็ได้ถามนะครับว่าเราได้คิดดีแล้วหรือยัง ผมก็ต้องเรียนอย่างนี้นะครับ ว่าเราคิดดี ละเอียด และครบถ้วน ผมจะเรียนท่านอย่างนี้ครับ ว่าราคาน้ํามันไม่ว่ามันจะ สูงหรือแพงข้อเท็จจริงที่ประชาชนคนไทยทุกคนปฏิเสธไม่ได้ น้ํามันเปึนสินค้าที่เราต้อง นําเข้าเกือบทั้งสิ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คือเราไม่มีน้ํามันของเราเองครับ ราคาวันนี้อาจจะถูก ก็จริง แต่อนาคตผมยืนยันได้ครับว่ามันจะต้องแพงกว่านี้แน่นอนจะเมื่อไรเท่านั้นเอง ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบที่ต้องทํา ก็คือสนับสนุนอุตสาหกรรมที่เราได้เปรียบอยู่แล้ว ก็คือ อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน เราเปึนหนึ่งในเพียงไม่กี่ประเทศที่มีความสามารถที่จะ ปลูกพืชเกษตรที่นํามาใช้เปึนวัตถุดิบในการผลิตน้ํามันทดแทนคือเอทานอลได้ มีบราซิล แล้วก็มีไทยนี้ล่ะครับ ของเขาใช้อ้อย ของเราสามารถจะใช้ทั้งมันสําปะหลัง ทั้งอ้อย ดังนั้นถ้าเราเพียงแต่คงไว้เพื่อประโยชน์ในระยะสั้น ในส่วนของราคาน้ํามันที่ต่ําเกินกว่า ระดับที่ควรจะเปึนจริงในระยะยาว เราก็จะสูญเสียโอกาสที่จะได้มาลงทุนในอุตสาหกรรม ที่จะสร้างอนาคตให้กับประเทศ สร้างอนาคตให้กับพี่น้องประชาชน และสร้างประโยชน์ โดยตรงให้กับพี่น้องเกษตรกรที่เกี่ยวข้องทันที ดังนั้นผมถือว่านโยบายนี้เปึนนโยบายที่ สะท้อนถึงความรับผิดชอบ ในตรรกความคิดของทางรัฐบาลชุดปัจจุบันที่จะปรับ โครงสร้างอุตสาหกรรมพลังงาน ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมเกษตรให้มีความยั่งยืน และ พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ ส่วนเรื่องที่ท่านได้หยิบยกประเด็นคํากล่าวของบุคคล คนหนึ่งที่ได้ปรามาสท่านนายกรัฐมนตรีกับผมไว้ ผมคงไม่ขอขยายความนะครับ ในเรื่องของ เด็กสองคน ผมก็อยากจะได้เรียนต่อเพื่อนสมาชิก ๆ ทุกท่านในทีนี้เท่านั้นเองนะครับ ว่าเด็กสองคนนี้ถ้าคนวัยใกล้จะวัย ๔๕ ป้ เรียกว่าเปึนเด็กได้นะครับ ก็เปึนเด็กสองคนที่มี ความพร้อม ความตั้งใจที่จะเสียสละทํางานเพื่อประเทศชาติ เพื่อพี่น้องประชาชนตลอด ช่วงที่เรายังมีตําแหน่งอยู่นะครับ และผมก็อยากให้ผู้ที่ปรามาสเรานั้นกลับไปทบทวน นะครับว่า เจตนาตั้งใจของท่านที่มีต่อประเทศแท้จริงแล้วเปึนอย่างไร ขอบคุณครับ