สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๙ เมษายน ๒๕๕๒

สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแก้ไขเพิ่มเติม โดยไม่สามารถให้การรับรองได้ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการเลือกปฏิบัติและไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มระยะเวลาการตรวจสอบหรือพิจารณาคดีจาก 2 ปีเป็น 5 ปี ซึ่งเห็นว่าเป็นการเอาผิดอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร นอกจากนี้ยังเสนอว่าไม่ควรให้อำนาจที่จะกล่าวหาที่เกิน 10 ปี และให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหาโดยไม่ให้กระทบต่อความเป็นธรรมของการสอบสวน

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก่อนอื่นกระผมต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไป เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ว่ากระผมไม่สามารถที่จะให้การรับรองพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ ได้ครับ

เหตุผลครับท่านประธาน ถ้าท่านดูในหมวด ๗ การกล่าวหามาตรา ๗๕ นะครับ พูดถึงการกล่าวหาว่าร่ํารวยผิดปกติ ต้องกระทําในขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาเปึน เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือพ้นจากการเปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่เกินสองป้ อันนี้คือร่างฉบับเดิม ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครับ บอกว่า ให้เวลาถึงห้าป้ ในการที่จะตรวจสอบหรือพิจารณา ผู้ถูกกล่าวหาว่าร่ํารวยผิดปกติให้พ้นจากตําแหน่งทางการเมืองหรือเปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่เกิน ๕ ป้ พูดง่าย ๆ คือยืดเวลาไปอีก กระผมว่า ๒ ป้นั้นดีอยู่แล้ว แต่ว่าการที่จะมา แก้ไขเปึนมาตรา ๔๖ นี่นะครับ ให้ ป.ป.ช. สามารถดําเนินการไม่เกิน ๕ ป้ อันนี้ หวังผลประโยชน์เพื่อจะเอาผิดกับบุคคลใดคนใดคนหนึ่งไหมครับ ถามจริง ๆ เพราะอันนี้ กระผมคิดเปึนอย่างอื่นไม่ได้เลยครับ การแก้กฎหมายฉบับนี้เพื่อจะเอาผิดกับ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ใช่หรือไม่ เพราะว่าถ้าพูดถึง ๒ ป้ พ้นจากตําแหน่ง นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร โดนปฏิวัติเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ข้อหาต่าง ๆ ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๒ ป้ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๑ ก็จบหมดแล้ว แต่อันนี้ทําไม่ทัน หรือว่าต้องการที่จะไปดําเนินคดีย้อนหลัง เลยเพิ่มแก้ไข กฎหมายฉบับนี้ให้มีระยะเวลา ๕ ป้ อันนี้กระผมคิดว่ามันไม่เปึนธรรมท่านประธาน เดี๋ยวต้องฟังทาง ป.ป.ช. ชี้แจงประเด็นนี้ให้ชัดเจนด้วยครับว่าท่านเลือกปฏิบัติหรือไม่ ท่านแก้กฎหมายเพื่อบุคคลคนเดียวหรืออย่างไร เพื่อจะเอาผิดคนคนเดียวหรืออย่างไร หลาย ๆ เรื่องครับที่ไปอยู่ที่ ป.ป.ช. ทํางานล่าช้า ไม่ทันอกทันใจละครับ เดี๋ยวกระผม จะยกตัวอย่างเรื่องที่กระผมได้ร้องเรียนไป ๒ ป้ ๓ ป้ กว่าเรื่องจะกลับมาครับ อย่างนี้ใช้ ไม่ได้ท่านประธาน กระผมอยากจะยกตัวอย่างเรื่องที่ผมเคยร้องเรียน ป.ป.ช. ไป ย้อนหลัง ไปประมาณ ๔ ป้ครับ ในกรณีที่มีการกล่าวหาว่าท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร กับครอบครัวชินวัตร ซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แล้วไม่เสียภาษี เมื่อย้อนหลังไป เมื่อป้ ๒๕๔๘-๒๕๔๙ ครับท่านประธาน ต้นป้ ๒๕๔๘ กระผมเปึนที่ปรึกษาของ คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจของสภาผู้แทนราษฎร ได้เรียนเชิญเจ้าหน้าที่ของรัฐคือ กรมสรรพากรมาชี้แจงครับว่ากรณีนี้เปึนจริงหรือไม่ การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์นั้น จะต้องเสียภาษีหรือไม่ เจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากรโดยอธิบดีกรมสรรพากรได้มอบหมาย ให้รองอธิบดีกรมสรรพากรมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการบอกว่า การซื้อขายหุ้นใน ตลาดหลักทรัพย์เมื่อมีกําไรแล้วไม่ต้องเสียภาษี แต่หลังจากนั้นมาครับ พอมีข้อครหานินทากล่าวหาใส่ร้ายครอบครัวชินวัตรบอกว่ามีการ โอนหุ้นซื้อหุ้นไม่เสียภาษี สังคมก็หลงเชื่อไปหมด ผมเองได้ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. วินิจฉัยว่า การที่กรมสรรพากรได้มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการนั้นเปึนความจริงหรือเปึน การกล่าวเท็จของผู้มาชี้แจง เรื่องเงียบหายไปเกือบ ๓ ป้ครับ ส่งมาให้ผมครับบอกว่า ส่งมาแบบลับด้วยนะครับ ห้ามไปพูดที่ไหน ก็ไม่รู้ว่าลับหรืออย่างไร เปึนเอกสารลับ บอกว่าไม่ผิดครับท่านประธาน คําชี้แจงของรองอธิบดีกรมสรรพากรที่มาชี้แจงต่อ คณะกรรมาธิการนั้นเปึนความจริงทั้งหมด แต่คนที่เสียหาย คนที่ถูกสังคมประณาม ครอบครัวชินวัตร เสียหายไหมครับท่านประธาน แล้วมีใครแก้ให้ไหมครับ อย่างวันนี้ผม ต้องถือโอกาสนี้เลยครับ ผมรอเวลานี้มานานมาก ผมรอมา ๒-๓ เดือนเพื่อจะอภิปราย เรื่องนี้ให้ทาง ป.ป.ช. ได้รับทราบ ผมเคารพในการตัดสินของ ป.ป.ช. แต่ความเสียหาย ที่เกิดขึ้นต่อครอบครัวนี้ สังคมเข้าใจผิด มีไหมครับที่หนังสือพิมพ์สักฉบับหรือสื่อสักฉบับ จะนําเสนอข้อเท็จจริงว่ามันไม่ผิด และมีคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินความเสียหาย แก่รัฐที่ตั้งขึ้นมาโดย คมช. (คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ) ทําในสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ครับ ใช้กฎหมายย้อนหลังหรือไม่ ผมไม่ใช่นักกฎหมาย แต่ผมมองแล้วว่ามันไม่เกิด ความเปึนธรรมอย่างแน่นอนท่านประธาน และนี่นะครับยังมีประเด็นที่ต่อเนื่องมา ในมาตราเดียวกัน มาตรา ๗๕ ที่ ป.ป.ช. แก้ไข ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟัง เพื่อประชาชนทางบ้านจะได้รับทราบด้วยนะครับ

นอกจากในกรณีที่ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐพ้น จากการดํารงตําแหน่งทางการเมืองหรือพ้นจากการเปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐเกินห้าป้แล้ว เกินห้าป้นะครับ ห้ามมิให้มีการกล่าวหาผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ นั้นตามวรรคหนึ่งอีก คือจะกล่าวหาว่าทุจริตไม่ได้แล้วพ้นห้าป้ เอามาพิจารณาไม่ได้ แต่นะครับ อันนี้มีเขียนมาเพิ่มเติมว่า แต่ไม่เปึนการตัดอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่จะยกคํากล่าวหาที่ได้มีการกล่าวหาไว้แล้ว หรือกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นร่ํารวยผิดปกติขึ้นไต่สวนได้ ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน สิบป้ เพิ่มอํานาจตัวเองอีกท่านประธาน เกิดถ้ามีคําสั่ง สมมุติว่า ป.ป.