ชาญชัย อิสระเสนารักษ์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๙ เมษายน ๒๕๕๒

ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยชี้ให้เห็นปัญหาอายุความที่ขัดขวางการดำเนินคดีทุจริต และขอเร่งพิจารณาหลักการ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การกำหนดตำแหน่งที่ไม่ใช่ทางการเมืองให้ตกอยู่ภายใต้บังคับมาตรา 84, การขยายอำนาจไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช., และการยกเลิกกำหนดระยะเวลาการกล่าวหาเจ้าหน้าที่

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้เสนอร่างร่วมกับเพื่อนสมาชิก ในหลักการก็เปึนในหลักการ เดียวกับที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้นําเสนอและเพื่อนสมาชิกได้กล่าวในหลักการ ไปแล้ว ก็เปึนหลักการตามมาตรา ๓ แล้วก็มีมาตรา ๘๔ โดยหลักการก็คือเกี่ยวกับเรื่อง อายุความ เพื่อให้ผู้กระทําความผิดนั้นซึ่งก่อนที่ ป.ป.ช. จะดําเนินการแล้วเสร็จ บางเรื่อง อายุความขาดตอนไปแล้ว แล้วก็ทําให้การปัองกันปราบปรามการทุจริตขณะนี้ไม่เปึนที่ น่าเกรงกลัวและเกรงขามต่อผู้ที่ถูกดําเนินคดีอยู่

อันที่ ๒ ในหลักการที่พวกเราอยากจะให้เรื่องนี้ได้นําเข้าสู่การพิจารณาโดย เร่งด่วน ตามที่วันนี้ผมได้เสนอเรียนท่านประธาน เพราะว่าผมดูแล้วกฎหมายฉบับนี้ จําเปึนต้องออกมาใช้ที่มีการแก้ไขใหม่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้นําเรื่องเสนอในการแก้ไข ในหลักการอยู่ทั้งหมด ๑๐ ข้อนะครับ

เหตุที่คณะของผมได้นําเรื่องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มีเปลี่ยนแปลง สาระอยู่ ๓ ประเด็นนะครับ

๑. การกําหนดตําแหน่งหน้าที่ซึ่งไม่ใช่ตําแหน่งทางการเมืองตามมาตรา ๖๖ ซึ่งอยู่ในบังคับของมาตรา ๘๔

๒. เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มี อํานาจไต่สวนได้เพิ่มขึ้นในกรณีถูกกล่าวหา กรณีมีผู้กล่าวหาหรือคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีเหตุสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐกําหนดไว้ตามมาตรา ๘๔

๓. ยกเลิกกําหนดระยะเวลาการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๘๔ ก็คือ อายุความ

ผมเรียนท่านประธานตรงนี้นะครับ ขอลงรายละเอียดนิดหนึ่งก่อนที่ผมได้ เรียนเรื่องหลักเกณฑ์นิดหนึ่ง ล่าสุดท่านคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมาอยู่ในที่นี้ ผมเดิมทีจะมี การประชุมคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎรในวันพรุ่งนี้ ก็มีเรื่องที่น่าตกใจมาก เรื่องคืออย่างนี้ครับ รถไฟฟัาสายสีม่วง ผมยกเปึนตัวอย่างกรณีเรื่องนิดหนึ่งครับ เราได้ ติดตามเรื่องนี้มาจนกระทั่ง ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิดอดีตรัฐมนตรีท่านหนึ่ง อดีตรัฐมนตรี คมนาคมท่านหนึ่ง ว่าไปกระทําความผิดต่อ พ.ร.บ. ฮั้ว (พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิด เกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒) ปรากฏต่อมาเมื่อวันที่ ๒๒ เดือนนี้ ไม่น่าเชื่อครับ เกิดความเสียหายถึง ๓,๐๐๐ ล้านบาท รถไฟฟัาสายสีม่วง มีทั้งหมดอยู่ ๓ สัญญาในการประมูล สัญญาที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ขณะนี้เป่ดซองไปแล้วสัญญา ที่ ๑ เมื่อป้ ๒๕๕๐ สมัยท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้คิดราคากลางประมาณไว้ ๑๑,๕๔๐ ล้านบาท ต่อมาสมัยรัฐมนตรี ท่านสมัคร สุนทรเวช ได้เพิ่มราคากลางขึ้นมา ประมาณว่าน้ํามันขึ้น เหล็กขึ้น เพิ่มเข้าไปอีก ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เปึน ๑๓,๐๐๐ กว่า ล้านบาท ปรากฏว่าผู้ประมูลราคาได้คือ กลุ่มบริษัท ช. การช่าง เสนอราคา ๑๖,๐๐๐ กว่า ล้านบาท เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการต่อรองราคาเดือนกว่า ลดมาจาก ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทเหลือ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏวันที่ ๒๒ นี้อนุมัติไปราคา ๑๔,๙๐๐ กว่า ล้านบาท ท่านประธานครับ เรื่องเปึนอย่างนี้ครับ ผมว่าเรื่องนี้ท่านต้องยับยั้งอย่าให้มันเกิด เด็ดขาดเลย ปรากฏว่าบริษัทที่ปรึกษาซึ่งเปึนบริษัทที่เสนอครั้งแรกเลยราคาควรจะเปึน ๑๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ต่อมาเหล็ก น้ํามันขึ้นบาร์เรลละ ๑๔๐ เหรียญ เหล็กขึ้นราคาตาม ไปด้วย ก็ไปเพิ่มเงินกู้จากญี่ปุ์น เครดิตมาอีก ๕,๐๐๐ ล้านบาท ใส่ให้เขาไป ทั้งที่ขณะนั้น ไปเพิ่มทั้งที่ทีโออาร์ (TOR : Term of Reference : กรอบการดําเนินงาน) อยู่ในเงื่อนไขที่ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง อีกทั้งมาตรา ๑๙๐ กําหนดไว้ว่าถ้าไปกู้เงินจํานวนนี้มันต้องผ่าน รัฐสภาด้วย เงินยอด ๕,๐๐๐ ล้านบาทนี่กู้ในระหว่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้ กลับ ไม่ได้นําผ่านรัฐสภาด้วย อันนี้เปึนประเด็น ผมฝากให้ท่านช่วยจดดูด้วยนะครับ และล่าสุดคณะกรรมการประกวดราคาบอกว่า ที่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดอดีตรัฐมนตรี ท่านหนึ่งนั้น ตั้งเรื่องไว้ว่ามีมูลที่จะต้องสืบสวนต่อไปนั้นไม่เปึนไร ปล่อยรัฐมนตรีท่าน รับผิดชอบไป ผลของการประกวดราคาที่ดําเนินการต่อ ไม่ทบทวนว่าสิ่งที่ผิดนั้นผิด พ.ร.บ. ฮั้ว (พรบ. ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒) เพราะไปเพิ่ม เงื่อนไขผลงานจาก ๕,๐๐๐ ล้านบาท เปึน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ช่วยให้ ๓ บริษัทนั้นได้งาน อยู่ ๓ ตอน ในเส้นทางเดียวกันมันเปึน ๓ สัญญา ก็คือแบ่ง ๓ ตอน ก็เท่ากับช่วยให้ ๓ บริษัท ในโลกนี้มีอยู่ ๓ บริษัทที่จะได้ ปรากฏต่อมาครับเขาไม่หยุดนะครับท่าน ล่าสุด ขณะนี้บริษัทที่ปรึกษาทําหนังสือเมื่อวันที่ ๘ ลงเลขที่ ๑ ดีบีเอ็มแอล/๐๒๙/๒๕๕๒ (DBML/๐๒๙/๒๕๕๒ วันที่ ๘ เมษายนนี้เอง ๘ เมษายนนี้บอกมาเลยนะครับว่า เมื่อน้ํามันลง เหล็กลง ราคาคิดใหม่ ราคากลางควรจะเปึนเท่าไร ราคาลงมาเหลือ ๑๑,๑๖๖ ล้านบาทครับ แต่คณะกรรมการบอร์ดของ รฟม. ซึ่งมีคุณสุพจน์ อธิบดีกรมทาง หลวงเปึนประธานบอร์ด ไปอนุมัติให้เขาราคา ๑๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกินจากที่บริษัทที่ ปรึกษา ซึ่งเคยบอกว่าเดิมทีราคามันหมื่นกว่า แล้วก็เพิ่มไปเปึน ๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เชื่อเขา ราคากลางที่เคยเสนอไว้เมื่อป้ ๒๕๕๐ บริษัทที่ปรึกษานี้เปึนคนทําแบบคิดราคา กลาง เคยเสนอราคาไว้ว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็เพิ่มราคาไป เหล็ก น้ํามันลงกลับไม่ ยอมลงตาม วันนี้อนุมัติไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๔ ผมเรียนท่านประธานไปถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมีท่านประธาน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านปานเทพท่านอยู่ตรงนี้ด้วย เรื่องนี้มัน เกินวิสัยที่พวกผมจะรับได้ เรียนท่านตรง ๆ ครับ คือพูดกันภาษาชาวบ้านคือโกงกันที โครงการนี้ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาท เรารับไม่ได้ครับ แล้วถ้าท่านไม่ระงับยับยั้งให้ เหตุการณ์อย่างนี้แก้ไขให้ทันท่วงที พวกผมว่าประเทศนี้หมดแล้วครับ หมดปัญญาที่จะ แก้ไข แล้วทั้งหมดจะไปแก้อะไร รัฐธรรมนูญจะไปแก้อะไร มันก็ไม่มีประโยชน์ละครับ เพราะถ้า เกิดจะหวังเอาเงินตรงนี้ไปแล้วเพื่อทําให้การเมืองมันดีขึ้นหรือเลวลงมันอยู่แค่ตรงนั้นเอง นะครับ ผมที่กราบเรียนท่านประธานไปถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วย เพื่อจะได้พูด ทีเดียวเลยให้จบ เหตุการณ์อย่างนี้มีอีกหลายโครงการ ที่สด ๆ ร้อน ๆ ท่านก่อนมานี้ไม่ถึง อยู่ ๕-๖ วันเองเพิ่งจะอนุมัติครับ เรื่องนี้ผมเรียนท่านนะครับ รายละเอียดเขากําลังเสนอ ให้ท่านรัฐมนตรี ฝ์ายการเมืองยังไม่ได้ลงนาม ยังไม่ทราบเรื่อง ถ้าฝ์ายการเมืองลงนาม เมื่อไรคือหมายถึงต้องส่งไปให้ เจบิก (JBIC : Japan Bank for International Cooperation) เจบิกก็คือเงินกู้จากรัฐบาลญี่ปุ์น พอเงินกู้กลับมาเสร็จถึงจะให้ ครม. เห็นชอบ ท่านครับเรื่องทั้งหมดนี้มันจะยุ่งยาก