สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒

ประเกียรติ นาสิมมา หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมาธิการสามัญ โดยอ้างถึงข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ และชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เหมาะสม และแนะนำวิธีแก้ไขปัญหาการเลือกประธานกรรมาธิการที่เหลือ 6 คน โดยการเพิ่มสมาชิกใหม่เข้ามาเพื่อความสมดุล

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย คือผมอยากจะขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้สักเล็กน้อย อันที่จริงแล้วผมเคารพ ในความคิดเห็นของทุกท่านที่ได้พูดมาเกี่ยวกับเรื่องคณะกรรมาธิการที่จะเปลี่ยนแปลง นะครับ ทีนี้ผมได้มาดูที่วาระการประชุมวันนี้เปึนเรื่องเลือกตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ ประจําสภาผู้แทนราษฎรขึ้นมาชุดหนึ่งขึ้นมาใหม่นะครับ นี่ตามที่ระเบียบวาระที่ตั้งไว้ ทีนี้ผมก็เห็นว่าระเบียบวาระที่ตั้งไว้เปึนการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นมาแทน คณะกรรมาธิการสามัญที่ตั้งไว้แล้ว ผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานถึงข้อบังคับ และรัฐธรรมนูญสักเล็กน้อย ผมจะไม่แตะต้องความคิดเห็นของใครนะครับ แต่ผมอยากจะ ขอกราบเรียนเรื่องข้อบังคับ เมื่ออ่านข้อบังคับให้ละเอียดแล้วจะพบว่า ในข้อบังคับนี้ จะมีคณะกรรมาธิการอยู่ ๒ ประเภทด้วยกัน ประเภทที่ ๑ ก็คือ คณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๘๒ คือคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการชนิดนี้ ประเภทนี้มีทั้งหมด ๓๕ คณะ ซึ่งการจัดสรรสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรลงไปสู่คณะกรรมาธิการสามัญให้เปึนไปตามสัดส่วนของ พรรคการเมือง หรือกลุ่มพรรคการเมือง กลุ่มพรรคการเมืองนะครับ ไม่ใช่สัดส่วนเป็ะ ๆ นะครับ ใกล้เคียง ก็ยังได้ นี่คือรัฐธรรมนูญกําหนด เพราะฉะนั้นกลุ่มพรรคการเมืองนี้อาจจะเปึนกลุ่ม ฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลหรืออะไรก็ได้เปึนสัดส่วนลักษณะนั้นนะครับ ทีนี้ถามต่อไปว่า คณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาผู้แทนราษฎรนี้ ถ้าจะเปรียบก็เหมือนสภานี้ เปึนกระทรวง ก็เหมือนมีกรมนะครับ มีกรม ๆ หนึ่งในกระทรวงนั้น เรากําลังจะเปลี่ยนกรม เพราะไม่ชอบคนทํางานในกรมหรือไม่ คําว่า สแตนดิ้ง คอมมิตตี (Standing comittee) ห รื อ ค ณ ะ ก ร ร มำ ธิ กำ ร ผู้ แ ท น รำ ษ ฎ ร จ ะ เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ไ ม่ ไ ด้ น ะ ค รั บ ในความคิดเห็นในทางกฎหมายนะครับ แต่ทีนี้มาดูประเภทที่ ๒

ประเภทที่ ๒ จะมีอยู่ในข้อบังคับ ข้อ ๙๘ ข้อบังคับ ข้อ ๙๘ คณะกรรมาธิการชุดนี้จะมีภารกิจเฉพาะและมีกําหนดระยะเวลาชัดเจนในการทํางาน ถ้าทําเสร็จภารกิจนั้นถือว่าจบ หรือทําไม่เสร็จภายในกําหนดระยะเวลาก็จะต้องเข้า กระบวนการตามข้อ ๙๘ คืออาจจะตั้งคณะใหม่ขึ้นมาแทนที่หรือขยายเวลานะครับ เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการ ๒ อย่างนี้จะไม่เหมือนกันตรงที่ว่า คณะกรรมาธิการ ตามข้อ ๙๘ ส่วนใหญ่เราจะเรียกว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งถ้าทํางานไม่เสร็จ สามารถตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาแทนที่ได้

ส่วนมีการเอ่ยถึงข้อบังคับ ข้อ ๙๙ อ่านให้ดี ๆ นะครับ คณะกรรมาธิการ กรรมาธิการพ้นจากตําแหน่งนะครับ ไม่ใช่คณะกรรมาธิการนะครับ เพราะฉะนั้น กรรมาธิการหมายถึงตัวบุคคลที่เข้าไปเปึนคณะกรรมาธิการจะสิ้นสุดจากตําแหน่งได้ ตาม ๖ ข้อด้วยกันนะครับ แต่ข้อ ๔ เปึนเรื่องของการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาแทนที่ คณะกรรมาธิการใหม่ ซึ่งตรงนี้จะสอดคล้องกับการตั้งคณะกรรมาธิการใหม่ของข้อบังคับ ข้อ ๙๘ วรรคสอง จะไม่เกี่ยวกับ ข้อ ๘๒

อันนี้ผมอยากจะขอชี้แจงความเห็นของผมในด้านกรรมาธิการทั้ง ๒ ประเภทนี้มีความแตกต่างกันอย่างนั้น ทีนี้มีหลายท่านที่บอกว่า พรรคการเมืองที่ถูกยุบ มี ส.ส. ที่ย้ายพรรคไปอยู่พรรคอื่นหรือตั้งพรรคใหม่ขึ้นมา ผมจะเปรียบเทียบให้ฟังว่า พรรคพลังประชาชนถูกยุบในขณะที่ท่านได้ชี้แจงว่ามีตําแหน่งอยู่ประมาณ ๒๕๐ กว่า ตําแหน่งกรรมาธิการ เมื่อถูกยุบแล้ว ส.ส. ไปตั้งพรรคใหม่ชื่อพรรคเพื่อไทยกับ พรรคภูมิใจไทย ๒ ส่วนนี้ก็แยกกันไป ต่างคนต่างก็มี ส.ส. ที่เปึนคณะกรรมาธิการสามัญ อยู่แล้วติดตัวไป จะมาเถียงว่าพรรคพลังประชาชนมีตําแหน่งอยู่ ๘ ตําแหน่ง ในคณะกรรมาธิการนั้นไม่ได้อีกแล้ว เพราะจํานวน ส.ส. น้อยลง น้อยไปไหน น้อยไปอยู่ พรรคภูมิใจไทย อันนี้คือที่เห็นได้ชัด ๆ แล้ว ส.ส. พรรคภูมิใจไทยนั้น ตําแหน่งเปึน กรรมาธิการไหนอยู่ก็ยังคงอยู่ เพราะมันเปึนตําแหน่งติดตัว สแตนดิ้ง คอมมิตตี หรือคณะกรรมาธิการสามัญนี่มันไม่มีทางยุบเมื่อตั้งขึ้นมาแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น ผมจึงอยากจะกราบเรียนเปึนข้อกฎหมายในลักษณะนี้ว่า การที่เรากําลังจะตั้งใหม่ขึ้นมา แทน มันอาจจะต้องเริ่มขบวนให้ถูกต้องนะครับ ผมไม่ได้เถียงว่าตั้งใหม่แทนไม่ได้นะครับ ต้องเริ่มขบวนการให้ถูกต้อง ถูกต้องอย่างไร เราจะยกเลิกคณะกรรมาธิการสามัญตาม ข้อ ๘๒ นี้ที่ตั้งไว้แล้วใหม่ได้อย่างไร วิธีการคืออะไร ไม่ใช่คิดอยากจะตั้งแทนแล้วก็ ตั้งเลยไม่ใช่นะครับ ผมไม่เชื่อว่ามันจะเปึนอย่างนั้น ก็อยากจะกราบเรียนชี้แจงไว้เปึนข้อสังเกตครับ ถ้าหากว่าเห็นสอดคล้องเราอาจจะหาวิธีการใหม่ขึ้นมาทําก็ได้ ผมก็ยังสงสัยว่า สมมุติว่า พรรคเพื่อไทยซึ่งท่านวรวัจน์ ขอโทษที่เอ่ยนามนะครับ บอกว่าผมไม่เอา พรรคเพื่อไทย ไม่ส่งวันนี้ ส่งไปแล้วก็ยังทํางานไม่ได้ ก็เหมือนที่เราเข้าใจอยู่ตอนนี้ ขณะนี้ก็มีข้อเสนอ อยู่ว่า คณะกรรมาธิการทํางานไม่ได้ แต่จริง ๆ แล้วผมไม่ได้เห็นสอดคล้องว่าทําไม่ได้ ผมยังเห็นว่าทําได้แม้จะอยู่ที่ไหนก็ตาม

ทีนี้ประเด็นเรื่องประธาน สมมุติว่ามี ๘ คน คุณได้ประธานแน่ ๆ ในกรรมาธิการ ๑๕ คนนี่ เพราะคุณชนะ แต่ตอนนี้มันเหลือ ๖ คุณโหวตอย่างไรคุณก็ได้ แค่ ๖ เพราะฉะนั้นก็แข่งกัน แข่งกันได้ เพราะฉะนั้นการเพิ่มเติมกรรมาธิการที่ขาดอยู่ ผมเห็นว่าเปึนทางออกที่น่าจะถูกต้อง แล้วถ้าสมมุติว่าประธานคณะกรรมาธิการ การคมนาคมสมมุติเหลือ ๖ คนนี่ ก็โหวตกันออกได้ ตั้งประธานคณะกรรมาธิการใหม่ได้ อันนี้มันก็น่าจะเปึนวิถีทางที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและข้อบังคับมากกว่า อยากจะ กราบเรียนเปึนข้อสังเกตอย่างนี้ครับ ขอบคุณมากครับ