อภิวันท์ วิริยะชัย แถลงไม่พอใจกับการตอบคำถามของนายแพทย์บรรพต และอ้างว่าบางคำตอบเป็นการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบและตอบแบบอหังการ จากนั้น อภิวันท์ วิริยะชัย หารือเรื่องการบริหารจัดการเงินงบประมาณและเรียกร้องให้ผู้จัดการกองทุนแจ้งความชัดเจนเกี่ยวกับการจัดสรรเงิน 20,000,000 บาท และขอให้โปร่งใสในการตรวจสอบ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณและวัฒนธรรมของหน่วยงานที่ได้รับเงินจัดสรรนับไม่ถ้วน และเรียกร้องให้มีระบบตรวจสอบควบคุมและหลักเกณฑ์ในการบริหารจัดการ
ต่อไปเชิญนายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ (แบบสัดส่วน) : กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เนื่องจากว่ากระผมเคย ดํารงตําแหน่งก่อนที่จะมาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปึนกรรมการประเมินผลคนหนึ่ง ของ สสส. ขออนุญาตเรียกตัวย่อแล้วกันนะครับ แต่ไม่ใช่ผลงานของป้นี้ที่ สสส. นํามา รายงานต่อสภา เพราะกระผมเข้าไปประมาณ ๑ หรือ ๒ เดือนในป้ ๒๕๕๑ ตอนปลาย ๆ ป้นะครับ ก็คงไม่อยากจะลงไปอภิปรายว่าผลงานของ สสส. นั้นดีหรือไม่ดี อย่างไร เพราะว่าอาจจะมีความรู้สึกว่ามีผลประโยชน์เกี่ยวข้องอยู่ จึงขอผ่านประเด็นนี้ไป และคิดว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านอื่นก็คงจะได้อภิปรายกันอยู่แล้วนะครับ แต่สิ่งหนึ่งนะครับ ในภาระหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ก็คงจะต้อง ทําหน้าที่ตรวจสอบและให้คําแนะนําแก่ สสส. เพื่อที่จะทําให้งานของ สสส. ซึ่งได้ งบประมาณจากภาษีซึ่งเรียกเก็บจากสุราและบุหรี่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพ อนามัยของประชาชนนะครับ กระผมเองเพื่อจะให้ย่นย่อก็จะลงประเด็นเลยนะครับ คือ รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไรในส่วนรายงานฉบับนี้นะครับ ซึ่ง ส.ส. ก็จัดทําไว้เปึนอย่างดี นะครับ แต่ในส่วนของภาคผนวก ค. ตั้งแต่หน้า ๑๖๒ เปึนต้นไป กระผมมีความรู้สึกว่า ท่านตอบคําถาม ๖-๗ ข้อตรงนี้ ซึ่งบางข้อกระผมคิดว่าท่านขาดความรับผิดชอบ แล้วก็ ตอบแบบเลี่ยงบาลี และบางถ้อยคํานี่ออกจะตอบแบบอหังการมากเกินไป กระผมจะค่อย ๆ ยกตัวอย่างให้ท่านดูนะครับ เอาตั้งแต่เรื่องแรกก่อนแล้วกันนะครับ ในเรื่องของท่านตอบ คําถามเกี่ยวกับเรื่องหลักเกณฑ์ในการจัดสรรเงินจากกองทุนนะครับ ท่านบอกว่า ท่านไม่สนับสนุนโครงการที่มีลักษณะเปึนเรื่องของการรักษาพยาบาลหรือว่ามุ่งเน้น เชิงสงเคราะห์ ซึ่งตรงนี้กระผมก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับว่ามันเปึนข้อห้ามอย่าง