สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือเรื่องการตรวจสอบกระบวนการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการ โดยกล่าวถึงการตรวจสอบวิธีการจับฉลากของวิปของรัฐบาล และการไม่ให้ฝ่ายรัฐบาลเลือกกรรมาธิการเอง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการยุบพรรคการเมือง 3 พรรค

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะ ประธานวิปรัฐบาล จริง ๆ ประเด็นที่เปึนข้อสงสัยของเพื่อนจากสมาชิกพรรคฝ์ายค้าน ท่านภราดร ปริศนานันทกุล ได้กรุณาชี้แจงที่ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญและชอบด้วย ข้อบังคับไปแล้ว ผมคิดว่าผมเกือบไม่มีความจําเปึนที่จะต้องลุกขึ้นยืนเพื่ออภิปราย ในสภาแห่งนี้ โดยวิญ็ูชนโดยทั่วไป ผมคิดว่าคงทราบดีว่ากระบวนการตรวจสอบ โดยคณะกรรมาธิการนั้น เปึนที่เราหวังว่าเปึนหน้าที่ของฝ์ายนิติบัญญัติครับ ผมอยากจะ กราบเรียนว่าที่ผมจําเปึนต้องลุกขึ้น เพราะมีเพื่อนสมาชิกได้พูดถึงว่าวิปของรัฐบาลจะใช้ วิธีที่จะให้จับฉลาก ซึ่งเปึนการกล่าวแต่เพียงความเชื่อโดยลําพังส่วนตัว และผมคิดว่า ความคิดของคนที่พูดเช่นนี้ก็คงเปึนความคิดที่ไม่เหมือนกับคนอื่น เพราะฉะนั้นผมจึง จําเปึนที่จะต้องชี้แจงครับท่านประธานครับ

ประเด็นแรกที่ผมจะต้องชี้แจงก็คือว่า ผมคิดว่าถ้าท่านประธานคงจําได้ ในเรื่องนี้เปึนดําริของท่านประธานสภาเองนะครับ ที่ท่านประธานสภาได้นัดประชุม ตัวแทนของพรรคการเมืองทุกพรรคเมื่อประมาณ ๓ เดือนที่ผ่านมา เพราะท่านประธาน ต้องการที่จะให้พรรคการเมืองทุกพรรคนั้นได้มีการดําเนินการในการตั้งคณะกรรมาธิการ ซึ่งถือว่าเปึนบทบาทสําคัญของฝ์ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบรัฐบาล ผมในฐานะเปึน ประธานวิปรัฐบาล ก็ทําหน้าที่ต่อเนื่องในการขับเคลื่อนเปึนระยะ เปึนระยะเพื่อที่จะสร้าง ความเข้าใจที่อยู่บนหลักที่ว่าจะไม่ใช้เสียงข้างมากลากไป ตามจริงถ้าหากว่าผมคิดว่า ผมเปึนฝ์ายเสียงข้างมาก และกระทําการในการที่จะให้มีการลงมติกันก็สามารถ ที่จะทําได้ไปนานแล้ว แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่เราต้องการจะเป่ดกว้างให้ เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ โดยเราไม่ได้แยกเปึนฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลนะครับ ผมเปึนการพูดในที่ประชุมตัวแทนของพรรคเองว่า เวลาเราไปประชุมร่วมกัน ในกรรมาธิการเราไม่มีคําว่า พรรค แต่เรามีคําว่า สภา เรามีคําว่า ฝ์ายนิติบัญญัติ ที่จะต้องทําหน้าที่ในฐานะตัวแทนปวงชนชาวไทย ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธาน ว่า ท่านประธานเองด้วยซ้ําไปครับ ท่านกลับเปึนห่วงว่าถ้าท่านไม่รีบเร่งในการดําเนินการ ที่จะตั้งกรรมาธิการ เดี๋ยวจะมีผู้ร้องไปยังท่านว่าทําไมไม่ดําเนินการให้เปึนไปตาม กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ เพราะในกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ นั้น ได้มีบทบัญญัติไว้ชัดเจนครับว่าจะต้องตั้งกรรมาธิการให้เปึนไปตามสัดส่วนของ พรรคการเมือง ท่านประธานครับ เปึนที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า พรรคพลังประชาชนนั้น ถูกยุบ พรรคชาติไทยนั้นถูกยุบ พรรคมัชฌิมาประชาธิปไตยนั้นถูกยุบ ทั้ง ๓ พรรคนี้ ถูกยุบโดยคําสั่งของศาลรัฐธรรมนูญครับท่านประธาน ท่านประธานคงทราบเช่นเดียวกัน กับเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ว่า คําสั่งของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีข้อผูกมัดต่อทุกองค์กร องค์กรใดจะโต้แย้งและขัดแย้งต่อศาลรัฐธรรมนูญมิได้ ท่านประธานเลยเร่งรัดนะครับ เมื่อเร่งรัดอย่างนี้พวกผมเองนะครับได้มีการเตรียมการในการเสนอทางออกให้กับ ทุกพรรคการเมืองว่า เราจะทําอย่างไรที่จะตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อให้เปึนไปตาม กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ เมื่อเราทําเช่นนี้ ทางพรรคฝ์ายค้านท่านประธานครับ ครั้งแรกก็จะมีตัวแทนโดยท่านประธานวิปฝ์ายค้าน คือคุณวิทยา บุรณศิริ ท่านไพจิต ศรีวรขาน ท่านเจริญ จรรย์โกมล ผมอยากจะกราบเรียนว่าทั้ง ๓ ท่านที่ผมเอ่ยนามมานี้ ผมต้องขอชื่นชมที่ท่านเข้าใจในกระบวนการของกฎหมายรัฐธรรมนูญ และท่านเข้าใจ ในกระบวนการของข้อบังคับ ว่าถ้าหากเราจะเปลี่ยนแปลงกรรมาธิการนั้น เราต้อง ดําเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๙๙ คือการเสนอกรรมาธิการขึ้นมา เมื่อเสนอกรรมาธิการ ชุดใหม่ขึ้นมา ก็จะทําให้กรรมาธิการชุดเดิมนั้นพ้นลงครับ ในท้ายที่สุดก็ตกลงกันได้ นะครับก่อนหน้านี้ประมาณ ๓ สัปดาห์ ก็ตัดสินใจว่าจะต้องมีการเสนอชื่อกรรมาธิการ เข้ามาในสภาตามข้อบังคับ ข้อ ๙๙ เพื่อจะได้ดําเนินการต่อไปให้เปึนไปตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ส่วนตําแหน่งต่าง ๆ ของคณะกรรมาธิการก็ให้ดําเนินการตามข้อบังคับ ก็คือว่าต้องไปเลือกกันในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการ แต่ว่าอย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิด ความเปึนธรรม ผมไม่อยากจะให้ในกรรมาธิการนั้นต้องมีการที่จะต้องมาลงมติกัน ผมจึงเรียนหารือกันในที่ประชุมร่วมกัน คุณเจริญ จรรย์โกมล เปึนคนเสนอเองว่า ถ้าหาก เราต้องการที่จะให้เกิดความสบายใจกับทุกฝ์าย เมื่อตั้งกรรมาธิการเสร็จแล้ว กรรมาธิการ ชุดเดิมที่เปึนอยู่แล้ว และแต่ละพรรคเห็นว่าไม่สมควรเปลี่ยนแปลง และมีความเห็น ตรงกัน ก็ไม่ต้องเลือกตั้งใหม่ครับ แต่ถ้าหากมีกรรมาธิการชุดใดที่มีความเห็นว่า ต่างพรรคต่างอยากจะได้ ยกตัวอย่างเช่น กรรมาธิการคมนาคม พรรคประชาธิปัตย์ ก็อยากจะได้ สมมุตินะครับ พรรคเพื่อไทยก็อยากจะได้ พรรคภูมิใจไทยก็อยากจะได้ มันก็ไม่มีทางอื่นนี่ครับ เพราะทุกคนอยากจะได้ ก็ให้เกิดความยุติธรรม ในที่ประชุม วันนั้นก็บอกว่าจับฉลาก ผมเปึนคนบอกว่าผมไม่ขัดข้อง ถ้าเปึนกระบวนการเช่นนี้ เพราะเกิดความยุติธรรม ผมไม่อยากจะว่าฝ์ายเรามีเสียงข้างมากแล้วไปเลือกกัน ในกรรมาธิการ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธาน ไม่ใช่หยิบยกเอามาพูดว่า พวกผมกลัวฝ์ายตรวจสอบ ฝ์ายเรามีเสียงข้างมากแล้วไปเลือกกันในกรรมาธิการ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน กับท่านประธาน ไม่ใช่หยิบยกเอามาพูดว่าพวกผมกลัวฝ์ายตรวจสอบ ถ้าอยากจะทบทวน ผมไม่อยากจะพูดถึงครับท่านประธานครับ ผมเคยไปหาท่านอดีตนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง ที่ทําเนียบรัฐบาลบอกว่าให้ตั้งกรรมาธิการการศึกษาเถอะ ผมเรียนว่าเราจะไม่ไปก้าวล่วง ในการที่จะไปดําเนินการในการตรวจสอบโดยมิชอบ แต่ถ้าส่วนใดเปึนอํานาจหน้าที่ ของสภาเราต้องเป่ดกว้างให้สภาได้รับหน้าที่ตรงนี้ ผมพูดมาถึงตรงนี้เพื่อที่จะได้เสนอ ทางออกกับท่านประธานไปเลยนะครับ ผมอยากจะเสนอทางออกอย่างนี้ ว่าเมื่อทุกคน เข้าใจนะครับ ผมเข้าใจว่าประธานวิปฝ์ายค้านก็เข้าใจในกระบวนการที่คุยกันทั้งหมด แต่ว่าเมื่อท่านไม่สามารถที่จะตกลงกันได้ตามที่ท่านนิพิฏฐ์ได้กรุณาพูดถึง ขอประทาน โทษที่เอ่ยนามท่าน ก็ไม่เปึนไรครับ ก็ให้สิทธิของท่าน แต่ว่าในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล วันนี้เรามีความพร้อมที่จะเสนอรายชื่อแล้วครับ ผมคิดว่าท่านประธานคงจะให้โอกาส พวกผมได้แสดงความจริงใจที่พร้อมที่จะให้การตรวจสอบ พร้อมให้พวกผมได้เสนอรายชื่อ และเมื่อไรพรรคเพื่อไทยมีความพร้อมท่านก็เสนอรายชื่อครับ ส่วนกระบวนการ ก็ดําเนินการตามข้อบังคับต่อไป ขอบคุณครับท่านประธานครับ