ชลน่าน ศรีแก้ว แปรญัตติเพื่อยกเลิกข้อความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 เพื่อแก้ไขวิธีการจ่ายเบี้ยยังชีพให้เป็นรายเดือนอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง โดยการเปลี่ยนแปลงคำว่า "เบี้ยยังชีพ" เป็น "เงินสวัสดิการ" เพื่อให้ครอบคลุมผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เพียงพอในการดํารงชีพ และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กระผมได้แปรญัตติ แล้วก็สงวนความเห็นไว้ในมาตรา ๔ นะครับ เปึนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยการยกเลิก ข้อความใน (๑๑) ของมาตรา ๑๑ แห่งกฎหมายเดิมนะครับ คือพระราชบัญญัติว่าด้วยผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งในมาตรา ๑๑ ว่าด้วยเรื่องของ การจัดสวัสดิการให้กับผู้สูงอายุเปึนประเภท ๆ ไปนะครับ ใน (๑๑) เปึนเรื่องของ การจ่ายเบี้ยยังชีพ กฎหมายเดิมเขียนว่า เบี้ยยังชีพอย่างทั่วถึงและเปึนธรรม ทางผู้ร่างได้แก้ไขเปึน เบี้ยยังชีพเปึนรายเดือนอย่างเปึนธรรมและทั่วถึง ผมเอง สงวนความเห็นในการที่จะเปลี่ยนถ้อยคํา ผมได้แปรญัตติเปึนอย่างนี้ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ (๑๑) การจ่ายเงิน ผมตัดคําว่า เบี้ยยังชีพ ออกนะครับ ผมแก้ไขเปึน การจ่ายเงินสวัสดิการเปึนรายเดือนอย่างทั่วถึงและเปึนธรรม ซึ่งคณะกรรมาธิการ ไม่เห็นชอบกับคําแปรญัตติของกระผมเอง กระผมจึงมีความจําเปึนต้องสงวนความเห็น เพื่อมาให้สภาแห่งนี้ได้ช่วยกันพิจารณานะครับ
ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมเองต้องใช้คําว่า สวัสดิการ นี่ และเติมคําว่า เงินสวัสดิการ ลงไป จริงอยู่ครับ สวัสดิการมีความหมายกว้างมาก อาจจะเปึนรูปอื่นก็ได้ นะครับ รูปที่ไม่ใช่ตัวเงินก็ได้ แต่กระผมจําเปึนต้องเขียนเปึนตัวเงิน เนื่องจากว่า กฎหมายเดิมนี่ใช้คําว่า เบี้ยยังชีพ ซึ่งเปึนตัวเงินและมีลักษณะการจ่าย ลักษณะการจ่าย กฎหมายเดิมขึ้นกับระเบียบและกฎกระทรวงที่ออกมารองรับตามวรรคท้ายของ มาตรา ๑๑ ตรงนี้ให้อํานาจไว้ว่าเปึนเรื่องของกระทรวง ทบวง กรมที่มีหน้าที่โดยตรง ที่รับผิดชอบอยู่ เขาไปออกกฎออกระเบียบมารองรับ เช่น ระเบียบการจ่ายเงินผู้สูงอายุ ของกระทรวงมหาดไทยนะครับ เขาออกระเบียบมา อาจจะเปึน ๖ เดือนครั้งในสมัยก่อน นะครับ ๖ เดือนจ่ายครั้งหนึ่ง ๖ เดือนจ่ายครั้งหนึ่ง ตอนนี้เราก็มาเขียนเปึนกฎหมายว่า ให้จ่ายทุกเดือน ความหมายจริง ๆ แล้วท่านประธานครับ ตรงนี้เองมันเปึนการ แก้กฎหมาย แต่เอาละครับท่านประธานครับ ถ้าอยากจะเน้นย้ําไว้ในกฎหมาย ก็ไม่เปึนไรครับ เสมือนว่าเอากฎหมายไปแก้ระเบียบ เพราะโดยระเบียบนั่นละครับ แก้ง่ายกว่ากฎหมายเยอะเลย ถ้าจะไปออกระเบียบแก้เปึนรายเดือนก็ทําได้ ผมก็เคย อภิปรายทักท้วงไว้ในสภาแห่งนี้ แต่ว่าเผอิญมันมีปัญหาค่อนข้างมาก แต่เอาละครับ เมื่อจะทําให้เปึนรายเดือนก็ไม่เปึนไร ความหมายเปึนรายเดือนตรงนี้ ถ้าจะเปึน รายเดือนความหมายของผมน่าจะมีความหมายมากกว่าเบี้ยยังชีพ เพราะคําว่า เบี้ยยังชีพ นี่เปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๓ ที่เขาจะจ่ายให้กับผู้สูงอายุ ที่มีรายได้ไม่เพียงพอกับการดํารงชีพเท่านั้น