บรรพต ต้นธีรวงศ์ อ้างว่าภาคีเครือข่ายบางภาคีได้รับการจัดสรรทุนบ่อยขึ้น ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ และขอให้หน่วยงานของรัฐจัดสรรเงินทุนด้วยกฎหมายที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการทำงานของสสส. และการรักษาสุขภาพประชาชน โดยเรียกร้องการการปฏิบัติที่ดีกว่าในการสร้างเสริมสุขภาพประชาชนที่ยั่งยืน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องระบบสุขภาพในประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดการพฤติกรรมสุขภาพ การส่งเสริมความสมานฉันท์ระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการ และการแก้ไขปัญหาการเมืองที่เกี่ยวข้องกับระบบสุขภาพ และเรียกร้องการแก้ไขปรับปรุงระบบสุขภาพด้วยเจตนาในการปรับปรุง
ครับ ขอบพระคุณครับ คําถามที่ บอกว่าเลือกปฏิบัติในการให้ทุนหรือไม่ กระผมคิดว่าอย่างนี้นะครับ ก็คล้าย ๆ กับข้อที่ บอกไปแล้วนะครับ ว่าภาคีเครือข่ายบางภาคีเปึนมืออาชีพนะครับ ขอเก่งครับ รายงานก็ครบ แต่ผลงานนั้นอาจจะเลื่อนลอย แล้วไม่เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอย่างชัดเจนนะครับ ซึ่งท่านก็บอกว่ามีแนวโน้มจะได้รับการจัดสรรบ่อย ๆ เพราะว่ามีความน่าเชื่อถือ ซึ่งท่านก็ บอกว่าไม่เปึนเรื่องผิดปกติแต่อย่างใด คําตอบตรงนี้ไม่เปึนเรื่องผิดปกติแต่อย่างใดนี่ กระผมว่าไม่ใช่ท่านมีหน้าที่จะต้องตอบตรงนี้นะครับ คนที่จะมีหน้าที่ต้องตอบคือผู้ตรวจสอบ ท่านต่างหากครับว่าไม่มีความผิดปกติแต่อย่างใดนะครับ เพราะฉะนั้นก็เลยคิดว่า เอ๊ะ เปึนห่วงนะครับว่าท่านตอบด้วยความบริสุทธิ์ใจจริง ๆ นี่เกรงว่าท่านจะเคยชิน แล้วก็ถูก บังคับให้จัดเงินกองทุนให้ ทีนี้ภาคีเครือข่ายใหม่ ๆ ล่ะครับ จะมีโอกาสได้เกิดหรือครับ อันนี้เปึนคําถามนะครับ นอกจากนี้ท่านบอกว่าองค์กรที่น่าเชื่อถือนี่ยังมีหน่วยงานของรัฐอีก ก็ได้รับการจัดสรรด้วย กระผมก็อยากจะถามว่าหน่วยงานรัฐเหล่านั้นทําไมไม่ตั้งคําขอ งบประมาณเอง กองทุนน่าจะเน้นการสนับสนุนการดําเนินงานของภาคีเครือข่าย ภาคประชาชนเปึนหลัก เพราะมิฉะนั้นแล้วมันก็จะเกิดปัญหาตามมา เช่น เรื่องของทําให้ วัฒนธรรมหรือระเบียบการของบประมาณของส่วนราชการหรือองค์กรภาครัฐนี่ มันบิดเบี้ยวไป เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบนะครับ ถ้าไม่มีงานที่เกี่ยวกับ สสส. ก็ขอไม่ได้ นะครับ
ประการที่ ๒ ก็คือว่าถ้าหน่วยงานของรัฐเขาได้รับไปแล้ว เขาจะไปบริหาร จัดการงบประมาณของท่านนี่โดยใช้กฎหมายอะไร เพราะมันไม่ใช่งบประมาณ ท่านก็ บอกว่าไม่ใช่งบประมาณ
ประการต่อไป ก็คือว่าเสี่ยงต่อการทํางานซ้ําซ้อน เพราะว่าหน่วยงานรัฐที่ เขาของบประมาณไปยังท่านนี่ เขาก็ต้องของบไปเพื่อที่จะเสริมแผนงานโครงการของ ท่านเอง คือหมายถึงของหน่วยงานของรัฐเองนะครับ ก็เลยสวนทางกับที่ท่านพยายามจะ ชี้แจงว่า สสส. นั้นงานไม่ซ้ําซ้อนกับหน่วยงานอื่น อันนี้มันก็เลยค่อนข้างจะสวนทางกัน นะครับ ก็เลยไม่น่าแปลกใจหรอกครับ ที่จะมีคําถามจากหลาย ๆ คนบอกว่า สสส. ทํางาน ทุกเรื่อง แม้ว่าไม่ใช่หน้าที่ของ สสส. เองนะครับ อันนี้ก็ไม่น่าแปลกใจหรอกครับ ถ้าท่าน เจอคําถามอย่างนี้ทุก ๆ ป้นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ละครับ คําตอบเหล่านี้ความจริงท่าน