สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๓๐ เมษายน ๒๕๕๒

วรงค์ เดชกิจวิกรม ชี้แจงรายงานประจําปีกับสสส. และเรียกร้องให้ภารกิจของสสส. เข้าถึงประชาชนทุกคน ไม่เพียงแต่คนชั้นกลางเท่านั้น นอกจากนี้เขายังหารือเรื่องการสนับสนุนโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพและปฏิรูประบบสุขภาพ โดยเน้นการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก กระผมอยากจะกราบเรียนกับทางคณะกรรมการ สสส. ที่มาร่วม ชี้แจงรายงานประจําป้ต่อสภาผู้แทนราษฎร กระผมอยากจะเรียนว่าป้หนึ่งผ่านไปเร็ว กระผมจําได้ว่าป้ที่แล้วกระผมยืนอยู่ฟากโน้นแล้วในครั้งนั้นเราเคยมีการท้วงติงกันบ้าง ในหลาย ๆ ประเด็น เช่น เราเคยท้วงติงกันที่รายงานของ สสส. ที่รูปหน้าปกนั้นเปึน คนขับมอเตอร์ไซค์แต่ไม่ใส่หมวกกันน็อค ขณะที่เรากําลังรณรงค์ปัองกันอุบัติเหตุ ด้วยการให้คนใส่หมวกกันน็อค ซึ่งรูปนั้นดูผิวเผินแล้วดูดีครับ เพราะคนยิ้ม แต่ปรากฏว่า มันเปึนความผิดพลาดอย่างมหาศาลซึ่งมีการท้วงติงกันไป และกระผมจําได้เช่นกันว่า ป้ที่แล้วกระผมเคยท้วงติง สสส. เกี่ยวกับภารกิจหลักอันหนึ่งที่บอกว่า โดยเฉพาะปัญหา เรื่องการมีเพศสัมพันธ์ในเด็กวัยรุ่น การปัองกันติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อที่สามารถติดต่อได้ ทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มเด็กวัยรุ่น เมื่อสักครู่นี้กระผมได้ฟังท่านอาจารย์ผุสดีก็ได้ยกปัญหานี้ ขึ้นมา ซึ่งบอกว่าขณะนี้รายงานตัวเลขขึ้นมาถึง ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ราย ซึ่งยังเปึน ตัวเลขที่สูงอยู่ และกระผมเชื่อว่าทาง สสส. เองคงจะรับฟังปัญหานี้ไปสู่แนวทางปฏิบัติ เช่นกัน และอยากจะฝากกับทาง สสส. ว่า เอ๊ะ วันนี้มารายงานในที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร ปรากฏว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านพูดขึ้นท้วงติง ติติง การทํางานของ สสส. อยากจะให้ท่านสบายใจว่าเราต่างฝ์ายต่างทําหน้าที่ สสส. มีกองทุนประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะต้องมารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร และพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละท่านก็มีหน้าที่ในการตรวจสอบ แต่อยากย้ํา กับท่านว่าทุกคนมีความจริงใจกับท่านครับ เราทําหน้าที่ในการตรวจสอบ ทุกท่านก็ ตรวจสอบด้วยความบริสุทธิ์ใจ เราอยากจะบอกกับทุกท่านเลยว่าดูหน้าทุกท่านแล้วพวกเราสบายใจครับ เพราะกระผม เชื่อว่าสังคมเชื่อถือพวกท่าน เงิน ๓,๐๐๐ ล้านบาท เราเชื่อว่าท่านจะบริหารให้เกิด ประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนในสังคมในภาพรวม กระผมได้ดูรายงานของป้นี้ท่านได้พูดถึง ปัจจัยเสี่ยง แล้วก็ได้มีการพูดถึงภารกิจงานของ สสส. ที่ทําในการลดปัจจัยเสี่ยงหลาย ๆ เรื่อง แต่ถ้าดูในภาพรวมปัจจัยเสี่ยงหลัก ๆ ๔ อย่าง ซึ่งคือ เรื่องการรณรงค์งดการสูบบุหรี่ เรื่องเหล้า เรื่องอุบัติเหตุ แล้วก็เรื่องการออกกําลังกาย เฉพาะเรื่องบุหรี่เราต้องชื่นชมครับ ว่าเปึนผลพวงตั้งแต่สมัยอาจารย์รุ่นก่อน ๆ กระผมจําได้ว่าตั้งแต่สมัยนั้นกระผมเคยเปึน ผู้อํานวยการโรงพยาบาลอําเภออยู่แถวอีสาน เจอท่านรองประธานคนที่สองครับ ท่านยัง เปึนประธานชมรมแพทย์ชนบทอยู่ กระผมยังเปึนผู้อํานวยการโรงพยาบาลอําเภอไกล ๆ อยู่ชายแดนแถว ๆ ชายแดนประเทศลาว ที่อําเภอพรเจริญ จังหวัดหนองคาย มาพบ ท่านรองประธานขณะนั้นเคยมีการประชุมกันที่จังหวัดขอนแก่น และท่านได้เป่ดแคมเปญ (Campaign) เพื่อการไม่สูบบุหรี่ แต่กระผมก็ต้องชื่นชมว่าโครงการนี้ผ่านไปประมาณ ๒๐ ป้ ปรากฏว่าได้ผลเกินคาดครับ สมัยนั้นยังมีคนท้วงติงว่าไม่น่าเชื่อว่าจะเปึนไปได้ว่า อยู่ ๆ จะมีการรณรงค์ว่าไม่ให้คนสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ หรือว่าจะพยายามไม่ให้มีการ สูบบุหรี่ในคนรุ่นใหม่ และแล้ววันนี้โครงการนี้กระผมถือว่าสัมฤทธิ์ผลครับ แล้วถือว่าเปึน โครงการที่ สสส. เอามาดําเนินการต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล แต่ในส่วน โครงการเรื่องเหล้ายังเปึนปัญหาอยู่ อยากจะกราบเรียนท่านรองประธานและ ท่านคณะกรรมการทุกท่านว่าวันนี้ท่านรณรงค์เรื่องเหล้าก็จริงอยู่ แต่การบวชแต่ละครั้ง กระผมเปึนผู้แทนครับ ต้องไปพบปะและไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน กิจกรรม การดื่มเหล้าจึงเปึนกิจกรรม บางครั้งในวัดยังจัดอยู่เลยครับ คือกระผมทราบว่าวันนี้ สสส. มีการรณรงค์เรื่องงดเหล้าเข้าพรรษาอะไรก็แล้วแต่ แต่อยากจะกราบเรียนตรง ๆ ว่า กระผมไปร่วมงาน งานบวชทุกครั้งยังมีการใช้เหล้าทุกครั้งครับ แสดงว่าวันนี้โครงการ เรื่องเหล้ายังไม่สัมฤทธิ์ผลเท่าไร ดังนั้นอยากจะกราบเรียนกับท่านนะครับว่าไม่ว่าจะเปึน เรื่องอุบัติเหตุหรือเรื่องการออกกําลังกายก็แล้วแต่ กิจกรรมเหล่านี้ที่ท่านรณรงค์ ใช้งบประมาณ ป้ที่ผ่านมาใช้ ๘๕๙ ล้านบาท จริงอยู่บางสิ่งบางอย่างเหมือนกับ สัมฤทธิผลบ้าง แต่ความสัมฤทธิผลของโครงการเหล่านี้มักจะเกิดกับคนชั้นกลาง ภารกิจ ของ สสส. ที่ทําการโฆษณาว่า ไม่ว่าจะเปึนเมาไม่ขับ โทรไม่ขับ หรือว่างดเหล้าเข้าพรรษา อะไรก็แล้วแต่ ภารกิจเหล่านี้ล้วนคาไว้กับสังคมคนชั้นกลาง มันเปึนกระแสที่เกิดขึ้น ในภาพรวมที่ท่านอัดผ่านสื่อลงไป แล้วก็คนชั้นกลางได้สัมผัส แล้วก็คนชั้นกลางนั้นเห็นผล ของการรณรงค์ของท่าน แต่พี่น้องประชาชนในระดับรากหญ้า ในระดับตําบล กระผม เรียนตรง ๆ ว่าวันนี้ สสส. ยังเข้าไม่ถึง กระผมทราบดีว่า สสส. เองพยายามครับ เพราะว่า เคยไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนหลายพื้นที่บอกว่าเปึนงบประมาณที่ได้มาจาก สสส. แต่โครงการรณรงค์ในการสร้างเสริมสุขภาพในประเด็นต่าง ๆ ที่ท่านพยายามทํานั้น ดูแล้ว ยังไม่ถึงจิตวิญญาณเท่าที่ควร วันนี้กระผมย้ํานะครับว่าท่านได้ใจคนชั้นกลาง คนที่มี ความรู้ที่ติดตามสถานการณ์บ้านเมืองท่านได้ใจกระแสคนเหล่านี้ เพราะว่าโครงการ รณรงค์เหล่านี้ยังได้ผลอยู่ แต่ในระดับรากหญ้า ในระดับพี่น้องประชาชนระดับตําบล ระดับหมู่บ้าน ยังไม่ถึงใจครับ จึงอยากจะฝากกับทาง สสส. ว่าท่านจะปรับปรุงภารกิจ อย่างไรก็แล้วแต่ให้การรณรงค์ในเรื่องต่าง ๆ ของท่านนั้นเข้าถึงระดับพี่น้องประชาชน ระดับตําบลและระดับหมู่บ้านมากที่สุด กระผมมีข้อคิดเห็นครับ และกระผมเชื่อว่าถ้าท่าน เอาไปทําแล้วน่าจะได้เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนระดับล่างมาก เนื่องจากว่าขณะนี้ นโยบายของรัฐบาลชุดนี้โดยท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข ได้จุดพลุนโยบายที่เรียกว่า ค่าตอบแทน อสม. ซึ่งวันนี้จะเปึนวันแรกที่ผลการ จ่ายเงินให้กับ อสม. ทั่วประเทศจะเริ่มมีผลบังคับใช้ กระผมได้มีโอกาสได้โทรศัพท์ไปถาม พี่น้อง อสม. ในหลายพื้นที่บอกว่าได้มีการนัดแนะจากสํานักงานสาธารณสุขจังหวัด แล้วว่าจะเริ่มจ่ายเงินเมื่อไร บางตําบลอาจจะจ่ายวันที่ ๑ บางตําบลวันที่ ๒ บางตําบล วันที่ ๓ นี่แล้วแต่ เนื่องจากว่ามันเปึนนโยบายที่จะต้องมีผลกับ อสม. ทั่วประเทศถึง ๑ ล้านคน กระผมเชื่อว่าโครงการนี้ขณะนี้สร้างความตื่นตัวให้กับพี่น้อง อสม. เปึนอย่างยิ่ง และ อสม. ทุกท่านก็ต้องยอมรับว่าเปึนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างแท้จริง ที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพของพี่น้องประชาชน และกระผมหวัง เปึนอย่างยิ่งว่าการเปลี่ยนตัวของ อสม. ท่านลองนึกภาพตามกระผมช้า ๆ ว่า ๑ สถานี อนามัยมี อสม. ประมาณ ๑๐๐-๑๕๐ คนแล้วแต่ขนาด และเราหวังเปึนอย่างยิ่งว่าความ ตื่นตัวของ อสม. นี้จะนําไปสู่การพัฒนาสถานีอนามัย วันนี้ อสม. ตื่นตัว สถานีอนามัย ก็ตื่นตัวตาม และเราหวังผลตรงนี้ว่าเมื่อสถานีอนามัยตื่นตัว เนื่องจากว่าภารกิจหลักของ อนามัยก็คือ การสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของกองทุน สสส. ของท่าน เราหวังว่า อสม. นั้นจะมีส่วนในการทําให้เกิดโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพประจําตําบล ถามว่าเมื่อเกิดโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพประจําตําบลแล้วอะไรจะเกิดขึ้น ท่านก็ ทราบอยู่นะครับว่า ภารกิจหลักของโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพก็คือ ภารกิจในการ สร้างเสริมสุขภาพปัองกันโรคมากกว่าการรักษาพยาบาล ซึ่งเปึนไปตามหลักการหรือ เจตนารมณ์ขององค์การอนามัยโลก ที่ต้องการให้สร้างสุขภาพนําซ่อมสุขภาพ กระผม จินตนาการภาพคร่าว ๆ ว่า เมื่อเกิดโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพขึ้นมาแล้ว การดูแล คนท้อง การดูแลเด็กแรกเกิด เด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่ การดูแลวัยรุ่นเรื่องเพศสัมพันธ์ การดูแลคนวัยทํางานในเรื่องเหล้า บุหรี่ อุบัติเหตุ ก็จะเกิดขึ้น หรือแม้กระทั่งการดูแล ผู้สูงอายุ เรื่องความดัน เบาหวาน โรคหัวใจ ก็จะเกิดขึ้น โดยใช้กระบวนการโรงพยาบาล สร้างเสริมสุขภาพประจําตําบลในการรณรงค์สิ่งเหล่านี้ และกระผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่า ถ้า สสส. ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการผลักดันครั้งนี้ กระผมถือว่านี่คือการปฏิรูประบบ สุขภาพของประเทศครั้งที่ ๒ นะครับ เราต้องยอมรับว่าช่วง ๖-๗ ป้ที่ผ่านมา เราก็ต้องให้ เครดิต (Credit) พรรครัฐบาลอดีตที่ผ่านมาที่มีการปฏิรูประบบสุขภาพครั้งแรก คือ ให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลสุขภาพก็คือ ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ทําให้ประชาชน ทุกคนมีสิทธิอย่างเท่าเทียมกันในการเข้าถึงในการดูแลรักษาสุขภาพ แต่วันนี้กระผม เชื่อว่ารัฐบาลเองภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็มีความคิดที่จะปฏิรูป ระบบสุขภาพของชาติ ครั้งที่ ๒ ด้วยการทําให้เกิดโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพและเน้น เรื่องการสร้างเสริมสุขภาพ ปัองกันโรค นําการรักษาพยาบาล ท่านประธาน อยากจะ กราบเรียนไปยังคณะกรรมการ สสส. ท่านลองคิดดูนะครับว่าถ้าทุกตําบลเปึนหน่วยย่อย แล้วก็มีการสร้างเสริมสุขภาพทั่วประเทศพร้อม ๆ กัน ก็จะทําให้การสร้างเสริมสุขภาพ การปัองกันโรคเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนในระดับตําบล ระดับหมู่บ้านอย่างจริงจังครับ ไม่ใช่ว่าท่านรณรงค์ผ่านสื่ออย่างเดียวจะเกิดเฉพาะคนชั้นกลาง แต่ท่านมีส่วนร่วมในการ สร้างโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพขึ้นมา เท่ากับว่าโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพ ประจําตําบลจะมีส่วนในการรณรงค์ปัองกันโรค รณรงค์สร้างเสริม สุขภาพระดับตําบล และหมู่บ้านอย่างแท้จริง ดังนั้นกระผมอยากจะฝากข้อคิดเห็นกับท่าน ๓ ข้อ ดังต่อไปนี้ครับ

ข้อสังเกตข้อที่ ๑ เปึนไปได้ไหมครับว่า สสส. มีงบประมาณป้ละ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ท่านอาจจะเจียดงบประมาณสักป้ละส่วนหนึ่งมาสนับสนุนโรงพยาบาล สร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งเปึนภารกิจที่สอดคล้องกับกองทุนสร้างเสริมสุขภาพอยู่แล้ว นี่ก็ ข้อที่ ๑ ถามว่าถ้าท่านเจียดเงินก้อนนี้ลงไปกระจายตามโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพ ประจําตําบลอะไรจะเกิดขึ้น กระผมเชื่อว่ามีความตื่นตัวครับ ทั้งคุณหมออนามัยที่ยก ฐานะเปึนผู้อํานวยการโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพ ทั้ง อสม. ในเมื่อมีเม็ดเงิน งบประมาณนอกจากส่วนหนึ่งผ่านจาก สปสช. (สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) ลงมา อีกส่วนหนึ่งมาจาก สสส. หน่วยไหนก็แล้วแต่มีน้ําเลี้ยงลงมาภารกิจในการทํางาน ความตื่นตัว ความกระฉับกระเฉงมันเกิดขึ้น เท่ากับว่า สสส. มีส่วนที่ทําให้ประชาชน ในระดับตําบล ระดับหมู่บ้าน ได้รับการดูแล นี่คือข้อที่ ๑

ข้อสังเกตข้อที่ ๒ คือ กระผมดูแล้วในแต่ละป้นั้น สสส. นั้นมีโครงการต่าง ๆ ที่ส่งให้กับหน่วยต่าง ๆ ทําเยอะมาก อย่างเช่น ป้งบประมาณที่ผ่านมา สสส. สนับสนุน งบประมาณโครงการถึง ๑,๒๖๐ โครงการ ใน ๑,๒๖๐ โครงการกระผมไม่แน่ใจว่าท่านให้ หน่วยไหนไปบ้างนะครับ แต่วันนี้ถ้ามีโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพเปึนไปได้ไหมว่า โครงการที่ท่านคิดไว้หรือท่านอาจจะเป่ดโอกาสให้โรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพ ทําโครงการมาขอเงินจากท่านไปรณรงค์ตามสิ่งที่ท่านต้องการ นี่คือข้อสังเกตข้อที่ ๒

และข้อสังเกตสุดท้ายกระผมถือว่าเปึนเรื่องที่ใหญ่มาก ที่คิดว่า สสส. จะต้องช่วยรัฐบาลครับ และช่วยประเทศในการปฏิรูประบบสุขภาพขั้นที่ ๒ นั่นคือ การสร้างเพอร์เซพชั่น (Perception : การสร้างความเข้าใจ) ครับ คือคนมักจะติดคําว่า โรงพยาบาลคือการรักษาโรค เวลาพูดถึงคําว่า โรงพยาบาลปุ็บ ไปปุ็บจะต้องเจอหมอ แต่วันนี้เรากําลังจะสร้างโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพ เท่ากับว่าเราจะขอให้ สสส. มีหน้าที่ในการทําสื่อเพราะ สสส. สามารถทําสื่อเข้าถึงประชาชนได้อย่างดีมาก ไม่ว่าจะ เปึนโครงการเมาไม่ขับ โทรไม่ขับหรือว่างดเหล้าเข้าพรรษาก็แล้วแต่ ถ้าท่านสามารถทํา โครงการในการผ่านสื่อโฆษณาโทรทัศน์เกี่ยวกับโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพให้พี่น้อง ประชาชนทุกระดับรู้จักโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพมากยิ่งขึ้น กระผมว่าจะเปึน ประโยชน์อย่างยิ่งที่จะทําให้การปฏิรูประบบสุขภาพของประเทศด้วยการเน้นเรื่องการ สร้างเสริมสุขภาพ การปัองกันโรคนําการรักษาพยาบาลนั้นเปึนจริงมากขึ้นให้ได้ จึงฝาก ท่านเปึนข้อสังเกต ๓ ข้อครับ ขอบคุณครับ