ช. ชุดนี้หมดอายุไป ชุดใหม่เปึนคนของใครก็ไม่รู้ มีสายสัมพันธ์สมมุตินะครับ กับบุคคลที่มีอํานาจแล้วก็สั่งให้ ทําสิ่งเหล่านี้ ความเปึนธรรมมันเกิดไหมครับท่านประธาน มีโอกาสที่หยิบยกเรื่องอะไร ขึ้นมาอีกก็ได้ถึง ๑๐ ป้ ท่านประธานเข้าใจหัวจิตหัวใจของผู้ถูกกล่าวหาไหมครับ มันกินไม่ได้นอนไม่หลับนะครับ ทรมานยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดอีกถ้าคนไม่เคยกระทําความผิด แต่ถูกกล่าวหาท่านประธาน อันนี้ให้อํานาจล้นฟัาเลย กฎหมายเดิม ๒ ป้ดีอยู่แล้ว ถ้าท่านไม่ทําก็ถือว่ายกเว้น ละเว้นไปเลยไม่ต้องไปดึงกลับมาทําครับ อันนี้ทําไม่ทันแล้วก็ จะไปเอาความผิดไปคาราคาซังอยู่กับผู้ที่ถูกกล่าวหา ผมว่ามันไม่เปึนธรรมท่านประธาน

นอกจากนั้นท่านประธาน อย่างมาตรา ๗๘ ของกฎหมายฉบับเดิม ซึ่งดีมากครับ ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานสั้น ๆ ว่า

ในกรณีที่มีการอายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการร่ํารวยผิดปกติ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอํานาจออกคําสั่งยึดทรัพย์หรืออายัดทรัพย์สินนั้นไว้ชั่วคราว ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิผู้ถูกกล่าวหาที่จะยื่นคําร้องขอผ่อนผันเพื่อขอรับทรัพย์สินนั้นไปใช้ ประโยชน์ โดยมีหรือไม่มีประกันหรือหลักประกันก็ได้

เมื่อมีการยึดหรืออายัดทรัพย์สินชั่วคราวตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. จัดให้มีการพิสูจน์เกี่ยวกับทรัพย์สินโดยเร็ว ผมอยากจะถาม ป.ป.ช. นี่ละครับว่า หลังจากที่ คตส. (คณะกรรมการตรวจสอบการกระทําที่ก่อให้เกิด ความเสียหายแก่รัฐ) กล่าวหาว่า ครอบครัวชินวัตร นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ร่ํารวย ผิดปกติ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านได้ตรวจสอบหรือยังครับ โดยเร็วหรือยังครับ เพราะ คตส. ได้ส่งเรื่องมาที่ ป.ป.ช. ได้พิสูจน์กันหรือยังครับ และที่สําคัญที่สุดกฎหมายฉบับเดิม นี่นะครับเขาบอกอย่างนี้ครับท่านประธาน

ป.ป.ช. มีอํานาจยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้นไว้ต่อไปจนกว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะมีมติว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งป้นับแต่วันยึดหรืออายัด ครอบครัวชินวัตร ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่เกิน ๑ ป้หรือยังครับ หรือจนกว่าจะมี คําพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟัองในคดีนั้น แต่ถ้าสามารถพิสูจน์ได้ก็ให้คืนทรัพย์สินแก่ผู้นั้น มันยังมีประเด็นอีกว่า ถ้าพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. นั้นเปึนทรัพย์สินที่มี มาก่อนสามารถขอคืนได้ เหตุการณ์ที่เกิดกับนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่โดนอายัด ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทโดย คตส. ถ้าท่านประธานย้อนกลับไปในป้ ๒๕๔๓ ก่อนที่ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร จะเปึนนายกรัฐมนตรี ตลาดหุ้นตอนนั้นราคาตกต่ํามาก หุ้นของชินวัตรหรือชินคอร์ปตกลงมาเหลือประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จาก อินเด็กซ์ (Index) ในตลาดหลักทรัพย์ ๒๐๐ กว่าจุดนะครับ ตอนนั้นเจอวิกฤติ เศรษฐกิจ ดัชนี ๒๐๐ กว่าจุด มูลค่าทรัพย์สินของท่านมี ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้มันพิสูจน์ชัดเจนเปึนที่รู้กันนะครับว่าจะไปอายัดท่านทั้ง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ได้อย่างไร อย่างน้อยต้องเอา ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทคืนให้เจ้าของทรัพย์ไปก่อน เพราะเขามี มาก่อนที่จะมาเล่นการเมืองครับท่านประธาน เปึนที่รู้กัน อย่างนี้ทําไมไม่สร้าง ความเปึนธรรมให้เกิดขึ้นกับครอบครัวชินวัตรเขาบ้างครับ ยึดเขาทั้งหมดมันไม่ถูกครับ กฎหมายก็เขียนไว้ชัดเจน กฎหมายดี ๆ อยู่แล้ว ทําไมไม่ปฏิบัติให้มันชัดเจนครับ หรือว่า ท่านมีความจงเกลียดจงชังคนกระทําความผิดเข้าไส้ถึงขนาดต้องอายัดไว้ทั้งหมด แล้วก็ กฎหมายก็บอกว่าให้พิสูจน์ทรัพย์โดยเร็วภายใน ๑ ป้ อะไรกันครับ ทําไมมันถึงได้ล่าช้า ขนาดนี้ ผมอยากจะยกตัวอย่างนะครับ อย่างกรณี มาตรา ๑๐๓ นี่ท่านประธาน มาตรา ๑๐๓ ของกฎหมายฉบับเดิมเขียนไว้ชัดเจนครับ ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใด รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลนอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควร ได้ตามกฎหมายหรือกฎข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาตามหลักเกณฑ์และจํานวนที่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด อันนี้ละครับเปึนกรณีที่ผมได้ยื่นเรื่องไปที่ ป.ป.ช. กรณีที่ นายกรัฐมนตรีได้ส่ง เอสเอ็มเอส (SMS : ข้อความสั้น) ไปถึงพี่น้องประชาชนโดยยอมรับ ในสภาแห่งนี้ละครับในวันที่ผมอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าได้มีการส่งจริง ได้ขอความร่วมมือ ไปยังบริษัท เพิ่งดํารงตําแหน่งได้พระบรมราชโองการเปึนนายกรัฐมนตรีได้ ๑ วัน ส่งข้อความไป ท่านประธานทราบไหมครับ ผมถามท่าน ป.ป.ช. ถ้าท่านส่ง เอสเอ็มเอส ไป ให้ลูกหลานท่านหรือแม้กระทั่งภริยาท่าน ท่านเสียค่าใช้จ่ายไหมครับ เขาบริการให้ฟรี หรืออย่างไรครับ อย่างน้อย ๆ ๓ บาท แล้ววันนั้นผมก็นําชี้เหตุการณ์ทั้งหมดว่ามีการไปคุย กันที่โรงแรม โฟร์ ซีซัน ส่งหลักฐานไป แถมผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ก็รับนะครับ รับสารภาพ ต่อหน้าในสภาแห่งนี้เลยครับว่าได้มีการขอให้ส่งจริง ส่งไปทั้งหมด ๑๗ ล้านเลขหมาย คิดง่าย ๆ เลขหมายละ ๑ บาท ในค่าส่งเอสเอ็มเอสก็เปึน ๑๗ ล้านบาทแล้ว เมื่อดูหลักเกณฑ์การรับโดยธรรมจรรยานักการเมืองรับเกิน ๓,๐๐๐ บาทไม่ได้ครับ ผมถามว่าเรื่องอย่างนี้ผมยื่นไปตามมาตรา ๑๐๓ ทําไมเรื่องถึงไม่ไปถึงไหนเลยครับ ผิดไหม ท่านวิเคราะห์จากข้อมูลหลักฐานที่ผมนําเสนอไป คํารับสารภาพในการตอบของ รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีในวันที่อภิปรายไม่ไว้วางใจมันชัดเจนอยู่ในตัวมันเอง ไม่มีใครเขา บริการให้ฟรีละครับ ถ้าเขาให้ฟรีรัฐก็เสียประโยชน์อีก เพราะบริษัทเหล่านั้นไม่นําส่งรายได้ เข้ารัฐ เท่ากับเบียดบังเงินภาษีราษฎร เงินภาษีเงินได้ของบริษัทไม่นําส่งสรรพากร ผิดไหมครับ มันก็ผิดอีกประเด็นหนึ่ง อย่างนี้ผิดทั้งขึ้นทั้งล่อง ทําไมละครับไม่ใช้กฎหมาย พิจารณาของง่าย ๆ อย่างนี้ให้มันรวดเร็วทันใจ มันได้ล่าช้าครับ ผมไป ป.ป.ช. มาหลายครั้ง ผมได้ยิน ได้รับฟัง ได้รับคําบ่นกล่าวจากเจ้าหน้าที่ถึงการบริหารจัดการของ ป.ป.ช. ป.ป.ช. มีหน้าที่ตรวจสอบการกระทําความผิดของนักการเมือง ข้าราชการก็ดี การบริหารงานก็ต้องแยกการบริหารงานภายในให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อยากจะเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นครับ การมาขอขยายระยะเวลาเพื่อจะเอาผิดอย่างโน้น อย่างนี้ เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกบางคนบอกว่าถ้าเปึนนักโทษที่หนี ก็คือพยายามที่จะโบ้ย ไปที่นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ของผมครับว่าหนีหมายจับ เพื่อจะมาบวกเปึน ระยะเวลาในการกระทําความผิด เห็นอย่างนี้ ฟังอย่างนี้มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าแก้กฎหมาย ฉบับนี้เพื่อประโยชน์อันใด ความเปึนธรรมมันไม่เกิดขึ้นครับท่านประธาน วันนี้สังคมไทย เรียกร้องความเปึนธรรม ผมเข้าใจครับ ป.ป.ช. ทํางานด้วยความตั้งอกตั้งใจ ป.ป.ช. ต้องการนําคนผิด คนโกงกินบ้านเมือง คนทุจริตต่อประเทศชาติ คนโกงกินเงินภาษีราษฎร มาลงโทษผมเห็นด้วย แต่ถ้าท่านทํางานไม่ทันท่านจะยืดเวลา เพื่อมาเลือกปฏิบัติกับ บุคคลใดบุคคลหนึ่งผมไม่เห็นด้วย อย่าเปึนเครื่องมือของใครอีกเลยครับ คตส. ทําอย่างไร มันก็เปึนที่ประจักษ์อยู่แล้วว่าประชาชนรับไม่ได้กับความอยุติธรรม วันนี้ ป.ป.ช. ต้องสร้าง ความเปึนธรรมให้เกิดขึ้น ความถูกต้อง ความโปร่งใสต้องเกิดขึ้น ท่านต้องชี้แจงประเด็นที่ ผมถามนี้ให้ชัดเจน ถ้าท่านชี้แจงได้ผมอาจจะผ่าน ผมอาจจะเห็นด้วยกับการแก้ไข เพิ่มเติมกฎหมายฉบับนี้ แต่วันนี้ผมเข้าใจครับ ผมเสียงข้างน้อย ไม่มีโอกาสที่จะยกมือ คว่ํากฎหมายฉบับนี้ได้ หรือให้กฎหมายฉบับนี้ตกไป แต่ผมอยากจะฝากสิ่งเหล่านี้ไว้ให้ ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ หรือแม้กระทั่ง ป.ป.ช. ที่นําเสนอกฎหมายฉบับนี้ เข้ามาในสภาแห่งนี้ว่าต้องทําด้วยความสุจริตใจ ต้องทํางานด้วยความตรงไปตรงมา อย่าเลือกข้าง อย่าเลือกปฏิบัติ ต้องให้ความเปึนธรรม ครอบครัวชินวัตรเขาร่ํารวย มาก่อนที่เขาจะมาเล่นการเมือง อย่างน้อย ๆ ท่านต้องคืน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้เขาไป ตัวเลขมันชัดเจนครับ ตลาดหลักทรัพย์ ณ วันนั้นเหลือ ๒๐๐ จุด ต้นทุนเงินของบริษัท ชินคอร์ป มีอยู่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท พอตลาดหลักทรัพย์หลังจากที่นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร บริหารบ้านเมืองมา ตลาดมันขึ้นจาก ๒๐๐ จุด มาเปึน ๗๐๐ จุด ๓.๕ เท่า ก็เอา ๓.๕ ไปคูณ ๒๐๐ มันก็ ๗๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท คิดตัวเลขง่าย ๆ อย่างนี้ ผมไม่ได้คิด เข้าข้างบริษัทของนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร แต่แบงก์กรุงเทพก็ดี แบงก์ไทยพาณิชย์ ก็ดี ทุกกิจการลดลงไปในอัตราส่วนเท่ากัน วันนั้นผมจะบอกให้ตอนที่ ๒๐๐ จุด แบงก์ไทยพาณิชย์ ๒๐ กว่าบาทครับ ผมเปึนคนเล่นหุ้นผมรู้ครับ พอมันดีดอินเด็กซ์ มันขึ้นมา ๗๐๐ กว่าจุด หุ้นมันก็ขึ้นมา ๗๐–๘๐ บาท มันเปึนธรรมชาติของมัน มันเปึน โพรพอร์ชันนอล (Proportional) ขออนุญาตพูดภาษาฝรั่ง มันเปึนอัตราส่วน เปึน ลิเนียร์ (Linear : เปึนแนวตรง) เปึนอัตราส่วนเทียบเคียงธรรมดา ท่านประธาน ผมอยากจะฝาก สิ่งเหล่านี้ไว้ครับ ผมอยากให้เห็นบ้านนี้มีความเปึนธรรมเกิดขึ้น แล้วสังคมไทยจะอยู่ไปได้ พี่น้องประชาชนจะได้เลิกทะเลาะเบาะแว้งกัน ผมฝากไว้แค่นี้ก่อนครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน