สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

สุวิทย์ คุณกิตติ หารือเรื่องปัญหาทะเลสาบสงขลา โดยอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและการเสื่อมโทรมของระบบนิเวศที่ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ เช่น การเสื่อมโทรมของพื้นที่ป่าไม้ การไหลของตะกอนลงทะเลสาบ และปัญหาน้ำทิ้งจากชุมชน โดยเรียกร้องให้เร่งรัดดําเนินการแก้ไขปัญหานี้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยและปัญหาการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศในทะเลสาบสงขลา และขอให้ศึกษาวิธีการแก้ไขปัญหานี้เพื่อให้ระบบน้ำดีขึ้น

นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม

ท่านประธานที่เคารพ ผม สุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมขออนุญาตท่านประธานได้ใช้พาวเวอร์พอยท์ (PowerPoint) สไลด์ ในการชี้แจงประกอบคําถามของท่านนริศ ขํานุรักษ์ ซึ่งผมต้อง ขอขอบคุณท่านนริศนะครับ เพราะว่าท่านนริศเองท่านมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของ ปัญหาของทะเลสาบสงขลาเปึนอย่างดี เพราะว่าจริง ๆ ท่านก็เคยอยู่ในส่วนของเปึน ส.ส. จังหวัดพัทลุง แล้วก็ต้นน้ําของทะเลสาบสงขลา ซึ่งที่แล้วท่านก็คงเห็นปัญหาในเรื่องความ เสื่อมโทรมในเรื่องของสภาพป์า เพราะว่าที่ท่านพูดมาทั้งหมดนี้ผมคิดว่าความ อุดมสมบูรณ์ความหลากหลายทางชีวภาพที่มีอยู่ทั้งในระบบนิเวศบนบกแล้วก็ในน้ํา ซึ่งมี ความเปึนเอกลักษณ์ของพื้นที่ทะเลสาบสงขลามันมีเปึนเฉพาะของมัน เพราะว่าเปึน ทะเลสาบ ๓ น้ํา คือน้ําจืด น้ํากร่อย แล้วก็น้ําเค็ม แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเปึนปัญหาที่ผมคิดว่า พวกเราเองก็มีความเปึนห่วงแล้วก็ได้เริ่มดําเนินการมาตั้งแต่ทุกคนเริ่มมองเห็นปัญหาเมื่อ ป้ ๒๕๒๐ นะครับ มีการตั้งคณะกรรมการ ซึ่งมีปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน แล้วก็ไล่มาเรื่อย แล้วก็มีคณะกรรมการ จนกระทั่งมาหลัง ๆ เราพัฒนาขึ้นมาเปึน รองนายกรัฐมนตรี เพราะจะต้องมีการบูรณาการในเรื่องของการแก้ไขปัญหา