เคร่งครัดหรือเปล่า เพราะจริง ๆ แล้วปัญหาของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสุขภาพ อนามัยทุกวันนี้ บางครั้งมันก็มีปัญหาในเรื่องของ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าเยียวยา ซึ่งก็ออกมาในเชิงรักษาพยาบาลและเชิงสงเคราะห์เหมือนกัน ท่านมีเหตุผลอะไรที่ตัด ในส่วนนี้ออกไปนะครับ รวมทั้งในเรื่องของการที่จะสร้างความสมานฉันท์เพื่อที่จะ แก้ปัญหาวิกฤติความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ในระบบนี้ทั้งหมดนะครับ
ประการต่อไปนะครับ ที่ท่านชี้แจงว่าการใช้งบประมาณของท่านนั้น โปร่งใสตรวจสอบได้ แต่ว่ามีข้อสงสัยประการหนึ่งครับว่า ท่านไม่ได้พูดถึงนะครับ แต่ตอนนี้ยังเปึนอย่างนั้นอยู่หรือเปล่าไม่ทราบนะครับว่า ท่านผู้จัดการกองทุนนี่มีเงิน งบกลางอยู่ในมือ เท่าที่ทราบก็คือประมาณ ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตรงนี้นะครับมันถึงเวลาแล้วหรือยังครับว่าที่จะผลักเงินส่วนนี้เข้าไปอยู่ในกองทุน เพื่อ จัดสรรผ่านคณะกรรมการโดยทั่วไปทั้งหมดเหมือนกับว่าเปึนเงินกองทุนกองเดียวนะครับ กระผมไม่ทราบว่ามีเหตุผลอย่างไรในการที่จะให้ท่านผู้จัดการนี่มีสิทธิถือเงินถึง ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อที่จะไปจัดสรรตามคําวินิจฉัยหรือว่าความเห็นชอบจากท่าน แต่เพียงผู้เดียวนะครับ ประการต่อไปนะครับ ตอนนี้ก็เลยมีปัญหาว่าอันนี้มันโปร่งใส ตรวจสอบได้จริงหรือเปล่า
ประการที่ ๒ การจัดงบไปแล้วนี่นะครับ เมื่อท่านจัดงบไปแล้วหน่วยงานที่ ได้รับนี่ทราบว่าบางหน่วยงานก็ได้เงินจํานวนมากนะครับ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทก็มี ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทก็มีนี่นะครับ แล้วกระผมก็ทราบว่าเขามีวิธีการกันเงินงบบริหาร จัดการที่แตกต่างกัน บางแห่งก็ ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์จนถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ก็มี หรืออาจจะเกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์เราก็ไม่ทราบได้ เรื่องอย่างนี้นะครับ ท่านมีวิธีการที่จะไป ตรวจสอบอย่างไร ท่านมีหลักเกณฑ์อย่างไรในการให้เขาปฏิบัติ กระผมเกรงอย่างนี้ นะครับว่า หน่วยงานอย่างเช่นว่านี้เขาก็จะได้รับเงินการจัดสรรงบประมาณจํานวนก้อน ใหญ่ ๆ อย่างนี้ทุกป้ มันอาจจะไปเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมของเขาแทนที่จะเปึนองค์กร ภาคประชาชนที่ไม่แสวงหาผลกําไร กลายเปึนองค์กรสาธารณประโยชน์ที่กึ่งแสวงหากําไร เพื่อคนที่ทํางานอยู่นะครับ อันนี้เปึนสิ่งที่น่าเปึนห่วงครับ ท่านจะทําให้วัฒนธรรมที่ดี ๆ ของเขานี่คงอยู่ได้อย่างไรครับ อันนี้คือปัญหาใหญ่ที่น่าเปึนห่วงนะครับ แล้วคําถามต่อไป ก็คือว่า เมื่อเปึนเช่นนี้ท่านมีระบบไปตรวจสอบเขาอย่างไร งบได้ไป ๒๐๐ ล้านบาท ถ้าตัด เปึนค่าบริหารจัดการ ๑๕ เปอร์เซ็นต์เท่ากับ ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านมีวิธีการไป ตรวจสอบควบคุมเขาอย่างไร ซึ่งตรงนี้มันน่าเปึนห่วงนะครับในเรื่องของธรรมาภิบาลของ องค์กรอย่างนี้นะครับ ข้อต่อไปนะครับ ท่านตอบคําถามนะครับ ที่มีผู้ถามว่ารายได้จาก กองทุนนี่ได้จากภาษีบาป ซึ่งมีจํานวนเพิ่มขึ้นเกือบทุกป้ ผู้ถามเขาถามว่าแต่ผู้ที่บริโภค สุราและยาสูบไม่ลดลง ท่านตอบแบบเลี่ยงบาลีไม่ค่อยรับผิดชอบนะครับ กระผมไม่ทราบ ว่าใครเปึนผู้ร่างคําตอบตรงนี้นะครับ ไม่เคยเห็นองค์กรอิสระองค์กรใดที่ตอบปัญหา ค่อนข้างที่จะไม่ค่อยให้เกียรติผู้ถามเท่านี้นะครับ เพราะว่ามีองค์กรอิสระมากมายหลาย องค์กรที่ต้องเข้ามารายงานผลการทํางานให้สภานี้ทราบนะครับ ท่านตอบว่าอย่างนี้นะครับ ท่านบอกว่าผู้บริโภคสุราและยาสูบนี่จะลดลง หรือไม่ลดนี่ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบ ของ สสส. แต่เพียงหน่วยงานเดียวนะครับ ท่านตอบเช่นนี้ได้อย่างไรครับ ท่านมีวิธีตอบ ที่แสดงว่าท่านมีส่วนรับผิดชอบอยู่ถึงแม้ว่าจะไม่ทั้งหมดนะครับ มีวิธีตอบให้ดีกว่าตั้งเยอะ อันนี้คือตอบแล้วก็ทําลายความรู้สึกของผู้ถาม นอกจากนั้นนะครับก็ยังไปโทษหน่วยงาน อื่นอีกว่าต้องให้หน่วยงานอื่นเขาขึ้นภาษีบุหรี่สิ ต้องให้รัฐบาลนั้นเปึนผู้นําที่เข้มแข็งสิ ในการสร้างเสริมสุขภาพงานอย่างนี้ถึงจะประสบความสําเร็จ กระผมก็เลยมีคําถามต่อว่า ถ้ากระทรวงการคลังเขาขึ้นภาษีบุหรี่ หรือรัฐบาลเปึนผู้นําเข้มแข็งในเรื่องตรงนี้นี่นะครับ ท่านมั่นใจว่าคนบริโภคสุราจะลดน้อยลงหรือคนสูบบุหรี่จะลดน้อยลง หรือสุขภาพอื่น ๆ จะดีขึ้นแน่นอนเช่นนั้นใช่หรือไม่ ถ้าเปึนเช่นนั้นจริง สสส. ควรจะมีต่อไปไหม อันนี้เปึนคําถามนะครับ กระผมถามต่อนะครับ เพราะว่าท่านบอกว่าต้องขึ้นภาษีบุหรี่ รัฐบาลต้องเปึนผู้นําเข้มแข็งในเรื่องนี้จึงจะประสบ ความสําเร็จ ถ้าเปึนเช่นนั้นจริง ถ้าขึ้นภาษีบุหรี่ไปแล้ว ผู้นําของรัฐบาลทําในเรื่องนี้อย่าง จริงจังแล้ว สุขภาพอนามัยของคนดีขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริโภคสุรา แล้วก็ผู้ที่ สูบบุหรี่ เพราะฉะนั้นถ้าเปึนอย่างนั้นอนาคต สสส. ก็ไม่ต้องมี เราจะได้เอาภาษีที่ท่าน เรียกว่าภาษีบาปนี่ไปใช้ทําอย่างอื่น
ประการต่อไปครับ ท่านประธานขอต่ออีกสักนิดเถอะครับ กระผมคิดว่า น่าจะเปึนประโยชน์นะครับ
ขอรวบรัดด้วยนะครับ