รัชดา ธนาดิเรก หารือเรื่องผลงานของสสส. และเรียกร้องการจัดสรรงบประมาณเพิ่มในการดูแลสุขภาพจิต โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพของเยาวชน ชาวชนบท และเกษตรกร รวมถึงขอเป็นกำลังใจให้กองทุนสุขภาวะในการขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ดิฉันเองก็คงมีเพียงแค่ไม่กี่ประเด็นที่จะอภิปรายต่อผลงานของ สสส. นะคะ ดิฉันเอง ก็เปึนผู้หนึ่งที่ติดตามการดําเนินงานของ สสส. มาตลอด ก็ขอชื่นชมในผลงานของ สสส. ที่ถือได้ว่าเปึนกองทุนหลักที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนให้ประชาชนให้สังคมไทยมีสุขภาพ ที่แข็งแรง แล้วก็ผลงานที่ได้ผลิตออกมานั้นก็เปึนที่ประจักษ์ทั้งในประเทศ แล้วก็ในระดับ นานาชาติด้วย อย่างไรก็ตามค่ะดิฉันเองก็คาดหวังว่าผลงานที่โดดเด่นของ สสส. ในเรื่อง ของการกระตุ้นความสนใจของพี่น้องประชาชนให้เห็นความสําคัญในเรื่องของการดูแล สุขภาพนั้นจะสามารถนําไปสู่การตระหนักรู้ และนําไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่าง ยั่งยืนได้ค่ะ จากการที่ศึกษารายงานของ สสส. แล้วดิฉันมีข้อสังเกตอยู่บางประการ ที่เกิดขึ้นนะคะ เมื่อเปรียบเทียบวัตถุประสงค์ของ สสส. ที่ต้องการให้ตนเองนั้นเปึนกลไก ในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเปึนสังคมแห่งสุขภาวะ แต่เมื่อดูแล้วจากการกระจายทุน สนับสนุนดิฉันก็อดกังวลใจไม่ได้ว่ารูปแบบของการกระจายทุนสู่แผนในลักษณะนี้จะทําให้ สังคมไทยเปึนสังคมสุขภาวะได้อย่างแท้จริงหรือเปล่า เพราะคําว่า สังคมสุขภาวะ นั้น ก็หมายถึงประชาชนคนไทยจะต้องมีความเข้มแข็งทั้งสุขภาพกาย ใจ และจิต แต่งบประมาณที่จัดสรรให้แต่ละแผนงานนั้นดิฉันมีความเปึนห่วงค่ะ เพราะว่าโดยดูตัวเลข แล้วนี่ทาง สสส. เองเน้นไปที่ในเรื่องของปัจจัยเสี่ยงหลักที่มีผลกระทบต่อสุขภาพกาย แต่ในมิติปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่มีผลต่อสุขภาพใจและจิตนั้น ยังไม่ค่อยได้ให้ความสําคัญ อย่างเต็มที่นะคะ โดยดูจากในเรื่องของสิ่งแวดล้อม งบประมาณจัดสรรไปให้เพียงแค่ ๔๑ ล้านบาท ซึ่งเมื่อคิดเปึนเปอร์เซ็นต์แล้วก็เพียงแค่ ๑.๖๖ เปอร์เซ็นต์ เพราะในความเปึนจริงในเรื่อง ของสิ่งแวดล้อม แม้ว่าจะไม่ได้มีผลกระทบต่อสุขภาพกายโดยตรง แต่เราก็คงปฏิเสธไม่ได้ ว่าปัญหาในเรื่องของสิ่งแวดล้อมนั้นมีผลอย่างมากต่อความแข็งแรงของสุขภาพใจและจิต ด้วยนะคะ ในเรื่องของงบประมาณที่จัดสรรให้ในมิติของสุขภาพจิต จัดสรรให้เพียงแค่ ๖๕ ล้านบาท ซึ่งนับเปึน ๒.๖ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันคิดว่ามันน้อยเกินไป เพราะว่าปัญหา ในสังคมปัจจุบันนี้ ในสังคมที่มีปัญหาทั้งด้านวิกฤติเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง สุขภาพจิตก็ถือว่าเปึนปัญหาหนึ่งไม่ได้แพ้ปัญหาที่เกิดขึ้น ที่เกี่ยวข้องกับทางด้านร่างกาย เลย จากการสํารวจความชุกของโรคจิตเวชระดับชาติ พบว่า ๑ ใน ๕ ของคนไทยกําลัง เผชิญหน้ากับโรคทางจิตเวชหลายโรค เช่น โรคซึมเศร้า โรคจิตกังวล โรคผิดปกติ ซึ่งโรคผิดปกติทางจิต รวมแล้วผู้ป์วยทางจิตมีประมาณถึง ๒ ล้านคน แล้วก็คาดว่าจะมี เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดิฉันก็เลยเกรงว่าการจัดสรรงบประมาณเพียงแค่ ๒.๖ เปอร์เซ็นต์นี้ มันอาจจะไม่เข้ากับสถานการณ์ผู้ป์วยที่เกิดขึ้นในสังคมไทยนะคะ