พื้นที่ทะเลสาบสงขลาจริง ๆ แล้วถ้าท่านจะดูนะครับ ระบบนิเวศมันมีการ เปลี่ยนแปลงไป ถ้าเรามองดูว่าจังหวัดพัทลุงเองทั้งจังหวัด ๑๐ อําเภอ ๑ กิ่งอําเภอ จังหวัด สงขลามี ๑๒ อําเภอ จาก ๑๖ อําเภอ จังหวัดนครศรีธรรมราช ๒ อําเภอ จาก ๒๑ อําเภอ ๒ กิ่งอําเภอ แล้วก็พื้นที่ทั้งหมด ๘,๗๒๙ ตารางกิโลเมตร เปึนแผ่นดินประมาณ ๘๘ เปอร์เซ็นต์ ทะเลสาบ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ และระบบนิเวศ ๓ น้ําอย่างที่เรียน แล้วก็ข้างบน ที่จังหวัดพัทลุงของท่านคือทะเลน้อยแล้วก็มาทะเลหลวง ทะเลสาบ แล้วก็ทะเลสาบ สงขลา ปัญหานี้ที่มันเกิดขึ้นท่านคงมองเห็นว่า การใช้ประโยชน์มันมีการเปลี่ยนแปลงไป เราเอาใกล้ ๆ ก่อน ไม่ต้องไปไล่ไกลเมื่อป้ ๒๕๔๕ ซึ่งใช้แผนที่จากแลนด์แซท (LANDSAT) ป้ ๒๕๔๒ หรือ ๒๕๔๓ เรามาดูว่าพื้นที่จากการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศจากนาข้าวนะครับ ซ้ายมือสีเหลืองกลายเปึนสีแสด คือเปึนสวนยางพาราในช่วงที่ยางพารามีราคาปรับราคา สูงขึ้น พื้นที่ในการเลี้ยงกุ้งมีการขยายตัวมากขึ้น พื้นที่ชุมชนซึ่งเราจะมองเห็นว่าเปึน สีเข้ม ๆ สีเลือดหมูเข้ม ๆ นี่นะครับ ก็มีการขยายตัวมากขึ้นในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา แล้วก็การใช้ที่ดินก็มีการใช้ที่ดินโดยที่ไม่ได้คํานึงถึงระบบนิเวศ แล้วก็ไม่ได้ใช้แบบยั่งยืน เท่าไร เพราะว่าสภาพป์าไม้มีการถูกทําลายไปค่อนข้างมาก ปัญหาที่มันเกิดขึ้นเรามอง เรื่องปัญหาสําคัญเร่งด่วนอยู่ ๓ ส่วนด้วยกันนะครับ คือส่วนต้นน้ํา คือความเสื่อมโทรม ของพื้นที่ป์าไม้ที่ท่านพูด ป์าไม้นี่มันหายไปครึ่งหนึ่งจากเดิมที่เคยมีล้านกว่าไร่เหลือ ประมาณ ๖ แสนกว่าไร่ ๕ แสนกว่าไร่ ๖ แสนกว่าไร่เท่านั้นเอง มันก็ทําให้เกิดผลกระทบ ในเรื่องของการชะล้างหน้าดิน ปัญหาเรื่องของตะกอนที่มันไหลลงมาทับถม ในทะเลสาบสงขลาไล่จากทะเลน้อยลงมานะครับ แล้วก็ทําให้ปัญหาที่มันติดตามมา นอกจากว่าปัญหาความเสื่อมโทรมพื้นที่ป์าไม้และปัญหาความเสื่อมโทรมของน้ํา ที่ท่าน บอกว่าปัญหาน้ํามันเสื่อมโทรมลงมา ปัจจุบันนี้เราก็ไปตรวจสอบดูแล้วว่าปัญหาที่สําคัญ ก็คือเรื่องของน้ําทิ้งจากชุมชนคือน้ําเสียจากชุมชน จากประมาณ ๒๙ เทศบาลบริเวณรอบ ทะเลสาบสงขลา นั่นคือปัญหา แล้วเรามีระบบบําบัดน้ําเสียอยู่บางเทศบาลเท่านั้นเอง ในส่วนที่เหลือยังไม่มีระบบบําบัดน้ําเสีย แล้วเราก็พยายามที่จะเร่งรัดดําเนินการในส่วนนี้ แล้วดูเรื่องของงบประมาณเปึนหลัก