น่าจะหาคําตอบที่ดีกว่านี้ มีความรับผิดชอบมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งวลีที่บอกว่า ที่งานไม่สําเร็จ เพราะว่ามิได้อยู่ในความรับผิดชอบของ สสส. แต่เพียงหน่วยงานเดียว อันนี้รู้สึกว่ากระผมรับไม่ค่อยได้ หรือบอกว่าการจัดสรรเงินให้ภาคีองค์กรต่าง ๆ ซ้ํา ๆ ไม่ได้เปึนเรื่องผิดปกติแต่อย่างไร คือท่านตอบราวกับว่าผู้ตรวจสอบในสภานี้ หรือผู้ตั้ง คําถามนี้ไม่รู้เรื่องกล่าวหาท่าน เพราะฉะนั้นท่านก็ควรจะไปหาคําตอบที่ดีกว่านี้นะครับ
สุดท้ายท่านประธานครับ กระผมมีคําถามอยู่ ๓-๔ คําถามนะครับว่า สสส. มีวิธีการที่จะสร้างเสริมสุขภาพประชาชนนี่ให้เกิดความยั่งยืนให้อยู่ในการปฏิบัติของ ประชาชนให้มีสุขภาพดี สสส. มีวิธีการอย่างไรที่จะให้เขามีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี อย่างต่อเนื่อง เพราะท่านไปเน้นในเรื่องการใช้สื่อ แล้วก็คิดว่าเขาจะปฏิบัติตามสื่อ แต่ท่านมีวิธีการอย่างไรที่จะทําให้การรักษาหรือส่งเสริมสุขภาพเปึนเรื่องของจิตวิญญาณ จริง ๆ
ประเด็นที่ ๒ คําถามนะครับ ท่านไม่ได้เอาผลการประเมินของทริส (TRIS) หรือ คปร. (คณะกรรมการกําหนดเปัาหมายและนโยบายกําลังคนภาครัฐ) มาบอกให้สภานี้ ทราบด้วยว่ามันเปึนอย่างไร กระผมไม่ทราบนะครับว่ามีแล้วหรือยังนะครับ อาจจะยังไม่มี อาจจะมีป้หน้า ท่านก็ช่วยชี้แจงด้วยนะครับ
ประการที่ ๓ นะครับ ท่านมีวิสัยทัศน์ด้านอื่นอีกหรือไม่ ที่เปึนปัญหา ในระบบสุขภาพในภาพรวมมีหรือไม่นะครับ เช่น ในเรื่องของทําให้พฤติกรรมสุขภาพนั้น เปึนเรื่องของจิตวิญญาณ หรือในเรื่องของการที่จะแก้วิกฤติความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้และ ผู้รับบริการ คุณแม่ หมอ คนไข้ โรงพยาบาล ญาติ ท่านมีวิธีที่จะมีนโยบายที่จะส่งเสริม ด้านนี้ไหม ท่านไปส่งเสริมอะไรต่าง ๆ นี้มากมาย แต่ท่านไม่ได้มองวิกฤตินี้เลย อันนี้ครับ หน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุข กรม กองต่าง ๆ เขาก็ ไม่มีงบประมาณเพื่อการตรงนี้ ท่านได้ทําเรื่องนี้บ้างไหม เช่น การเริ่มต้นในเรื่องของ การประชาสัมพันธ์ เพื่อที่จะสร้างความสมานฉันท์ให้กับระบบผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ในระบบนี้ ควรจะเริ่มต้นเสียทีนะครับ
ประการสุดท้ายนะครับ อันนี้กระผมพูดไปกระผมไม่ได้หมายความว่า กระผมจะให้มีการเปลี่ยนแปลงหรือว่ากระผมอึดอัด แต่กระผมคิดว่า เอ๊ะ ทําไมคนละ มาตรฐานกัน คือถ้าท่านไปดูมาตรา ๑๘ ของพระราชบัญญัติของ สสส. นี่นะครับว่า กรรมการผู้คุณทรงวุฒิจะต้องไม่เปึนนักการเมือง กระผมไม่ทราบเหมือนกันท่านลองไปดู พ.ร.บ. ของสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทําไมเขาไม่เขียนอย่างนี้หรือองค์กรอื่น เขาก็ไม่เขียนอย่างนี้ ความจริงท่านเขียนวิธีอื่นก็ได้ อย่างเช่นว่าต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับ การเมืองมันน่าจะดีกว่า ไม่ใช่ว่าจะต้องไม่เปึนนักการเมือง นักการเมืองคงเปึนที่ น่ารังเกียจหรืออย่างไรครับ ตรงนี้นะครับ เพราะฉะนั้นกระผมคิดว่ามีอะไรที่จะต้องแก้ไข ปรับปรุงนะครับ ซึ่งก็ด้วยเจตนาดี ไม่มีเจตนาที่จะไปทับถมหรือว่ากล่าวหาท่าน เพราะว่า ท่านที่นั่งอยู่ที่ข้างบนก็เปึนทั้งพี่ เปึนทั้งน้อง ซึ่งกระผมก็เคารพนับถือและรักอยู่นะครับ ขอบพระคุณมากครับ