แล้วออกระเบียบมารองรับตามระเบียบ ของกระทรวงมหาดไทย ก็ออกระเบียบมาจ่ายให้สําหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เพียงพอ ต่อการยังชีพ ท่านประธานครับ ถ้าเขียนล้ออย่างนี้ก็ต้องเปึนไปตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ถึงแม้ว่าถ้อยคําในรัฐธรรมนูญจะไม่ใช้คําว่า เบี้ยยังชีพนะครับ แต่ว่า เมื่อท่านกําหนดเปึนเบี้ยยังชีพแล้วกําหนดระเบียบเบี้ยยังชีพออกมารองรับนี่ก็ต้องจ่าย ตามนั้นตามระเบียบ ยกเว้นว่าท่านจะไปแก้ไขระเบียบและกําหนดคํานิยามใหม่ว่า เบี้ยยังชีพคืออะไร แต่สิ่งที่ผมได้ตรวจสอบมาตลอดก็คือ ความเข้าใจนะครับ แล้วสิ่งที่เรา ปฏิบัติกันมา ถามว่า ผู้สูงอายุมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดํารงชีพหมายถึงอย่างไร ท่านประธานครับ ความหมายง่าย ๆ ในขณะนี้เราใช้ตัวเลขที่ ๓๐,๐๐๐ บาทต่อป้ ๓๐,๐๐๐ บาทต่อป้ ถ้าผู้สูงอายุมีเงินได้ที่มาใช้กับดํารงชีพน้อยกว่า ๓๐,๐๐๐ บาท ถือว่า มีรายได้ไม่เพียงพอ ตรงนั้นก็จ่ายเบี้ยยังชีพให้ แต่ถ้าเขียนอย่างนั้นนะครับ มาเขียน กฎหมายเปึนว่าเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือน ระเบียบที่ออกรองรับก็เปึนระเบียบเบี้ยยังชีพ ก็จ่ายเปึนรายเดือนไป ผมก็ถามว่านโยบายของรัฐบาลนะครับ พยายามที่จะบอกกล่าว กับผู้สูงอายุอยู่ตลอดเวลา ผมถามผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ ผู้สูงอายุอายุ ๖๐ ป้ ทุกคนได้รับเงินสวัสดิการหรือเงินเบี้ยยังชีพ ที่ผ่านมานี่ท่านอาศัยกฎหมายงบประมาณ เพิ่มเติมกลางป้ อาศัยอํานาจตามกฎหมายฉบับนั้นแล้วเอาไปจ่าย จ่ายได้ครับ เพราะว่า อาศัยอํานาจกฎหมายของงบประมาณ เพราะว่าการใช้จ่ายเงินก็มีบทบัญญัติ ของกฎหมายงบประมาณก็สามารถจ่ายได้ แต่ว่าถ้าเขียนอย่างนี้นะครับในป้ต่อไป ถ้าท่านตั้งงบประมาณรายจ่ายให้กับผู้สูงอายุโดยผ่านกฎหมายไปแล้วใช้ระเบียบนี้ ผมเกรงว่าจะมีปัญหา เพราะคําว่า เบี้ยยังชีพ ตรงนี้ก็ติดคํานิยามว่า มีรายได้ไม่เพียงพอ กับการยังชีพ ท่านไม่สามารถจ่ายให้ ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ได้ ท่านไม่สามารถจ่ายให้ผู้สูงอายุที่เขามีเงินมีทองแต่อายุมากกว่า ๖๐ ป้ได้ ซึ่งขณะนี้ ก็ไปรับกันเยอะแยะครับเดือนละ ๕๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเพื่อให้สอดคล้อง ส่วนศักยภาพความสามารถจะจ่ายได้ขนาดไหนก็ขึ้น กับงบประมาณที่ท่านมีแล้วตั้งเข้าไป แล้วก็มีการคัดเลือกกัน การลงทะเบียนกัน ผมก็เลย เป่ดกว้างว่าเปึนเงินสวัสดิการซึ่งจะครอบคลุมกลุ่มมากกว่า และจริง ๆ ที่ท่านให้ไปทุกคน ไม่ใช่เปึนการให้เบี้ยยังชีพนะครับ เปึนการให้สวัสดิการ เปึนเงินสวัสดิการ สวัสดิการ นี่เปึนตัวเงินเลย เพราะฉะนั้นผมฝากท่านประธานฝากไปยังท่านสมาชิกนะครับว่า ถ้าอยากให้ผู้สูงอายุเขาได้รับเงินสําหรับการดํารงชีพเขาอย่างทั่วถึงเปึนธรรมนี่ ผมคิดว่า การใช้คําว่า เงินสวัสดิการ น่าจะครอบคลุมมากกว่า ฝากท่านประธานให้ท่านสมาชิก ช่วยพิจารณาด้วยครับ ถ้าเห็นกับผม ถ้าจะโหวตให้ผม ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ ก็จะเปึนประโยชน์กับผู้สูงอายุทุกคนครับ กราบขอบคุณครับ