เจริญ จี้ อธิบดีฯ ชี้แจงความล่าช้าการประชุม และเร่งพิจารณากฎหมายคุ้มครองเด็ก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒

เจริญ จรรยโกมล หารือเรื่องความล่าช้าในการประชุมอนุคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย โดยชี้ให้เห็นปัญหาการไม่มาชี้แจงของอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นถึง 4 ครั้ง และเรียกร้องให้พิจารณาความเหมาะสมของร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเด็กอย่างรอบคอบก่อนออกบังคับใช้ เพื่อป้องกันช่องว่างทางกฎหมายและการแสวงหาประโยชน์

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านได้ตอบ ผมดูประหนึ่งว่าที่ผมได้ถามท่านตั้งแต่ครั้งแรกหรือถามท่านรองนายกรัฐมนตรี ฝ์ายความมั่นคงที่เสนอกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่สภา ผมดูจากหลักการและเหตุผลในวาระหนึ่ง ในเหตุผลของท่าน ท่านก็พยายามอ้างเหตุผลเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างประเทศ แต่เวลา หลักการที่ท่านแก้ไขท่านก็กลับเอาไปเรื่องของการยกเลิกหรือเลิกการรับบุตรบุญธรรม แล้วเข้าสู่กระบวนการเยียวยา ผมเลยสงสัยว่า เมื่อสักครู่ผมถามว่า เอ๊ะ ในเรื่องของการ ที่ท่านบอกว่าเข้าสู่กระบวนการปรึกษาเยียวยามันคืออะไร เพราะว่าการเลิกก็ดี การเข้ารับ บุตรบุญธรรมก็ดี ถ้าเด็กซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะนั้นก็อยู่ในการดูแลคุ้มครองของผู้ปกครอง หรือศาลอยู่แล้วบางครั้ง ทีนี้ในกรณีข้อเท็จจริง การเยียวยามันต้องเกิดข้อเท็จจริง ที่เสียหายขึ้นมาจึงมีการเยียวยาแก้ไขกันไป แต่หลักการนี้ที่ผมถามทางรัฐบาลไป รัฐบาล ท่านก็ตอบว่า เมื่อรับบุตรบุญธรรมแล้วก่อนจะเลิกการรับบุตรบุญธรรมจะต้องมา ปรึกษาหารือกัน ผมเลยสงสัยกันไปใหญ่เลย ท่านจะประนีประนอมยอมความกัน หรืออย่างไร การประชุมปรึกษาหารือกันนั้นกับการเยียวยานั้นมันคนละเรื่องกัน ที่ถาม หลักการก็เพราะว่า ผมไม่ลงรายละเอียด เพราะว่าผมอยากรู้เจตนารมณ์ของทางรัฐบาล ที่เสนอกฎหมายฉบับนี้ว่า เวลาท่านบอกว่าแก้ไขหลักการ ท่านก็เอาเรื่องนี้ขึ้นมา แล้วก็ เอาเรื่องของการกระทําความผิด การใช้กําลังประทุษร้ายเข้ามาเปึนข้อที่ ๒ ข้อที่ ๓ ข้อที่ ๔ แต่เหตุผลท่านพูดตั้งแต่ต้นเลยว่าที่แก้กฎหมายฉบับนี้ต้องการให้มันสอดคล้องกับ ข้อตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งท่านเรียกว่า อนุสัญญา จริง ๆ นี่นะครับ ถ้าท่านไม่แก้มันก็ ใช้ได้อยู่ เพราะประมวลกฎหมายอาญามันก็มีโทษและความผิดอยู่แล้ว ขอประทานโทษ อย่างคุณหมอที่พูดเมื่อสักครู่ อยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายว่าเปึนไปด้วยความจริงใจ ศักดิ์สิทธิ์ไหม ผมจึงเปึนห่วงเปึนใยว่า เวลาท่านเสนอหลักการเหตุผลเข้ามาท่านได้ดู จริงหรือเปล่า หรือข้าราชการเขาต้องการอย่างนี้ก็ให้ท่านมาเสนอในสภา วันนี้ต้องใช้เวลา เพราะหลายครั้งที่สภาแห่งนี้ได้พิจารณาร่างกฎหมายนะครับ บางครั้งเราก็ผ่านแบบง่าย ๆ แต่วันนี้ขอทักท้วง ขอถามกันล่ะให้เข้าใจ เพราะว่าผมเปึนกรรมาธิการหลายคณะ พอไปถึง การพิจารณาวาระสอง วาระสามมันมีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงตอบไม่ได้ก็มี อธิบาย ความก็ไม่ได้ เพียงแต่จะขอให้ผ่านตามเจตนารมณ์ความต้องการของตัวเองเท่านั้น ที่จริง ในหลักการข้อที่ ๒ ข้อที่ ๓ ข้อที่ ๔ ของท่านในทางประมวลกฎหมายอาญามันก็บัญญัติไว้ ไม่เสียหาย ถ้าใครล่อลวงประทุษร้ายหรือหลอกลวงกันไป ที่จริงท่านเจตนา คือเจตนา จริง ๆ คือท่านต้องการว่าออกกฎหมาย แก้ไขกฎหมายฉบับนี้เปึนการรับบุตรบุญธรรม แล้วก็เอาไปทําเปึนอย่างอื่นหลอกลวงล่อลวงกันไป ประทุษร้ายหรือหลอกลวงกันไป ที่จริงท่านเจตนา เจตนาจริง ๆ คือท่านต้องการว่า ออกกฎหมายแก้ไขกฎหมายกฎหมายฉบับนี้เปึนการรับบุตรบุญธรรมแล้วก็เอาไปทําเปึน อย่างอื่นหลอกลวงล่อลวงกันไป ที่จริงนี่นะครับ ถ้าบังคับกฎหมายกันจริง ๆ มันก็ใช้ได้ อยู่แล้ว ทีนี้ผมจึงสงสัยว่ากระบวนการปรึกษาเยียวยาของท่าน กระบวนการปรึกษา เยียวยาของท่าน ผมฟังดูผมอ่าน ผมเข้าใจเหมือนประชาชนเข้าใจเหมือนผมหรือเปล่า ถ้าคนอื่นเข้าใจก็หมายความว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นแล้วจึงมาเยียวยาใช่ไหม แต่ท่านรัฐมนตรี ท่านตอบกลางสภาแห่งนี้บอกว่าไม่ใช่ ก่อนจะเลิกการรับบุตรบุญธรรมต้องมาปรึกษา เยียวยาไม่รู้จะเยียวยาอะไรกัน ผมจึงถามว่ามีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกัน เช่น กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว อันที่ ๑ เพราะมันมีสิทธิ มีหน้าที่มีความรับผิดชอบ เพราะการรับบุตรบุญธรรมได้สิทธิ เมื่อเปึน บุตรบุญธรรมมันได้สิทธิเหมือนกับลูกของตัวเองสิทธิในทางกฎหมายเช่นเดียวกัน ผมกําลังคิดว่าคนร่างกฎหมายฉบับนี้ คนกําลังแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ท่านจะส่งเสริมให้มี การเลิกการรับบุตรบุญธรรมมากขึ้นใช่ไหม เพราะกระบวนการการรับบุตรบุญธรรม ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับมันเปึนกฎหมายที่กระทบต่อสามัญสํานึก มโนสํานึก จิตวิญญาณ ซึ่งในภาษากฎหมายเขาเรียกว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีของประชาชน แต่พอเรามาพูดถึงในเรื่องของทางปฏิบัติ คือเรื่องของ จิตสํานึก มโนสํานึกและความรับผิดชอบ คุณเริ่มต้นตั้งแต่ครั้งแรกเข้ามาคุณบอกว่า จะดูแลรับผิดชอบเหมือนกับลูกของเขาจริง ๆ กฎหมายจึงให้โอกาสให้สิทธินําไปสู่ กระบวนการได้รับรองสิทธิในทางกฎหมาย เฉกเช่นเดียวกันลูกของตัวเองจริง ๆ มันอาจจะ มีบ้างแต่มันอาจจะเปึนกรณีที่หลาย ๆ กรณีซึ่งแตกต่างกัน แต่ในกรณีที่รัฐบาลได้เสนอ กฎหมายฉบับนี้เข้ามา ผมยังมองเห็นว่าเข้าสู่กระบวนการปรึกษาเยียวยา ผมถาม ท่านรัฐมนตรีเถอะครับ ท่านจะตั้งองค์กรของท่านขึ้นมาเองใช่ไหม เมื่อสักครู่ท่านตอบว่า เจ้าพนักงานที่เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องเหล่านี้มาจากกรมพัฒนาความมั่นคงอะไรของท่าน ก่อนกฎหมายฉบับนี้ท่านเข้าสู่สภาท่านเคยปรึกษาฝ์ายของกระทรวงยุติธรรมหรือเปล่า มันหมายความว่าก่อนจะเลิกกันหรือเข้าสู่กระบวนการที่ศาลได้รับการดูแลคุ้มครองกันอยู่ ท่านจะไม่ฟังศาล ท่านจะทําของท่านเองและเข้ามาอีกต่างหากใช่ไหม หรือจะให้ศาลทํา ผมบอกว่า ในกระบวนการองค์การในการคุ้มครองสิทธิดูแลรักษาผลประโยชน์ของเด็ก หรือของบุตรบุญธรรมมันทําไมจะต้องเข้าสู่หลายกระบวนการ และหลายกระทรวง และหลายหน่วยงาน มันจะนําไปสู่กระบวนการที่ทําให้ประชาชนสับสน ผมเองในฐานะ ผู้แทนราษฎรผมก็ต้องถามแทนประชาชนว่า มันมีกฎหมายฉบับอื่นซึ่งมีการดูแลคุ้มครอง อยู่แล้ว ในช่องนั้นมันก็มี พอท่านจะแก้ไขกฎหมายฉบับก็หมายความว่าองค์กรของท่าน ท่านจะดูแลเองใช่ไหม ท่านก็บอกว่ากระบวนการตรงนี้ต้องผ่านกรมที่ท่านรับผิดชอบคือ กรมที่เกี่ยวกับความมั่นคงของมนุษย์ ทีนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ความแตกต่างมันอยู่ ตรงนี้ครับ เรื่องของเด็ก เห็นไหมครับ ในสังคมในประเทศของเราและในสภาแห่งนี้ เมื่อ ๒ สัปดาห์ ๓ สัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการหยิบยกในเรื่องของวิธีพิจารณาศาลเด็กขึ้นมา แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องการปฏิบัติต่อเด็กและวิธีการดําเนินคดีกับเด็ก อันนี้ มันแตกต่างกันนะครับ บุตรบุญธรรมเพราะมันจะต้องเปึนเด็กด้วย ความละเอียดอ่อน ความอ่อนไหวการที่จะรู้รับสัมผัสในเรื่องเหล่านี้ได้จะต้องใช้กฎหมายพิเศษคือ เฉพาะเรื่องเด็ก และบุคคลที่จะเข้าสู่กระบวนการเหล่านี้จะต้องเปึนบุคคลที่พิเศษ เช่นเดียวกัน ผมเองยังไม่มีโอกาสที่ต้องอธิบายในสภาแห่งนี้ เพราะว่าการที่จะเปึน ผู้พิพากษาเกี่ยวกับเรื่องเด็กมันต้องเปึนโดยเฉพาะไม่ใช่สับเปลี่ยนกันไปสับเปลี่ยนกันมา อันนั้นไม่ถูกต้อง อันนั้นค่อยว่ากันอีกทีหนึ่ง แต่ที่ผมหยิบยกประเด็นนี้ให้ท่านประธาน ทราบ ขบวนการอย่างนี้ การจัดการอย่างนี้ การบริหารการจัดการอย่างนี้มันจะต้องเอาคน ที่มีความชํานาญความรู้พิเศษเฉพาะเรื่องเหล่านี้ดูแลเฉพาะเรื่อง ท่านรัฐมนตรีกําลังบอกว่า หน่วยงานของผมดูได้ ไม่ผิดครับ ถูก ใครก็ดูได้ แต่เรื่องนี้ที่ผมนําเสนอมาตั้งแต่ต้นก็คือ เรื่องของเด็กนั้นเปึนเรื่องของความอ่อนไหว ความละเอียดอ่อนในเรื่องของความมีจิตใจ ซึ่งมากกว่าปกติด้วยซ้ําไป ผมเองไม่มั่นใจที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่านได้ตอบว่า การเยียวยานี้ก็คือ การเรียกมาประชุมปรึกษาเพื่อตกลงกันก่อนที่จะมีการเลิกการรับบุตรบุญธรรม ท่านลองทบทวนใหม่นะครับ ดูจากกฎหมายที่ท่านร่าง ดูจากเหตุผลท่านประกอบ ดูจาก กฎหมายที่เขียนมามันแปลความเปึนอย่างอื่นไม่ได้เลย ผมเองยังเข้าใจกับท่านรัฐมนตรี แตกต่างกันเลย ผมยังเข้าใจว่ากระบวนการการปรึกษาและเยียวยานั้นเกิดเหตุการณ์ อย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมาเพื่อนําไปสู่เมื่อการเลิกแล้วจะต้องมีการแก้ไขอย่างไร ท่าน เพียงแต่มาบอกว่า เมื่อเลิกแล้วจะต้องมีการดูแลรักษาเกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่าย ผมอยากจะถามความชัดเจนในเรื่องนี้เพราะอันนี้เปึนเรื่องสําคัญ ผมเองมีความวิตกกังวล ว่าถ้าเขียนอย่างนี้ในหลักการแล้ว แล้วพอไปดูในมาตราที่เกี่ยวข้องอย่างคุณหมอที่พูด เมื่อสักครู่นี้ท่านไม่ได้พูดเลย ท่านไม่ได้พูดท่านก็กลับไปให้สภาแห่งนี้ไปออกกฎหมาย เพื่อให้อํานาจกระทรวงในการทํากฎระเบียบวิธีการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สภาของเราหลายครั้ง หลายหนก็ผ่านกฎหมายอย่างนี้ละครับ แล้วก็มอบอํานาจไปให้ทางฝ์ายบริหารเปึน คนออกกฎหมาย เวลาไปถึงภาคปฏิบัติประชาชนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงกับ เหตุการณ์ที่เราไปให้อํานาจของฝ์ายบริหารออก เราได้รับคําตอบอยู่อย่างหนึ่งว่าก็เพราะ พวกคุณไปออกกฎหมายไม่ใช่หรือ จึงมีผลกระทบอย่างนี้ ฉะนั้นในครั้งโอกาสต่อไปเมื่อ กฎหมายเข้าสู่สภา ถ้าเปึนไปได้ขอให้ท่านกําหนดหลักเกณฑ์เข้ามาในร่างพระราชบัญญัติ ด้วย ผมเคยเปึนคณะกรรมาธิการหลายคณะ เช่น คณะกรรมาธิการเกี่ยวกับเรื่อง กรมสอบสวนคดีพิเศษซึ่งเราเรียกว่า ดีเอสไอ (DSI) สภาแห่งนี้ก็บอกว่ากฎระเบียบวิธีการ ให้กรมนี้ไปออกมา ให้กระทรวงเขาไปออก แต่ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการตกลงกันไว้บอกว่า เอาละเราให้แต่ท่านต้องส่งประกาศนี้ให้ทางสภาได้ทราบหน่อยได้ไหมภายใน ๖ เดือน เขาก็รับปาก แต่จนถึงวันนี้ไม่เคยมีเลยครับท่านประธาน นี่คือความไม่ศักดิ์สิทธิ์ของเรา อย่างไร ขณะที่เราตกลงในคณะกรรมาธิการคุณเอากฎระเบียบของคุณมาดูสิมันเปึน อย่างไร ยังไม่ให้เลย กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ท่านประธานครับ เราไม่ต้องการให้ ประธานศาลฎีกาไปออกกฎระเบียบเกี่ยวกับวิธีการต่าง ๆ ในเรื่องของการปฏิบัติ สุดท้าย มาเราก็ยอมให้เขาสามารถออกได้ แต่เขาเคยเอาข้อกฎระเบียบของเขาเคยรายงานต่อ สภาไหม เมื่อนําไปสู่เรื่องของกระบวนการพิจารณาคดีต่าง ๆ ท่านประธานครับ พี่น้อง ประชาชนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี ถูกกฎระเบียบเหล่านี้ละครับนําไปสู่ในเรื่องของ การไม่ได้รับความยุติธรรมในกระบวนการพิจารณา เนื่องจากมันรวดเร็วเกินกว่าที่เขาจะ สามารถจัดหาเรื่องพยานหลักฐานได้ ผมขอปรึกษาท่านประธานในประเด็นนี้ว่ามันจะ ยกตัวอย่างอีกประเด็นหนึ่งที่ใกล้ตัวเรา เรื่องเหล่านี้เราผ่านไม่ได้ ท่านรัฐมนตรีต้องตอบให้ ชัดเจนครับ

อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ วันนี้ผมเพิ่งประชุมเพิ่งเสร็จเรื่อง อนุคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ติดตามของกระทรวงมหาดไทย กรมเดียวนี่ครับท่านประธาน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประธานคณะกรรมาธิการ ติดตามงบประมาณ ท่านนิพนธ์รักษาการอยู่ มีหนังสือเชิญท่านอธิบดี ๔ ครั้ง ครั้งแรก ไม่มา ครั้งที่ ๒ ให้กําหนดเลยว่าท่านอธิบดีจะมาได้วันไหนกําหนดตามที่อธิบดี พอถึง วันเวลาออกหนังสือประชุมก็ไม่มา ครั้งที่ ๓ ก็ไม่มา ครั้งที่ ๔ ก็ไม่มา เขาบอกว่าเรื่องอะไร เขาจะมา เขาบอกว่าเจ้านายเขาใหญ่กว่ากรรมาธิการอีก ผมถามว่าเรื่องที่เขาติดตาม งบประมาณในท้องถิ่น ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทที่แปรญัตติกันไปนี่มันเปึนอย่างไรจึงช้า เมื่อคณะกรรมาธิการอนุมัติไปแล้วมันไปดึงเรื่องกันไว้ใช่ไหม ก็มีการถามในสภาแห่งนี้ เห็นไหมครับ ขนาดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๓๕ กําหนดให้มีมาตรการลงโทษข้าราชการที่ไม่มาชี้แจง ผู้ที่มีอํานาจก็ได้สั่งการไปบอก อย่ามา อย่ามา อย่ามา แล้วความศักดิ์สิทธิ์มันเกิดที่ไหน อันนี้เปึนบทเรียนอย่างหนึ่งของ สภาของเราว่า ชอบนักที่จะออกกฎหมายเพื่อจะให้เขามีอํานาจในการออกกฎระเบียบ ผมไม่เห็นด้วยอย่างที่ทางท่าน ส.