อีกเรื่องหนึ่งก็คือปัญหาของเยาวชน ดิฉันเองไม่เห็นภาพที่ชัดเจนว่าทาง สสส. ได้จัดสรรงบประมาณเกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพทั้งกาย ใจและจิตของเยาวชน แค่ไหนนะคะ และเมื่อพยายามเป่ดดูในรายละเอียดก็ยังไม่เห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ การส่งเสริมให้เยาวชนรู้จักใช้อินเทอร์เน็ต หรือว่าสื่อออนไลน์ (Online) อย่างถูกต้อง เราต้องยอมรับนะคะว่าในสังคมปัจจุบันนี้วิถีชีวิตออนไลน์ถือว่าเปึนลมหายใจหนึ่งของ ประชาชนคนไทยแล้วก็ในกลุ่มเยาวชนด้วย เพราะว่าปัจจุบันนี้มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตก็เกือบ ๑๐ ล้านคนแล้ว และกลุ่มผู้ที่ใช้มากที่สุดก็คืออยู่ในช่วงวัย ๑๕-๒๔ ป้ ถ้าหากว่าเยาวชน เหล่านี้รู้จักใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างถูกต้อง ประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นกับตัวเอง แต่ถ้าเกิดว่าไม่มีใครให้ความรู้ ให้คําแนะนําอย่างถูกต้องว่า การใช้เวลาส่วนมากไปกับ สื่อออนไลน์ การไปเข้าท่องเว็บไซต์ (Web site) ที่ไม่เปึนประโยชน์นี้มันจะนําไปสู่อันตราย ใด ๆ บ้าง อย่างเช่น การล่อลวงทางเพศ การซื้อยาที่ไม่ถูกกฎหมาย การใช้เวลาว่าง ที่ไม่เปึนประโยชน์ ดิฉันเองจึงอยากเห็นแผนการดําเนินงานของ สสส. ให้ชัดเจนว่าที่จะ เข้าไปดูแลเยาวชนและผู้ปกครองในเรื่องการใช้สื่ออินเทอร์เน็ตให้เปึนประโยชน์อย่างไรค่ะ
อีกประเด็นหนึ่งนะคะ ก็เปึนข้อกังวลที่เกี่ยวข้องกับการกระจายทุนตาม พื้นที่กิจกรรมค่ะ เห็นได้ชัดว่ามีการกระจายทุนไปยังพื้นที่ต่าง ๆ อย่างเช่น ในส่วนของ สถานพยาบาล สถานประกอบการ ชุมชน หรือองค์กรเครือข่าย แต่ดิฉันคิดว่าพื้นที่หลัก ๆ ที่ สสส. ควรจะให้ความสําคัญเปึนอย่างยิ่งก็คือ สถานศึกษาและโรงเรียน เพราะว่า ทุกอย่างเริ่มต้นที่เยาวชนค่ะ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ยาเสพติด เรื่องปัญหา เรื่องเพศศึกษา เรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างถูกต้อง หากว่ามีกลไกที่เราจะให้ความรู้ การดูแลที่ดีตั้งแต่เยาวชนอยู่ในวัยเยาว์ ดิฉันคิดว่าพฤติกรรมในเรื่องของการสร้างเสริม สุขภาวะนั้นจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืนค่ะ
และประเด็นสุดท้ายดิฉันก็มีข้อห่วงใยถึงสุขภาพของพี่น้องในชนบท ดิฉันเองอยากจะเห็นทาง สสส. ให้ความสําคัญกับการดูแลสุขภาพของพี่น้อง ชาวเกษตรกรรมค่ะ เพราะว่าจากรายงานสุขภาพของคนไทยป้ ๒๕๕๐ นี่นะคะ เห็นได้ชัดว่า สัดส่วนของผู้ป์วยที่เปึนโรคจากการประกอบอาชีพ จําแนกตามภาคอุตสาหกรรมนั้น เปึนคนไทยที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เปึนพี่น้องเกษตรกรนะคะ แล้วกลุ่มคนเหล่านี้ ความเจ็บป์วยที่เกิดขึ้นก็คือ เกิดมาจากการใช้สารพิษ ยาฆ่าแมลงอย่างไม่ถูกต้อง ดังนั้น ดิฉันคิดว่าน่าจะมีแนวทางที่ชัดเจนที่จะรณรงค์ให้เกษตรกรรู้จักใช้สารเคมีต่าง ๆ หรือว่า วิธีการปัองกันดูแลให้ปลอดภัยจากสารพิษค่ะ สุดท้ายดิฉันเองก็ขอเปึนกําลังใจให้กับทาง กองทุนนะคะ ที่จะขับเคลื่อนให้สังคมไทยเปึนสังคมสุขภาวะตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ขอบคุณค่ะ