ผ่องศรี ธาราภูมิ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการไม่ทำให้เกิดความสับสนในคำว่า "สวัสดิการ" และขอแนะนำให้คงคำว่า "เบี้ยยังชีพ" ในร่างพระราชบัญญัติ นอกจากนี้ เธอยังขอให้คณะกรรมาธิการพิจารณาเรื่องการยกเลิกมาตรา 11 ของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพแก่ผู้สูงอายุอย่างรอบคอบ และขอชี้แจงเพิ่มเติมจากประเวศ อรรถศุภผล กรรมาธิการกฤษฎีกา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการนะคะ ก่อนที่จะได้ชี้แจงการสงวนคําแปรญัตติของทุก ๆ ท่าน ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนบรรยากาศถึงการประชุมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในคณะกรรมาธิการ
เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุเปึนร่างที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่านแล้วก็ทุกพรรคได้ให้ความสําคัญ แล้วก็มีส่วนร่วมให้การสนับสนุน เพราะฉะนั้น เปัาหมายของทุกท่านที่ได้แสดงความคิดเห็นก็เพื่อประโยชน์ของผู้สูงอายุ แล้วก็ ด้วยความเคารพต่อทุกความเห็นที่ได้เสนอ คณะกรรมาธิการได้เรียนเชิญหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลแล้วก็รับฟังผลกระทบที่จะเกิดขึ้นถ้าหากมีการปรับถ้อยคํา ในแต่ละมาตราว่าจะกระทบในเรื่องใดบ้าง ดังนั้นในการปรับแก้ไขก็จะคํานึงถึงเรื่องนี้ เปึนสําคัญ ขออนุญาตตอบของ ท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ด้วยความเคารพ ในมาตรา ๔ ที่ท่านได้ขอปรับแก้ไขเปึนเรื่องของเงินสวัสดิการจากเบี้ยยังชีพ ความจริงแล้ว ในที่ประชุมกรรมาธิการนั้นก็ได้พิจารณาในเรื่องนี้อย่างมากว่า ถ้าหากมีการปรับเปลี่ยน จะมีผลอย่างไร เพราะว่าตามที่ท่านให้เหตุผลก็มีเหตุผลที่รับฟังได้ แต่จากการที่ได้รับฟัง ข้อมูลอย่างกว้างขวาง แล้วก็จากผู้สูงอายุบอกว่าถ้ามีการปรับถ้อยคําเปึนเงินสวัสดิการ ก็จะมีผลกระทบ ก็คือจะเกิดความสับสน เพราะว่าในมาตรา ๓ เราแก้ในเรื่องของการ จัดสวัสดิการ ซึ่งเปึนอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ และคําว่า สวัสดิการ นั้นมันครอบคลุมถึงเรื่องอื่น ๆ นอกจากเงินที่จ่ายยังชีพเปึนรายเดือน ก็จะหมายถึงเงินสวัสดิการสงเคราะห์ รักษาพยาบาลเจ็บป์วย หรือแม้แต่เงินที่จ่าย เปึนเรื่องของสงเคราะห์ศพ เพราะฉะนั้นคําว่า สวัสดิการ ก็อาจจะสร้างความสับสนให้กับ พี่น้องประชาชน ซึ่งขณะนี้ส่วนใหญ่คําว่า เบี้ยยังชีพ ก็เปึนที่รับทราบกันดีอยู่แล้ว เพราะว่าได้มีการดําเนินงานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่รัฐบาลของท่าน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย ในอดีตตั้งแต่ ๒๐๐ บาท แล้วก็ปรับมาเปึน ๓๐๐ บาท จนกระทั่งมาถึง รัฐบาลปัจจุบันที่ได้ปรับขึ้นมา เพราะฉะนั้นเรื่องคําว่า เบี้ยยังชีพ นี้ คณะกรรมาธิการ ก็เห็นว่าเพื่อให้เกิดความเข้าใจแล้วก็ไม่เกิดความสับสน ก็ขอให้ยืนคําว่า เบี้ยยังชีพ เอาไว้ นะคะ ก็ขอกราบเรียนด้วยความเคารพ
