สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒

ธนา ชีรวินิจ หารือเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการปฏิบัติตามมาตรา ๑๓๕ วรรคห้า และการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ ตามมาตรา ๙๙ (๔) และเรียกร้องให้ท่านประธานสภาปฏิบัติตามระเบียบของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และตีความกฎหมายให้เหมาะสมกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้พรรคเพื่อไทยถูกตัดสิทธิ์ในการร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

เมื่อสักครู่นี้นะครับ เดี๋ยวผม จะกราบเรียนท่านประธานนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อตอนที่ท่านประธานชัย ขึ้นทําหน้าที่ประธานที่ประชุม ท่านได้พูดในข้อกังวลว่าขณะนี้สภาไม่ได้ปฏิบัติตาม กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ วรรคห้า เนื่องจากขณะนี้สัดส่วนของพรรคการเมือง เปลี่ยนไป แล้วเปลี่ยนไป ๓ เดือนแล้วยังไม่ได้มีการจัดสรรคณะกรรมาธิการสามัญ ให้เปึนไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าเมื่อไม่เปึนไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ท่านประธาน จึงให้มีการดําเนินการเพื่อเลือกตั้งกรรมาธิการตามมาตรา ๙๙ (๔) เพื่อให้เปึนไปตาม กฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็คือได้มีการเสนอสัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีอยู่ตาม สัดส่วนของกรรมาธิการและกระบวนการของสภาก็ได้เดินหน้าไปจนกระทั่งทุกพรรค การเมืองเสนอสัดส่วนของตัวเองมาเปึนกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะ และท่านประธาน ได้สอบถามพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยปฏิเสธที่จะเสนอชื่อกรรมาธิการ จุดประเด็นก็คือจบครับว่า พรรคเพื่อไทยยังไม่ประสงค์ที่จะเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ในวันนี้ แต่ถามว่าการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการตามมาตรา ๙๙ (๔) เสร็จสิ้นหรือยัง เสร็จสิ้นแล้วครับ การที่ประธานจะลงนามแต่งตั้งหรือไม่นั้น เปึนกระบวนการนอก สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเปึนกระบวนการที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะต้องปฏิบัติ ตามระเบียบของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานว่า ท่านประธานพูดไม่ได้ละครับว่าขณะนี้เกิดสุญญากาศ ไม่มีกรรมาธิการ ในสภาผู้แทนราษฎร เปึนไปได้อย่างไรครับท่านประธาน การพิจารณากฎหมาย ซึ่งท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้พูดชัดเจนว่าจะต้องตีความให้มีสภาพบังคับ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือวันนี้ไม่ได้มีการไปเอาสัดส่วนหรือไปเบียดบังสัดส่วนของ พรรคเพื่อไทย ทําให้พรรคเพื่อไทยไม่เสนอเพราะไม่เปึนไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ใช่ ทุกพรรคดํารงสถานะสัดส่วนของพรรคตัวเอง แล้วก็เหลือที่ว่างตามกฎหมาย ตามสัดส่วนให้กับพรรคเพื่อไทย แต่พรรคเพื่อไทยไม่เสนอสัดส่วนเข้ามาในกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นก็เปึนสิทธิของเขาเปึนเอกสิทธิ์ที่เขาจะไม่เสนอ แต่กรรมาธิการที่แต่งตั้ง โดยสภาผู้แทนราษฎรนี้ถือว่าชอบด้วยกฎหมายแล้ว