สุเทพ เทือกสุบรรณ หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะใช้ความรุนแรงหรือการล่าสังหารประชาชน และเสนอแผนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ด้วยงบประมาณ 60,451 ล้านบาทในช่วง 4 ปี พร้อมยืนยันว่าโครงการแจกปืนให้อาสาสมัครในหมู่บ้านเป็นโครงการที่ให้อาสาสมัครชุมชนมาดูแลชุมชนของตนเอง
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเปึนประธาน คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนพัฒนาพื้นที่พิเศษ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขึ้นตรงกับ คณะกรรมการรัฐมนตรีพัฒนาพื้นที่พิเศษ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขออนุญาต กราบเรียนชี้แจงเพื่อนสมาชิกครับว่า กรณีที่ท่านได้พูดถึงว่าทางเจ้าหน้าที่ได้จัดทีมไล่ล่า ไปทําร้ายประชาชน เข่นฆ่าประชาชนบ่อยครั้ง ผมกราบเรียนว่าผมไม่ทราบจริง ๆ ครับ แล้วก็ไม่ใช่นโยบายของรัฐบาล ได้ทําความตกลงกันชัดเจนในระดับผู้นําของผู้ปฏิบัติการ ในทุกฝ์ายนะครับ ทั้งกองทัพ ทั้งฝ์ายพลเรือน ทั้งฝ์ายตํารวจครับ เราไม่ใช้วิธีการเข่นฆ่า ทําลายล้างประชาชน เราทราบดีครับว่า มีแกนนําที่เปึนผู้ก่อการอยู่ประมาณสัก ๕,๐๐๐ คน แต่ว่าเปัาหมายของรัฐบาลนี้อยู่ที่การพัฒนาครับ ไม่ใช่อยู่ที่การกําจัดคนที่ เปึนผู้ก่อการไม่สงบ ทุกฝ์ายได้ตระหนักดีครับว่า สิ่งที่เราจะต้องทําร่วมกันนั่นคือการเร่งรัด พัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ผมถือโอกาสกราบเรียนกับท่านประธานครับว่า คณะกรรมการรัฐมนตรีพัฒนาพื้นที่พิเศษ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้พิจารณาการจัดทํา แผนงานเสร็จ แล้วก็ได้กําหนดตัวเลขงบประมาณที่จะลงไปใช้จ่ายในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๒ ถึงป้ ๒๕๕๕ เปึนจํานวนถึง ๖๐,๔๕๑ ล้านบาทนะครับ ในป้ ๒๕๕๒ แม้ว่าจะเปึนป้ที่รัฐบาลของท่านตั้งงบประมาณไว้เอง แต่ก็ได้มีการปรับปรุง ครับ ดึงเอาเงินประมาณ ๘,๕๘๐ ล้านบาท ลงไปใช้เพื่อโครงการพัฒนาอาชีพยกระดับ คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนขึ้นมาเปึนการเฉพาะ แล้วหลังจากนี้ทุกป้ ก็ประมาณ ป้ละ ๑๗,๐๐๐-๑๘,๐๐๐ ล้านบาททุกป้ครับ จนเสร็จสิ้นแผน เราตั้งเปัาหมายครับ ท่านประธานครับว่า เมื่อสิ้นสุดแผนนี่ครับ เราจะต้องทําให้พี่น้องประชาชนในจังหวัด ชายแดนภาคใต้เหล่านี้ต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นครับ จากป้ละ ๖๔,๐๐๐ บาท เปึน ๑๒๐,๐๐๐ บาทต่อป้ ซึ่งเราคิดว่าถ้าเราทําได้อย่างนี้ ตัวเลขเฉลี่ยรายได้อย่างนี้ คุณภาพชีวิตของ พี่น้องประชาชนก็จะดีขึ้น เพราะฉะนั้นท่านจะได้เห็นความชัดเจนขึ้นในป้งบประมาณใหม่ นี้ครับ เรื่องของการส่งเสริมการปลูกปาล์มน้ํามัน เรื่องของการส่งเสริมการทํานาในพื้นที่ ที่มีชลประทานพร้อม เรื่องของการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ เพื่อนําไปสู่อุตสาหกรรม อาหารฮาลาล อย่างนี้เปึนต้น รวมทั้งแนวทางในการพัฒนาทักษะฝ้มือแรงงาน การให้ สินเชื่อแก่ผู้ประกอบอาชีพบริการ แม้กระทั่งรถรับจ้าง รถโดยสารนะครับ ผมอยากจะ กราบเรียนกับท่านประธานครับว่า กว่าจะได้แผนอย่างนี้ งบประมาณอย่างนี้ รายละเอียด ของโครงการอย่างนี้ ทุกฝ์ายนั่งทํางานด้วยกัน ทั้งฝ์ายที่คุมกําลังและฝ์ายพลเรือน ที่มีหน้าที่ในการปฏิบัตินะครับ เพราะฉะนั้นไม่มีนโยบายที่จะให้เจ้าหน้าที่ไปไล่ล่า ล่าสังหารประชาชนไม่ว่าจะอยู่ฝ์ายไหนก็ตามครับ แล้วก็ถ้าท่านทราบถ้าท่านเห็นเมื่อสักครู่ผมก็ได้จดไว้นะครับ ที่ท่านบอกว่าเหตุการณ์ เกิดขึ้นวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๙ นาฬิกา ๓๐ นาที ที่บ้านเลขที่ ๒๒ หมู่ที่ ๕ ตําบลปะแต อําเภอยะหา ผมจะไปสอบสวนให้แล้วผมจะมารายงานกับท่านนะครับ แล้วก็ถ้ามีกรณีอื่นท่านทราบอย่างนี้ท่านช่วยกรุณาครับ ท่านเปึนผู้แทนราษฎรอยู่ในพื้นที่ ท่านรู้ปัญหาดีท่านก็บอกกับพวกเรานะครับ แต่ผมยืนยันว่าไม่ใช่นโยบายและไม่ใช่คําสั่ง ของหน่วยเหนือแต่ประการใด สิ่งที่เราสั่งก็คือว่าไปทําให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ในระดับหมู่บ้าน ในระดับตําบลดีขึ้น ที่ภาคใต้ ท่านประธานครับ เรามีโครงการพิเศษ เขาเรียกว่า โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนระดับหมู่บ้าน หรือที่เรียกกันย่อ ๆ เปึน ที่รู้จักว่า พนม นะครับ โครงการพนมนี่ครับ ในป้ ๒๕๕๒ ถึงป้ ๒๕๕๕ จะใช้เงินถึง ๓,๖๕๓ ล้านบาทครับ ให้ประชาชนได้ไปคิดกันเอง ได้ทํากันเอง ได้แก้ไขกันเอง โดยที่เขา ไม่สามารถจะของบประมาณตามปกติได้ แต่เราจะจัดงบลงไปให้ในหมู่บ้านเหล่านี้ ๒,๙๐๐ หมู่บ้านครับ หมู่บ้านละ ๒๕๐,๐๐๐บาท อะไรที่เห็นว่าเปึนความจําเปึนที่เขา อยากจะทํากัน เขาคิดกันเอง เขาทํากันเอง และก็เปึนโครงการที่ประชาชนพอใจ อย่างนี้ เปึนต้นครับ เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนกับท่านประธานครับว่า สิ่งที่รัฐบาลจะทํานี้ เปึนเรื่องของการเดินหน้า ที่จะพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ไม่ใช่การที่จะไปทําลายล้างแต่ประการใด
ส่วนกรณีที่ท่านพูดถึงว่าได้มีการแจกป๋น ๔,๗๐๐ กระบอก ผมไม่ได้ทราบ รายละเอียดนะครับ แต่ผมเข้าใจว่าน่าจะเปึนโครงการที่ให้มีอาสาสมัครในหมู่บ้าน ในชุมชนเขาลุกขึ้นมาดูแลปกปัองตัวเอง เพราะว่ากําลังเจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร ก็คง ไม่เพียงพอที่จะดูแลทุกแห่ง เราก็จะมีกองกําลังส่วนหนึ่งที่เรียกว่า เปึนอาสาสมัครของ ประชาชนที่จะลุกขึ้นมาปกปัองชุมชนของตัวเองนะครับ แต่อย่างไรก็ตามผมก็จะไป ตรวจสอบให้ แล้วก็จะมาตอบท่านครับ ขอบคุณครับ