สุนัย จุลพงศธร พูดถึงการตรวจสอบของรัฐบาลและกฎหมาย โดยอ้างถึงกรณีรถเมล์ และเรียกร้องให้พิจารณากฎหมายฉบับใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ นอกจากนี้ยังพูดถึงการยึดสนามบินในเหตุการณ์ 13 เมษายน 2552 และเรียกร้องให้รัฐบาลชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินคดีกับกลุ่มที่ยึดสนามบิน และวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายที่มีโทษรุนแรงกว่าในสมัยของนายกรัฐมนตรีธานินทร์ กรัยวิเชียร
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ ของพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ การเปึนผู้แทนราษฎรฝ์ายค้านนี้ผมต้องย้ํา อีกครั้งหนึ่ง เพราะมักจะถูกกล่าวหาจากฝ์ายรัฐบาลในขณะที่เราปฏิบัติหน้าที่ ก็หาว่าเราอภิปรายตีรวน ดังนั้นวันนี้ยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าเราทําหน้าที่ในการตรวจสอบ รัฐบาล และปกปัองผลประโยชน์ของประชาชน สิ่งใดที่ประชาชนเกิดความวิตกกังวล ฝากความคิดเห็นมา เราก็ต้องนําเสนอ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ การที่เราจะเสนอ กฎหมายฉบับหนึ่ง จะไปบอกเพื่อปัองกันตัวเองเลยว่า รัฐบาลที่แล้วก็เสนอมา เปึนเสมือน บอกว่า เอ๊ะ ถ้ารัฐบาลที่แล้วเสนอก็พรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่ก็เปึนรัฐบาลที่แล้ว ดังนั้นต้อง อนุญาตสิ ไม่ได้หรอกครับ ถ้าอย่างนั้นเรื่องกรณีรถเมล์ว่าอย่างไรละครับ ก็รัฐบาลที่แล้ว ก็เสนอมา พอมาเปึนรัฐบาลนี้ท่านก็นั่งเอง ท่านนายกรัฐมนตรีเขายังไม่อนุญาตเลย ยังต้องตรวจสอบท่านเลย ดังนั้น การตรวจสอบในแต่ละเวลากฎหมายฉบับหนึ่ง ระยะเวลาหนึ่งจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ณ ขณะนั้น ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับที่ท่านร่างเข้ามาที่ชื่อว่า ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วย การปฏิบัติต่ออากาศยานที่กระทําผิดกฎหมาย พ.ศ. ....
ประเด็นแรก ผมมาดูความเปึนจริงวันนี้ว่าตามร่างเดิมนั้นเปึนร่าง ฉบับเดียวกันนี้นะครับเมื่อป้ ๒๕๑๙ แก้ไขอีกครั้งหนึ่งป้ ๒๕๒๒ ร่างกฎหมายฉบับนี้ มีลักษณะพิเศษคือ ยกเลิกกฎหมายเก่าทั้งฉบับเลยครับ ยกเลิกหมดเลยนะแล้วก็ ร่างใหม่ ไม่เหมือนกับอีกฉบับหนึ่งที่ท่านจะเข้านะครับ เรื่องร่างพระราชบัญญัติ การเดินอากาศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั่นอันนั้นแก้ไข แต่ตอนนี้เท่ากับร่างใหม่เลย ผมก็ไป หยิบเอาฉบับเดิมที่ประกาศใช้ในป้ ๒๕๑๙ และแก้ไขป้ ๒๕๒๒ มาดู โอ้ มันต่างกันเลย นะครับ ในฉบับป้ ๒๕๑๙ นั้นเขาให้อํานาจแก่ทหารอากาศเปึนหลักเลย เปึนเรื่องของการ ปกปัองในเรื่องของเครื่องบินจริง ๆ แล้วก็ให้อํานาจแก่แม่ทัพอากาศ มีอํานาจแต่งตั้งนายทหารชั้นสัญญาบัตรประจําการเปึนเจ้าหน้าที่ทหารอากาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ และตอนที่ออกพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้น อยู่ในภาวการณ์ที่มีอํานาจสูงสุด คือ ท่านธานินทร์ กรัยวิเชียร เปึนนายกรัฐมนตรี ซึ่งตอนนั้นสภาเขาเรียกว่าเปึนสภาของอํานาจเผด็จการไม่มีการเลือกตั้ง ถ้าต้องการจะให้ อํานาจจริงแก่การควบคุมตรงนี้ใส่อย่างไรก็ได้ครับ แต่แปลกครับ ตอนนั้นท่านกลับให้ อํานาจทหารอากาศเปึนหลักไม่ได้ให้อํานาจทหารบก แต่ในพระราชบัญญัติฉบับใหม่ ที่ท่านเสนอเข้าสภานี้ไม่ได้บอกว่าเอาเฉพาะทหารอากาศนะครับ ใช้คําว่า ฝ์ายทหาร คําว่า ฝ์ายทหาร ในคํานิยามนั้นก็ใช้คําว่า เจ้าหน้าที่ทหารอากาศหรือเจ้าหน้าที่ทหารอื่น ครับ นี่เท่ากับ ๒ พ.ร.บ. นี้เท่ากับไปตัดอํานาจของทหารอากาศเขาเลยนะ ผมก็ไม่รู้ว่า ทหารอากาศเขาจะรู้สึกอย่างไรนะ เพราะฉบับเดิมนี่เปึนทหารอากาศแท้ ๆ แต่ฉบับใหม่นี่ มีทหารบกเข้าไปด้วย มีทหารอื่นเข้าไปด้วย และที่ร้ายก็คือว่า ณ วันนี้ผมว่าในทหารนั้น เขาก็อาจจะมีการจัดการกันในแต่ละส่วน ผมไม่รู้ตรงนี้ ถึงต้องถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าจะทําให้ทหารอากาศกับทหารบกเขาขัดแย้งกันหรือเปล่าในเรื่องอํานาจ ประเด็นที่ ๑ นี่ไม่ได้เปึนที่ปรึกษารัฐมนตรี ก็เลยฝากไปว่าลองดูสิตรงนี้อันที่ ๑ ในความละเอียดนะครับ
ประการที่ ๒ ความน่าวิตกอย่างหนึ่งซึ่งประชาชนวันนี้เขาวิตกกังวล ซึ่งผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีก็คงจะทราบ เขาวิตกกังวลว่ารัฐบาลชุดของท่านเปึนรัฐบาล ที่จะมาเกี้ยเซียะไม่ดําเนินคดีกับคนเสื้อเหลืองและกลุ่มพันธมิตรที่ยึดสนามบิน เขาวิตกกังวลเรื่องนี้มากนะครับ และพฤติกรรมของรัฐบาลนี้ในการดําเนินการปฏิบัติ ต่อประชาชนที่สวมเสื้อสีต่างกันนั้นก็ก่อปัญหามาก คนเสื้อแดงวันนี้ไปป่ดถนนไม่ว่า จังหวัดไหนถูกดําเนินคดีหมด แต่คนที่สวมเสื้อเหลืองกลุ่มพันธมิตรไปป่ดสนามบิน ทําสิ่งที่ร้ายแรงกว่า ไม่ใช่ไปล้อมศาลากลางเท่านั้น ป่ดสนามบินภาคใต้หลายสนามบิน สนามบินภูเก็ต สนามบินหาดใหญ่ ป่ด มีการถ่ายวิดีโอหมด คดีอายุความยังไม่ขาดก็ไม่มี การดําเนินคดี ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ ขอประทานโทษหลายท่าน สมาชิก พรรคหลายท่านไปขึ้นเวทีพันธมิตรตอนที่อยู่ในทําเนียบรัฐบาลในขณะที่มีการประกาศ ภาวะฉุกเฉินไม่ถูกดําเนินคดี หลายคนนะครับที่ไปปรากฏตัวอยู่ หลายคนก็ไม่ถูก ดําเนินคดี แต่ถ้าเปึน ส.