บุญยอด สุขถิ่นไทย หารือถึงความแตกต่างระหว่างรายได้และค่าใช้จ่ายของปีงบประมาณ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๓๐ เมษายน ๒๕๕๒

บุญยอด สุขถิ่นไทย หารือถึงความแตกต่างระหว่างรายได้และค่าใช้จ่ายของปีงบประมาณ โดยชี้ว่ารายได้ออกมาเพียงเล็กน้อยแต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมากจนทำให้ขาดดุลถึง 117 ล้านบาท และขอคำอธิบายแนวคิดการบริหารจัดการดังกล่าว พร้อมทั้งหารือเรื่องค่าเช่าสำนักงานที่ สสส. และเสนอให้หน่วยงานหาสถานที่เองเพื่อลดค่าใช้จ่ายและสร้างเป็นทรัพย์สินขององค์กร

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร กราบเรียนท่าน ผ่านไปยังคณะกรรมการ สสส. นะครับ ผมก็เห็นในสรุปรายงานของท่านนะครับ ผมขออนุญาตไปอย่างรวดเร็วนะครับ ผมพูดสั้น ๆ กระชับ ๆ จะได้เข้าใจง่าย ๆ นะครับ

เรื่องที่ ๑ คือเรื่องของผลการดําเนินงานตามตัวชี้วัดที่ท่านกําหนดเอาไว้ ๔ ข้อ หน้า ๑๐๔ นี่นะครับ ด้านผลสัมฤทธิ์ เรื่องของการผลักดันนโยบาย ด้านผล การดําเนินงานประจําป้ ด้านการบริหารสํานักงาน แล้วก็ด้านนวัตกรรมและการริเริ่ม ผมอยากถามท่านว่า ทําไมท่านไม่มีการวัดผลที่น่าจะเปึนหัวใจหลักของกองทุนสนับสนุน สร้างเสริมสุขภาพ นั่นก็คือว่าเราดูได้ไหมครับว่าคนไทยเราแข็งแรงขึ้นจริงหรือเปล่า เราใช้ ค่าใช้จ่ายในการไปหาหมอน้อยลงไหม ผมว่าตัวชี้วัดอย่างนี้มันน่าจะจับต้องได้ ท่านทํางานมา ๗ ป้แล้วใช่ไหมครับ มันเห็นการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยได้จริงหรือไม่ จากการใช้เงินจากกองทุนนี้ ซึ่งแน่นอนเราคงจะคาดหวังกันว่าเราอยากจะเห็นคนไทยนั้น ใช้จ่ายเงินในการซ่อมสุขภาพน้อยลงถูกไหมครับ จนกระทั่งน้อยลงมากกว่าเงินที่เราตั้งมา เปึนกองทุนนี้ เราจึงจะได้กําไรในการสร้างตัวกองทุนนี้ขึ้นมาได้ใช่ไหมครับ กําไรที่ได้จริง ๆ ก็คือคนไทยมีสุขภาพแข็งแรงขึ้นและค่าใช้จ่ายน้อยลงนะครับ นี่เปึนประเด็นแรก

ประเด็นที่ผมอยากจะขอไปดูที่ตัวเลขที่ท่านให้เรื่องของตัวเลขของการทํา บัญชี แล้วก็การมีรายได้ รายจ่าย คือตัวเลขที่ผมสนใจอยู่หลายเรื่องเหมือนกันครับ ท่านให้ตัวเลขที่เปรียบเทียบระหว่างป้ที่แล้วกับป้นี้ รายได้ของท่านป้ที่แล้ว ๒,๗๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ ป้นี้ ๒,๗๙๗ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๙๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ๙๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทจาก ๒,๗๐๐ ล้านบาท มันประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง แต่ถ้า ท่านมาดูค่าใช้จ่ายของท่านในรอบป้ที่แล้วกับป้นี้นะครับ ผมอยากจะให้ท่านดู ดูเหมือนว่า ท่านมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นอย่างมากทีเดียวนะครับ รายได้ท่านมีเพิ่มขึ้นนิดหน่อยแต่ทําไม ท่านเตรียมประมาณการค่าใช้จ่ายเอาไว้มากกว่าป้ที่แล้วอย่างมาก ผมอยากจะถาม แนวคิดท่านนะครับว่าท่านบริหารเรื่องของรายได้ รายรับ แล้วก็การจัดทําโครงการต่าง ๆ อย่างไร ค่าใช้จ่ายบุคลากรป้ที่แล้ว ๓๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท ป้นี้ ๔๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็เพิ่มขึ้นเยอะนะครับ ถ้าดูตัวเลขกันนี่นะครับ ค่าใช้จ่ายเงินอุดหนุนโครงการจาก ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เปึน ๒,๗๕๙ ล้านบาทนะครับ ตัวเลขใหญ่ ๆ ตัวอื่น ๆ อย่างเช่น ค่าวัสดุ ค่าใช้สอย ๖๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทเปึน ๘๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท รวมตัวเลขค่าใช้จ่าย ทั้งหมดนะครับ ป้ที่แล้ว ๒,๑๐๐ ล้านบาท ป้นี้ท่านมีตัวเลขค่าใช้จ่ายถึง ๒,๙๐๐ กว่าล้านบาท แล้วเปึนค่าใช้จ่ายติดลบด้วยจากเงินรายได้ที่น่าจะได้ ท่านติดลบไป ๑๑๗ ล้านบาท ทําไมท่านจัดตัววิธีการใช้เงินกันขนาดนี้ล่ะครับ ในเมื่อรายได้มันมีมา ไม่มากนัก เพิ่มไม่มากนัก แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจนท่านติดลบ ๑๑๗ ล้านบาท ขอคําอธิบายหน่อยนะครับ

แน่นอนที่สุดผมก็สนใจเรื่องการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ท่านว่า ป้ที่แล้ว ท่านกําไร ๑๙,๐๐๐,๐๐๐ บาทจากตัวเลขที่ท่านโชว์ (Show) นะครับ แต่ป้นี้ท่านขาดทุนไป ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท ท่านขาดทุน ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท ท่านมีเงินต้นจากที่เอาไปซื้อ หลักทรัพย์เท่าไรครับกี่ร้อยล้านจึงขาดทุน ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท ขอรายละเอียดหน่อย นะครับ แล้วท่านไปซื้อหลักทรัพย์อะไรบ้าง จะได้แก้คําครหาอย่างไรครับว่าท่านไปซื้อ หลักทรัพย์ของเพื่อนกันหรือเปล่า คนที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้อง มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง กันหรือเปล่า ท่านก็น่าจะต้องให้รายละเอียดเราจะได้รู้นะครับว่าเงินกองทุน สสส. นั้นเอา เงินไปใช้ในหลักทรัพย์ตัวใดนะครับ

แล้วสุดท้ายก็ต้องถามอยู่ดีว่าแล้วถ้าขาดทุนอย่างนี้ใครรับผิดชอบครับ ใครได้รับการลงโทษบ้างไหมว่า ดันชี้ไปลงทุนในตัวหุ้นที่มันไม่ได้กําไรหรือว่าเปึนความ เสี่ยงเกินไปหรืออย่างไร หรือตลาดหลักทรัพย์มันลดราคาลงทั้งหมดหรืออย่างไร ท่านก็ อธิบายแล้วกันนะครับ

เรื่องต่อไปก็คือเรื่องของตัวที่ผมติดใจตั้งแต่ป้ที่แล้วนะครับ ท่านคณะกรรมการครับ และท่านประธานครับ ผมก็เคยไปครับที่ สสส. ก็อยู่ที่ตึก ที่ถนนพหลโยธินนะครับ ท่านเช่าอยู่ ๒ ชั้นใช่ไหมครับ ชั้น ๑๕ กับชั้น ๓๔ ตัวเลขค่าเช่านั้น ทั้ง ๒ ชั้นนี่นะครับท่านประธาน เดือนละ ๔๔๐,๐๐๐ บาท ป้หนึ่ง ๕,๒๐๐,๐๐๐ บาท นะครับ ป้ละ ๕,๒๐๐,๐๐๐ บาท คือค่าเช่า ผมยังอยากถามเหมือนกันว่าท่านมีคนทํางาน สักกี่ร้อยคน ท่านเช่าอาคารสํานักงานกันเดือนละ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ท่านทํางานกัน สักกี่ร้อยคนครับ แล้วถ้าหากว่าท่านเอาเงินของค่าเช่านี่นะครับซึ่งท่านทําสัญญากันอีก ๓ ป้ใช่ไหมครับ ต่อจากนี้ไปท่านมีโครงการหรือยังว่า ผมอยากจะให้ท่านไปหาที่เอง ท่านจะไม่ได้ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขนาดนี้ รวมทั้งจะได้เปึนสินทรัพย์ของตัวท่านเองด้วย และประชาชนก็จะได้เข้าไปเยี่ยมท่านได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องขึ้นลิฟต์ไปบนตึก ที่สูงนะครับ วิวดีเชียวนะครับ อาคารดูหรูหรา แต่ก็เห็นนะครับว่าท่านพยายามประหยัด อย่างเช่น เข้าห้องน้ําก็เห็นว่าท่านก็ป่ดไฟที่ห้องน้ํา หรือมีระบบเซ็นเซอร์ (Censor) อะไรต่าง ๆ แล้วก็เจ้าหน้าที่ก็ดูน่ารักมากนะครับ แต่ว่าความประทับใจเหล่านั้นมันก็ยัง แฝงความสงสัยอยู่ดีว่า ทําไมเราต้องลงทุนกับการเช่าตึกอาคารของเอกชนมากขนาดนั้น ท่านจะปรับเปลี่ยนเปึนวิธีการทําเองได้หรือไม่นะครับ

ประเด็นที่ฝากท่านอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องของกรุงเทพมหานครนะครับ ท่านเองก็เข้าไปร่วมกับหน่วยงานชุมชนต่าง ๆ ในต่างจังหวัดผมรู้สึกว่าจะเยอะนะครับ ในกรุงเทพฯ นี่นะครับ ท่านเองได้ช่วยสนับสนุนชุมชนต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ขนาดไหน เพราะว่ามีหลายชุมชนแล้วก็หลายกลุ่ม พวกชมรมออกกําลังกาย แอโรบิค (Aerobic) ในชุมชนต่าง ๆ นั้นต่างก็ต้องการความช่วยเหลือ เพราะว่ามันจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ แล้วก็การ บริหารจัดการด้วยนะครับ ผมเห็นว่าหลาย ๆ ชุมชนเขาไม่มีสตางค์นะครับ ถามไปที่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขก็มักจะบอกว่า ไปถาม กทม. สิ กทม. น่าจะให้ได้ ถาม กทม. กทม. ก็มักจะไม่ค่อยมีสตางค์ให้นี่นะครับ ก็อยากจะถามท่าน นะครับว่าในชุมชนกรุงเทพมหานครนี้นะครับท่านมีการเข้าไปสนับสนุนให้มีการเต้น แอโรบิค มีการออกกําลังกายต่าง ๆ มากน้อยสักแค่ไหน แล้วท่านจะเพิ่มให้ได้ในป้ ต่อไปได้บ้างหรือไม่ ก็ฝากให้ท่านได้พิจารณาครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน