สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒

อิสสระ สมชัย หารือเรื่องการแก้ไขกฎหมาย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติเกี่ยวกับบุตรบุญธรรม โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และยืนยันว่าการแก้ไขนี้ต้องพิจารณาอุปนิสัยและญาติพี่น้องของเด็กก่อน และยังเรียกร้องให้มีกฎหมายบังคับในการค้ามนุษย์ และยังหารือเรื่องเบี้ยยังชีพในกรุงเทพมหานคร

นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอิสสระ สมชัย ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอเรียนชี้แจงต่อ ผู้ที่อภิปรายซักถามข้อสงสัยนะครับ คงจะต่อเนื่องจากท่านเจริญ จรรย์โกมล ซึ่งท่านถาม มาแต่รอบแรกแล้ว อยากจะเรียนให้ทราบว่าการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้เปึนการแก้ไข เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เหตุที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ได้มาเกี่ยวข้องนั้นเพราะว่าเปึนผู้ดูแลรักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ การที่ท่านกล่าวถึงเรื่องการเยียวยา ผมขอเรียนให้ทราบว่ามันเปึนการกําหนดหลักเกณฑ์ ขึ้นมาเพื่อให้เกิดความรอบคอบยิ่งขึ้น โดยเฉพาะได้มีการเพิ่มในมาตรา ๓๑/๑ ที่บัญญัติ ไว้ว่า

ในกรณีที่ผู้รับบุตรบุญธรรมประสงค์จะเลิกรับบุตรบุญธรรม หากบุตรบุญธรรมนั้นยังเปึนเด็ก ก่อนที่จะมีการขอจดทะเบียนเลิกรับบุตรบุญธรรม หรือก่อนที่จะยื่นคําร้องต่อศาลตามมาตรา ๑๕๙๘/๓๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ผู้รับบุตรบุญธรรมจะต้องแจ้งให้เจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อดําเนินการแก้ไขปัญหาและพัฒนาความสัมพันธ์ในเบื้องต้น และจะต้องเข้าสู่ กระบวนการให้คําปรึกษาเยียวยาก่อน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดไว้ ในกฎกระทรวง

ท่านประธานที่เคารพครับ มีความจําเปึนอย่างยิ่งกรณีที่ผู้เปึนบุตรบุญธรรม ยังเปึนผู้เยาว์นั้น กฎหมายต้องการให้ความคุ้มครองสิทธิของเขาในเบื้องต้นว่า ไม่ใช่ว่าเนื่องจากเปึนกระบวนการหลังจากที่ได้จดทะเบียนรับเปึนบุตรบุญธรรมต่อกัน แล้ว ต่อมาภายหลังถ้าหากว่าเกิดไม่พอใจที่จะอยู่ด้วยกันต่อไป ไม่ประสงค์จะเปึน บุตรบุญธรรม หรือผู้ปกครองบุญธรรมต่อไปก็จะพากันไปเลิกเลยทันทีนั้น เพราะฉะนั้น จะเปึนกระบวนการที่ง่ายเกินไป ก่อนที่จะไปยื่นคําร้องต่อศาลเพื่อขอเลิกรับบุตรบุญธรรม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น จึงได้กําหนดไว้ว่า ให้ผู้รับบุตรบุญธรรมนั้น จะต้องไปแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ที่จะต้องไปแจ้งก็คือ ศูนย์อํานวยการรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรม สํานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ซึ่งมีอยู่ทุกจังหวัด พนักงานเจ้าหน้าที่เหล่านี้จะคอยไปให้คําปรึกษา เพื่อดําเนินการแก้ไขปัญหา โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่ประสงค์จะให้มีการเลิกรับ บุตรบุญธรรมต่อกัน อยากจะให้ที่ใช้คําว่า พัฒนาความสัมพันธ์ในเบื้องต้น คืออยากจะ ทราบปัญหา เพราะเหตุใดจึงจะต้องเลิกการรับเปึนบุตรบุญธรรม เพราะฉะนั้นจะเอา ปัญหาเหล่านี้เข้ามาทบทวนระหว่างผู้ที่เปึนบุตรบุญธรรมกับผู้รับบุตรบุญธรรมนั้นว่า มีปัญหาอะไรถึงขั้นจะอยู่ด้วยกันต่อไปไม่ได้ การพัฒนาก็คือเอาปัญหาเหล่านี้นํามา พิจารณาแก้ไขร่วมกัน หากว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้เบื้องต้นแล้ว เพื่อให้เกิดกระบวนการ ขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งก็คือจะต้องไปให้คําปรึกษาเยียวยาเปึนลําดับต่อมา การเยียวยานั้นก็คือ การไปดูตลอดจนกระทั่งที่อยู่อาศัย ความเปึนอยู่ระหว่างผู้ปกครองที่เปึนผู้รับบุตร บุญธรรมกับเด็กนั้นมีความเปึนอยู่อย่างไร สามารถจะแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเหล่านี้ ได้หรือไม่ หลังจากแก้ไขปัญหานี้ได้แล้ว ก็จึงจะดําเนินการให้อยู่ด้วยกันต่อไป แต่ถ้าหากว่า ในที่สุดแล้วพัฒนาความสัมพันธ์ก็ไม่ได้ ให้คําปรึกษาก็ไม่มีฝ์ายใดยอมรับ และในที่สุด แม้จะเยียวยาอย่างไรก็ไม่สามารถจะอยู่เปึนผู้รับบุตรบุญธรรมกับเปึนบุตรบุญธรรมต่อไป อีก ก็มีขั้นตอนสุดท้ายคือให้ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องไปยื่นคําร้องขอเลิกรับบุตรบุญธรรม ต่อศาล กรณีเช่นนี้ก็ใช้บังคับกรณีเฉพาะบุตรบุญธรรมนั้นเปึนผู้เยาว์แค่นั้นเองนะครับ ถ้าหากว่าบุตรบุญธรรมนั้นบรรลุนิติภาวะแล้วก็ไม่จําเปึนจะต้องใช้มาตรการเรื่องเยียวยา จึงขอเรียนให้ทราบนะครับ ไม่ได้มีการไปแก้ไขกฎหมายให้มันมีความซับซ้อนให้มาก แต่ประการใด เปึนแต่เพียงว่าต้องการอยากจะให้รักษาสถานภาพความเปึนผู้รับ บุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรมอยู่ด้วยกันต่อไป

สําหรับคําถามของท่านอันวาร์ สาและ เรื่องเด็กกําพร้า ผมเรียนให้ทราบว่า พ.ร.บ. การรับบุตรบุญธรรมนั้น จริง ๆ ก็ต้องการอยากจะให้เกิดความอบอุ่นในครอบครัว ในระหว่างผู้รับบุตรบุญธรรมกับผู้เปึนบุตรบุญธรรม ท่านติงเปึนข้อสังเกตไว้ว่า กระบวนการการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมนั้นช้าเปึนเวลาหลายป้ ผมขอเรียนให้ ทราบว่า การที่จะต้องให้มีเวลาล่าช้าบ้างนั้น อยากจะเรียนให้ทราบว่าเพื่อเป่ดโอกาสให้ ทั้งสองฝ์ายได้ผ่านกระบวนการขั้นตอนหลายอย่าง หากว่าผ่านกระบวนการเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นก็หวังว่าเมื่อเปึนบุตรบุญธรรมแล้วผู้รับบุตรบุญธรรมไปอยู่ด้วยกันแล้วจะ ไม่เกิดปัญหาตามมา แต่ความล่าช้านั้นอย่างที่ท่านเรียนให้ทราบว่า เปึนเวลาถึง ๓-๔ ป้ ผมว่ามันไม่น่าจะยาวถึงขนาดนั้น ต่อไปจะได้มีการปรับปรุงขั้นตอนวิธีการดําเนินการ ต่อไปนะครับ

ท่านสมคิด บาลไธสง ท่านบอกว่าการกําหนดโทษนั้นควรจะแยกแยะ เช่น เปึนชาวต่างชาติจะมีโทษขนาดหนึ่ง ระหว่างคนทั่วไปขนาดหนึ่ง หรือผู้ที่เปึนญาติกัน ก็รับโทษอีกขนาดหนึ่ง ขอเรียนให้ทราบว่าบทกําหนดโทษโดยทั่วไปไม่ว่าจะเปึนประมวล กฎหมายฉบับใด ๆ เขาจะใช้คําว่า ผู้ใด เพราะฉะนั้นจะเปึนฝรั่งหรือคนต่างชาติ หรือคน ที่อยู่ในที่แห่งเดียวกันนั้น ในประเทศเดียวกันนั้น จะเปึนญาติหรือไม่เปึนญาติเขาจะใช้ คําว่า ผู้ใด ทั้งสิ้น โทษจึงจะอยู่ในระดับเดียวกัน เว้นแต่กรณีที่กฎหมายประสงค์จะลงโทษ ให้หนักขึ้น อาจจะเปึนว่าผู้บุพการี หมายความว่าอยู่ชั้นใกล้ ๆ กัน หรือผู้สืบสันดาน กระทําความผิดอาญาต่อกันนั้นอาจจะกําหนดโทษเพิ่มสูงขึ้นนั้น กรณีอย่างนั้นนะครับ นอกจากนั้นแล้วท่านบอกว่าการรับบุตรบุญธรรมนั้นมีแต่บอกว่ามีผู้รับบุตรบุญธรรม ประสงค์จะรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรม แล้วทีนี้เด็กจะขอเปึนบุตรบุญธรรมได้หรือไม่ ผมว่า กรณีอย่างนี้เงื่อนไขไม่ได้อยู่ที่เด็ก เงื่อนไขการรับบุตรบุญธรรมนั้นมันอยู่ที่ผู้ที่จะรับ บุตรบุญธรรมเขาจะต้องศึกษาว่าเขาสมควรจะเอาเด็กคนนี้ไปเปึนเด็กบุญธรรมหรือไม่ เด็กนั้นแม้จะอยากเปึนบุตรบุญธรรม แต่ถ้าเขาไม่ประสงค์จะรับเปึนบุตรบุญธรรม ก็ไม่สามารถจะดําเนินการได้นะครับ

ของท่านสัญชัย อินทรสูต นะครับ การรับบุตรบุญธรรมท่านให้ข้อสังเกตว่า เปึนการรับบุตรบุญธรรมเพื่อหวังจะเอามรดกของผู้รับบุตรบุญธรรม คือหมายความว่าเห็น เขาเปึนผู้มีฐานะดีก็เลยอยากไปเปึนบุตรบุญธรรมเขาเพื่อหวังว่าได้รับทรัพย์มรดกนะครับ ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่าการรับบุตรบุญธรรมนั้นไม่ใช่ว่านึกจะรับใครมาเปึนบุตรบุญธรรม ก็คงจะรับ ไม่ใช่หรอกครับ คนที่เขาจะรับบุตรบุญธรรมเขาก็ต้องพิจารณาดูแล้วถึงอุปนิสัย ใจคอถึงญาติพี่น้องต่าง ๆ ของเด็กเหล่านั้นก่อนที่จะมาเปึนบุตรบุญธรรมตัวเองก็จะต้อง ศึกษาก่อนนะครับ ไม่ใช่ว่าพอเห็นเขาเปึนผู้มีฐานะดีแล้วขอเปึนบุตรบุญธรรมแล้วเขา จะรับเลยไม่ใช่ครับ เขาจะต้องดูเหมือนกันนะครับ