ส่วนสําหรับคําสงวนคําแปรญัตติของท่านชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ที่บอกว่าเพื่อความชัดเจน ในมาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๑ (๑๑) เรื่องการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพแก่ผู้สูงอายุ ในความนี้ถ้าเราไปดูต้นเรื่องของมาตรา ๑๑ มาตรา ๑๑ จะเปึนเรื่องสิทธิของผู้สูงอายุทั้งหมดเลยทุกวงเล็บ เพราะฉะนั้นแม้ไม่ใส่คําว่า ผู้สูงอายุ ก็ทราบอยู่แล้ว เพราะว่าถ้าเราไปอ่านตอนต้นก็จะบอกว่า ผู้สูงอายุมีสิทธิได้รับ เรื่องต่าง ๆ ดังนี้ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) และก็ (๑๑) เพราะฉะนั้นการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพ ก็หมายถึง ให้แก่ผู้สูงอายุอยู่แล้ว สําหรับที่บอกว่า ให้จ่ายเดือนละ ๓,๐๐๐ บาทนั้น คณะกรรมาธิการก็ได้พิจารณาว่า เราไม่ควรป่ดประตูว่าจะจ่ายเดือนละ ๕๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท เพราะว่าขึ้นอยู่กับสถานะทางการเงินของ ประเทศ ขณะนี้ก็ที่จ่ายอยู่ ๕๐๐ บาท อนาคตไม่แน่ว่า ถ้าหากว่าเศรษฐกิจดีรุ่งเรือง เงินก็อาจจะปรับขึ้นไปก็ได้ แต่ว่าเราก็ไม่ควรจะต้องระบุไว้เปึนยอดเงินนะคะ แล้วก็ ข้อเท็จจริงในสถานการณ์ปัจจุบันประเทศของเราก็มีวิกฤติมากมาย เรื่องฐานะทางการเงิน ก็คงจะไม่สามารถทําได้ในคราวนี้ก็คือเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท ก็ขออนุญาตไม่ได้ใส่เอาไว้ นะคะ สําหรับคําว่า ทุกคนและเปึนธรรม ซึ่งขออนุญาตไปถึงของท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ด้วยที่ได้บอกว่า ให้การจ่ายเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือนแก่ผู้สูงอายุทุกคน อันนี้ก็บ่งบอกว่า ท่านมีเจตนาดีที่จะให้กับผู้สูงอายุทุกคน แต่ว่าคําว่า ทั่วถึงและเปึนธรรม นั้นก็จะเกิดความชัดเจน เพราะว่า ถ้าบอกว่า ทุกคน แต่ก็ไม่ได้บอกว่าให้แบบเปึนธรรม อาจจะให้คนนี้ ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาท ๓๐๐ บาท ก็ได้ แต่ว่าถ้าเราพูดว่า ทั่วถึงและ เปึนธรรม ก็จะหมายถึงว่าให้อย่างทัดเทียมและก็เปึนธรรมแก่ทุก ๆ คน ในส่วนของ ท่านอนุสรา ยังตรง ก็ท่านไม่ติดใจนะคะ
สําหรับเรื่องบทลงโทษ บทลงโทษที่ระบุว่า ผู้ใดไม่กระทําการหรือไม่ปฏิบัติ ตามวรรคแรกของมาตรา ๑๑ (๑๑) ต้องโทษ ดิฉันก็กราบเรียนว่าในส่วนของเรื่อง บทลงโทษนี้จริง ๆ แล้วมันต้องทุกเรื่องนะคะถ้าหากว่าไม่ทํา แต่ว่าในส่วนนี้จะเปึนเรื่อง ข้อกฎหมาย ซึ่งขออนุญาตให้ท่านประเวศ อรรถศุภผล กรรมาธิการกฤษฎีกาได้ช่วยกรุณา ชี้แจงเพิ่มเติมตรงนี้ ขอเรียนเชิญ ขออนุญาต