คณะกรรมาธิการชุดที่ได้แต่งตั้ง ไปเดิมนั้นถือว่าหมดสภาพไปทันทีตามมาตรา ๙๙ (๔) ส่วนกระบวนการตามระเบียบ กฎหมายตามหนังสือนั้นก็เปึนเรื่องที่ทางประธานจะได้มีคําสั่งแต่งตั้งและเชิญประชุม และให้มีการเลือกตั้งประธาน รองประธาน และเลขาคณะต่อไป การที่ท่านประธาน วินิจฉัยว่าเปึนสุญญากาศ ชุดเก่าก็ทําหน้าที่ไม่ได้ ชุดใหม่ก็ทําหน้าที่ไม่ได้ ผมถึงกราบเรียน ท่านประธานว่าท่านประธานวินิจฉัยขัดต่อข้อบังคับ เมื่อคณะกรรมาธิการที่แต่งตั้ง โดยสภาชุดนี้เข้าไปแล้ว แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ได้เสนอสัดส่วน กรรมาธิการชุดใหม่ ก็สามารถดําเนินการประชุมต่อไปได้ แต่ไม่ตัดสิทธิพรรคเพื่อไทยที่จะร้องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญว่าคณะกรรมาธิการชุดใหม่ไม่ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือข้อบังคับ ก็สามารถทําได้ แต่กรรมาธิการต้องดําเนินการทําหน้าที่ของตัวเองต่อไป เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าท่านประธานไปวินิจฉัยว่าไม่สามารถ มีกรรมาธิการได้เลย แสดงว่าท่านประธานวินิจฉัยข้อบังคับของกฎหมายไม่เปึนไปตาม เจตนารมณ์ เจตนารมณ์ของกฎหมายรู้ดีครับว่า ในเรื่องของการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยนั้นจะต้องมีเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย เสียงข้างมากแม้แต่จะเปึน เสียงที่จะสามารถกําหนดกฎเกณฑ์แต่ก็ไม่สามารถไปละเมิดเสียงข้างน้อยได้ กฎหมาย รัฐธรรมนูญถึงต้องระบุไว้ว่าจะต้องแต่งตั้งกรรมาธิการตามสัดส่วนของพรรคการเมือง นั่นหมายถึงว่าพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากไม่สามารถไปกําหนดสัดส่วนตามอําเภอใจ โดยที่เสียงข้างน้อยไม่สามารถต่อสู้ได้ในการโหวตในสภา แต่ถ้าเสียงข้างมากในสภา ปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เสียงข้างน้อยสละสิทธิที่จะไม่เข้ามาสู่กระบวนการ ก็เปึนสิทธิของท่าน แต่การดําเนินการต่าง ๆ ก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ถ้าไม่อย่างนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ วันใดวันหนึ่งแต่งตั้งกรรมาธิการมี ส.ส. ท่านหนึ่งลุกขึ้นบอกว่า ไม่เสนอชื่อเปึนกรรมาธิการ แสดงว่าสภาแห่งนี้แต่งตั้งกรรมาธิการ ๓๕ คณะไม่ได้ใช่ไหม ครับ มันเปึนไปไม่ได้ท่านประธานดูกฎหมายท่านประธานต้องดูกฎหมายให้มีสภาพ การบังคับ ถ้าท่านประธานวินิจฉัยอย่างที่บอกนั่นแสดงว่าไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย แต่เปึนระบบเสียงข้างน้อยที่สามารถครอบงําเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้ ซึ่งไม่ใช่ เพียงแต่ว่าไม่สามารถละเมิดสิทธิของเสียงข้างน้อยเขาได้ แต่เสียงข้างน้อย ก็ยังมีสิทธิที่จะพิจารณาว่าการแต่งตั้งกรรมาธิการในสภาวันนี้อาจจะไม่ชอบ ก็มีสิทธิ ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะว่ามีกรรมาธิการชุดใหม่มาแล้วเพิกถอนกรรมาธิการชุดเก่า ซึ่งจะสามารถนําเรื่องสู่ศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่ถ้าท่านประธานบอกทั้ง ๒ คณะ เปึนสุญญากาศ แล้วใครจะตีความละครับท่านประธาน นี่ผมถึงต้องกราบเรียน ท่านประธานว่า การตีความทางกฎหมายของท่านประธานต้องตีความให้เปึนไปตาม เจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