ส. พูดเมื่อสักครู่นี้จากคุณหมอพูดเมื่อสักครู่นี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีต้องให้เข้าใจก่อนว่ากระบวนการของท่านนี่มันจะ ไปซ้ําซ้อนกับหน่วยงานของศาลนะครับ เราต้องแยกนะครับ ของศาลกับหน่วยงานที่ ๒ ก็คือกระทรวงยุติธรรม เพราะขณะนี้ศาลกับกระทรวงยุติธรรมแยกจากกัน กระบวนการ เหล่านี้จะเปึนเรื่องสถานพินิจ เรื่องคุ้มครอง เรื่องการดูแลเด็ก ศาลมีอํานาจหน้าที่ในการ สั่งกํากับดูแล แล้วก็จะเกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายเหล่านี้ แล้วหน่วยงานของท่าน จะเริ่มอีกใช่ไหม แล้วผมถามว่าหน่วยงานของท่านมีความชํานาญ ความพิเศษเหล่านี้ หรือไม่ ผมไม่ได้บอกว่าผมไม่เห็นด้วยนะครับ แต่ผมเปึนห่วงว่าเราเขียนกฎหมายไปแล้ว ให้คนไปปฏิบัตินั้น มันจะเปึนเครื่องไม้เครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์อย่างใด อย่างหนึ่งหรือเปล่า ในการที่จะให้เลิกกันง่าย ๆ กระบวนการจะเข้ามารับเด็กเปึนบุตร บุญธรรมเปึนเรื่องยาก แต่พอรับแล้วกระบวนการในการเลิกทําไมเขียนในทํานองให้เกิด ความสงสัยสําหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างพวกผม แล้วผมก็กําลังที่จะอธิบายว่า การรับเด็ก เรื่องเกี่ยวกับเด็กนั้นเปึนเรื่องของความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี ของประชาชน เปึนเรื่องของความมั่นคงอย่างหนึ่ง ฉะนั้นคิดให้ดี คิดให้รอบคอบนะครับ อย่าเพิ่งไปบอกว่าผ่าน ๆ รับหลักการไปก่อน ไปแก้ อย่าเพิ่งครับ ถ้ากฎหมายร่างนี้ มันไม่สมบูรณ์ท่านถอนออกไปก่อน ดูให้มันรอบคอบ กฎหมายอะไรก็ตามต่อไปนี้เราไม่ได้ แพ้ชนะกันในสภา เรากําลังบอกว่าจะออกกฎหมายนี่ใช้กับประชาชน ผมในฐานะผู้แทน ผมก็สงสัยว่า เขียนกฎหมายอย่างนี้จะเป่ดช่องให้อะไรกันเกิดขึ้น แล้วก็มีหน่วยงานของ ท่านเข้ามารับผิดชอบทั้งที่มีหน่วยงานอื่นอยู่แล้ว เห็นไหมครับ ขณะที่เรามีกฎหมายบังคับ อยู่แล้วเรายังบังคับเขาไม่ได้ ที่ผมหยิบยกตัวอย่าง เช่น อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น เห็นไหมครับท่านอย่าไปเผลอนะครับ ผมทราบโดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการ ท่านเปึนอดีตประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ผมก็อยู่ คณะเดียวกับท่าน ท่านเปึนคนจังหวัดอุบลราชธานี ท่านเปึนคนที่มีความตั้งใจในการที่จะ แก้ไขปัญหาเหล่านี้ทราบ เราก็รู้ว่าเรามีข้อตกลงระหว่างประเทศ ถึงแม้ว่ายังไม่ออก กฎหมายหรือแก้ไขฉบับนี้ กฎหมายอื่นมันก็มีผลบังคับอยู่แล้ว ท่านทบทวนเถอะครับ ท่านดูให้ดี ดูให้รอบคอบก่อนแล้วถ้ามันไม่ดีจริง ๆ ก็ถอนออกไปปรึกษากันใหม่แล้ว สัปดาห์หน้าค่อยว่ากันใหม่ก็ได้นะครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