แต่อีกส่วนหนึ่งที่ทําให้เกิดปัญหาก็คือเรื่องของการขาดแคลนน้ําเพื่อ การเกษตรที่คาบสมุทรสทิงพระ อยู่ทางตอนเหนือซึ่งเปึนพื้นที่ในส่วนของจังหวัด นครศรีธรรมราช ที่ระโนดที่มีสถานีสูบน้ํา ในช่วงฤดูแล้งมีการสูบน้ําขึ้นไปมาก พอสูบน้ํา ขึ้นไปมากสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือน้ําเค็มมันดันเข้ามาข้างล่าง ทําให้ความเค็มของน้ํา ซึ่งแต่เดิมมันจะอยู่ในพื้นที่ของทะเลสาบสงขลา มันขยับสูงขึ้นมาเรื่อย ขยับสูงขึ้นมาเรื่อย ก็ทําให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยรวม แล้วทําให้เกิดผลกระทบในเรื่องของน้ํา ในน้ํากินน้ําใช้ และน้ําเพื่อการเกษตรด้วย ตรงนี้ก็ทําให้เกิดปัญหา ซึ่งเราก็มี มาตรการในการแก้ไขปัญหา ส่วนปลายน้ําการทําประมงเกินศักยภาพนะครับ ทั้งโพงพาง ทั้งไซนั่ง รวมเบ็ดเสร็จแล้วนี่ประมาณเกือบ ๓๐,๐๐๐ ลูกทั้งหมดนี่นะครับ แล้วเดี๋ยวท่าน ก็คงจะเห็นภาพว่ามันเปึนอย่างไรบ้าง และส่วนท้ายก็คือการกัดเซาะชายฝัืง ซึ่งคาบสมุทร สทิงพระก็มีการกัดเซาะชายฝัืง บางพื้นที่ ๕ เมตรถึง ๖ เมตรต่อป้นะครับ ซึ่งมันรุนแรงมาก รุนแรงมาก และในขณะนี้ก็มี ปัญหาเรื่องของการสร้างถนนโดยที่ไม่ได้มีการศึกษาและดูแลเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม มันทําให้เกิดปัญหาค่อนข้างมากในเรื่องการไปทําให้ระบบนิเวศมันมีการเปลี่ยนแปลงไป

ปัญหาพื้นที่ต้นน้ํา ที่เรียนแล้วเรื่องความเสื่อมโทรมของพื้นที่ป์าไม้นะครับ ท่านจะเห็นว่าเมื่อป้ ๒๕๑๙ ๑,๑๒๕,๐๐๐ ไร่ ปัจจุบันเหลือแค่ ๖ แสนไร่เท่านั้นเองนะครับ เรื่องของป์าอนุรักษ์ที่โดนบุกรุกท่านคงจะมองเห็นภาพนะครับในนั้นว่าโดนบุกรุกจริง แล้วการ บุกรุกนี่เมื่อเราแปลภาพถ่ายทางอากาศแล้วมันหายไปเฉลี่ยป้หนึ่งประมาณ ๒๐,๐๐๐ ไร่ นะครับ ๒๐,๐๐๐ กว่าไร่ ในส่วนของสวนยางที่เพิ่มขึ้นแม้กระทั่งมีการจับกุมอย่างไร ปัญหาเรื่องนี้ก็ยังไม่สามารถที่ดําเนินการได้แล้วเสร็จนะครับ

พื้นที่กลางน้ําในเรื่องคุณภาพการเสื่อมโทรม ก็อย่างที่ผมเรียนแล้วนะครับ สาเหตุหลักจากหมู่บ้านทะเลน้อย น้ําเสียชุมชนที่เราไปสํารวจมาในบริเวณที่เปึนปัญหา มลพิษทางน้ําอย่างรุนแรง คลองลําปิานะครับ สาเหตุหลักจากน้ําเสียจากฟาร์มสุกรแล้วก็ ในคลองป์าอู่ตะเภาซึ่งมาจากชุมชนโรงงานอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ํา และปากคลอง สําโรงซึ่งมาจากชุมชนโรงงานอุตสาหกรรมและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ําเช่นเดียวกัน นะครับ เทศบาล เปัาหมายที่เรามีว่าเราจะแก้ไขปัญหาระยะยาวอย่างไรนี่นะครับ ก็มีการ ดําเนินการในการที่จะพยายามสร้างระบบบําบัดน้ําเสียรวมในช่วงป้ ๒๕๕๔–๒๕๕๙ นะครับ แต่ถ้าท่าน ส.ส. นริศ ขํานุรักษ์ จะกรุณาช่วยผลักดันเรื่องงบประมาณขยับขึ้นมา งบประมาณในป้ ๒๕๕๒ ก็จะพยายามดูว่าถ้าสามารถที่จะหาโครงการในเรื่องของงบเงินกู้ ได้แล้วรัฐบาลให้ความเห็นชอบได้ ก็คงสามารถดําเนินการได้ในส่วนนี้ทันทีนะครับ แต่ถ้าไม่ได้ งบประมาณป้ ๒๕๕๓ ซึ่งกําลังดําเนินการเตรียมการจัดสรรอยู่ในขณะนี้ก็จะดูว่าจะ จัดสรรให้ได้มากน้อยแค่ไหนเพียงไรนะครับ แล้วแต่ว่าในระยะยาวก็คงจะดําเนินการให้ ครบถ้วน แต่ถ้าสามารถดําเนินการได้พร้อมกันเสียทีเดียว มันจะทําให้ปัญหานั้นบรรเทา เบาบางลงได้อย่างรวดเร็วนะครับ ทั้งหมดก็ในเขตสงขลามี ๒๑ เทศบาล และ อบต. (องค์การบริหารส่วนตําบล) นะครับ ในพัทลุงเองมีอยู่ ๙ เทศบาล แล้วก็ อบต. นะครับ

ในส่วนของการกําจัดขยะมูลฝอยก็เปึนปัญหาที่สําคัญเหมือนกันนะครับ ก็มีการดําเนินการวางแผนในเรื่องของการบริหารจัดการเรื่องขยะมูลฝอยนะครับ ซึ่งจะต้องมีการดําเนินการในหลายรูปแบบด้วยกันนะครับ

ปัญหาที่ทําให้เกิดระบบนิเวศเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกปัญหาหนึ่งก็คือเรื่อง ของปัญหาที่เขาเรียกว่า ปัญหา ยูโทรฟ่เคชั่น (Eutrophication) ก็คือสาหร่ายที่อยู่ในทะเล มันมีมากเกินไปมันใช้ออกซิเจนมาก ทําให้ปริมาณออกซิเจนในน้ําลดลง ทําให้เกิด ผลกระทบต่อระบบนิเวศ ทําให้ปลาตายเปึนจํานวนมากและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ํา มีปัญหาในเขตทะเลสาบสงขลาด้วยนะครับ โครงการสูบน้ําที่ระโนดอย่างที่ผมเรียนแล้ว นะครับที่มีปัญหาในส่วนนี้

แล้วก็ในเรื่องของพื้นที่ปลายน้ําท่านจะเห็นนะครับว่า มีการใช้พื้นที่ในการ วางไซนั่ง (ไซคือเครื่องสานสําหรับดักปลา) และโพงพาง (เครื่องมือดักปลาชนิดหนึ่ง เปึนถุงตาข่ายรูปยาวรี) โพงพางเองทั้งหมด ๒,๐๐๐ ช่อง แล้วก็ไซนั่งทั้งหมด ๒๙,๖๐๐ กว่าลูก นะครับถ้าจะมองดูในส่วนนี้เองทําให้เกิดปัญหา เกิดปัญหาเพราะว่ามันไปขวางทางน้ํา ขวางทางน้ํา ขวางการไหลของตะกอนซึ่งปกติในระบบธรรมชาติมันจะไหลแล้วก็ ฟลัช (Flush) ออกไปในทะเล แต่ปรากฏว่าพอมีโพงพางเข้าไปอยู่ ท่านจะเห็นสีแดงนะครับ สีแดงในทะเลสาบสงขลามันแทบไม่มีที่ว่างเลยนะครับ ไม่มีที่ว่างเลย แล้วเลยขึ้นไปทาง บนทะเลสาบด้วยนะครับ ท่านจะเห็นนี้เปึนรูปที่เราไปเก็บมานะครับ ไซนั่ง กระชังปลา แล้วท่านดูสิครับเต็มพื้นที่ไปหมดเลย แทบจะไม่มีที่ว่างเลย เพราะฉะนั้นตรงนี้มันทําให้ เกิดปัญหาระบบนิเวศ เราก็พยายามดูบอกว่าถ้าอย่างนั้นเราปรับได้ไหมนะครับ เคยมีมติ ให้บอกว่า ให้ลดปริมาณเรื่องของโพงพางและไซนั่งลง ปรากฏว่าพอมติออกไปแค่นั้น เดินขบวนแล้วนะครับ ชาวประมงเดินขบวนทําให้เกิดปัญหาไม่สามารถที่ไปดําเนินการได้ ก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นเราดูแนวร่องน้ํา ถ้าเราไปศึกษาดูว่าจะทําอย่างไรถึงจะให้เป่ด แนวร่องน้ําให้มีการชะล้างให้ตะกอนให้มีการไหลของน้ํา การโฟล (Flow) ของน้ําดีขึ้นเพื่อ จะให้ปริมาณน้ําที่ไหลสามารถเอาตะกอนที่มันตกอยู่ออกไปได้ ซึ่งปัองกันแก้ไขปัญหา ตื้นเขินนะครับ น้ําเสียของเสียที่มันมากับระบบน้ําเสียแล้วมันมาตกตะกอนอยู่ภายใต้ ทะเลสาบนี่ถูกชะล้างออกไปบ้าง ทําให้ระบบมันดีขึ้น ก็ยังไม่สามารถทําได้นะครับ เพราะว่าจะต้องมีการดําเนินการในส่วนนี้ แต่ว่าการศึกษานี่ก็ยังไม่สมบูรณ์ เท่าที่ควรนะครับ เพราะว่าก็สอบถามไปบอกว่า ถ้าจะทําอย่างนี้แนวร่องน้ําลึกนี่ปริมาณ น้ําที่ไหลออกไป ความเร็วของน้ําที่ไหลออกไปทั้งหมดมันเพียงพอที่จะสามารถที่จะ หอบหิ้วตะกอนนะครับ สิ่งสกปรกที่มันมากับน้ําเสียออกไปได้หรือไม่ ก็ยังไม่ได้รับคําตอบในส่วนนั้นนะครับ ซึ่งทางฝ์ายคณะกรรมการ เลขานุการก็จะรับเรื่องนี้ไปดําเนินการนะครับ

ปัญหาการกัดเซาะชายฝัืงอย่างที่ผมเรียนแล้วนะครับ ที่หัวไทรนี่รุนแรง มากเลย ๖.๕ เมตรต่อป้นะครับ ปานกลางก็ประมาณ ๑ เมตร ๕๐ เซนติเมตร ถึง ๓ เมตร แต่ความรุนแรงนี้ ๕ เมตร ๖ เมตรก็เยอะมากบริเวณนั้นนะครับ แล้วก็ในส่วนของสิงหนคร เองบางป้ถึงกับ ๑๒ เมตรก็มีนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เปึนปัญหาที่กระทบที่รุนแรงมาก นะครับ เพราะฉะนั้นผมเรียนเลยว่า ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมเราก็ได้ให้ความสําคัญในเรื่องนี้ ในฐานะที่เปึนเลขานุการคณะกรรมการ พัฒนาลุ่มน้ําทะเลสาบสงขลาก็ได้มีการดําเนินการโดยผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วมกับ พี่น้องประชาชนนะครับ ในส่วนของพื้นที่ทั้งหมด ปรากฏว่าเราก็ได้รับความร่วมมือเปึน อย่างดี แล้วก็ได้แผนแม่บทการพัฒนาลุ่มน้ําทะเลสาบสงขลามาเรียบร้อยเปึนแผน ระยะยาว แต่อย่างไรก็ตามปัญหาทั้งหมดถึงแม้เราจะใช้งบประมาณเปึนจํานวนมาก ในป้นี้เราใช้งบประมาณหลายร้อยล้านบาท แต่ในป้ ๒๕๕๓ คือป้หน้าเราตั้งงบประมาณ ไว้ ๑,๓๐๐ กว่าล้านบาท ในการดําเนินการแก้ไขปัญหาทะเลสาบสงขลา แต่ว่าจะได้รับ อนุมัติงบประมาณเท่าไรนั้นยังไม่ทราบ ก็คงต้องดูในภาพรวมของงบประมาณต่อไป แต่ว่ากระบวนการในการแก้ไขปัญหาในทั้งหมดนี้ประการแรกที่สุดนี้ ผมคิดว่าสิ่งสําคัญ ก็คือชุมชน ประชาชนในพื้นที่ต้องช่วยกันดูแลอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ป์าไม้ ต้นน้ํา ที่มันมีเหลืออยู่น้อยนิดอยู่แล้ว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์าที่มีอยู่ และอุทยานแห่งชาติในพื้นที่ ป์าไม้ทั้งหมดที่มีอยู่ ในเทือกเขาบรรทัดซึ่งเปึนต้นน้ําของทะเลสาบสงขลา ซึ่งมีการบุกรุก ตัดไม้ทําลายป์าต้องยุติตรงนั้นเสียก่อนนะครับ

อันที่ ๒ ชุมชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องของการลดขยะ บริหารจัดการ ขยะให้มีประสิทธิภาพ บริหารจัดการเรื่องระบบน้ําเสียให้มีประสิทธิภาพ อย่าปล่อยให้ น้ําเสียมันไหลเข้ามาในพื้นที่ของบริเวณทะเลสาบซึ่งมันจะทําให้เกิดผลกระทบต่อระบบ นิเวศ

และสุดท้ายชาวประมงที่ลงไปวางทั้งไซนั่ง โพงพาง กว่า ๓๐,๐๐๐ นะครับ ตั้ง ๒๙,๐๐๐ ลูก มันเต็มไปหมดเลย มันไม่มีทางออก มันไม่มีทางไหลของน้ํา และ ปริมาณสัตว์น้ําที่มันจะขึ้นมาวางไข่ ขึ้นมาทําอะไรทั้งหมด ขึ้นมาเจริญเติบโตจากระบบ น้ําเค็มขึ้นมาที่น้ํากร่อย แล้วก็ขึ้นไปที่น้ําจืดมันทําไม่ได้นะครับ มันก็ทําให้ปริมาณในเรื่อง ของสัตว์น้ําที่ชาวประมงจะได้รับประโยชน์นี้มันลดลงไปด้วย ถึงแม้ว่ากรมประมงเองนั้น พยายามปล่อยกุ้ง ปล่อยสัตว์น้ํา ตอนนี้กุ้งกุลาดําซึ่งกําลังเปึนที่นิยมปล่อยลงไปแล้วมัน เจริญเติบโตเร็วมาก แต่ว่าถ้าไม่ปล่อยมันก็ไม่มี มันไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เปึนสิ่งสําคัญนะครับ ก็อยากจะเรียนว่าท่านนริศ ขํานุรักษ์ เองซึ่งเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านติดตามเรื่องนี้มาตลอด ผมทราบดี แล้วท่านก็พยายาม ผลักดันในเรื่องนี้นะครับ แล้วท่านบอกว่า ท่านไม่เปึนกรรมาธิการคณะอื่นแล้ว ท่านขอ เปึนคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะว่าท่านอยากจะติดตาม แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้กับพี่น้องในเขตจังหวัดพัทลุง พี่น้องในเขตจังหวัดสงขลา ซึ่งผมเอง เรียนว่าอันนี้เปึนสิ่งที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยากเห็นจริง ๆ นะครับ ว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อย่างท่านนริศ ขํานุรักษ์ ติดตามแล้วรู้ว่ากระบวนการ ขั้นตอนในการดําเนินการเปึนอย่างไร แล้วมาในวันนี้ท่านยังบอกว่าระยะสั้นแก้ได้ ประมาณนี้ แต่ว่าอยากเห็นระยะยาว ซึ่งนโยบายระยะยาว ผมอยากจะเรียน ท่านประธานว่ากระบวนการในการดําเนินการนี่ผมเชื่อมั่นว่าถ้าผมได้รับความร่วมมือและ ก็ได้รับงบประมาณจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ครับ