เรวัต สิรินุกุล หารือเรื่องการปรับปรุงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2553 และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแก้ไขเศรษฐกิจให้ดีขึ้น เนื่องจากงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2553 ลดลง ๒ แสนล้านบาท
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ กระผมขอตั้งกระทู้ถามสด ถามนายกรัฐมนตรี เรื่อง การปรับปรุงเงินงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ดังต่อไปนี้นะครับ
ตามที่คณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ครับให้ความเห็นชอบวงเงินงบประมาณ ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ จํานวน ๑.๗ ล้านล้านบาท ซึ่งแต่แรกก็วางกรอบไว้ ๑.๙ ล้านล้านบาท ก็ลดลงมา ๒ แสนล้านบาท ถ้าเทียบกับงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ซึ่งมียอดถึง ๑.๙ ล้านล้านกว่าบาท ลดลงมา ๒๕๑,๗๐๐ ล้านบาท เงินจํานวนที่ลดลงมา ท่านประธานครับ โดยปกติแล้วท่านประธานเปึนกรรมาธิการงบประมาณมาตลอด ระยะเวลาหลายรัฐบาล ท่านจะเห็นว่างบประมาณแต่ละรัฐบาลที่เขาทํามาส่วนใหญ่แล้วก็จะ เพิ่มขึ้นทุกป้ ๆ นะครับ ป้หนึ่ง ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ไม่ถึงบ้างอะไรบ้างแต่เพิ่มขึ้น มารัฐบาลชุดนี้ ก็เปึนเรื่องที่แปลก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีครับ เปึนเรื่องที่แปลกครับ ที่ว่าตั้งงบประมาณ ลดลงกว่าป้ที่แล้ว ซึ่งไม่ทราบด้วยเหตุผลอะไร แล้วจะแก้ไขเศรษฐกิจอย่างไร เพราะ เงินงบประมาณนี่ครับ ท่านประธานครับ ภาคเอกชนในขณะที่เศรษฐกิจไม่ดี เพราะว่า เศรษฐกิจวิกฤติ ภาคเอกชนเขารออยู่ รอเงินงบประมาณไปสร้างโน่นสร้างนี่ งบลงทุน เท่าไรเขาก็รออยู่นะครับ แต่ว่าเมื่อเปึนอย่างนี้ก็ไม่ช่วยที่จะให้เศรษฐกิจดีขึ้นหรือว่ากระตุ้น เศรษฐกิจ อย่างที่ผ่านมางบกลางป้เพิ่มขึ้น ๑ แสนกว่าล้านบาท ก็ไม่ได้ทําให้เศรษฐกิจดีขึ้น อย่างนี้เปึนต้น เมื่อเปึนอย่างนี้แล้วจะไปเชื่ออย่างไรว่าจะดีขึ้นไปเอง ท่านประธานครับ แต่ก็ดีใจอย่างหนึ่งที่เห็นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวานนี้ท่านออกแถลง ร่วมกันว่าจะมีการ เขาเรียกว่าอะไรล่ะครับ ท่านประธานครับ ๒ แสนล้านบาท แถลงว่า จะกระตุ้นนะครับ เงินงบประมาณนี้ เดี๋ยว ๆ กระผมต้องอ่าน ขออภัยท่านประธาน เดี๋ยวต้องดูอันนี้ก่อน อันนี้ครับ แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งครับ ท่านประธาน ตรงนี้ไม่รู้จะ เชื่อได้อย่างไร หรือว่าจะทําอย่างไรให้เกิดขึ้นได้ก็ต้องเฝัาดูไปถึง พ.ศ. ๒๕๕๕ ก็ต้องเฝัาดู ใช่ไหมครับ แล้วไปถึงตอนนั้นมันจะเชื่อถือได้ไหม แต่กระผมอยากเห็นท่านนายกรัฐมนตรี ทําต่อนะครับ ให้นายกรัฐมนตรีได้ทําไปจนถึงป้ ๒๕๕๕ ครบเทอมพอดี อย่าไปให้คนอื่น เขามาทํา แล้วเราจะได้ดูฝ้มือว่ารัฐบาลชุดนี้ทําได้แน่และทําได้ดี ความหวังของพี่น้อง คนไทยเขาก็พึ่งครับ เขาอยากเห็นนะครับ อยากเห็นรัฐบาลชุดนี้แก้ไข แต่มาดู ๆ อย่างนี้ มันยากแก้ไข มันยากที่จะแก้ไขได้ นี่คือสิ่งที่กระผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธาน และสภาแห่งนี้ ก็ดีใจที่ท่านนายกรัฐมนตรีมาฟังเอง ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องสําคัญที่ ท่านนายกรัฐมนตรีมีความรู้ความสามารถในเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ทําไมไปทําอย่างนั้นครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ไปทําทําไมที่ไปลดงบประมาณลงแทนที่จะเพิ่มขึ้น ถ้าอย่างนี้ จะไปเชื่อได้อย่างไรว่ารัฐบาลจะมีเงินกระตุ้นเศรษฐกิจให้เจริญรุ่งเรืองขึ้น กระผมเคยกราบเรียนต่อสภาแห่งนี้ว่า จริง ๆ แล้วงบประมาณเราไม่กลัวว่าจะขาดดุล ตั้งไปเถอะตั้งงบประมาณขาดดุลเพิ่มไป แต่ว่าทําไปแล้วประเทศต้องเจริญรุ่งเรืองขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น พี่น้องประชาชนกินดีอยู่ดีขึ้น อย่างนี้สิครับ แต่ถ้าหากว่างบประมาณลดลง ไปแล้ว แล้วป้ต่อ ๆ ไปนี่นะครับมันจะเชื่อได้อย่างไรว่าจะสามารถเก็บภาษีได้ และที่สาเหตุจริง ๆ ที่ไม่สามารถเพิ่มงบประมาณได้กลับไปลดลงเก็บเงินภาษีไม่ได้ นี่เปึนเรื่องจริงใช่ไหมครับ เก็บภาษีไม่ได้ เก็บเงินไม่ได้ แล้วไม่รู้จะไปเอาเงินตรงไหนมาใช้จ่าย ก็เลยปรับลดงบประมาณลง ซึ่งจริง ๆ เขาไม่ค่อยทํากันครับ ท่านประธาน เมื่อรัฐบาลชุดนี้ เลือกทําอย่างนี้ก็แล้วแต่ท่าน แต่ก็ดูกันต่อไป เมื่อท่านหันมาเอาดีทางการกู้เงิน กระผมก็เลยไม่เชื่อมั่นว่าการที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาติ เศรษฐกิจของประเทศนั้น จะดีขึ้นเมื่อครบเวลาที่ท่านต้องชําระนะครับ กระผมก็คงจะกราบเรียนเปึนเบื้องต้น อย่างนี้ครับ แล้วก็จะถามปัญหาว่าก็เลยอยากจะทราบว่าท่านทําไมคิดทําวิธีนี้ที่ลดวงเงิน งบประมาณลงในป้ ๒๕๕๓ เพราะว่าเศรษฐกิจนั้นยังต้องใช้เงินอยู่ พี่น้องประชาชนค้าขาย ก็ยังไม่ดี ภาวะเศรษฐกิจต้องอาศัยรัฐบาลกระตุ้น อาศัยเงินงบประมาณของรัฐบาลไป กระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นเมื่อทําอย่างนี้มันจะสวนทางกับแนวทาง ของรัฐบาลหรือไม่อย่างไร กระผมก็ขอถามข้อแรกนี้ก่อนนะครับท่านประธานครับ