ส. พรรคเพื่อไทยในเหตุการณ์ ๑๓ เมษายน (๑๓ เมษายน ๒๕๕๒) ที่อยู่ในภาวการณ์ประกาศภาวะฉุกเฉินถูกดําเนินคดีหมด ใครโผล่หน้าขึ้นเวที ถูกดําเนินคดีหมด ความวิตกกังวลของประชาชนและความเจ็บปวดต่อการบังคับใช้ อย่างไม่เท่าเทียมกันทางกฎหมายที่เราเรียกว่า ๒ มาตรฐานนี้ มันดํารงอยู่จริงในสังคมนี้ครับ ที่ผมพูดอย่างนี้ไม่ต้องการให้เกิดความแตกแยกกัน อยากจะให้สามัคคีกันเลยครับ ทั้งเสื้อเหลืองเสื้อแดง เปึนเจตนา นี่ด้วยความสัตย์จริง แต่ว่าเมื่อมีการกระทําที่มีลักษณะ เลือกปฏิบัติอย่างนี้ คนก็ติดค้างความรู้สึกอยู่ว่าอะไรเปึนอะไรกันแน่หนอ ด้วยเหตุนี้เองครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้เข้ามาพอดี และเคยมีกระบวนการวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อมวลชน แล้วว่ากําลังจะมีการออกกฎหมายฉบับหนึ่งเพื่อที่จะเป่ดช่องทางให้การยึดสนามบิน คราวที่แล้วไม่ผิด หรือผิดก็มีโทษน้อยลงเพื่อที่จะได้เป่ดช่องทางให้ศาลใช้การลงโทษ ด้วยการรอลงอาญาได้ ซึ่งตามกฎหมายเดิมนั้นโทษหนักรุนแรงนะครับ แต่ว่าจะมี กฎหมายฉบับหนึ่งที่ทําให้การดําเนินคดีนั้นโทษน้อยลง ผมมาจับกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา ก็เลยคิดว่า ท่านประธานครับ ฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีประกาศให้ชัดเจนว่ามันไม่ใช่ และถ้าใช่ผมเอาหัวเปึนประกัน อย่างนี้สิผมจะได้โหวตให้ ทีนี้มาดูกฎหมายที่ท่านเสนอเข้ามากับกฎหมายฉบับสมัย ท่านธานินทร์ กรัยวิเชียร ท่านเปึนนายกรัฐมนตรีออกป้ ๒๕๑๙ นั้น มันต่างกันครับ ในสมัยนั้นไม่มีเรื่องกําหนดโทษครับ ถ้าอย่างที่ท่านรัฐมนตรีกราบเรียนต่อสภา ท่านประธานครับ ก็แสดงว่ามันเปึนเรื่องรุนแรงถูกไหมครับ มีเครื่องบินล้ําน่านฟัาเข้ามา มีเหตุอันอาจจะก่อให้เกิดความรุนแรงเสียหายได้ จึงต้องให้อํานาจในการดําเนินการ ต่าง ๆ แสดงว่าต้องมีโทษรุนแรง แต่แปลกครับ ในสมัยที่ป้ ๒๕๑๙ นายกรัฐมนตรี มีอํานาจเต็มที่ สภาไม่ได้เลือกตั้ง น่าจะกําหนดได้เลยถ้ามีโทษรุนแรงต้องใส่โทษ ปรากฏว่าไม่ใส่ ไม่มีโทษ พอมาฉบับนี้มีโทษครับ มีโทษอยู่ในมาตราไหนครับ มีโทษอยู่ใน มาตรา ๒๖ ครับ ดูท่าทางน่ากลัวจริง ๆ แต่โทษจําคุกไม่เกินหกเดือนครับ ปรับไม่เกิน สองหมื่นบาท อันตรายอันเกิดจากเครื่องบิน เครื่องบินลําหนึ่งตั้ง ๒,๐๐๐ ล้านบาท ๓,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ามีการรุกน่านฟัาจะต้องแก้ปัญหาต่าง ๆ ทําไมโทษมันนิดเดียว แปลกไหมครับ เขาก็เลยมีความรู้สึกว่าโทษตามที่ว่าตามมาตรา ๒๖ นี้ อ้างความผิด ตามมาตรา ๑๕ (๔) มีโทษแค่จําคุกไม่เกินหกเดือน ปรับไม่เกินสองหมื่นบาทเท่านั้นเอง ลักษณะโทษอย่างนี้มันเข้าข้างจะเปึนลหุโทษด้วยซ้ําไป โทษไม่มาก ถ้าโทษไม่มากอย่างนี้ พอขึ้นศาลเป่ดช่องเลยครับ ศาลก็รอลงอาญาได้ทันที นี่สิครับ ท่านประธาน ถ้าท่านรัฐมนตรีจะบอกว่าตามกฎหมายนี้ไม่เกี่ยวนะกับคนยึดสนามบิน เปึนเรื่อง เครื่องบินเท่านั้น ไปดูตามผมมา ไม่ใช่ครับ โทษตามมาตรา ๒๖ อ้างการกระทําผิด มาตรา ๑๕ (๔) เท่านั้นด้วยนะครับ ไม่เอาวงเล็บอื่นด้วยนะ ปรากฏว่า (๔) เขียนกว้าง ดีจริง ๆ ครับ สั่งผู้ควบคุมอากาศยานหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องให้เคลื่อนย้ายอากาศยาน มีอํานาจแล้วนะ ถ้าไม่ทําตามนี้สั่งให้เคลื่อนอากาศยานไม่ทําตามมีโทษหกเดือน แต่ข้อความต่อไปเขียนบอกว่า หรือให้กระทําการใด ๆ อะไรก็ได้ นี่ครับ ให้กระทําการใด ๆ ก็ได้ครับ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ์ายทหาร ก็เครื่องบินเขาจะลง คุณไปชุมนุมยึดสนามบิน เจ้าหน้าที่ก็เข้าไปดําเนินการให้ทําอย่างไรก็ได้ให้สะดวก เกิดปัญหาสิครับ กฎหมายเดิมที่ใช้บังคับอยู่นี้โทษมันหนักกว่า ถ้าท่านออกกฎหมาย ฉบับนี้ไปปรากฏว่าโทษน้อยกว่า จําเลยย่อมได้รับคุณจากการใช้กฎหมายที่เปึนคุณ ย้อนหลังได้ เห็นไหมท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยกรุณาดู มาตรา ๒๖ ที่โยงกับ มาตรา ๑๕ (๔) มันเป่ดช่องทางให้กระทําอย่างนั้นได้ ดังนั้นผมเปึนผู้แทนราษฎรก็ต้องมา พิจารณาอย่างนี้ ถ้าจะดูมาตรา ๑๕ (๔) ในกฎหมายร่างใหม่ที่ท่านว่ามานี้มาเปรียบเทียบ กับกฎหมายเก่าก็คือมาตรา ๘ ครับ และพระราชบัญญัติฉบับเดิมป้ ๒๕๑๙ คือมาตรา ๘ ครับ ถ้าเปึนมาตรา ๘ จะเขียนคล้ายกันเลยครับความผิด แต่ในมาตรา ๘ นั้น ไม่มีข้อความว่า อํานาจของเจ้าหน้าที่ที่จะกระทําดําเนินการควบคุมนั้นไม่ได้ให้อํานาจ กว้างแบบให้กระทําการใด ๆ ได้ ไม่มีครับ ตรงนี้เองผมเกรงว่าจะมีการซ่อนเงื่อน ซ่อนเงื่อนก็ไม่เปึนไร ถ้าท่านอยากจะผ่านก็ผ่านเถอะครับ รัฐบาลมีเสียงข้างมากอยู่แล้ว แต่ว่าถ้าผ่านไปแล้วและเกิดผลอย่างนี้ขึ้น คําพูดของผมเปึนประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า ท่านรัฐมนตรีที่เจ็บปวดร่วมมากับผมได้กลายเปึนเป่ดช่องทางให้อาชญากรที่ทําให้ เศรษฐกิจบ้านเมืองวันนี้พังหมด การยึดสนามบินวันนี้ การยึดทําเนียบรัฐบาล การก่อการจลาจลต่าง ๆ ที่ผ่านมาจนกระทั่งมีรัฐบาลนี้เกิดขึ้นมา ได้ก่อให้เกิดวิกฤติ เศรษฐกิจอย่างรุนแรงหนักยิ่งขึ้นในวันนี้ครับ ประชาชนวันนี้รู้ครับว่าทําไมท่านต้องขึ้น ภาษี ทําไมท่านต้องกู้ เพราะวิกฤตินี้รุนแรงมากกว่าประเทศอื่น ประเทศอื่นเขาก็ได้รับ วิกฤติเหมือนกัน แต่ประเทศเราหนักกว่า เพราะท่านมีส่วนร่วมในการก่อวิกฤติเพื่อจะล้ม รัฐบาลคุณสมัคร สุนทรเวช และล้มรัฐบาลคุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และปรากฏว่าท่านรัฐมนตรีก็มาเป่ดช่องให้อีก สมมุติถ้าเปึนอย่างนี้นะครับ ถ้าเปึนอย่างนี้ ไม่ดีแน่ เพราะอะไรครับ ประชาชนก็จะเจ็บปวด นึกแล้วเชียว ขอขอบคุณท่าน ส.ส. สุนัย จุลพงศธร นะที่อุตส่าห์ท้วงติงตั้งข้อสังเกตไว้ แต่ถ้ามันไม่ได้เปึนเช่นนั้นท่านรัฐมนตรี ก็ชี้แจงเสีย นี่ผมเป่ดช่องทางให้ท่านนะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธานสภาฝากไป ถึงท่านรัฐมนตรีว่าผมเป่ดช่องทางให้แล้วท่านต้องอธิบายเรื่องนี้ ซึ่งการอธิบายตรงนี้ จะได้สิ้นสงสัยเสีย และถือว่าเปึนการบันทึกว่าไม่ใช่เรื่องที่จะเป่ดช่องทางกฎหมายที่มีคุณ ต่อผู้ที่ยึดสนามบินในวันนั้น ผมไม่ได้จงเกลียดจงชังคนยึดสนามบิน เพราะประชาชน ส่วนนั้นถูกหลอกมาเหมือนกัน ผมยังเห็นอกเห็นใจพี่น้องประชาชนคนเหล่านั้นถูกหลอกมา เพราะเขานําเสนอ พันธมิตรเสนอว่าจะต้องช่วยโชห่วย ผมเห็นด้วยครับที่ต้องช่วยโชห่วย ต้องช่วยคนยาก คนจน ต้องสร้างการเมืองใหม่ ผมเห็นด้วย แต่ปรากฏว่าวันนี้โชห่วย ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือ เงิน ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท จากการที่แจกเช็คคนละ ๒,๐๐๐ บาท ก็ไม่ได้ไปช่วยโชห่วย เพราะถือเช็คไปซื้อก็ไปซื้อห้างสะดวกซื้อร้านค้า ต่างประเทศทั้งนั้น คนค้าโชห่วยก็ถูกหลอกอีก เงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่รัฐบาลช่วยเหลือ ๒,๐๐๐ บาทนั้นแทนที่จะไปถึงโชห่วยก็ไม่ถึง นี่ก็ถูกหลอกมาแล้ว ดังนั้นวันนี้การเมืองใหม่ ก็ได้ภาวการณ์เปึนรัฐบาลอย่างที่เห็นนี่เอง และปรากฏว่าในภาวะวิกฤติเช่นนี้เงิน ก็ไม่มี ต้องขึ้นภาษี ต้องกู้เงิน ปรากฏว่าพรรคร่วมรัฐบาลแย่งตําแหน่งกันอีก หมดความไว้วางใจแล้ว แล้วถ้าจะมาเจอออกกฎหมายช่วยอีกผมเกรงว่าจะเปึนฟาง เส้นสุดท้ายของบ้านเมืองนี้ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ด้วยความเคารพต่อท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ผมเองกับท่านก็มีความสนิทสนมกันอย่างยิ่ง การท้วงติงต่าง ๆ ก็เปึน การติเพื่อก่ออย่างมีไมตรีต่อกันอย่างยิ่ง จึงเป่ดช่องทางนี้ให้ท่านได้กล่าวเสียให้ชัดเจน ถ้าท่านจะชี้แจงก็อย่าไปน้ําขุ่น ๆ นะครับ เอาให้ชัดว่าไม่ใช่หรือจะแก้ไขอย่างไรให้ชัดเจน เพราะผมดูแล้วท่านเขียนกว้างเหลือเกิน ท่านตอบได้ไหมครับ ท่านดูกฎหมายเก่าหรือยัง ท่านประธานครับ กฎหมายเก่าเขาไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย ท่านมาใส่เรื่องอํานาจมันเลย กลายเป่ดช่องที่จะสร้างกฎหมายที่มีโทษน้อยกว่าไปเอื้ออาทรเปึนคุณย้อนหลังให้แก่คนที่ กระทําผิด ดังนั้นวันนี้ผมไม่ได้รังเกียจคนเสื้อเหลือง ไม่ได้รังเกียจพันธมิตร แต่สิ่งที่ จะต้องเกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้คือ นิติรัฐ คือความเท่าเทียมกันทางกฎหมาย และอย่ามา ช่วยเหลือกัน อย่างทุกวันนี้ก็เห็นแล้วว่ามันมี ๒ มาตรฐาน ผมจึงไม่อยากให้ประชาชนเกิด ความเจ็บปวด บาดแผลที่มีอยู่แล้วอย่าให้มันแตกสลาย อย่าให้มันกว้างขึ้น พยายามช่วยกัน ครับคนละไม้คนละมือประคับประคองให้บ้านเมืองนี้เข้ามาสู่ร่องของการปฏิบัติตาม กฎหมาย กราบเรียนด้วยความเคารพ ขอท่านประธานด้วยความเคารพยิ่ง ขอให้ท่าน รัฐมนตรีได้ชี้แจงตรงนี้ให้ชัดเจนครับ กราบขอบพระคุณครับ