ท่านเรวัต สิรินุกุล ท่านกล่าวถึงว่า ท่านเกรงว่าต่อไปในอนาคตจะมีเด็ก ซึ่งไม่เปึนที่ต้องการของพ่อแม่อาจจะถูกขายไปนะครับ จะขายโดยวิธีแอบแฝงเรื่อง บุตรบุญธรรมหรือเปล่า ผมก็ไม่ทราบนะครับ แต่อยากจะเรียนให้ทราบว่ากรณีการค้าขาย มนุษย์ได้มีพระราชบัญญัติขึ้นมานะครับ การค้าขายมนุษย์นั้นได้มีพระราชบัญญัติ ปัองกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๐ บังคับไว้แล้วนะครับ กรณีที่จะเกิดขึ้น เช่นนั้นจะมีกฎหมายบังคับอยู่นะครับ

ท่านวัชระ เพชรทอง ข้อเสนอขอให้กําหนดผู้รับบุตรบุญธรรมซึ่ง รายละเอียดในการรับบุตรบุญธรรมนั้นเขาจะกําหนดไว้ในกฎกระทรวงนะครับ ผมต้อง ขอขอบคุณท่านเปึนอย่างมากที่ท่านให้ความเปึนห่วงเปึนใย ไม่ใช่ว่าเปึนชาวต่างชาติมา อยู่เมืองไทยไม่กี่วันแล้วก็จะขอรับบุตรบุญธรรมนะครับ ผมเห็นด้วยที่จะต้องกําหนด คุณสมบัติของผู้รับบุตรบุญธรรม อย่างน้อย ๆ จะต้องมีความสัมพันธ์มีความผูกพันกับ ประเทศไทยเรามากพอสมควร อาจจะต้องใช้กําหนดเวลาให้เปึนหลาย ๆ ป้เพื่อว่าจะ ไม่ได้หวังเอาเด็กเหล่านี้ไปทํามิดีมิร้ายในต่างประเทศนะครับ ขอขอบคุณจะนําไปปฏิบัติ ต่อไปนะครับ

นอกจากนั้นท่านยังถามถึงเบี้ยยังชีพ ขออนุญาตท่านประธานตอบ นิดเดียวนะครับ เรื่องเบี้ยยังชีพใน กทม. เรียนให้ทราบว่า ความจริงเงินเบี้ยยังชีพได้โอน ไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเรียบร้อยตั้งแต่วันที่ ๒๗ เมษายน แต่มีความผิดพลาด บ้างเล็กน้อยเรื่อง กทม. นี่นะครับ มีความผิดพลาดในการโอนเงิน และได้รับทราบว่า ภายในวันที่ ๑๕ พฤษภาคมนี้ทาง กทม. จะดําเนินการจ่ายให้เรียบร้อยนะครับ มีความผิดพลาดเรื่องการโอนเงิน ขอเรียนให้ทราบนะครับ

ท่านสมชาย เพศประเสริฐ ท่านให้ข้อสังเกตเช่นเดียวกับท่านวัชระ เพชรทอง เรื่องหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่จะไปกําหนดไว้ในกฎกระทรวงนะครับ ผมจะนํา ข้อเสนอแนะของท่านไปประกอบการพิจารณาร่างกฎกระทรวงต่อไปเพื่อให้เกิด ความรอบคอบอย่างยิ่งนะครับ

คุณหมอบรรพต ต้นธีรวงศ์ ท่านบอกว่ากฎกระทรวงที่จัดทําขึ้นมีข้อจํากัด ที่ผ่านมามักจะเปึนส่วนราชการทั้งสิ้น ท่านมีข้อเสนอว่าน่าจะมีภาคเอกชนสําหรับมามี ส่วนร่วมในการเสนอแนะร่างข้อบังคับไว้ในกฎกระทรวง ผมจะนําไปปฏิบัติต่อไปเพื่อให้ เกิดความหลากหลายและเกิดความรอบคอบในการดําเนินการนะครับ

ทั้งหมดนี้คือสิ่งซึ่งผมได้กราบเรียนตอบข้อสงสัยท่านสมาชิกได้ซักถาม ในสภา นอกจากนี้ถ้ามีรายละเอียดเพิ่มเติม ผมขอความกรุณาทุกท่านได้แปรญัตติเข้ามา ในชั้นพิจารณาของอนุกรรมาธิการต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