รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๒
ครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพุธที่ ๘ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๒
ณ ตึกรัฐสภา
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
รับทราบเรื่องการนําเสนอข้อมูลภาพและเสียงเพื่อประกอบการอภิปราย ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีในระเบียบวาระนะครับ คือ ตามที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการนําเสนอข้อมูล ภาพ และเสียงในรูปแบบ ซีดี (CD) และ ดีวีดี (DVD) โปรแกรม เพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) และเอกสารประกอบการอภิปรายในการประชุม สภาผู้แทนราษฎร โดยในทางปฏิบัติที่ผ่านมา สมาชิกจะขออนุญาตประธานในที่ประชุม ในขณะที่กําลังอภิปราย ซึ่งบางครั้งข้อมูลดังกล่าวอาจมีความไม่เหมาะสมที่จะนําเสนอ ในห้องประชุมสภา ดังนั้นเพื่อปัองกันปัญหาที่เกิดขึ้น และเพื่อให้การนําเสนอภาพและ ข้อมูลประกอบการอภิปรายในห้องประชุมสภาเปึนไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสม จึงเห็นควรให้สมาชิกนําข้อมูลภาพและเสียงที่ต้องการนําเสนอประกอบการอภิปราย กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบและพิจารณาอนุญาตก่อนส่งให้ เจ้าหน้าที่ดําเนินการ ผมจึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบเพื่อถือเปึนแนวปฏิบัติต่อไป เพื่อไม่ให้ เกิดเสียงครหาต่อไปนะครับ
ท่านประธานครับ
มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย จากการหารือทุกครั้ง ก็ก่อนที่จะเป่ดประชุม วันนี้ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธาน นะครับว่า อยากจะให้หารือสัก ๑๐ คน และส่วนในวันพรุ่งนี้ตามที่ประธานสภาเสนอว่า จะให้หารือสัก ๑ ชั่วโมง เพราะฉะนั้นวันนี้อยากจะหารือขอสัก ๑๐ คนนะครับท่านประธานครับ เพราะว่าเปึนเรื่องสําคัญหลายเรื่องด้วยกัน ก็อยากจะขอความกรุณาจากท่านประธาน ด้วยครับ
ขอให้ผมผ่าน ระเบียบวาระสําคัญอีกเรื่องหนึ่งก่อนครับ แล้วก็ผมจะอนุญาตให้โอกาสสักเล็กน้อย นะครับ
ครับ ขอบคุณครับ
แต่ว่าเจตนาของผม อยากจะร้องขอเพื่อนสมาชิกที่เคารพให้มันผ่านร่างพระราชบัญญัติท้องถิ่นนี่เปึนเรื่อง สําคัญมากครับ ก่อนที่ประชุมจะพิจารณาระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษาที่ประชุม เพื่อนําระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ ในระเบียบวาระที่ ๗.๓ คือคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขอขยายเวลาขึ้นมาพิจารณาก่อน เนื่องจากคงใช้เวลาไม่มากนัก และมีสมาชิกท่านใด เห็นเปึนอย่างอื่นหรือไม่
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ผมขอดําเนินการ ตามนี้นะครับ
๗.๓ คณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบคุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อ เปึนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน ขอขยายเวลาพิจารณานะครับ
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบคุณสมบัติผู้ได้รับ การเสนอชื่อเปึนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน ขอขยายเวลาพิจารณาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๔๕ วัน เนื่องจากคณะกรรมาธิการเห็นว่า คงไม่สามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กําหนด คือวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๒ ได้ จึงได้เลยระยะเวลาที่ขยายเวลาในครั้งที่ ๓ แล้ว จึงขอขยายเวลา ในการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๔๕ วัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๘ นี่เปึนครั้งที่ ๔
ครั้งที่ ๑ ขอขยายเวลา ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๕๑ ครบกําหนดวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๕๒
ครั้งที่ ๒ ขอขยายเวลา ๔๕ วัน นับแต่วันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๒ ครบกําหนดวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
ครั้งที่ ๓ ขอขยายเวลา ๔๕ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ครบกําหนดวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๒ นี่ ๓ ครั้งนะครับ ยังไม่เสร็จเลยนะครับ แล้วก็
ครั้งที่ ๔ จะขยายอีก ๔๕ วัน จากวันที่ ๕ เมษายน ไปถึงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ก็ป่ดสมัยประชุมพอดี งานนี้ก็ไม่เดิน ก็แล้วแต่ที่ประชุมจะวินิจฉัยครับ ขอเชิญประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเรื่องนี้นะครับ ท่าน พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ช่วยชี้แจงครับ
เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญการตรวจสอบคุณสมบัติผู้เสนอชื่อเปึนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการ ปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน กระผมขอเรียนกับท่านประธานและที่ประชุมของ ส.ส. ในที่ประชุมแห่งนี้ได้ทราบว่า คณะกรรมาธิการได้รับชื่อผู้ที่เสนอการแต่งตั้งเปึน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ ปปง. ไปทั้งหมด ๙ คนนะครับ เราได้พิจารณามาตลอด และจนกระทั่งปรากฏว่าในคณะผู้ทรงคุณวุฒิที่ถูกเสนอชื่อมานั้น ได้ตรวจสอบคุณสมบัติ ไปแล้วบางส่วน และบางส่วนไม่ตรวจคุณสมบัติ ก็มีการถอนชื่อไปอีก ๒ คน และต่อมา ก็แจ้งให้ท่านประธานสภาแจ้งไปยังรัฐบาล แล้วต่อมามีการถอนชื่อไปอีกครับ ครั้งสุดท้ายนี่ครับ ได้ถอนชื่อไปทั้งหมดเหลืออยู่เพียงคนเดียวครับ เหลืออยู่เพียงคนเดียว นะครับ แล้วเพียงคนเดียวนี้ตรวจสอบคุณสมบัติเสร็จแล้วนะครับ แต่กรรมาธิการทั้งหมด นี่มี ๙ คน ถอนชื่อไป ๘ คน เหลือเพียง ๑ คน เราก็มาพิจารณาอยากหารือที่ประชุมสภาว่า เรื่องนี้ถ้าจะพิจารณาเพียง ๑ คนนี่สภาก็พิจารณาไปเสียเวลาเปล่า ควรจะให้ทางรัฐบาล รีบเสนอชื่อมาทั้งหมดให้ครบจํานวนอีก ๘ คน ให้เสนอเข้ามาครับ เหลืออีก ๑ คนแล้ว พิจารณาไปครั้งเดียวนะครับ อยากเสนอให้หารือที่ประชุมว่า จะดําเนินการอย่างไร จะให้ ขยายต่อรอเวลารัฐบาลไหม หรือจะให้เสนอชื่อว่าเพียงคนเดียวครับ อยากจะเรียน ที่ประชุมครับ ประเด็นปัญหาถ้าเสนอกลับไปกลับมาทําเพียงวันเดียวส่งไปวุฒิสภาแล้วก็ พิจารณาก็เสียเวลาเปล่าครับ อยากหารือที่ประชุมครับ
ที่ประชุมมีความเห็น อย่างไรครับ มีไหมท่านผู้ใด คุณนิพิฏฐ์มีความเห็นอย่างไร นักกฎหมาย ไม่มีความเห็น นะครับ
ผม อยากเสนออย่างนี้ว่า เพียงคนเดียวนี่ครับ แล้วก็เสนอขยายไปอีก ๔๕ วัน แล้วให้รัฐบาล รีบส่งมาอีก ๘ คนให้เสนอมา แล้วก็มาพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติทีเดียว แล้วเสนอให้ สภาพิจารณาครั้งสุดท้ายครั้งเดียว อยากจะขอเสนอเวลาขยายไปอย่างนี้ครับ
คืออย่างนี้ครับ ท่านเหลือ คนเดียว เมื่อคนเดียวท่านก็รายงานให้สภาทราบ แล้วสภาก็ต้องแจ้งไปให้รัฐบาล ไม่ใช่ว่า คณะกรรมาธิการเปึนคนแจ้งไป ต้องสภาเปึนคนแจ้งครับ แจ้งไปแล้วรัฐบาลเขาจะตอบมา อย่างไรอีกเรื่องหนึ่งครับ ทีนี้ประเด็นปัญหามันมีว่าเมื่อ ๑ คนนี่นะครับ ท่านก็แจ้งมากับ สภาไม่ใช่ขอขยายเวลาครับ ก็ต้องถือปฏิบัติตามระเบียบนะครับ ฉะนั้นในกรณีเรื่องนี้ ผมว่าท่านส่งเรื่องมาด่วนก็แล้วกันครับไม่ต้องขยาย ว่าเรื่องมันเปึนอย่างนี้ แล้วสภาก็ได้ แจ้งไปรัฐบาลเลย จะได้ไหมครับ เชิญครับ
ได้ครับ ไม่ขัดข้องครับ เสนอมาเพียงคนเดียว เดี๋ยวสัปดาห์หน้าก็เสนอมาเปึนทางการ เรียนให้สภาทราบได้ครับ
ก็ทํามาก็แล้วกัน ทําตั้งแต่ วันที่ ๔ ก็แล้วกันครับ เพราะหมดกําหนดวันที่ ๔
ครับ เรียบร้อย รายงานให้ท่านประธานทราบว่า รายงานมาแล้วเมื่อวันที่ ๓ ครับ ลงวันที่ ๓ ครับ ครั้งสุดท้ายนะครับ
ก็ส่งมาครับ ถือว่าอยู่ใน กําหนดระยะเวลา ไม่ต้องขยาย
ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณมากครับ เนื่องจากเมื่อสักครู่ ท่านอํานวย คลังผา ท่านได้ขอให้ทางสภาพิจารณาตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗ คือหมายความว่าพิจารณาหารือ แต่เมื่อเราเข้าสู่ระเบียบวาระการพิจารณาของ สภาแล้วนี่ครับ คงจะกลับไปข้อ ๑๗ ไม่ได้ มันต้องเดินหน้าครับ มันก็จะผิดข้อบังคับ เดี๋ยวผมก็โดนอีก ก็ขอความกรุณาท่านอํานวยนะครับ เอาไว้พรุ่งนี้ก็แล้วกันนะครับ แต่เพื่อไม่ให้ผิดข้อบังคับในการที่ผมได้เรียนต่อที่ประชุมนะครับ ผมขอความเห็นจาก ที่ประชุมนะครับ เสมือนขอมติเลยครับว่า เราจะไม่ขยายเวลาให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่ขอมา ๔๕ วัน อย่างนั้นได้ไหมครับ ถ้าได้นะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบนะครับ ไม่ต้องโหวต (Vote) ต้องอะไรกันครับ ก็ดําเนินการไปเลยครับ เพื่อสะดวกในการได้ทํา ตามข้อบังคับไปครับ ต่อไปครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ซึ่งคณะกรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้ว)
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
เชิญครับให้มันครบ องค์ประชุมสักหน่อยครับคณะกรรมาธิการ เชิญนั่งประจําแท่นของท่าน เชิญครับ คณะกรรมาธิการได้นั่งชี้แจงประจําที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ในการพิจารณาในวาระสองนี้ จะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ แล้วเรียงตามลําดับมาตราแล้วให้สมาชิกอภิปราย ได้เฉพาะถ้อยคําหรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติที่มีการสงวน คําแปรญัตติหรือกรรมาธิการที่มีการสงวนความเห็นไว้ ทั้งนี้ เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติ เปึนอย่างอื่นนะครับ ขอเชิญประธานคณะกรรมาธิการแถลงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น เขต ๑ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอเรียนให้ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรทราบว่า
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๑ ครั้งที่ ๒๙ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ และครั้งที่ ๓๐ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ได้ลงมติรับหลักการ แห่งราชพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายภราดร ปริศนานันทกุล กับคณะ เปึนผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายพีระเพชร ศิริกุล กับคณะ เปึนผู้เสนอ) และร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายถวิล ไพรสณฑ์ กับคณะ เปึนผู้เสนอ) และตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา และในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๑ ครั้งที่ ๓๐ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนผู้เสนอ รวม ๙ ฉบับ โดยให้ถือเอาร่างพระราชบัญญัติ ของนายพีระเพชร ศิริกุล กับคณะ เปึนหลักในการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการ คณะเดียวกันกับที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เปึนผู้พิจารณา กําหนดแปรญัตติภายใน ๗ วันนั้น บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อให้ได้โปรดนําเสนอ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป
เชิญท่านเลขาธิการ ดําเนินการอ่านตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ เรียงตามลําดับจนจบครับ เชิญครับ
ร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ และมาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ แก้ไข มาตรา ๔๘ สัตต มีการแก้ไข
เชิญท่านไหนยกมือก่อน เมื่อสักครู่นี้ เชิญครับคุณชลน่าน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ พิจารณาในวาระสองและวาระสามของร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับท้องถิ่น ๔ ฉบับ ที่ท่านประธานกรุณาเอาเข้ามาฉบับแรกคือ ร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก่อนที่จะพิจารณาลงรายละเอียดในมาตรา ท่านประธานได้อนุญาตให้ ท่านเลขาธิการได้อ่านในตัวบทมาตราไป ผมขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับ วิ่งเข้ามาไม่ทัน ท่านประธานครับ เท่าที่ผมได้ตรวจสอบรายงานของคณะกรรมาธิการดู ในการพิจารณารายมาตรา ท่านเลขาธิการจะขึ้นต้นด้วยชื่อร่าง คําปรารภ แล้วก็อ่าน รายมาตรา แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้สังเกตเห็นในรายงานของคณะกรรมาธิการ มันมีประเด็นหนึ่ง ที่ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับ ในเรื่องของหลักการและเหตุผล ที่คณะกรรมาธิการได้ไปปรับเปลี่ยนแก้ไขมา ประเด็นนี้เองคงต้องเปึนเรื่องที่จะต้อง กราบเรียนท่านประธานได้ให้สภาแห่งนี้ช่วยกันพิจารณาก่อนที่จะลงไปในรายละเอียด หรือท่านประธานจะให้สภาเข้าไปดูในตัวมาตราแล้วก็กลับมาที่ตัวหลักการ ผมขออนุญาต ท่านประธาน ถ้าจะให้ลงไปในรายละเอียดรายมาตราแล้วกลับมาที่หลักการ ผมก็จะขอ อนุญาตใช้สิทธิในตอนนั้น แต่เปึนประเด็นที่มีการแก้ไขหลักการและเหตุผล ถ้าท่านประธานจะอนุญาตให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้ช่วยกันพิจารณาก่อนก็จะเปึนประโยชน์ ในการพิจารณา เนื่องจากว่าร่างพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน มีการแก้ไขเหมือนกัน ก็คือร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหาร ส่วนตําบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีลักษณะการแก้ไขหลักการและเหตุผลที่คล้ายกันเลย และมีการเพิ่มบทมาตราที่คล้ายกัน ถ้าท่านประธานจะอนุญาตให้สมาชิกได้พิจารณา ในประเด็นนี้ก่อน ผมก็คิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ต่อการพิจารณา เมื่อการพิจารณาตรงนี้ จบแล้วเราจะได้เข้าสู่รายมาตราไป ก็จะได้มีข้อสรุปที่ชัดเจน
มันก็จะต้องเริ่มต้นจาก หลักการและเหตุผลก่อน จึงจะเข้าสู่รายมาตราครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าอย่างนั้น ผมขออนุญาตในร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอเปึนฉบับแรก ในข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการและรายงานของคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ในหน้า ๔ ขออนุญาตท่านประธานอ่านนะครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดที่สภา ได้มอบหมายให้ไป ผมเองต้องกราบขอบคุณท่านประธาน คณะกรรมาธิการ ท่านคณะกรรมาธิการที่เคารพทุกท่านนะครับ ในหลักการนะครับท่านประธาน ผมขออนุญาตอ่าน แก้ไขเพิ่มเติมวาระการดํารงตําแหน่งของนายกเทศมนตรี โดยไม่จํากัด ให้ต้องดํารงตําแหน่งติดต่อกันได้เพียงสองวาระได้ คือแก้ไขนะครับ (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๔๘ สัตต) และมีข้อความที่คณะกรรมาธิการได้แก้ไขขึ้นมาก็คือ และแก้ไขเพิ่มเติม การพ้นจากตําแหน่งของนายกเทศมนตรีและการปฏิบัติหน้าที่ของปลัดเทศบาล ในการปฏิบัติหน้าที่ของนายกเทศมนตรีเมื่อนายกเทศมนตรีพ้นจากตําแหน่ง (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๘ ปัญจทศ) ท่านประธานครับ ในหลักการเดิมการแก้ไขเพิ่มเติม การพ้นจากตําแหน่งของนายกเทศมนตรีและการปฏิบัติหน้าที่ของปลัดเทศบาลนั้น เปึนการเพิ่มเติมขึ้นมาในหลักการ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า โดยหลักของ กระบวนการทางนิติบัญญัติและกระบวนการทางนิติวิธี ผมก็มีข้อสังเกต มีข้อซักถามที่จะ กราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะกรรมาธิการเช่นกันว่า การแก้ไขหลักการ ในตรงนี้ชอบด้วยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและข้อบังคับของการตรากฎหมายหรือไม่ นะครับ ท่านประธานครับ ในความเห็นของผม ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพนะครับ จริงอยู่ครับ ร่างของการปกครองส่วนท้องถิ่นที่เสนอเข้ามา มีทั้งหมดอยู่ ๔ ร่าง จริง ๆ มี ๕ ร่างครับ ในฉบับในชั้นของการรับหลักการในชั้นของ สภาผู้แทนราษฎร แต่มีร่างหนึ่งที่สภาเราไม่รับหลักการ เนื่องจากมีลักษณะหลักการ ที่แตกต่างอย่างชัดเจน แต่มี ๔ ร่างที่เรารับไปของเพื่อนสมาชิกที่เสนอนะครับ มี ๔ ร่าง ที่รับไปมีหลักการที่เหมือนกันอยู่ ๓ ร่างชัดเจน
ท่านชลน่านที่เคารพครับ กระผมดูแล้วไม่มีการแก้เลย มันเปึนเรื่องของข้อสังเกต เราไปพิจารณาเรื่องข้อสังเกต มากกว่าว่าเราจะรับข้อสังเกตหรือไม่รับข้อสังเกต ส่วนเรื่องหลักการและเหตุผลไม่มี การแก้แม้แต่อักษรเดียวครับ
ท่านประธานครับ ด้วยความขอบคุณ ท่านประธานครับ ที่ท่านประธานท้วงผมเรื่องข้อสังเกต ท่านประธานครับ มันเปึนเรื่อง แปลกมากครับ ที่ผมเอาข้อสังเกตที่มาเล่าให้ท่านประธานฟัง เพราะผมกําลังจะโยง ให้ท่านประธานเห็นว่าในรายงานตัวจริงครับ บันทึกหลักการและเหตุผลประกอบกับ ร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หลักการเขียนเหมือนเดิมเลยครับ ท่านประธานครับ แก้ไขเพิ่มเติมวาระการดํารงตําแหน่งนายกเทศมนตรี โดยไม่จํากัด ให้ดํารงตําแหน่งติดต่อกันเพียงสองวาระ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๘ สัตต) จบแค่นั้นครับ ท่านประธานครับ เหตุผลก็คล้ายกับร่างที่เรารับไปเลย แต่สิ่งที่มันปรากฏขึ้นมา ท่านประธานครับ ในตัวมาตราในรายละเอียด ผมเลยถามท่านประธานอย่างนี้ครับว่า จะให้ผมลงไปในรายละเอียดมาตรา แล้วผมกลับมาอภิปรายหลักการ หรือให้ผมอภิปราย หลักการก่อน
ผมว่ามันไม่ได้แก้ครับ หลักการและเหตุผลไม่ได้แก้ครับ
ท่านประธานฟังผมสักนิดนะครับ
ผมฟังอยู่แล้วครับตอนนี้
ผมกําลังจะโยงให้ท่านประธานเห็นว่า ในตัวบทนะครับ ไม่ว่าจะเปึนร่างของเทศบาล ร่างขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ร่างของ องค์การบริหารส่วนตําบลครับ คณะกรรมาธิการไปเพิ่มมาตราใหม่ขึ้นมา คือมาตรา ๕ ครับ ซึ่งเปึนการแก้ไขตามข้อสังเกตนั่นละครับ ที่เปึนการแก้ไขหลักการ
อันนั้นเราค่อยไปพิจารณา กันตอนถึงมาตรา ๕
ตกลงท่านประธานจะเปลี่ยนคําวินิจฉัย ให้ผมไปพิจารณาในรายละเอียดมาตรา ๕ ก่อน และกลับเข้ามาหลักการ
ผมว่ามันจะถูกต้อง เพราะว่าหลักการ เหตุผล เขาไม่ได้แก้
ท่านประธานครับ มันเปึนเรื่องที่ผมต้อง กราบเรียนเปึนเบื้องต้นครับ ผมจะหยุดตรงนี้เลยครับ แต่ผมฝากข้อสังเกตก่อนที่จะลง รายละเอียด ท่านประธานครับ การตรากฎหมาย ในบทมาตรามีการเขียนที่ไม่สอดรับกับ รายละเอียดของหลักการ โดยคงหลักการเดิมไว้ทุกอย่างเหมือนกับเปึนการซ่อนเงื่อนครับ กราบเรียนถามท่านประธานฝากไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการ นะครับ ถ้าท่านเขียนกฎหมายอย่างนี้ รับหลักการไปจากสภามีอยู่ ๑๐ มาตรา แต่ด้วย ความที่ผมพูดด้วยความปรารถนาดีนะครับ กรรมาธิการมีความปรารถนาดีกับพี่น้อง ประชาชนเปึนอย่างยิ่งไปเพิ่มอีก ๑๐ มาตรา เปึน ๒๐ มาตรา โดยที่ไม่มีบทมาตรา ในหลักการเลยว่าให้แก้เรื่องนั้นเรื่องนี้ เขียนมาเลยครับ อย่างนั้นเรียกว่าแก้ไขหลักการ หรือไม่ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เชิญ คุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ผมขอความกรุณาเอาตามที่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อ่านชื่อร่างพระราชบัญญัติ แล้วก็เอาเฉพาะที่มีการแก้ไขในมาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๔๘ สัตตนะครับ ขอให้อภิปรายตรงนี้ครับ เชิญคุณชัยวัฒน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท ต้องขออนุญาต ท่านประธานสักเล็กน้อยเพื่อหยิบเอกสารขึ้นมาครับ ท่านประธานครับ ในส่วนของ มาตรา ๓ แล้วก็เปึนส่วนของสัตตนะครับ มาตรา ๔๘ สัตต ตรงข้อความนั้นนะครับ ให้นายกเทศมนตรีดํารงตําแหน่งนับตั้งแต่วันเลือกตั้ง ผมไม่เข้าใจเหมือนกันครับว่า ทําไมถึงตัดคําว่า นับตั้ง ออกครับ ซึ่งความจริงข้อมูลข้อความมันก็ใช้สอดคล้องต้องด้วย ที่ไหนกฎหมายฉบับไหนเขาก็ใช้อย่างนี้ครับท่าน ปรากฏบอกว่าแก้ไขใหม่ ไปบัญญัติใหม่ บอกให้นายกเทศมนตรีดํารงตําแหน่งนับแต่ ไม่ใช่ ตั้งแต่ ครับ ท่านประธานครับ นับตั้งแต่ ท่านไปเอาคําว่า ตั้ง ตัดออก แล้วท่านก็ใช้คําว่า ข้อความใหม่ครับ ให้ดํารงตําแหน่ง นับแต่วันเลือกตั้ง คืออยากจะทราบนะครับว่า คําว่า ตั้งแต่ กับ แต่ มันผิดเพี้ยนอย่างไร ในมุมมองของท่าน ในทัศนะหรือความคิดของท่านทําไมต้องแก้ไขอย่างนี้ แล้วก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ากรรมาธิการส่วนใหญ่เห็นอย่างนี้ใช่ไหมครับ เพราะการแก้ไข กฎหมายก็คงต้องบอกว่าไม่ใช่พวกเราอย่างเดียวครับท่านประธานครับ ไม่ใช่กรรมาธิการ ของเรา หรือไม่ใช่ว่าสภาของเราที่นี้ ต้องยอมรับนะครับว่าประเทศไทยเรามี ๒ สภา มีสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสมาชิก ท่านอาจจะแก้ไขตามใจท่านนะครับ กรรมาธิการ นะครับ แต่พอไปถึงวุฒิสภา วุฒิสภาเขาไม่เอาครับ เขาไม่เอาก็ตีกลับมาตั้งกรรมาธิการร่วม มันเสียเวลา แล้วทําไมไม่ไปตามอย่างนั้น นับแต่กับตั้งแต่มันผิดเพี้ยนกันตรงไหน เขาเขียนมาก็ไม่เห็นมันมีอะไรที่จะต้องไปแก้ไข ท่านไปแก้ไขให้มันผิดแผกแตกต่าง ไปอย่างนี้ ผมคิดว่ามันจะตีกลับออกมาไหม แล้วข้อสําคัญก็คือ ถ้าเราจะแก้ไขมันต้อง แก้ไขใหม่ทั้งหมด ก็คือหมายความว่ากฎหมายอื่นเราก็ต้องนับแต่เลย ไม่เอานับตั้งแต่ เพราะมันมีกฎหมายเยอะแยะมากมายมหาศาลที่เขาใช้คําว่า นับตั้งแต่ แล้วท่านก็ไปเอา นับแต่ ผมก็งง ๆ แล้วครับท่านประธานครับ ตกลงประธานคณะกรรมาธิการ กรรมาธิการ จะเอาอย่างไรครับท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณขจิตร ชัยนิคม ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ผมยกมือเพราะว่า ผมเห็นว่าข้อสังเกตของกรรมาธิการแล้วก็ไปแก้ไขหลักการไปด้วย แล้วก็มีกําหนด มาตรา ๕ แต่ถ้าท่านประธานจะดําเนินการตามมาตรานี้ ผมจะรออภิปรายในมาตรา ๕ ครับ
ขอบคุณครับ ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่มีท่านผู้ใดที่จะอภิปรายในมาตรา ๓ ก็ขอให้ท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ เชิญครับท่าน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ถวิล ไพรสณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ต่อข้อสงสัยของท่าน ส.ส. ชัยวัฒน์ ผมขอเรียนอย่างนี้ครับว่าที่คณะกรรมาธิการแก้ไขนั้น เพื่อแก้ไขให้สอดคล้องกับกฎหมายเดิมนะครับ กฎหมายปัจจุบันไม่ใช่เดิมครับ ที่เขียน ไว้ว่า ให้นายกเทศมนตรีดํารงตําแหน่งนับแต่วัน ไม่มีคําว่า ตั้งแต่ ครับ กฎหมายทุกฉบับ นับแต่วัน ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ก็ชี้แจงไปแล้วนะครับ ยังติดใจไหมครับ ไม่ใช่ มาตรา ๓ ไม่ติดใจนะครับ ไม่ติดใจก็ไม่ต้องโหวตกันครับ ก็ถือว่า ผ่านนะครับ ต่อไป มาตรา ๔
มาตรา ๔ คณะกรรมาธิการตัดออก
เชิญครับ
ท่านครับ ขออนุญาต ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง คือโดยปกติของกฎหมายก็จะมีผู้รักษากฎหมาย เอาไว้ว่าเปึนหน้าที่ของใครในการที่จะดําเนินการ ตรงนี้ผมไม่มั่นใจว่าสาเหตุที่ตัดออก ด้วยเหตุใด เพราะเหตุว่ากฎหมายเดิมมันมีอยู่แล้วใช่ไหมในข้อความเดิมมันมีอยู่แล้ว ใช่ไหม ก็เลยไม่ใส่เข้ามา แต่จริง ๆ แล้วก็กราบเรียนครับว่าผมเองก็ไม่ได้มีข้อขัดแย้ง อะไรที่จะไม่เห็นด้วยนะครับในเรื่องนี้ แต่ก็อยากจะให้ท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงในที่นี้ว่า ให้สมาชิกได้รับทราบว่าสาเหตุที่ตัดออกด้วยเหตุผลใด เพื่อให้ทําความเข้าใจให้ตรงกันว่า เพราะเหตุใด ขอบคุณครับท่าน
เชิญครับ ชี้แจงครับจะได้ เร็วขึ้นครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ถวิล ไพรสณฑ์ กรรมาธิการครับ ที่ท่านเข้าใจถูกต้องแล้ว แล้วก็ทางคณะกรรมการ กฤษฎีกาที่เราได้เชิญมาชี้แจงท่านก็เรียนว่า ช่วงระยะหลัง ๆ นี้การเขียนกฎหมาย ถ้ามีกฎหมายเดิมอยู่แล้วของใหม่ไม่ต้องใส่ผู้รักษาการครับ
คุณขจิตรมีอะไรในมาตรานี้ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในมาตรา ๔ ที่ถูก ตัดออกนะครับ ผมมีความเห็นว่าต้องคงไว้ แม้ว่าท่านจะได้รับการชี้แจงจากใครก็ตาม แต่ผมจะถามว่าพระราชบัญญัตินี้เปึนกฎหมายคนละฉบับใช่ไหม หรือว่าเปึน ฉบับเดียวกันกับฉบับต้น เพราะท่านมีกฎหมายฉบับนี้ใช่ไหมท่านถึงแก้ไขข้อความนี้ได้ เพราะฉะนั้นในกฎหมายฉบับนี้ ถ้าถือว่าเปึนกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง เพื่อที่จะมาแก้ไข ฉบับเดิม มันไม่ใช่ฉบับเดียวทั้งหมด นี่ต้องมีคนรักษาการ ท่านจะไปเชื่อตามใครผมไม่รู้ แต่ผมเชื่อของผมอย่างนี้ว่า ถามว่าถ้าตรงนี้มีฐานะเปึนกฎหมายอีกฉบับหนึ่งใช่ไหม หรือว่าเขียนแล้วไม่ใช่กฎหมายเลย ท่านเสนอหลักการเข้ามามันเปึนกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ที่จะแก้ไขกฎหมายฉบับเดิมเพราะฉะนั้นโดยฐานะ คือกฎหมาย โดยฐานะคือกฎหมาย ต้องเสนอเปึนวาระเปึนอะไรตามกระบวนการทั้งหมดถึงจะออกมาเปึนกฎหมาย เวลาออกมาเปึนกฎหมายแล้วถ้าถือว่าสิ่งนี้คือกฎหมายต้องมีผู้รักษาการ ไม่ใช่จะไปเชื่อ ตามที่พูด ๆ ต่อกันมา ต้องมีคนรักษาการถึงจะเปึนกฎหมายได้โดยสมบูรณ์ ส่วนเวลา เขียนกฎหมายท่านจะไปพิมพ์ว่าตรงนี้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. เท่าไรเปึนอีกเรื่องหนึ่ง แต่ความเห็นของผม ถ้าเปึนกฎหมายต้องมีผู้รักษาการ ตามพระราชบัญญัตินี้ ถามว่าพระราชบัญญัตินี้ที่ไปแก้ไขฉบับเดิม ถามว่าเปึนกฎหมาย หรือไม่ ถ้าเปึนกฎหมายผมตอบว่าเปึนกฎหมายเพราะผ่านขั้นตอนทั้งหมด เพราะฉะนั้น เมื่อเปึนกฎหมายต้องมีผู้รักษาการสิ จะไปเหมาเอาว่าฉบับเดิมตั้งแต่ป้ก่อน ๆ ออกมา มีผู้รักษาการแล้ว เวลาเขียนกฎหมายฉบับนี้ไม่ต้องมี เขียนไว้นี่เสียหายอะไร ผิดหลัก อะไรต้องว่ามาชัด ๆ นะ จะบอกว่าคนนั้นพูดต่อมา คนนี้พูดต่อมาผมไม่เชื่อนะ เขาไม่ให้ เชื่อโดยคนพูดต่อ ๆ กันมานะ มีหลักอะไรที่อธิบายได้มากกว่านี้ ถ้าไม่มีหลักอธิบาย มากกว่านี้ต้องคงไว้ ต้องมีผู้รักษาการครับ ขอบคุณครับ
ช่วยชี้แจงครับ ท่านรัฐมนตรี ท่านถวิลชี้แจงหน่อยสิครับ หรือใครจะชี้แจง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม พีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตตอบกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่มีความสงสัยอยู่นะครับ ทางคณะกรรมาธิการขอยืนยันตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอ มาครับ ด้วยความเคารพครับ
ยืนยัน ยืนยันต้องมี เหตุผลที่ยืนยันอย่างไรครับ มันเปึนกฎหมายเดิมมีผู้รักษาการแล้วหรืออย่างไรครับ ต้องชี้ให้มันชัดครับ
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม ครับ
เชิญครับ
ผมถามว่า เดิมการออกกฎหมาย แก้ไขเพิ่มเติมมีเขียน ผู้รักษาการ ท่านเป่ดย้อนกลับไปดูอีก ๑๐ ป้ เขามี แล้วต่อมา อาจจะมีบ้างไม่มีบ้าง ผมนี่มีความเห็นว่าต้องมีถ้าเปึนกฎหมาย แล้วคนชี้แจงนั้นอ้างอะไร อ้างหลักอะไร ความคิดของใครเปึนคนคิดครั้งแรกว่าไม่มีก็ได้ แล้วมีหลักอะไรสนับสนุน ผมต้องการทราบ
คุณจุมพฏ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่กระผมเองก็เปึนผู้หนึ่งที่ได้ลงชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ร่วมกับ ท่านพีระเพชร ศิริกุล ผมเซ็นชื่อเสนอด้วย ในมาตรา ๔ นั้น คือให้กําหนดผู้รักษาการ หรือผู้ใช้อํานาจตามกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายทุกฉบับต้องมี ผู้รักษาการหรือผู้ใช้อํานาจตามกฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ก็เปึนกฎหมาย ท่านลบมาตรา ๔ ออกไปนี้กระผมเห็นว่าไม่ชอบ ถ้าเราจะดู ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งอยู่ ในระเบียบวาระก็ยังได้บัญญัติไว้นะครับ ท่านลองดูในแฟัมที่เสนอในห้องประชุม นะครับ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยคณะรัฐมนตรี และมาตรา ๖ ก็ยังบอกว่าให้นายกรัฐมนตรีเปึนผู้รักษาการ ฉะนั้นการตัด ผู้รักษาการ ตามกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมเทศบาลนี้ ผมเห็นว่าไม่ชอบครับ ผมขอสนับสนุนความคิดเห็นของท่านขจิตร ชัยนิคม ครับ ขอบคุณครับ
กรรมาธิการมีอะไรชี้แจง ไหม เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ถวิล ไพรสณฑ์ กรรมาธิการขอชี้แจงอย่างนี้ครับว่า กฎหมายฉบับนี้มีผู้รักษาการชัดเจนแล้ว นะครับ ทีนี้เมื่อเราแก้ไขเพิ่มเติมขึ้น ในการเขียนช่วงหลัง ๆ ทางคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็ชี้แจงว่า ไม่จําเปึนต้องเขียนอีกแล้ว เปึนเรื่องคณะกรรมการกฤษฎีกา เพราะฉะนั้น ทางคณะกรรมาธิการก็เห็นว่าการร่างกฎหมายนั้น คณะกรรมการกฤษฎีกาเปึนที่ปรึกษา ของรัฐบาลในการร่างกฎหมาย เราก็เชื่อแล้วก็เราคิดว่าไม่จําเปึนต้องเขียนเอาไว้ครับ
คือหมายความว่า ตัวร่าง พระราชบัญญัติเดิมมันมีผู้รักษาการอยู่แล้ว อันนี้ฉบับแก้ไข ตัวผู้รักษาการก็ยังอยู่ ในกฎหมายเดิมครับ ก็ตอบให้ชัด เขาจะได้สบายใจครับ เชิญครับ คุณจุมพฏ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสกลนคร ในฐานะผู้ร่างกฎหมายนะครับ ผมขอยืนยันเหตุผลว่า กฎหมายทุกฉบับต้องมีผู้รักษาการ คือผู้ใช้อํานาจตามกฎหมาย นะครับ นี่คือหลักนะครับ ถ้าอย่างนั้นร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะนายกรัฐมนตรีนี่ที่อยู่ ในแฟัมนี่ครับท่านประธานครับ ก็ไม่ควรจะมีใช่ไหมครับ มาตรา ๖ ที่บอกว่า ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติกระทรวง ทบวง กรม ก็มีผู้รักษาการอยู่แล้วนะครับ ก่อนแก้ไขเพิ่มเติม ฉะนั้นหลักการร่างกฎหมายทั้งหมดนี้ ก็ผิดหมดใช่ไหมครับ หรืออย่างไรครับ
ก็เมื่อมีความเห็นสองฝ์าย นะครับ คือคณะกรรมาธิการยังยืนยันใช่ไหมครับ เมื่อยืนยัน ทางคุณขจิตร ทางคุณจุมพฏ ยังยืนยัน
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม ผมพูดด้วยเหตุผลว่า ถ้าคําอธิบายต่อผู้ร่างกฎหมาย เพียงแต่ว่ามีตัวแทนหน่วยงานมา บอกว่า ระยะหลังนี้ไม่ต้องเขียนก็ได้ โดยไม่ได้ถามเหตุผลว่าสมควรหรือไม่สมควร โดยความเห็นผม กฎหมายฉบับแก้ไขคือกฎหมายคนละฉบับ ถ้าไม่มีฉบับนี้ ข้อความ ที่เปึนวาระติดต่อกันบังคับไม่ได้ คนรักษาการตามฉบับนั้นก็ตามฉบับนั้น ถ้าฉบับนี้บอกว่า ให้ดํารงวาระติดต่อกันได้ ไม่มีผู้รักษาการ นี่คือเหตุผลของผม แต่ทีนี้ท่านบอกว่า ท่านได้ ฟังมาโดยไม่ต้องอธิบายเหตุผล ถ้ามีเหตุผลมาอธิบายผมยอมรับได้ ท่านต้องใช้เหตุ ใช้ผลนะครับ ไม่ใช่ว่าท่านเปึนกรรมาธิการท่านจะมายืนตามเดิมโดยไม่รู้เหตุผล เขาเล่าว่า เขาบอกมาว่า ระยะหลังนี้ไม่เขียนก็ได้ ท่านก็ไม่เขียนเลย ไม่ใช่นะครับ ท่านต้องให้คงไว้ สิครับ ถ้าท่านอธิบายไม่ได้ ท่านอธิบายไม่ได้แล้วใครบอกท่านมา มือที่อยู่ข้างหลังท่าน หรืออย่างไร หรือเจ้าหน้าที่ ถ้าเจ้าหน้าที่เขาเปึนคนกําหนดหลักเกณฑ์ใช่ไหม ถ้าบอกว่า ระยะหลังมานี้มีคณะกรรมการกฤษฎีกาหรืออะไรที่เกี่ยวกับกฎหมายนี้มีมติกันว่า ไม่ให้มี ผมยอมรับได้ครับ แต่ถ้าอยู่ ๆ บอกว่าระยะหลังนี้กฎหมายไม่เขียน แต่ก่อนนี้เขียน ท่านจุมพฏก็ยืนยันแล้ว ระยะหลังแปลว่า มีกฎหมายอยู่ในแฟัมนี้ก็มี ไม่ได้นะครับ ถ้าบอกว่าให้โหวตเอาเสียงข้างมากไป อย่าทํานะครับ ทําเสียหายนะครับ ต้องฟังเหตุ ฟังผลครับ ขอบคุณครับ
ท่านกรรมาธิการครับ เอาอย่างไรครับ ท่านยังยืนยันหรือครับ เมื่อยืนยันก็ต้องมีมติ เชิญ
กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัด นครพนม ท่านประธานครับ รูปแบบและแบบฟอร์มของการจัดทําร่างพระราชบัญญัติ ควรออกเปึนมาตรฐานเดียวกันนะครับ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกฎกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอในวาระถัดไป ก็มีผู้รักษาการกําหนดไว้ชัดเจนคือ นายกรัฐมนตรี แต่อีกฉบับหนึ่งกลับไม่มีทั้งที่เปึนการแก้ไขเหมือนกัน ฉะนั้นมาตรฐาน ของสภาเราคืออะไร อย่างนี้ใช้ไม่ได้ครับท่านประธานครับ ผมคิดว่าเราควรที่จะทําให้เปึน มาตรฐานเดียวกัน และที่คุณจุมพฏได้เสนอมาต่อท่านประธานนั้น ผมคิดว่าเปึนเรื่อง ที่ถูกต้องแล้ว เพื่อนสมาชิกทั้งท่านขจิตรที่เสนอมาผมก็คิดว่าเปึนสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ไม่เห็น จะเสียหายอะไรที่เราจะกําหนดลงไปให้ชัดเจน ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน
เชิญครับท่านผุสดี
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์นะคะ อยากจะ ขออนุญาตแบ่งปันตรงนี้ได้ไหมคะ กราบเรียนท่านประธานว่า แม้ว่ามันดูเหมือนกับ จะไม่มีความคงเส้นคงวา แต่ดิฉันคิดว่าในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ขออนุญาตคิดกันด้วยตรรกะตามปกติดีไหมคะ ก็คือการแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับใด เท่าที่เราเห็นอยู่เวลานี้ก็เปึนเรื่องการแก้ไขเฉพาะบางมาตรา ซึ่งก็หมายความว่ามันไป ทดแทน เอาไปแทนที่ของฉบับเดิมที่มีอยู่ และในเมื่อมันมีอยู่แล้วว่าใครเปึนผู้รักษาการ พระราชบัญญัติฉบับนั้น เพราะฉะนั้นในการแก้ไขถ้าคิดด้วยตรรกะธรรมดานะคะ ก็ไม่น่า จําเปึนจะต้องมีอีก เพราะมันไม่ใช่การแก้ไขที่สาระตรงนี้ หากเราจะช่วยกันคิดแล้วก็ บอกว่าต่อไปนี้ถ้าเปึนการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ และในเมื่อพระราชบัญญัติเดิม มีเขียนระบุอยู่แล้วชัดเจน ก็ไม่ต้องใส่อีกต่อไป ถ้าเผื่อคิดกันเพียงเท่านี้ง่าย ๆ เท่านี้ ก็จะ ได้ช่วยทําให้การอภิปรายนั้นเดินไปข้างหน้า ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ จะเอา อย่างไรดีล่ะครับ คือเวลาเราไปแก้ไปเพิ่มเติมในตัวร่างพระราชบัญญัติ ถ้ามันมีข้อความ อยู่แล้วก็คงจะเพิ่มเติมอีกไม่ได้ ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ ตัวพระราชบัญญัติเดิมนี่ครับเขียนใน มาตราอะไรครับ ท่านถวิลครับ ที่ให้ผู้รักษาการมีอยู่ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ถวิล ไพรสณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการ มาตราเดิมเขียนไว้ในกฎหมายร่างพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการ ตามพระราชบัญญัตินี้ และมีอํานาจออกกฎกระทรวงหรือระเบียบข้อบังคับเพื่อปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้ ทีนี้ในประเด็นที่ท่าน ส.ส. ได้กรุณาให้เหตุผลว่า แม้แต่ในร่าง กฎหมายฉบับใหม่ซึ่งรัฐบาลเสนอมาก็ยังได้ระบุถึงผู้รักษาการเอาไว้ จริง ๆ แล้วอันนั้น ยังไม่ผ่านกรรมาธิการ กรรมาธิการอาจจะเปลี่ยนก็ได้ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขออนุญาตนิดนะครับ เนื่องจากว่ามีท่าน อบต. จากรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ๙๐ ท่าน มาเยี่ยมชมสภาของเรา สภายินดีต้อนรับด้วยความยินดีทุกท่านนะครับ มีท่านใดที่จะให้เหตุผลเพิ่มเติมมีไหมครับ ตอนนี้มันชัดแล้วครับว่ากฎหมายเดิม อันนี้แก้ กฎหมายเดิมก็เข้าใจคณะกรรมการ กฤษฎีกาคงจะคิดถึงประเด็นปัญหาว่ามีผู้รักษาการอยู่ในมาตรา ๗๐ กว่านี่ที่ได้ เรียนชี้แจงเมื่อสักครู่นี้ คุณขจิตรเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม พรรคเพื่อไทย จังหวัดมหาสารคาม ผมก็ทราบนะท่านประธาน ผมก็ทราบว่า ฉบับเดิมมีผู้รักษาการ ผมอ่านมาแล้ว แต่ฉบับนี้ผมเรียนท่านด้วยเหตุด้วยผลว่ามันคือกฎหมายใช่ไหม ถ้าฉบับเดิมเขาก็ รักษาการตามฉบับเดิมไป อย่ามาคิดง่าย ๆ ว่าฉบับนี้แล้วไปสวมใส่ฉบับเก่า มันคิดง่าย ๆ อย่างนั้นไม่ได้นะครับ คือต้องคิดด้วยเหตุด้วยผล ผมถามว่าถ้าเขียนว่า รักษาการ ไว้นี่ มันเสียหายอะไร เพราะว่าไม่มีเหตุผลมาอธิบาย ผมมีเหตุผลนะครับ ผมมีเหตุผลบอกว่า พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมนี้เปึนกฎหมาย มีกระบวนการออกเปึนกฎหมายฉบับหนึ่ง เมื่อมีฐานะเปึนกฎหมายจะต้องมีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าไม่มีคําอธิบาย ที่เชื่อถือได้มากกว่าคําอธิบายของผม เช่น ออกมาประนีประนอมว่าก็ให้คิดตามหลัก ตรรกะว่ามันจะไปสวมใส่มาตราเดิมก็จบ มันไม่ใช่ครับ มันจะต้องเปึนกฎหมายฉบับหนึ่ง โดยฐานะ เพราะฉะนั้นผมยังยืนยันว่าความเห็นผมเหมือนเดิมครับ แล้วก็ท่านจะลงมติว่า ให้เปึนตามเสียงข้างมาก ผมก็จะใช้กระบวนการที่มันมีอยู่ว่าไม่ชอบ เพราะว่าสิ่งที่มี ความเห็นมีเหตุมีผลแล้วจะมาแพ้แค่มือนี่ไม่ใช่ละครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญครับท่าน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชํานิ ศักดิเศรษฐ์ กระผมคิดว่าสิ่งที่คณะกรรมาธิการได้ไปตัดออก เปึนการกระทําที่ชอบด้วย เหตุผล คําอภิปรายของเพื่อนสมาชิกที่ไม่เห็นด้วยกับการตัดออก ไปอธิบายว่าสิ่งนี้ เปึนกฎหมายหรือไม่ เปึนกระบวนการดําเนินการตามแบบของกฎหมายหรือไม่ ใช่ครับ เปึนกฎหมาย แต่สิ่งที่เราเถียงกันขณะนี้ก็คือว่า มันเปึนแบบกฎหมายที่จะเขียนหรือ ไม่เขียน ปัญหาเหตุผลอยู่ตรงนี้ครับ ทําไมถึงต้องเขียน คําอธิบายก็คือว่า เพราะเปึน กฎหมายต้องเขียน แล้วถามว่าทําไมถึงไม่ต้องเขียน คําอธิบายก็คือว่า กฎหมายฉบับนี้ มีผู้รักษาการอยู่แล้ว ทําไมจึงต้องเขียนลงไปอีก นี่จึงเปึนเหตุผลของการอธิบายว่า ไม่ต้องเขียน เพราะมีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้อยู่แล้ว แต่ถ้าท่านต้องการให้สิ่งที่ แก้ไขใหม่นี้เปลี่ยนเปึนผู้รักษาการคนอื่น เช่น สมมุติว่าให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมเปึนผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ อย่างนี้สิครับต้องเขียน เพราะกฎหมายเดิม เขาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเปึนผู้เขียน เพราะฉะนั้นข้อถกเถียงกันวันนี้ เปึนเรื่องเล็กมาก และเปึนแบบแผน และทําเสียให้ถูก ที่คณะกรรมาธิการได้ทําไปแล้วนี้ ถูกต้องแล้ว ผมเห็นว่าคณะกรรมาธิการได้ตัดสินใจถูกต้อง ผมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ถ้าสมาชิกมีความเห็นแตกต่างท่านประธานไม่มีวันทําอย่างอื่นละครับ ต้องโหวตนะครับ
มันก็มีความจําเปึน ผมอยากจะให้ประนีประนอมกัน
ท่านประธานครับ
มีอะไรคุณจุมพฏ เชิญ
ท่านประธานครับ ผม จุมพฏ บุญใหญ่ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสกลนคร ขอบันทึกไว้ในที่ประชุมนะครับ ผมมีเหตุผลอย่างนี้นะครับ พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ก็คือกฎหมายฉบับหนึ่ง กฎหมายทุกฉบับ ท่านประธานครับ ต้องมีผู้รักษาการคือผู้ใช้อํานาจตามกฎหมายนั้น ร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชัดเจนว่าเปึนกฎหมาย คนละฉบับครับ ดูที่ชื่อของกฎหมายสิครับท่านประธานครับ กฎหมายทุกฉบับเขาจะขึ้นด้วย ชื่อของกฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติกฎหมายฉบับนี้ก็เปึนชื่ออีกชื่อหนึ่ง คนละชื่อกันกับ กฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉะนั้นกฎหมายที่ไปแก้ไขกฎหมายเดิมก็ต้องมีผู้รักษาการ นี่คือเหตุผลที่ผมแสดง ท่านประธานครับ ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยครับ กฎหมายใดไม่มีผู้รักษาการ ตามกฎหมาย กฎหมายนั้นจะไปบังคับอย่างไรครับ นี่เปึนเรื่องใหญ่นะครับท่านประธาน ถ้าท่านบอกว่าตามที่ท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงว่าร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยนายกรัฐมนตรีนั้น กรรมาธิการอาจจะแก้ไข ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นในชั้นรับหลักการ หลักการที่จะให้นายกรัฐมนตรีรักษาการ ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เราก็รับหลักการไม่ได้นะครับ นั่นหมายความว่ากฎหมายปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม จะเข้าสู่การพิจารณาไม่ได้ ถ้าเราไม่รับหลักการ ผมขอพูดเพื่อบันทึกไว้ในสภาครับ ขอบคุณครับ
ก็บันทึกไว้เปึนหลักฐาน เชิญ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม สุรจิตร ยนต์ตระกูล จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ผมกราบเรียนว่า พระราชบัญญัติของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเปึนของเทศบาล อบจ. (องค์การบริหารส่วนจังหวัด) เมืองพัทยาและองค์การบริหารส่วนตําบลนี่นะครับ ผมดูในร่างทั้ง ๔ ฉบับนี้ คณะกรรมาธิการก็ดูเสมือนว่าเห็นชอบที่จะตัดมาตรานี้นะครับ ในส่วนของผู้รักษาการตามกฎหมาย ประเด็นคงอยู่ที่ว่าพระราชบัญญัติเหล่านี้มีการใช้ บังคับมานานแล้วนะครับ แล้วก็มีการแก้ไขมาหลายฉบับที่ผ่านมานี่ผมอาจจะเปึน ส.ส. ใหม่ ไม่แน่ใจว่าที่ผ่านมานี้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหลายๆ ฉบับในส่วนของผู้รักษาการ ตามกฎหมายนี้ได้มีการบัญญัติไว้หรือไม่นะครับ แต่ว่าถ้าวันนี้เรากําลังจะผ่าน พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งมันก็จะต้องล้อไปหมดนะครับ ท้องถิ่น อีก ๓ องค์กรนะครับ พัทยา อบจ. และ อบต. ถ้าตัดก็ต้องตัดเหมือนกัน ประเด็นนี้ ความเห็นของคณะกรรมาธิการนี่นะครับผมเคารพว่า ท่านคิดว่ากฎหมายใหญ่มันมี อยู่แล้ว อันนี้เปึนการแก้ไขเพียงบางมาตรา ซึ่งก็มีเหตุผลนะครับ แต่ว่าที่ผ่านมานี่มันแก้ไข ไปหลายครั้งแล้ว และประพฤติปฏิบัติเช่นนี้มาโดยตลอดใช่หรือไม่นะครับ หรือว่าจะเปึน การกําหนดวิธีการออกกฎหมายซึ่งเปึนพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งต่อไปจะถือว่า มีผู้รักษาการตามกฎหมายไปแล้วก็ไม่ต้องบัญญัติไว้อีก ถ้าอย่างนั้นก็จะเปึนบรรทัดฐาน ใหม่ในการออกกฎหมาย ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้เกิดความเสียหายอะไรนะครับ เพียงแต่มั่นใจว่า มีผู้รักษาการตามกฎหมาย ไม่ใช่เปึนสาระสําคัญจริง ๆ แต่ว่าวันนี้สาระสําคัญคงอยู่ที่ เนื้อหาที่เราต้องการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. เทศบาล แล้วก็ท้องถิ่นอีก ๒-๓ องค์กร เพื่อให้ ยกเลิกการดํารงอยู่เกิน ๒ วาระนี้นะครับ ยกเลิกตามมาตรานี้ไป เนื้อหาสาระอยู่ที่นั่น ซึ่งผมคิดว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดนี้ส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยนะครับ เพียงแต่ วันนี้ปัญหาก็คงจะถกกันว่ามาตรฐานในการออกกฎหมายจะเอาอย่างไร ก็ขออนุญาต ฝากท่านกรรมาธิการ ถ้าเปึนอย่างนี้พระราชบัญญัติอื่น ๆ ก็คงจะต้องยึดถือปฏิบัติ ไปอย่างนี้ตลอดนะครับ แต่ว่าถ้ายังไม่มีบรรทัดฐานที่ผ่านมานี้เคยบัญญัติไว้ตลอดว่า ต้องมีผู้รักษาการนี่นะครับ ท่านจะกรุณาเพื่อให้บรรยากาศสภาแห่งนี้เปึนไปด้วย ความเรียบร้อยนี่นะครับก็ขอเพิ่มมาตรานี้เข้าไปได้ไหมถ้าในเมื่อสาระสําคัญก็ไม่ได้ เปลี่ยนแปลงอะไร ขออนุญาตหารือท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญคุณนคร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ คือด้วยความเคารพต่อความเห็นของคณะกรรมาธิการนะครับ เหตุผลที่เพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติจากซีกของฝ์ายค้านได้นําเสนอก็เปึนเหตุผลที่น่ารับฟัง เพราะว่ากฎหมาย ฉบับนี้กระทบต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเปึนอย่างยิ่ง แล้วก็การเปลี่ยนหลักการ ให้การเลือกนายกหรือว่าผู้บริหารเกินกว่า ๒ วาระ ถือว่าเปึนหลักการที่สําคัญ แต่การที่ เสนอร่างพระราชบัญญัติเปึนในชั้นวาระหนึ่งหรือในวาระรับหลักการนี่นะครับ มีมาตรา ๔ อยู่ แต่ว่าพอมีมาตรา ๔ ก็คือบทบัญญัติเดิมก่อนที่กรรมาธิการจะตัดออก ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งในความเห็น ของผมวันนี้จะแสดงความเห็นโดยอิสระนะครับว่า ถ้าหากจะคงไว้ก็จะไม่มีปัญหา เพราะจะไปทับกับหลักการเดิมที่ยังคงอยู่ในร่างพระราชบัญญัติเดิม ก็ไม่ได้มีปัญหา ต่อการวินิจฉัยหรือตีความในแง่มุมของกฎหมาย แต่ถ้าเกิดว่าทางคณะกรรมาธิการ ได้ตัดออกทั้งมาตรา เราก็จะมีปัญหาที่จะแตกออกเปึน ๒ ความเห็น
ความเห็นที่ ๑ ก็คือชอบด้วยกฎหมายแล้วเพราะว่าร่างเดิมนั้นมีอยู่แล้ว คือกฎหมายเดิมนั้นมีอยู่แล้ว ในเมื่อกฎหมายเดิมมีอยู่แล้วการตัดออกมาตรา ๔ โดยที่ว่า ตัดผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี่นะครับก็ชอบ เพราะว่ากลับไปใช้บทบัญญัติของ ร่างพระราชบัญญัติ หรือว่าไม่ใช่ร่างนะครับ ตัวพระราชบัญญัติเดิมที่ยังคงบังคับใช้อยู่ เพราะอันนี้เราแก้ไข แค่เพียงบางส่วน
แต่อีกส่วนหนึ่งก็บอกว่า ถ้าเกิดว่าไปตัดมาตรานี้ออก การรับหลักการ ในวาระหนึ่งก็ไม่ชอบ เพราะยกขึ้นมาแก้ในส่วนของกฎหมายเดิม ก็เท่ากับว่าไม่มี ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับต่าง ๆ ที่จะตามมาด้วย รวมทั้งพระราชบัญญัติ เทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้ด้วย
เพราะฉะนั้นผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าเปึนหลักใหญ่ ก็อยากจะขอคําชี้แจงอย่างชัดเจนจากคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะคณะกรรมการ กฤษฎีกาซึ่งเปึนส่วนหนึ่งที่เปึนผู้ยกร่างขึ้นมาว่าท่านมีหลักการ มีเหตุผลอย่างไร ทําไมถึงตัด และถ้าเกิดว่าตัดไปแล้วจะก่อให้เกิดปัญหาดังที่ผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานหรือไม่ และสุดท้ายก็คือว่าจะนําไปสู่การตีความของกฎหมายฉบับนี้ว่ามีผู้รักษาการตาม พระราชบัญญัติหรือไม่ เพราะฉะนั้นก็อยากจะขอคําชัดเจนจากการชี้แจงของกรรมาธิการ หรือคณะกรรมการกฤษฎีกาด้วยก่อนที่จะลงมตินะครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านกรรมาธิการครับ ยังยืนยันหรือว่าจะอย่างไร ผมว่าคณะกรรมาธิการต้องเด็ดขาดแล้วครับ เพราะว่าจะไปโยงกับ พระราชบัญญัติอื่นอีกเปึนพรวนเลยครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ถือว่าเปึนร่างพระราชบัญญัติฉบับที่ทําขึ้นใหม่ ก็เหมือนกฎหมายอีกฉบับหนึ่งครับ และกฎหมายหลาย ๆ ฉบับที่ร่างขึ้นใหม่ขอให้ ท่านประธานสภาฝากถึงคณะกรรมาธิการด้วยว่า กฎหมายไม่ว่าจะท้องถิ่นหรือว่า กฎหมายฉบับใหญ่ ๆ ก็ตาม ถ้ามีการร่างกฎหมายขึ้นใหม่ก็ถือเปึนอีกฉบับหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมขอความกรุณาท่านประธานว่าไปดูกฎหมายฉบับอื่นก็ได้ ก็ต้องเขียนไว้ว่า ใครรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ครับ ไปดูได้เลยทุกฉบับครับ หรือมีความจําเปึน มันต้องลบออกครับ หรือว่าถ้ามีมาตรานี้แล้วกฎหมายนี้มันไม่สมบูรณ์หรืออย่างไร ผมกราบเรียนถามท่านกรรมาธิการหลายท่านที่อยู่ที่นี่ว่า จําเปึนหรืออย่างไรถึงต้องลบออก ถ้ามีแล้วมันใช้ไม่ได้หรืออย่างไรครับ อันนี้ขอฝากเรียนถามท่านประธานว่า ผมอยากให้ ย้อนไปดูกฎหมายอีกหลายฉบับ ต้องมีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติครับ ถือว่าเปึน กฎหมายอีกฉบับหนึ่งครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ เชิญครับ คุณพีระเพชร
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม พีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้เหตุผลหลักการมา ทางคณะกรรมาธิการได้ร่วม ปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า เมื่อไม่เกิดความเสียหายก็ยินดีที่จะให้มาตรา ๔ คงไว้เหมือนเดิม แต่ต้องมาต่อเปึนมาตรา ๖ เพราะมาตรา ๕ เลื่อนขึ้นมา
อันนั้นเขาเรียงเองนะครับ
ทางคณะกรรมาธิการไม่ขัดข้องครับ
ก็ถือว่าจบมาตรา ๔ นะครับ คณะกรรมาธิการยอมท่านแล้วนะครับท่านขจิตร มีอะไรอีกครับ เชิญครับ กรรมาธิการเขาให้ร่างเดิมอยู่แล้ว
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย พอกรรมาธิการตอบอย่างนี้ ผมมีคําถามครับ ถ้าท่านยอมผมก็ไม่ว่าละครับ เพียงแต่ว่าผมมีคําถาม ร่างกฎหมาย ฉบับนี้เปึนแก้ไขเพิ่มเติม แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉะนั้นถ้าท่านเอามาตรา ๔ ไปคงไว้มาตรา ๖ นะครับ เวลาไปพิมพ์นะครับ ร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมไม่รู้ว่าแก้มากี่ครั้งแล้วนะครับ สมมุติว่าแก้มา ๑๐ ครั้ง (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๕๒ มาตรา ๑ ไล่ไปครับ มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเปึนผู้รักษาการตามกฎหมายฉบับนี้ ไล่ไปอีกครับ มาตรา ๗๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามกฎหมายฉบับนี้ หรือครับ ทําอย่างนั้นหรือครับ ทําไมไม่ตอบสมาชิกอย่างนั้นละครับท่านประธานครับ ประธานคณะกรรมาธิการตอบสมาชิกอย่างนั้นมันก็จบไปแล้ว จริงอยู่ครับนี่เปึนกฎหมาย เปึนร่างเพิ่มเติม เมื่อเปึนกฎหมายแล้วก็ไปพิมพ์ในกฎหมายฉบับใหญ่ไว้ทั้งหมด ก็มีผู้รักษาการอยู่มาตราเดียวนะครับ จะไปเขียนทําไมตั้ง ๔-๕ มาตรา
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ
เชิญครับ
ผมกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ความเห็นของคุณหมอชลน่านมีเหตุผล นะครับ เพื่อนสมาชิกดูในแฟัมที่อยู่ข้างหน้าเพื่อนสมาชิกได้เลยครับจะมีร่าง พระราชบัญญัติอย่างน้อย ๒ ร่างพระราชบัญญัติ ก็คือร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ผมหยิบยกขึ้นมาเพื่อกราบเรียนท่านประธานว่า ทั้งสองที่อยู่ในแฟัมหน้าเพื่อนสมาชิกที่เคารพเปึนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งตัวพระราชบัญญัติเดิมมีผู้รับผิดชอบ ผู้รักษาการอยู่แล้ว จึงไม่มีการเขียนผู้รักษาการ มาอีกใน ๒ ฉบับ คือประมวลกฎหมายอาญาร่างแก้ไขเพิ่มเติมและประมวลกฎหมาย รัษฎากร (แก้ไขเพิ่มเติม) ผมเห็นว่าความเห็นของกรรมาธิการแต่เดิมนะครับ ชอบด้วยหลัก เหตุผล หลักนิติธรรมแล้วนะครับ ก็ถ้าเขียนเข้าไปมันจะลักลั่นอย่างที่คุณชลน่านว่า ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ผมคิดว่าการที่ตัดออกถูกต้องแล้วครับท่านประธานครับ
คือตัดออกหรือคงไว้ เมื่อสักครู่นี้ประธานคณะกรรมาธิการท่านให้คงไว้ มันก็กลายเปึน ๒ ประเด็นอีกนะครับ แต่เวลาไปเขียนในตัวกฎหมายเขาก็ต้องเอาเนื้อหาสาระนะครับ มันจะซ้ําซ้อนกันไม่ได้ ครับ เชิญหมอวรงค์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก กระผม ขออนุญาตเรียนผ่านไปยังท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าขณะนี้สิ่งที่เราถกเถียงกันนั้น ไม่ใช่เรื่องสาระของหลักการและเหตุผล กระผมถือว่าที่ประชุมเรายอมรับหลักการและ เหตุผลร่วมกัน แต่สิ่งที่ประชุมเรากําลังถกเถียงกันนั้นคือเรื่องของนิติวิธี ดังนั้นเรื่องของ นิติวิธีเปึนเรื่องของจารีตที่จะต้องปฏิบัติ กระผมคิดว่าเราจะใช้เสียงข้างมากมาตกลง ร่วมกันว่า ข้อ ๔ ตามที่ท่านกรรมาธิการบอกว่า จะอยู่ หรือ ไม่อยู่ นั้นไม่ได้ เราต้องถือว่า วิธีการที่ถูกต้องทางกฎหมายนั้นเปึนอย่างไร กระผมคิดว่าถ้าคณะกรรมการกฤษฎีกา ออกมายืนยันว่านี่คือหลักของนิติวิธีว่าการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นไม่จําเปึนจะต้องมีผู้รักษาการ เพราะถือว่า ในฉบับเต็มมีผู้รักษาการอยู่แล้วจบเลยครับ ทุกอย่างก็จบไป แต่วันนี้กระผม ไม่แน่ใจว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ดูแลกฎหมายฉบับนี้ได้ชี้แจงอยู่หรือเปล่าครับ ถ้ามาก็ชี้แจงชัด ๆ ครับ เพราะว่ามันใช้เสียงข้างมากไม่ได้ เพราะเราต้องการยืนยัน หลักการที่ถูกต้อง ถ้าหลักการที่ถูกต้องในการแก้ไขเพิ่มเติมไม่จําเปึนต้องมีผู้รักษาการ เนื่องจากว่าฉบับเดิมนั้นมีผู้รักษาการอยู่แล้วเราจะได้ปฏิบัติหลักการเช่นนี้เหมือนกัน ทุกฉบับครับ จะได้ชัดเจนครับ ขอบคุณครับ
คุณจุมพฏ พอเข้าใจแล้วนะ
ท่านประธานครับ ผมขออีกสุดท้ายครับ ไม่ได้พูดนานแล้วครับ ไม่ไว้วางใจก็ไม่ได้พูด ท่านประธานครับ
มัวแต่ไม่สบาย ไม่ได้พูดเลย
ไม่สบายเข้าใจครับ พระราชบัญญัติ กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ ท่านประธานที่เคารพ แรกทีเดียวก็ต้องมีผู้รักษาการ นั่นถูกต้องนะครับ ทีนี้มาดูพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๙ นี่คือกฎหมายที่ไปแก้ไขเพิ่มเติม แต่เรียกชื่อต่างกัน กฎหมายคนละฉบับ อันนี้เหตุผลซ้ํานะครับ มาดูอันนี้ใช้บังคับแล้วนะครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ให้ไว้ ณ วันที่ ๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๙ เปึนป้ที่ ๖๑ ในรัชกาลปัจจุบัน มาตราสุดท้ายครับ คือมาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นี่แสดงว่า ได้ปฏิบัติกันมาอย่างนี้ครับ แล้วท่านมีเหตุผลอะไรที่จะบอกว่าไม่ต้องมีผู้รักษาการ เพราะกระผมยืนยันว่าผู้รักษาการตามกฎหมายนั้นเปึนหลักหัวใจสําคัญ เพราะว่าเปึน ผู้บังคับใช้กฎหมาย ท่านประธานครับ ไม่มีไม่ได้ครับ เมื่อกฎหมายคนละฉบับมันต้องมีครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
คือคณะกรรมาธิการ ท่านให้คงไว้แล้วนะครับ ไม่ต้องซ้ําซากอีกละครับ ก็เปึนอันว่า คุณชัยวัฒน์มีอะไรอีกหรือครับ ผมว่าพอแล้ว พอสมควร
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมก็เลยสงสัยกลับไปท่านประธาน คือเมื่อสักครู่ผมก็หมดความสงสัยแล้วท่านประธาน เพราะผมเองเห็นชอบเพราะว่าจะได้ไม่เขียนไว้ซ้ํา ทีนี้ปัญหามันก็มีอยู่ในมาตรา ๒ อันนี้ครับ กลับไปนะท่านประธานดูนะครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจาก วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปึนต้นไป ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องเขียนอีกเหมือนกันสิ ก็ไม่ต้องเขียนเหมือนกันตรงนี้ เพราะว่ามันมี อยู่แล้ว อันนั้นบังคับใช้มาแล้ว อันนี้แก้ไข มันก็มีผลบังคับใช้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมันก็ไม่ต้อง เพราะว่าอันนี้มันก็ไม่บังคับแล้ว อย่างนั้นหรือเปล่าท่านประธาน
คือระเบียบครับ ก็ต้องไป ตามครรลองของระเบียบครับ ก็ถือว่ามาตรานี้ไม่ติดใจแล้วนะครับ ก็ถือว่าคงไว้ตามร่างเดิม เชิญเลขาธิการต่อครับ
มาตรา ๕ ซึ่งจะเปลี่ยนมาเปึนมาตรา ๔ นะครับ แก้ไขมาตรา ๔๘ ปัญจทศ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ครับ
เชิญผู้แปรญัตติครับ ก็คุณไพจิตครับ เชิญครับ ต้องดูก่อนสิครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นไว้ในการเพิ่มเติมในมาตรา ๕ ท่านประธานครับ ความจริงโดยสาระ ทั้งหมดในมาตรา ๕ ก็คือ เรื่องของผู้รักษาการที่ทําหน้าที่นายกเทศมนตรี เทศบาลเมือง เทศบาลตําบลก็ดี ขออนุญาตกรรมาธิการท่านที่ปรึกษา ท่านถวิล ไพรสณฑ์ เปึนคนเสนอ ความเห็นไว้เพื่อต้องการที่จะทําให้การทําหน้าที่ของนายกเทศมนตรีรักษาการ ซึ่งก็คือ ปลัดเทศบาลนั่นเอง ให้มีขอบจํากัดในการที่จะทําหน้าที่เพียงชั่วคราวเพื่อรอ นายกเทศมนตรีคนใหม่นะครับ ผมเห็นด้วยตามวิธีการที่จะให้มีบทบาทแค่ไหน อย่างไร ตาม (๗) (๘) (๘) ในวรรคสอง ในระหว่างที่ไม่มีนายกเทศมนตรี ให้ปลัดเทศบาลปฏิบัติ หน้าที่นายกเทศมนตรีเท่าที่จําเปึน จนถึงวันประกาศผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ทั้งนี้ การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวต้องไม่กระทําการอันมีผลทําให้มีการอนุมัติงานหรือ โครงการใหม่ หรือมีผลการสร้างความผูกพันต่อผู้บริหารเทศบาลชุดใหม่ หรือไม่เปึนการ โอนงบประมาณ การเปลี่ยนแปลงงาน หรือโครงการที่ได้รับความเห็นชอบจาก สภาเทศบาลมาแล้ว ผมไม่เห็นด้วยที่ท่านใส่คําว่า เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจาก ผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านประธานครับ ผมมีเหตุผลที่ต้องสงวนความเห็นอันนี้ไว้ว่า ผมต้องการให้เทศบาลบริหารโดยตัวแทนของประชาชนโดยแท้จริง เหมือนท่านประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญที่ท่านเปึนนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองขอนแก่นมา เปึนตัวแทนของประชาชน แต่ขณะเดียวกันที่ว่างเว้นต้องเลือกตั้งภายใน ๔๕ วัน กฎหมายก็เขียนให้ปลัดเทศบาลทําหน้าที่นายกเทศมนตรี ตัวปลัดนี่สําคัญนะครับ ท่านประธานครับ เปึนนายกเทศมนตรีตัวจริงน้อย ๆ เลยนะครับ ภาษาทางการบริหารนี่ ถ้าถูกปลัดเทศบาลที่มีคุณธรรมทําตามภาระหน้าที่จริง ๆ ไม่เปึนไรครับ แต่ว่าถ้าถูก ปลัดเทศบาลที่จะต้องถ่ายโอนอํานาจระหว่างช่องว่าง คนเก่านี่นะครับ นายกเทศมนตรี คนเก่าต้องแข่งขันกับนายกเทศมนตรีใหม่นะครับ นายกเทศมนตรีเก่าแข่งกับ นายกเทศมนตรีใหม่ เพราะเราแก้แล้วว่าเขาสามารถเปึนได้ เปึนได้ เปึนได้นะครับ มันจะ ไม่เปึนธรรมสําหรับคนใหม่ ผมมองเห็นว่านายกเทศมนตรีคนใหม่ ๆ ที่อาจจะเปึนคนที่ ดาวรุ่งดวงใหม่ในวงการเมืองจะขึ้นมา ผมเกรงว่าในการดําเนินงานรักษาการของ ท่านนายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาลนี่นะครับ จะให้คุณให้โทษ แน่นอนส่วนใหญ่ก็จะให้คุณ กับนายกเทศมนตรีเก่า เรื่องของงบประมาณนี่เปึนภาระเลยนะครับท่านประธานครับ นี่ยังดีนะครับที่บอกว่า ต้องเลือกตั้งแล้ว ๓๐ วัน กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) รับรอง เมื่อก่อน ๓ เดือน ปลัดเทศบาลก็รักษาการไปเรื่อย ก็ทําเปึนนายกเทศมนตรี น้อยไปเลยนะครับ กว่านายกเทศมนตรีจริงจะมานี่เงินหมดแล้ว ผมถึงบอกว่าตรงนี้ควรที่จะรักษากรอบจํากัดอํานาจของท่านนายกเทศมนตรีรักษาการ เพียงเท่าที่จําเปึน แต่ว่าเมื่อไปติ่งบอกว่า ต้องได้รับ เว้นแต่ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ผู้ว่าราชการจังหวัด นี่ก็เปึนช่องว่างที่จะทําให้เกิดการ เขาเรียกว่า ท้องถิ่นเทศบาลนี่ นะครับ ก็ผู้ว่าราชการจังหวัดนั่นแหละเปึนประธาน ก็รู้เห็นทํางานร่วมกันกับ นายกเทศมนตรีเก่า เวลานายกเทศมนตรีรักษาการจะทําอะไรนี่ก็ไม่ได้มีบารมี เพราะนายกเทศมนตรีรักษาการ แต่มีบารมีเพราะนายกเทศมนตรีเก่า เพราะฉะนั้น ก็จะทําให้การยักย้ายถ่ายโอนงบประมาณเปึนคุณกับนายกเทศมนตรีเก่า ตัดโอกาสของ คนใหม่ ๆ ที่เขาจะสู้เข้ามาในวงการเมือง ท่านประธานครับ ไม่ควรที่จะเป่ดช่องนี้ไว้ แม้แต่การโอนงบประมาณที่เปึนอํานาจของนายกเทศมนตรีนี่นะครับ มันสารพัดสารเพ นะครับ ผ่านเทศบัญญัติจากสภาเทศบาลไปแล้ว แต่ว่าอํานาจในการที่จะบริหาร งบประมาณโดยฝ์ายบริหารเองนี่ ก็เป่ดโอกาสให้นายกเทศมนตรีรักษาการทําได้ทุกกรณี ถ้าเราเขียนล็อกอย่างนี้แล้วได้ไปเป่ดช่องว่า ต้องขอความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัด มันก็ทํานองเดียวกันเหมือนไม่ได้เขียนไว้ ก็จะเป่ดโอกาสให้ต้องไปขอความเห็นชอบ จากผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดก็เอาเข้า ก. เทศบาล ผมได้บอกแล้วว่า มันสามารถที่จะแต่งเติมให้คุณให้โทษ แล้วเมื่อให้โอกาสได้เปึนนายกเทศมนตรี โดยไม่ต้องติดข้อจํากัด ๒ สมัย แต่ว่าควรที่จะเป่ดช่องนี้ให้มีการแข่งขันเสีย คนใหม่ ๆ จะได้เข้ามาอย่างเปึนธรรม ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวผมถึงบอกว่า ไม่ต้องติ่ง เข้ามาว่า เว้นแต่ เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งในแง่งบประมาณ ในแง่ของบุคลากร การเป่ดกรอบ การโอนคนโน้นคนนี้ ยุ่งไปหมดนะครับถ้าเป่ดไว้ ผมไม่อยากให้มี เพราะเวลามันจํากัดครับท่านประธานครับ เลือกตั้ง ๔๕ วัน ประกาศ ภายใน ๓๐ วัน แล้วเวลาเหล่านี้คอยได้ไหม คอยนายกเทศมนตรีตัวจริงเขา จะทําอะไร ก็ทําเสียก่อนนายกเทศมนตรีเก่าจะสิ้นสุดไป แต่ว่าอย่ามาสืบทอดตรงนี้ เพื่อที่จะเปึนคน บริหารงบประมาณทําอะไรทั้งหลายให้เกิดคุณ มันจะไม่เปึนธรรมต่อการเลือกตั้ง ต่อการสร้างสรรค์คนใหม่ของกระบวนการประชาธิปไตย ผมเลยขอเสนอความเห็นอันนี้ไว้ นะครับ ในร่างของทั้ง ๔ ฉบับ ทํานองเดียวกันครับท่านประธานครับ ผมเห็นว่าตัวปลัด รักษาการจะเปึนตัวที่มีอิทธิพลมีบทบาทต่อการเลือกตั้งในขณะที่มีการแข่งขัน แต่ไม่เปึนธรรม ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ ต่อไปคุณวิทยา คุณชลน่าน คุณขจิตร คุณสถาพร ๔ ท่าน ตามลําดับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิทยา ทรงคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในมาตรา ๕ ผมอยากจะเรียนถามคณะกรรมาธิการ แล้วอยากจะได้คําตอบ ด้วยนะครับ ไม่ได้ติดใจในเรื่องของการเขียน ย่อหน้าเกือบสุดท้าย รองสุดท้ายที่ว่า ในระหว่างที่ไม่มีนายกเทศมนตรี ให้ปลัดเทศบาลปฏิบัติหน้าที่ของนายกเทศมนตรี เท่าที่จําเปึน เท่าที่จําเปึนมันขนาดไหน ท่านก็ขยายไว้สุดท้ายบ้าง ที่ผมถามนี่ อย่างปลัดเทศบาลปฏิบัติหน้าที่แทน รับลูกจ้างมาทํางานในเทศบาลจะได้หรือไม่อย่างไร เพราะว่ากรณีอย่างนี้มันเกิดขึ้นที่เทศบาลตําบลแม่ปัีง อําเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เขาถามผมผมก็ตอบไม่ได้นะครับ คณะก่อนหมดวาระปลัดเทศบาลปฏิบัติหน้าที่ โอกาสนี้ ก็ไปรับสมัครเจ้าหน้าที่เข้ามาเปึนลูกจ้างของเทศบาล จะได้เงินไม่ได้เงินเราไม่รู้ ไม่ทราบนะครับ แล้วก็ถ้าทําอย่างนี้ได้ หรือว่าผิดมีบทกําหนดโทษไหม แต่ถ้าในกฎหมาย ก็พอจะสรุปได้ว่า ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผมอยากจะฟังคําตอบจากคณะกรรมาธิการ เผื่อปลัดเทศบาลไปปฏิบัติอย่างนี้เราจะได้เอาเจตนารมณ์ที่กรรมาธิการตอบนี่เอาไป บังคับปลัดเทศบาลอีกทีหนึ่งว่า คุณปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผมอยากจะฟังคําตอบ เรื่องนี้ด้วยนะครับ ขอขอบคุณครับ
เชิญครับชลน่าน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสกระผมอีกครั้งหนึ่ง ในร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วได้เสนอร่างคณะกรรมาธิการต่อ สภาผู้แทนราษฎรของเราให้พิจารณา โดยพิจารณารายมาตรา ท่านประธานครับ ประเด็น ของมาตรา ๕ เปึนร่างบทมาตราที่คณะกรรมาธิการเขียนขึ้นมาใหม่ กระผมต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่าเปึนบทมาตราที่คณะกรรมาธิการเขียนขึ้นมาใหม่ที่นอกเหนือจาก ร่างที่สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการนะครับ ร่างที่สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการไปเราใช้ ร่างของท่านพีระเพชร ศิริกุล นะครับ ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่าน เปึนหลักในการพิจารณา ในหลักการที่รับไปนะครับถ้าท่านประธานจะกรุณาดูในหลักการแก้ไขเพิ่มเติมวาระ การดํารงตําแหน่งนายกเทศมนตรี ขออนุญาตท่านประธานอ่าน โดยไม่จํากัดต้องให้ ดํารงตําแหน่งติดต่อกันเพียงสองวาระ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๘ สัตต แก้ไขเพิ่มเติม มาตราเดียวท่านประธานครับ มันมีเหตุผลประกอบ แต่ในตัวรายงานของคณะกรรมาธิการ มีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๘ ปัญจทศ ถ้ากระผมอ่านผิดก็ต้องขออภัยครับ มาตรา ๔๘ ปัญจทศ ว่าด้วยการพ้นตําแหน่งของนายกเทศมนตรี ซึ่งในหลักการเดิมที่เรารับไป ในร่างหลักไม่มี ท่านประธานครับ เปึนคําถามกระผมว่าลักษณะการตรากฎหมายด้วย นิติวิธีอย่างนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและข้อบังคับหรือไม่ ท่านประธานครับ ถ้าสมมุติว่า ท่านประธานบอกว่า ไม่ได้แก้ไขในหลักการแห่งร่างที่รับไป กระผมก็จะมีคําถามว่า แล้วร่างที่ท่านเขียนมาในมาตรา ๕ ท่านใช้บทบัญญัติ หรือใช้ข้อบังคับ หรือใช้อํานาจ แห่งกฎหมายใดที่ไม่เขียนเข้าใส่ตรงนี้ในหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ เพราะว่ากระผม ได้ตรวจสอบในข้อบังคับการประชุม (ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑) ท่านประธานครับ ในข้อ ๑๑๔ กับข้อ ๑๑๗ เขียนไว้ชัดเจนครับ ข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ป้ ๒๕๕๑ ข้อ ๑๑๔ กระผมขออนุญาตนะครับท่านประธาน ที่จะอ่านให้ท่านประธานได้เห็นว่าข้อบังคับเราเขียนไว้เช่นไร ข้อ ๑๑๔ วรรคสอง ท่านประธานครับ เพื่อประโยชน์แก่การวินิจฉัยดังกล่าวในวรรคหนึ่ง วรรคหนึ่งคือ เรื่องรับหลักการหรือไม่รับหลักการครับ สภาจะให้คณะกรรมาธิการพิจารณาก่อนรับ หลักการก็ได้ ทั้งนี้ ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันแล้วแต่สภามีมติ
ในวรรคสาม ท่านประธานครับ ในกรณีที่สภามีมติให้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการทํานองเดียวกัน กระผมเขียนเส้นใต้ท่านประธานครับ ทํานองเดียวกันหลายฉบับรวมกันเหมือนร่างที่รับไป มีเพื่อนสมาชิกเสนอไป ๔ ร่างนะครับ ร่างที่ ๕ ตกไปไปในชั้นของการรับหลักการ สภาจะลงมติรับหลักการหรือไม่รับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติแต่ละฉบับ หรือทั้งหมดรวมกันก็ได้ คือแยกรับก็ได้ครับ แต่วันนั้น เราบอกว่ารับรวม ทั้ง ๆ ที่กระผมเองก็ท้วงติงนะครับว่าร่างของท่านถวิล ต้องขออภัย นะครับ มีหลักการที่แตกต่างออกไป มีหลักการที่คล้ายกันบางหลักการ แต่มีหลักการ ที่แตกต่างกันออกไป ร่างของท่านนิยม ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน นั่นแตกต่างอย่างชัดเจน สภาไม่รับ กระผมได้ท้วงไว้นะครับ สภาจะลงมติรับหลักการหรือไม่รับหลักการ หรือรับทั้งหมดรวมกันก็ได้ แต่เมื่อสภาได้มีมติรับหลักการแล้วให้สภาลงมติว่า จะให้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับใดเปึนหลักในการพิจารณาในวาระสอง ก็คือในชั้นกรรมาธิการ ต้องพิจารณาโดยมีร่างหลัก วันนั้นสภาเรามีมติให้ร่างของท่านพีระเพชร ศิริกุล เปึนร่างหลัก ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เมื่อสักครู่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้แถลงต่อสภาครับ ว่าร่างของท่านพีระเพชร ศิริกุล เปึนร่างหลัก
ท่านประธานครับ ในข้อ ๑๑๗ คณะกรรมาธิการอาจเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ หรือตัดทอนหรือแก้ไขมาตราเดิมได้ แต่ต้องไม่ขัดกับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัตินั้น ท่านประธานครับ เปึนเรื่องที่กระผมต้องถามท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ ถ้าเพิ่มมาใหม่ถือว่าท่านใช้อํานาจคณะกรรมาธิการไปแก้ไขโดยผิดข้อบังคับใช่หรือไม่ ถ้าเปึนอย่างนั้นกระผมไม่เห็นด้วย และปัญหาที่เพิ่มมาใหม่ก็มีหลากหลาย อย่างเช่น ท่านไพจิต ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอภิปรายเมื่อสักครู่ การเขียนคุณสมบัติการหมดวาระการดํารงตําแหน่งของ นายกเทศมนตรี และก็ให้ปลัดเทศบาลมารักษาการ โดยหลักการกฎหมายฉบับนี้ ผมสนับสนุนนะครับ ก็อยากให้ผ่านไปที่วุฒิสภาพิจารณาให้แล้วเสร็จเลย แต่ผมไม่เห็นด้วย กับการเพิ่มในกระบวนการนิติวิธีที่จะเปึนสิ่งที่ถ้าท่านประธานและสภาแห่งนี้ยอมให้ทํา อย่างนี้นะครับท่านประธาน มันจะมีกฎหมายอีกหลายฉบับมากที่ตามมาเปึนพรวนครับ โดยเฉพาะในช่วงการเปลี่ยนผ่านของรัฐบาลที่ระหว่างเสียงข้างมากกับเสียงข้างน้อย จริงอยู่ครับการตรากฎหมาย ร่างหลักส่วนใหญ่เราจะใช้ร่างของคณะรัฐมนตรีเปึนหลัก ในการพิจารณา แต่กฎหมายฉบับนี้ คณะรัฐมนตรีไม่ได้เสนอครับ มีแต่ร่างของสมาชิก เพราะฉะนั้นเสียงของสมาชิกอาจจะมีความแตกต่างไป แต่อย่างไรก็แล้วแต่ครับระบบ รัฐสภาอาศัยเสียงข้างมาก ถ้าร่างหลักเปึนร่างคณะรัฐมนตรีนะครับ ต่อให้ คณะกรรมาธิการไปเพิ่ม มาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ นะครับ ผมท้าให้ สภาแห่งนี้ ไม่เห็นชอบละครับ เพราะคณะรัฐมนตรีเปึนผู้คุมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ตามระบบของรัฐสภา ต่อให้ท่านมีหลักการ มีวิธีการที่เขียนดีอย่างไรก็ไม่ผ่านสภา ไม่ผ่านเสียงข้างมาก นั่นเปึนหลักของพวกเราอยู่แล้ว ฉะนั้นผมเลยถามท่านประธานว่า ถ้าท่านปล่อยอย่างนี้นะครับ ถ้ายอมให้สภาแห่งนี้เห็นชอบกับเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ แบบนี้เข้ามา ผมเกรงว่าจะเปึนปัญหาไม่เปึนบรรทัดฐาน เมื่อมีการเปลี่ยนผ่านลักษณะ อย่างนี้ในช่วงคาบเกี่ยวครับอาจจะผ่าน เสียงข้างมากอาจจะเอาด้วย ผมไม่เถียงนะครับ ว่าจะมีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ ประเด็นนั้นตัดทิ้งออกไปได้ เพราะผมเองสนับสนุน กฎหมายฉบับนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ถ้าจะให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านไป ในวาระสอง พิจารณารายมาตรา วาระสามลงมติด้วย ผมเข้าใจว่าสมาชิกหลายท่าน มีข้อกังวลและมีข้ออึดอัดพอสมควร เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเรียกร้องท่านประธานก็คือว่า ขอให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการช่วยพิจารณาหน่อยไหมครับ สิ่งที่ท่านเพิ่มเติมมา ยกออกเสียครับ ยกออกไปเสีย แล้วคงเฉพาะสิ่งที่เปึนหลักการ ที่ท่านแก้ไขมาไว้เท่านั้นเอง ไม่ได้เสียหายเลยครับ ท่านก็ไม่ต้องไปหลีกเลี่ยงในการแก้ไข หลักการแล้วไปเขียนบ่ม เขียนซ่อนไว้ในข้อสังเกต ผมไม่แน่ใจว่านี่เปึน แทคติค (Tactic : กลยุทธ์) วิธีการการทํากฎหมายของสภาแห่งนี้หรือไม่ แก้ไขหลักการเขาชัด ๆ ครับ แต่ไปเขียนซ่อนไว้ในข้อสังเกต แล้วก็มาใช้ข้อบังคับ ข้อ ๙๗ มาห้ามพวกสมาชิกไม่ให้ อภิปราย นี่หรือครับสภานิติบัญญัติไทยครับ ผมถามท่านประธานด้วยความเคารพ เลยครับ เพราะฉะนั้นด้วยความปรารถนาดีกับท่านกรรมาธิการนะครับ ความปรารถนาดี กับกฎหมายฉบับนี้ และผู้ที่รองรับผลประโยชน์อยู่ ผมเคารพท่านถวิล ไพรสณฑ์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ เพราะว่าท่านเขียนมาหลายเรื่องแล้วดีมาก ท่านประธานครับ เพื่อให้มันผ่านนะครับ ผมขอกลับไปร่างเดิมของท่านพีระเพชร ศิริกุล แล้วตัดหลักการ ที่เพิ่มเติมออกมา ไม่ต้องไปเขียนข้อสังเกตอย่างนี้ครับ นี่มัดปากพี่น้องประชาชนเลยครับ มัดปากตัวแทนพี่น้องประชาชนไม่ให้พูด แล้วให้ลงมติเลยว่าจะรับข้อสังเกตหรือไม่ เสียงข้างมากรับ ถ้าสมมุติเขาเอาด้วย ผมไม่เห็นด้วยครับท่านประธาน ผมขอเรียกร้อง ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกผมคงจะมีข้ออภิปรายที่แตกต่างมากยิ่งกว่านี้ ผมเห็นด้วยกับ ร่างเดิมนะครับ แต่ขอปรับแก้ในมาตรา ๕ ที่ท่านเพิ่มเข้ามา แล้วกลับไปร่างเดิมแล้วยินดี จะให้ผ่านครับ กราบขอบพระคุณครับ
ผมห่วงกฎหมาย ๔ ฉบับ จะไม่ผ่านในวันนี้นะครับ เพราะฉบับเดียวก็กินเวลาชั่วโมงสองชั่วโมง เชิญคุณบรรพตครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีประเด็นที่จะอภิปรายในมาตรา ๕ นี้ใน ๒ ประเด็นด้วยกันนะครับ
ประเด็นที่ ๑ คือในเรื่องของการห้ามผู้ที่รักษาการนายกเทศมนตรีไม่ให้ กระทําการใด ๆ ตามที่ระบุไว้ ที่เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้พูดไปแล้วและกรรมาธิการ ก็ได้พูดไปแล้วนะครับ ผมติดใจว่าทําไมไม่รวมถึงเรื่องการแต่งตั้ง โยกย้ายด้วย เพราะว่า ถ้าไม่เขียนไว้ ผมก็คิดว่าปลัดเทศบาลซึ่งทําหน้าที่รักษาการนายกเทศมนตรีก็จะมีอํานาจ ในการแต่งตั้งโยกย้ายได้ และปัญหาอาจจะเกิดขึ้นอย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านหนึ่งยกขึ้นมานะครับ
ประเด็นที่ ๒ ประเด็นควรจะตัดออกว่า ทั้งนี้ เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบ จากผู้ว่าราชการจังหวัดหรือไม่ ผมคิดว่าประเด็นนี้เปึนข้อถกเถียงนะครับ เพราะว่ามันมี ทั้งบวกทั้งลบตรงนี้นะครับ ในฐานะของผู้ว่าราชการจังหวัดผมคิดว่าก็คือดูแลในภาพรวม ของจังหวัดทั้งหมด แต่ในบทบาทของเทศบาลหรือนายกเทศมนตรีก็คือ ดูแลเฉพาะในเขต รับผิดชอบของเทศบาล เพราะฉะนั้นในบางครั้งบางคราวในเรื่องของแผนงานงบประมาณ รวมทั้งการแต่งตั้งโยกย้ายเจ้าหน้าที่ด้วยก็อาจจะมีผลกระทบในวงกว้าง เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดเปึนลักษณะเช่นนี้ก็น่าจะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ แต่ถ้า เกิดว่าไม่ได้เปึนเช่นนั้น ก็น่าจะไม่ต้องไปเกี่ยวข้องกับผู้ว่าราชการจังหวัด อันนี้ผม ให้ความเห็นเปึนกลาง ๆ นะครับ
ทีนี้ขอย้อนไปสักนิดครับ ผมจะไม่ใช้เวลาของสภามากนะครับ ย้อนไปอย่า ถือว่าเปึนการฟุ๋นฝอยหาตะเข็บเลยครับ คือเปึนสมาชิกใหม่ครับ คือไม่เข้าใจจริง ๆ ในมาตรา ๓ ที่ว่าให้นายกเทศมนตรีดํารงตําแหน่งโดยไม่มีวาระ ผมคิดว่ามันขัด โดยหลักการบริหารบุคคล บริหารงานโดยทั่ว ๆ ไปโดยสิ้นเชิงนะครับ คือถ้าเปึนอย่างนี้ ผมคิดว่าเราก็อาจจะได้นายกเทศมนตรีที่ก็ทํางานอยู่ในกรอบความคิดเดิมนะครับ ถ้าไม่มีการพัฒนาอะไรก็ไม่มีการพัฒนาอย่างนั้นตลอดไป ไม่มีการแข่งขันกัน ไม่มี ความคิดใหม่ ๆ เข้ามาผมเปึนคนที่เกิดที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาครับ เรามีปัญหาเรื่องของ อุทยานแห่งชาติมรดกโลกพระนครศรีอยุธยา ซึ่งขณะนี้ก็กําลังจะถูกเตือนจากยูเนสโก (UNESCO : องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ) แล้วว่า อาจจะถูกถอดออกไปจากการเปึนมรดกโลก เพราะว่าไม่มีการดูแลรักษาให้เปึนไปตาม เกณฑ์ของยูเนสโกเขา ผมไม่ได้กล่าวหาท่านนายกเทศมนตรีที่จังหวัดนี้นะครับ แต่ว่ามัน เปึนเรื่องที่ว่าถ้าเราได้ผู้นําที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงวิสัยทัศน์ออกจากกรอบเดิมที่ตัวเอง มีอยู่นี่นะครับ มันก็พัฒนาอะไรยาก ถึงแม้ปัญหานี้จะเปึนปัญหาที่เกี่ยวข้องกับทาง อบจ. เกี่ยวข้องกับผู้ว่าราชการจังหวัด และเกี่ยวข้องกับส่วนราชการบางส่วนของกระทรวง วัฒนธรรมก็ตามนะครับ แต่ผมคิดว่าถ้าผู้บริหารหน่วยงานเหล่านี้ก็ยังมีความคิดเดิม ยังไม่ได้ออกไปจากกรอบ ผมคิดว่าท้องถิ่นก็คงจะพัฒนายาก เพราะฉะนั้นผมก็เลยคิดว่า ไม่เข้าใจจริง ๆ นะครับว่า ทําไมต้องให้ดํารงตําแหน่งโดยไม่มีวาระ อย่างน้อยที่สุด ถ้า ๒ วาระไม่พอ ๓ วาระได้ไหม ๔ วาระได้ไหม คือคงไม่ใช่ว่าดํารงตําแหน่งตลอดไปนะครับ อันนี้ผมคิดว่ามันขัดกับหลักการบริหารโดยสิ้นเชิงครับ จะขอคําตอบจากท่านกรรมาธิการ ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
คุณขจิตร ชัยนิคม เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ต่อข้อกังวล ของท่านประธาน ผมมีข้อเสนออย่างนี้ครับ กฎหมายทั้ง ๔–๕ ฉบับ จะผ่านภายใน ๓๐ นาที ถ้าเอาตามร่างเดิมหมด แต่ว่าท่านกรรมาธิการไปเขียนในสิ่งที่ไม่มีอํานาจ ผมบอกเลยนะครับมาตรา ๕ ท่านเขียนไม่ได้ ท่านประธานอยากผ่านเร็วใช่ไหมครับ ผมก็เห็นด้วยครับให้มันผ่านเร็ว นายกเทศมนตรีอะไรเขาก็รออยู่ แต่ว่าให้กรรมาธิการพัก ๑๐ นาที แล้วไปตัดออกหมด ที่ขยันโดยไม่ถูกกฎหมายให้ตัดออกหมด จบเลยครับ ผมจะพูดให้ฟังครับ มาตรา ๕ เขียนไม่ได้ครับ กรรมาธิการเขียนไม่ได้ สภานี้ไม่ได้อนุมัติ หลักการไป สภานี้หลักการบอกว่า ให้แก้ไขเพิ่มเติมวาระการดํารงตําแหน่งของ นายกเทศมนตรี โดยไม่จํากัดให้ต้องดํารงตําแหน่งติดต่อเพียงสองวาระ (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๔๘ สัตต) หลักการมีแค่นี้นะครับ ท่านจะบอกว่าผมไปตั้งข้อสังเกตแล้วให้เลยไปถึง มันไม่ได้นะครับ ไปตั้งข้อสังเกตเอา แล้วก็กลับมาเขียนเปึนมาตราเปึนเรื่องเปึนราว ไม่เคยมีในสภานี้ครับ ไม่ได้นะครับ โดยหลักกฎหมายไม่ว่ารัฐธรรมนูญอะไรไปหาดู ข้อบังคับทําไม่ได้ ถ้าทําได้ รัฐบาลทํากฎหมายไม่ได้นะครับ ถ้าปล่อยให้ทําอย่างนี้ ผมจะ พูดให้ฟังครับ โดยหลักการแล้ว วาระที่ผ่านไปนี่สภาเขาอนุมัติหลักการ การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย เขาต้องเขียนเปึนข้อ ๆ เขียนเปึนมาตรา ๆ อันนี้หลักการเราอนุมัติไปให้สภาใหญ่บอกให้ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๔๘ สัตต ท่านก็ทําได้เท่านี้ครับ ท่านจะคิดเปึนข้อสังเกตได้ครับ แต่ท่านจะมาเพิ่มเปึนมาตรา ๕ นี่ไม่ได้ อย่างไรก็ไม่ได้ โดยหลักกฎหมายทําไม่ได้ก็ผิดแล้ว เพราะฉะนั้นต้องตัดออกหมดครับ มาตรา ๕ ทุกฉบับเลยเราจะได้จบเร็ว ๆ มันจะผ่านไปได้ ถ้ายังมาเขียนแบบนี้ผ่านไม่ได้ละครับ นี่โดยหลักกฎหมาย แล้วโดยประเพณี โดยทํามา ไม่มีครับ ท่านบอกว่าเอาของท่านพีระเพชร ศิริกุล เปึนหลัก ท่านพีระเพชร ศิริกุล ไม่มีครับ ไม่มีเกินกว่านี้ มีเท่านี้ครับ กรรมาธิการไปทําเกินที่สภาอนุมัติไป ถ้ากรรมาธิการไปทํา หลักการใหม่ได้ รัฐบาลออกกฎหมายไม่ได้ครับ ผมยกตัวอย่างนะครับ เวลาท่าน ออกกฎหมายก็จะมีสมาชิกสภายื่นกฎหมายเข้ามาประกบหลายฉบับมีความแตกต่างกัน ท่านบอกว่าใช้ของคณะรัฐมนตรีเปึนหลักใช่ไหมครับโดยปกติ แล้วถ้าท่านไปเขียนเพิ่ม ของใครที่เปึน ส.ส. เปึนอะไรเสนอเข้ามาประกบกันแล้วท่านเอามาเขียนหมดได้หรือครับ ได้หรือครับ รัฐบาลเปึนคนรับผิดชอบต่อการออกกฎหมายว่ามันจะเกิดผลอะไรขึ้นมา มันเชิงบริหารเปึนอย่างไร เราอนุมัติให้ท่านไปเพิ่มเฉพาะเรื่องวาระ เราไม่อนุมัติให้ท่าน ไปเขียนเรื่องการพ้นตําแหน่ง วิธีการพ้นตําแหน่งท่านไปเขียนอะไรมากมายเลยนี่ทั้ง ๔ ฉบับนี่ แล้วเขายินดีหรือ นายกเทศมนตรีทั้งหลายยินดีหรือกับการที่จะพ้นตําแหน่ง โดยวิธีที่ท่านกําหนดมาในกฎหมาย ๔ ฉบับนี้ ผมอยากให้กฎหมายนี้ผ่านโดยเร็ว โดยเร็ว เห็นด้วยในหลักการแล้วไม่น่าจะมีอะไร เพราะฉะนั้นกรรมาธิการต้องไปตัดออกหมด ที่ท่านเพิ่มขึ้นนี่ท่านทําไม่ได้ ท่านทําไม่ได้โดยหลักกฎหมาย นี่ประการที่ ๑ ท่านทําไม่ได้ โดยหลักของสภาแห่งนี้ สภาใหญ่แห่งนี้ไม่ได้อนุมัติให้ท่านไปเพิ่มหลักการ ท่านทําไม่ได้ เพราะถ้าท่านทําได้วันนี้มันจะเปึนบรรทัดฐาน ต่อไปคณะรัฐมนตรีเสนอกฎหมาย โดยหลักการอะไร ใครมีข้อแตกต่างจะเพิ่มแก้มาตราโน้นมาตรานี้ สัก ๔-๕ มาตราก็ได้ ใช่ไหมครับ ถ้ากรรมาธิการเห็น มันไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดครับ ผิดครับ ผิด เสนอนี่ผิด กรรมาธิการผิด ผมพูดชัด ๆ ผมไม่ได้ฟังความเห็นท่านนะครับ ผมบอกท่านเลยท่านทําเกินอํานาจที่สภาให้ไป ท่านไม่มีอํานาจที่จะมาเขียน มาตรา ๕ ถอนออกไปทุกอัน แล้วก็จบภายใน ๓๐ นาทีนี้ ๔-๕ ฉบับครับ ขอบคุณครับ
เดี๋ยวครับ ไปตามสัดส่วน ครับ ท่านยกทีหลังเขาครับ ต่อไปคุณสถาพร เสร็จแล้วคุณวรงค์นะครับ ไปตามลําดับครับ อย่าลัดคิวครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ที่สนับสนุนท่านขจิตร ชัยนิคม ขอประทานโทษ ที่ต้องเอ่ยนาม เนื่องจากคิดว่าการร่างกฎหมายนั้นจะต้องมีหลัก ถ้าเราไม่มีหลักแล้ว นะครับ
เอาเนื้อ ๆ นะครับ มันจะได้ เร็วขึ้นครับ
กฎหมายฉบับนี้มันก็จะผิดหลักการ ผมไม่อยากจะให้ปรัชญากฎหมายที่ว่า ชนชั้นใดย่อมเขียนกฎหมายให้กับคนชนชั้นนั้น ผมเชื่อว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านไปก็แสดงว่าผมต้องตั้งคําถามกับกรรมาธิการว่า กรรมาธิการส่วนใหญ่ไม่มีความหลากหลาย เพราะว่ากรรมาธิการส่วนใหญ่นั้นจะผูกขาด เฉพาะนายกเทศมนตรีที่ดํารงตําแหน่ง ณ ปัจจุบันนี้ และเขียนกฎหมายฉบับนี้เพื่อปัองกัน ตัวเองในการที่จะดํารงตําแหน่งหลายยุคหลายสมัย ไม่ว่าการซ่อนในเรื่องของมาตรา ๕ ถ้าสมมุติท่านไม่ถอนออกนี่นะครับกับประเด็นที่ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด สมมุติ ผู้ว่าราชการจังหวัดฮั้วกับรักษาการนายกเทศมนตรี คือ ปลัดเทศมนตรี แล้วดําเนินการ กลไกนะครับ เทศบาลเมือง เทศบาลตําบลมันนิดเดียวไม่กี่ตารางกิโลเมตร ถ้า ๒ ท่านนี้ จับมือกันท่านนายกเทศมนตรีที่พ้นตําแหน่งแล้วลงแข่งขันนี่ชนะเลยครับ เพราะทั้งหมด ทั้งมวลนี้ท่านได้วางแผนไว้เตรียมพร้อมหมด เพราะฉะนั้นคนใหม่ คนหนุ่ม คนสาว ที่จะเข้ามานั้นยากลําบากมาก ซึ่งตรงนี้นั้นผมอยากจะเห็นด้วยกับท่านขจิตร ชัยนิคม ที่อยากจะให้ถอนออกไปก่อนในกรรมาธิการ แล้วมาพิจารณากันใหม่แล้วจะได้รวดเร็วขึ้น กว่าเดิมครับ ผมนําเรียนท่านประธานครับ
ขอบคุณ หมอวรงค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตเรียนกับท่านประธานสภาให้เพื่อนสมาชิก ได้รับทราบถึงในขั้นตอนของเราที่เรารับหลักการของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ของร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ ไม่ใช่เปึนการรับหลักการของ คุณพีระเพชร ศิริกุล ฉบับเดียว เปึนการรับหลักการของเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ฉบับ รวมทั้งของท่านถวิล ไพรสณฑ์ ด้วย และผมอยากจะแจงประเด็นให้เห็นว่า ในช่วงขั้นตอน ของการรับหลักการนั้น โดยเฉพาะประเด็นหลัก ๆ จะเหมือนกันเป็ะเลย คือหลักการว่า ด้วยการเพิ่มเติมวาระของนายกเทศมนตรี ถ้าหลักการตรงนี้ของสมาชิกแต่ละฉบับมีแค่นี้ ทุกอย่างก็จบครับ ก็เปึนการพิจารณาเพิ่มเติมวาระของนายกเทศมนตรี แต่บังเอิญ ในวันนั้นตอนที่เรารับหลักการของท่านถวิล ไพรสณฑ์ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ มีการเพิ่มเติมวาระว่าด้วยการพ้นจากตําแหน่งด้วย ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ พวกเราก็ได้รับหลักการของท่านถวิล ไพรสณฑ์ เท่ากับว่าหลักการของท่านถวิล ไพรสณฑ์ ที่มากกว่าของเพื่อนสมาชิกก็คือการพ้นจากตําแหน่งของท่านถวิล ไพรสณฑ์ ที่มากกว่าหลักการทั่ว ๆ ไปเพิ่มมาอีก ๑ อัน สภาผู้แทนราษฎรเขาก็รับประเด็นนี้ไปด้วย และวันนั้นสภาผู้แทนราษฎรของเราก็บอกว่าเปึนการรับหลักการแต่ละฉบับเหมือนกัน แล้วก็ให้เปึนการพิจารณาร่วมกัน ดังนั้นเมื่อเปึนการให้สิทธิในการพิจารณาร่วมกัน ก็เท่ากับว่าเรากําหนดให้ร่างของเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งเปึนร่างหลัก แต่บังเอิญร่างหลักนั้น เปึนการพิจารณาเฉพาะการเพิ่มเติมวาระดํารงตําแหน่ง แต่ในเมื่อหลังจากพิจารณา ร่างหลักเสร็จแล้ว ในเมื่อร่างของท่านถวิล ไพรสณฑ์ ได้รับการรับหลักการเช่นกัน ประเด็นการพ้นจากตําแหน่งก็ควรจะมีสิทธิได้รับการพิจารณาเช่นกัน เพราะว่าสภาเรา รับหลักการมาแล้ว มิฉะนั้นผมเกรงว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราจะเปึนการจํากัดสิทธิ ส.ส. ด้วยกันเองในการเสนอกฎหมาย ผมอยากจะเตือนเพื่อน ๆ สมาชิกในการจํากัดสิทธิ นะครับ เราอย่าลืมว่าร่างที่จะเข้าสู่สภาส่วนใหญ่จะเปึนร่างของรัฐบาล นอกจากเปึน ร่างของรัฐบาลแล้ว สภาก็มักจะเอาร่างรัฐบาลเปึนหลัก มันจะเปึนการจํากัดสิทธิสมาชิก ของเราที่ ๒๐ คนเสนอกฎหมายได้ ถ้าเสนอกฎหมายที่มีหลักการมากกว่าร่างของรัฐบาล ปุ็บ เราจะถูกตัดสิทธิทันที แม้สภาจะรับหลักการไปแล้ว ผมยกตัวอย่างให้เห็นคร่าว ๆ ว่า วันนี้เราจะสร้างบ้านหลังหนึ่ง เราพิจารณาแล้วมีร้านอยู่ ๓ ร้าน คือ ร้าน ก ร้าน ข และ ร้าน ค เปึนร้านขายวัสดุ เราตกลงร่วมกันว่าเราจะเอาทั้ง ๓ ร้านนี้มาซื้อในการสร้างบ้าน หลังนี้ โดยตกลงกันว่าเอาร้าน ก นั้นเปึนหลักนะแล้วก็ที่เหลือร้าน ข กับร้าน ค เปึนร้าน ประกอบ ปรากฏว่าสินค้าบางอย่างร้าน ก ไม่มี เราก็ควรจะมีสิทธิเอาร้าน ข มาประกอบ หรือเอาจากร้าน ค มาประกอบ ไม่ใช่ว่าเราเอาร้าน ก เปึนร้านหลัก แต่เราตกลงเอาทั้ง ก ร้าน ข ร้าน ค ถ้าร้าน ก มีแค่ไหนเอาแค่นั้นมันไม่ใช่ครับ ก็เหมือนกันครับ การพิจารณา กฎหมายฉบับนี้ถ้าสภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่วมกันทุกฉบับแล้ว ผมเชื่อว่าถึงร่างอะไร เปึนร่างหลักก็แล้วแต่ แต่ร่างของเพื่อนสมาชิกอันอื่นมีอยู่ เราก็มีสิทธิเอามาพิจารณา เช่นกัน เพราะว่าสภารับหลักการไปแล้ว และผมอยากจะย้ําว่าอยากให้สภาตระหนักถึง ข้อนี้ เนื่องจากว่าขณะนี้มี พ.ร.บ. อยู่หลายฉบับ ผมยกตัวอย่างเช่น พ.ร.บ. บําเหน็จ บํานาญข้าราชการก็จะมีปัญหาคล้าย ๆ อันนี้ ที่มีเพื่อนสมาชิกเสนอร่วมกันประมาณ ๓-๔ ฉบับ และร่างของรัฐบาลเปึนร่างหลักและมีองค์ประกอบที่เพื่อนสมาชิกมีเพิ่ม แต่ร่างรัฐบาลไม่มี และขณะนี้เราก็มีการต่อรองกันว่า ในเมื่อสภารับหลักการแล้ว เราควรจะมีสิทธิในการพิจารณา องค์ประกอบตรงนี้ที่ผมยกตัวอย่างก็จะเหมือนกับ ที่ท่านถวิล ไพรสณฑ์เสนอเข้ามา ที่ร่างหลักมีไว้ ร่างของท่านถวิล ไพรสณฑ์ ก็มี แล้วก็มี องค์ประกอบที่มากกว่า เราจึงควรมีสิทธิที่จะมาพิจารณาเช่นกันครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณชวลิต
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการได้จัดทําเอกสารเสนอให้สภาพิจารณานี้ ถ้าได้ดูเอกสาร ที่คณะกรรมาธิการเสนอมาก็จะบอกว่า แก้ไขเพิ่มเติมวาระการดํารงตําแหน่งของนายกเทศมนตรีโดยไม่จํากัดให้ต้อง ดํารงตําแหน่งติดต่อกันเพียงสองวาระ (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๔๘ สัตต) จะเห็นว่า หลักการมีเพียงเท่านี้ เมื่อเปึนเอกสารที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ มานําเสนอต่อที่ประชุม กลับไปปรากฏว่าเพิ่มหลักการใหม่อีก ๓ ข้อด้วยกัน
ข้อแรกก็คือ เพิ่มในมาตรา ๕ เปึนมาตรา ๔๘ ปัญจทศ วรรคแรก เพิ่มสาระ เหตุของการพ้นจากตําแหน่งของนายกเทศมนตรีระบุไว้ถึง ๘ ประการด้วยกัน
ข้อที่สองก็คือ เพิ่มไว้ในมาตรา ๔๘ วรรคสอง ในระหว่างที่ไม่มี นายกเทศมนตรี ให้ปลัดเทศบาลปฏิบัติหน้าที่แทนเท่าที่จําเปึน
ข้อที่สามที่เพิ่มขึ้นมาก็คือ อํานาจวินิจฉัยความเปึนนายกเทศมนตรีสิ้นสุด ลงหรือไม่ ตรงนี้กําหนดไว้ให้เปึนอํานาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง ๓ หลักการใหม่นี่ ไม่ปรากฏในหลักการที่คณะกรรมาธิการได้นําเสนอเมื่อสักครู่นี้ คณะกรรมาธิการได้เสนอ ในมาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๘ สัตต แห่ง พ.ร.บ. เทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ แก้ไขเพิ่มเติม โดย พ.ร.บ. เทศบาล (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ก็เพิ่มมาตรา ๔๘ สัตต เข้าไปแล้ว ผมก็คิดว่าตรงนี้ครบแล้วครับ แต่สิ่งที่เพิ่มเติมมานี้เปึนการแก้ไขเพิ่มเติม หลักการที่ได้ผ่านสภาไปแล้ว ผมเห็นว่าตรงนี้เปึนการกระทํานอกเหนืออํานาจหน้าที่ของ คณะกรรมาธิการ ควรที่จะรับไปแก้ไขนะครับ แล้วก็สําหรับเรื่องที่เราเห็นพ้องต้องกัน ในวาระแรกที่ผ่านสภามาแล้วก็คือ แก้ไขเพิ่มเติมวาระการดํารงตําแหน่งของ นายกเทศมนตรี ตรงนี้ไม่เปึนการขัดข้องแต่อย่างใด เพราะผ่านสภาในวาระแรกไปแล้ว ขอขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ดูรายงานของคณะกรรมาธิการ วิสามัญนะครับ ปรากฏว่าในวาระรับหลักการ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ของ ๓ ร่างครับ ของท่านภราดร ปริศนานันทกุล กับคณะ ๑ ร่าง กับท่านพีระเพชร ศิริกุล กับคณะ อีก ๑ ร่าง แล้วก็ของท่านถวิล ไพรสณฑ์ กับคณะอีก ๑ ร่าง รวมเปึน ๓ ร่าง ในร่างของ ท่านถวิล ไพรสณฑ์ พูดชัดเจนนะครับ เขียนไว้ชัดเจนในหลักการก็คือ แก้ไขเพิ่มเติม การพ้นตําแหน่งของนายกเทศมนตรี การปฏิบัติหน้าที่ของปลัดเทศบาลในการปฏิบัติ หน้าที่ของนายกเทศมนตรี เมื่อนายกเทศมนตรีพ้นตําแหน่งนะครับ และเหตุผลก็ได้ให้ เหตุผลชัดเจนครับว่า เปึนการปรับปรุงแก้ไขเหตุแห่งการพ้นจากตําแหน่งของ นายกเทศมนตรีและกําหนดขอบเขตการปฏิบัติหน้าที่ของปลัดเทศบาลในการปฏิบัติ หน้าที่ของนายกเทศมนตรีในระหว่างที่ไม่มีนายกเทศมนตรีให้มีความชัดเจนขึ้น อันนี้ คือหลักการและเหตุผลร่างของท่านถวิล ไพรสณฑ์ ซึ่งสภาแห่งนี้ได้ผ่านวาระแรก เมื่อผ่านวาระแรกครับ สภาก็ได้รับทั้ง ๓ ร่างแล้วไปพิจารณาร่วมกัน เพียงแต่เอาของ ท่านพีระเพชร ศิริกุล เปึนหลักนะครับ ต้องกราบเรียนครับว่านี่คือทางออกทางหนึ่งในการ พัฒนากฎหมายครับท่านประธานครับ เพราะว่าปกติแล้วรัฐบาลร่างก็จะต้องยกร่าง สอบถามความเห็นไปคณะกรรมการกฤษฎีกากลับมาเข้าวิปรัฐบาล ใช้เวลานานครับ ในระหว่างนั้น อาจจะเห็นข้อบกพร่อง อาจจะเห็นข้อที่ควรจะปรับปรุงแก้ไข ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็สามารถยกร่างขึ้นมาประกบได้ แล้วก็ทํากันอยู่มากมายครับ เพราะฉะนั้นเมื่อสภาแห่งนี้ได้รับหลักการและเหตุผลของท่านถวิล ไพรสณฑ์ หลักการ และเหตุผลที่ไปปรากฏอยู่จึงไม่ใช่หลักการและเหตุผลที่เปึนการเพิ่มเติมแต่ประการใด ครับท่านประธาน แต่เปึนหลักการและเหตุผลเดิม ซึ่งสภาได้รับหลักการในวาระแรกแล้ว นะครับ เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เปึนการพิจารณาวาระสองและวาระสามเกิดจากหลักการ และเหตุผลในวาระแรกนะครับ เปึนการเพิ่มเติมแต่ประการใดครับท่านประธาน แต่เปึนหลักการและเหตุผลเดิมซึ่งสภา ได้รับหลักการในวาระแรกแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เปึนการพิจารณาวาระสอง และวาระสาม เกินจากหลักการและเหตุผลในวาระแรกนะครับ ครั้นได้ดูเนื้อหาครับ เนื้อหาที่คณะกรรมาธิการได้กรุณาช่วยกันพิจารณาครับ เห็นว่าเปึนเนื้อหาที่ดีครับ กรณีที่ให้ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเทศบาลไม่น้อยกว่าสามในสี่ของผู้มีสิทธิ เห็นว่า นายกเทศมนตรีไม่สมควรอยู่ต่อไปก็ลงเสียงถอดถอน หรือกรณีที่ไม่มีนายกเทศมนตรี ให้ปลัดรักษาการเท่าที่จําเปึนนะครับ หรือมีกรณีสงสัยว่าสภาพความเปึนนายกเทศมนตรี สิ้นสุดลงตาม (๔) หรือ (๕) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอํานาจวินิจฉัยและเปึนที่สุดนะครับ นี่คือการเขียนเพื่อกันปัญหาในอนาคตในการบริหารงานของเทศบาลทั่วประเทศ ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ แห่งนะครับ เพราะฉะนั้นกระผมเห็นว่าเมื่อสภารับหลักการไปตั้งแต่ วาระแรกทั้ง ๓ หลักการแล้วนะครับ และสภาให้รวมพิจารณานะครับว่า หลักการและ เหตุผลของท่านถวิลจึงเปึนหลักการและเหตุผลเดิม ไม่ใช่เพิ่มเติมโดยที่ไม่ได้เขียนไม่ได้ อนุมัติไว้ในวาระแรกแต่ประการใดครับท่านประธานครับ
เชิญคุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธานครับ ในการแก้ไขกฎหมายซึ่งเปึนพระราชบัญญัติเกี่ยวกับ เรื่องการดํารงตําแหน่งวาระของนายกเทศมนตรีนะครับ ซึ่งเปึนฉบับแรกซึ่งอีกหลายฉบับ ซึ่งในทํานองเดียวกันซึ่งเปึน อบต. แล้วก็ อบจ. นะครับ ซึ่งจะพิจารณาในโอกาสวันนี้ นะครับ อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ในมาตรา ๕ ที่เราพูดถึงกันอยู่นี่ครับ ให้การ ดํารงตําแหน่ง ซึ่งเพิ่มเติมมาผมคงจะไม่พูดรายละเอียด เพราะว่าการดํารงตําแหน่ง เพิ่มเติมว่าอยู่ในหลักการหรือไม่หลักการนี่เพื่อนสมาชิกได้พูดกันไปมากแล้ว ผมก็จะมาพูดถึง ในเรื่องของการพ้นนะครับ มาตรา ๔๘ ปัญจทศ นายกเทศมนตรีพ้นจากตําแหน่งเมื่อ ผมติดใจและข้องใจเปึนอย่างยิ่งนะครับ ใน (๗) ต้องคําพิพากษาให้จําคุกแม้คดีนั้น จะยังไม่ถึงที่สุดหรือมีการรอการลงโทษ เว้นแต่เปึนกรณีที่คดียังไม่ถึงที่สุดหรือมีการรอ ลงโทษในความผิดอันได้กระทําโดยประมาทนะครับ ได้กระทําโดยประมาท คือโดยสรุป ก็คือ ถ้าการลงโทษถ้าเปึนความผิดโดยประมาท ถ้ายังรอลงอาญาอยู่มันไม่มีรอลงอาญา นะครับ เพราะว่าถ้ารอลงอาญานี่มันถึงที่สุดแล้ว ใครจะไปในการที่จะไปขอที่จะไปศาลอื่น นะครับ ถ้าสมมุติว่าเปึนศาลชั้นต้นจะไปอุทธรณ์ไปศาลอุทธรณ์ไหม หรือศาลฎีกาไหม ผมเชื่อว่าไม่มี
อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ในเรื่องของความผิดโดยประมาท ถ้าเกิดว่าคดีถึงที่สุด อันนี้หมายความว่า หลุดใช่ไหม คือดํารงตําแหน่งไม่ได้ใช่ไหม ในขณะเดียวกันท่านบอกว่า ท่านมาเขียนไว้ว่า ต้องคําพิพากษาคดีจําคุก วรรคต้นนะครับ ต้องคําพิพากษาจําคุก แม้คดีนั้นยังไม่ถึงที่สุด ก็คือหมายความว่า คดีที่ลงโทษแม้คดียังไม่ถึงที่สุด นายกเทศมนตรีก็ต้องออก แม้เปึนคดีชั้นต้นก็ตามแต่ มันเปึนการจํากัดสิทธิหรือเปล่า เพราะว่าคนจะโดนลงโทษต่อเมื่อได้มีสิทธิในการต่อสู้คดีถึง ๓ ศาล บางคดีก็แล้วแต่ อาจจะ ๒ ศาล แต่ส่วนใหญ่ก็ ๓ ศาล อันนี้ไปกําหนดสิทธิพื้นฐาน เขาไหมที่เขาจะต่อสู้ทางคดี หรือท่านบอกว่าอันนี้ละเปึนคุณสมบัติที่ไปไม่ได้ แม้จะ กําหนดสิทธิก็ตามแต่ ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า มีหลายคดีที่ไม่ใช่เปึนคดีที่เรียกว่า เปึนความผิดที่เขาเรียกว่าอย่างไร ท่านบอกว่าถ้าทําโดยประมาทนี่ก็อีกสาเหตุหนึ่ง ถ้าคดีอาญาถ้าแม้อย่างไรก็ตามแต่ก็ไม่ได้ ผมอยากจะยกคดีสักคดีหนึ่ง สมมุติว่าเปึนคดี บุกรุก นายกเทศมนตรีเวลาทํางาน ทําหน้าที่ จะต้องดูแลพื้นที่ซึ่งเปึนพื้นที่ทางราชการ เพื่อไม่ให้ราษฎรหรือพี่น้องประชาชนมาใช้ที่ในราชการ หรือว่าบางครั้งราชการนี่ นายกเทศมนตรีเข้าไปทํางานก็คิดว่าตรงนี้เปึนพื้นที่ที่เปึนของราชการ แล้วก็เข้าไปทํางาน เอาเครื่องจักรเครื่องมือเข้าไปทํางาน หรืออะไรก็ตามแต่ หรือเอาบุคลากรเข้าไปทํางาน แล้วเกิดถูกฟัองร้องขึ้นมา ศาลสั่งขึ้นมาทําอย่างไร ในเบื้องต้น นายกเทศมนตรีก็หลุดเลย รอลงอาญา ขอประทานอภัย จะไปอุทธรณ์ ฎีกาก็ไม่ได้ ต้องถือว่าสิ้นสุดแล้ว อย่างนี้ ผมคิดว่าไม่เปึนธรรมนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนครับว่า เมื่อเรา จะให้ได้ผลอย่างแท้จริงและเปึนธรรม ผมอยากจะให้กรรมาธิการได้ชี้แจง และผมเองนั้น ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งเลย เพราะว่าการต่อสู้ของบุคคลต่าง ๆ จะต้องได้รับการดูแล ในพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน ก็ขอกราบเรียนท่านประธาน
อีกเรื่องหนึ่งคือในเรื่องของ (๘) นะครับ (๘) เขียนแล้วไม่แน่ใจว่าปฏิบัติได้ หรือไม่ได้ คือราษฎรที่เลือกตั้งในเขตเทศบาลมีจํานวนไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ที่มาออกเสียง ลงคะแนนเลือกตั้ง ยื่นถอดถอน หรือพูดง่าย ๆ ว่าเรียกร้องให้มีการถอดถอน ตรงนี้ อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ๓ ใน ๔ ประมาณ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ของผู้มาใช้สิทธิ เลือกตั้ง อยากจะกราบเรียนว่าเราเขียนกฎหมายข้อนี้ ท่านกรรมาธิการคิดว่าจะมีผลทาง ปฏิบัติไหม เขียนตรงนี้ท่านประธานครับ อยากจะกราบเรียนว่าผลปฏิบัตินี่เรียกว่าเปึน ศูนย์เลยทีเดียว การออกกฎหมายนี่เราก็รู้อยู่แล้วว่าการออกกฎหมายต้องบังคับใช้ได้ การออกกฎหมายที่บังคับใช้ไม่ได้นี่เท่ากับไม่ได้ออก ถ้าไม่มีผลการออก เพราะฉะนั้นเรา จะเขียนเอาไว้โก้ ๆ หรู ๆ เอาไว้เฉย ๆ นี่มันไม่ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากจะกราบเรียน ท่านประธานครับว่า ถ้าหากท่านเห็นว่าจะใช้ให้มีผลบังคับ ก็ต้องให้มันมีผลอย่าง การบังคับได้ แต่ไม่ใช่เขียนไว้ ๗๕ เปอร์เซ็นต์อย่างนี้ ถ้า ๗๕ นี่ไม่ได้เลย คือ ๓ ใน ๔ นี่ เปึนไปไม่ได้เลยในการที่จะมีผลบังคับใช้ เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ผมก็ไม่เห็นด้วย แต่สิ่งที่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งก็คือการที่ได้เพิ่ม ในเรื่องของหลักการเข้ามาก็ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อกรรมาธิการเห็นว่า มันสามารถทําได้ ผมเองก็ไม่ขัดข้องในการที่จะเพิ่มเติมในส่วนนี้ แต่ว่าไม่เห็นด้วยกับ ในข้อที่ไปจํากัดสิทธิของนายกต่าง ๆ โดยเฉพาะพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็เปึน นายกเทศมนตรี ไปจํากัดสิทธิเขาอย่างนี้ไม่เห็นด้วยครับ เพราะฉะนั้นสิทธิต้องเท่าเทียมกันครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญคุณอรรถวิชช์
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเองก็อ่านแล้วไม่สบายใจในมาตรานี้อยู่ครับ ผมอยากให้ดูในเรื่องของบันทึกหลักการและเหตุผลนะครับ ดูดี ๆ นะครับ หลักการเขาให้ แก้ไขได้มาตราเดียวเท่านั้น คือ มาตรา ๔๘ สัตต พอไปดูเนื้อหาข้างในก็แก้มาตรา ๔๘ ปัญจทศ เฉพาะอ่านตัวนี้ก็ผิดหลักแล้วนะครับท่านประธาน ผมได้ดูนะครับข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ ครับ คณะกรรมาธิการอาจเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ หรือตัดทอน หรือแก้ไขมาตราเดิมได้ แต่ต้องไม่ขัดกับหลักการแห่งพระราชบัญญัตินั้น แต่อย่างไรก็ดี ท่านประธาน มาตราที่เพิ่มมาในการแก้ไขมาตรา ๔๘ ปัญจทศ นี่นะครับเปึนเรื่องที่ดี โดยมากแล้วตรงโน่นบอกว่าดีจนกระทั่งว่าสภานั้นได้รับหลักการแล้วเช่นเดียวกัน แต่สภานั้น ไม่ได้นําร่างนี้เปึนร่างหลัก โดยมากแล้วเวลาที่ผมเคยทําในกรรมาธิการวิสามัญที่ผมอยู่ ผมจะนําความคิดอย่างนี้ละครับ ไปย่อยแล้วสลายไปใส่ในมาตราที่มันจะต้องเกี่ยวพันกัน แต่คราวนี้ผมกังวลใจเหลือเกินเพราะว่าอยู่ในมาตราที่แยกออกจากกัน เกรงว่าจะเปึนการ ขัดต่อข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ ครับ ต้องขอประทานโทษ ผมอยากให้ท่านกรรมาธิการพิจารณา เรื่องนี้ด้วยครับ ถ้าท่านสามารถตัดได้ตัดเถอะครับ ถึงแม้ว่าสิ่งที่ท่านพิจารณามาแล้ว เปึนเรื่องที่สภารับหลักการแล้วและเปึนเรื่องที่ดี แต่ว่าเกรงเหลือเกินว่าจะขัดต่อข้อบังคับ สภาผู้แทนราษฎรป้ ๒๕๕๑ ครับ
ขอให้กรรมาธิการชี้แจง เชิญท่านถวิลครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ถวิล ไพรสณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ กระผมคิดว่าร่างทั้ง ๔ ฉบับที่ได้ผ่านรับหลักการมาแล้วนั้น ก็ต้องถือว่า ร่างของกระผมเองนั้นเปึนร่างที่ผ่านการรับหลักการมาแล้ว เมื่อผ่านการรับหลักการ มาแล้วนี่ก็ต้องถือว่ากรรมาธิการมีสิทธิที่จะพิจารณาเนื้อหาของร่างที่ผ่านการรับหลักการ มาแล้ว เพราะมิฉะนั้นแล้วต่อไปนี้ร่างของรัฐบาลถ้าประกบกับร่างของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแล้วนี่ก็ไม่มีโอกาสที่แก้ไขได้เลย ถ้าไม่ตรงกับร่างของรัฐบาล ที่จริง ในอดีตที่ผ่านมาในกรณีที่มีกฎหมายหลายฉบับร่างเสนอต่อสภาพร้อมกันและรับหลักการ ทุกฉบับ แล้วก็ได้มีการปรับปรุงแก้ไขเช่นเดียวกัน สําหรับร่างของกระผมนั้นสภาแห่งนี้ ได้รับหลักการไปแล้วและเขียนไว้ชัดเจนในหลักการว่า ขอแก้ไข ๒ มาตรา ของกระผม เขียนไว้ชัดเจนเลย ไม่ได้บอกมาตราเดียว เพราะฉะนั้นก็ต้องถือว่า คณะกรรมาธิการ มีสิทธิที่จะพิจารณาเรื่องนี้ได้ กระผมขอตอบคําถามเพื่อไม่ให้เสียเวลาของสภานะครับ ในตัวมาตรา ๔๘ ปัญจทศ ซึ่งปัจจุบันได้เขียนเอาไว้ชัดเจนว่านายกเทศมนตรีพ้นจาก ตําแหน่งเมื่อ (๑) ถึงคราวออกตามวาระ ซึ่งตรงกับที่แก้ไข ที่เขียนมาใหม่ ที่มาเขียน (๒) ตายก็ตรงกัน (๓) ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ก็ตรงกัน ตรงกันหมดครับ มาถึง (๖) ก็ตรงกัน แล้วก็มาถึง (๗) ซึ่งตามของเดิมนั้นได้เขียนไว้ว่า (๗) ถูกจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก ทีนี้ของกระผมเองกรรมาธิการ ได้พิจารณาใน (๗) โดยเอาตัวอย่างคุณสมบัติของรัฐมนตรีและของนายกรัฐมนตรี ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วก็ได้เขียนไว้ชัดเจนว่าได้แก้ไขมาเปลี่ยนแปลง เปึนว่าใช้คําว่า ต้องคําพิพากษาให้จําคุกแม้คดีนั้นยังไม่ถึงที่สุดตาม (๗) ที่เขียนเอาไว้ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการได้เอาบทบัญญัติการขาดคุณสมบัติ การพ้นจากตําแหน่งของ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีมาใส่ไว้ตรงนี้ ซึ่งเราไม่ได้เขียนแต่งเติมแต่อย่างใดทั้งสิ้น ในประเด็น (๘) ที่ท่านชัยวัฒน์ได้เน้นได้มีข้อสงสัยในเรื่องราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก็เช่นเดียวกันครับ กรรมาธิการได้ลอกมาจากพระราชบัญญัติป้ ๒๔๙๖ ที่มีการแก้ไข เพิ่มเติมหลายครั้ง ข้อความเหมือนกันหมด และในขณะเดียวกันก็มีพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นก็เขียนไว้เช่นเดียวกันนะครับ มีพระราชบัญญัติว่าด้วยการถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นก็เขียนไว้ เช่นเดียวกันนะครับ ในวรรครองสุดท้ายที่ท่านไพจิต ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้ตัด ในส่วนของประโยคสุดท้าย เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัด ในร่างของวรรคนี้เช่นเดียวกันครับ กรรมาธิการได้เอาแบบอย่างของรัฐธรรมนูญที่บอกว่า ในช่วงที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎรนั้น ให้คณะรัฐมนตรีรักษาการ ถ้าจะมีการแต่งตั้งโอนย้าย งบประมาณซึ่งมีผลผูกพันต่อรัฐบาลชุดต่อไป ก็ต้องขออนุมัติ กกต. (คณะกรรมการ การเลือกตั้ง) ก่อน ท่านลองคิดดูครับว่าแม้แต่คณะรัฐมนตรีก็ต้องขออนุมัติ กกต. แต่ของ เทศบาล ซึ่ง กกต. ไม่ได้เปึนผู้กํากับดูแลรัฐบาล แต่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ชัดเจนว่าตามกฎหมายทุกฉบับ ผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนผู้กํากับดูแล เราแค่ให้ว่าในช่วงที่ ปลัดต้องปฏิบัติหน้าที่นั้นก็ควรจะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนผู้อนุมัติ ถ้าหากว่าเทศบาล มีความจําเปึน นั่นก็ถือว่าได้เขียนกฎหมายไว้ค่อนข้างจะชัดเจนและยืดหยุ่นพอสมควร ไม่ใช่ว่าไม่อนุมัติเลย เพราะฉะนั้นนี่คือประเด็นสําคัญ ที่กระผมอยากเรียนให้ท่านได้ ทราบว่า ทําไมกรรมาธิการจึงได้บัญญัติเรื่องนี้เอาไว้เพิ่มเติมให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นและ สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญด้วยครับ ท่านประธานครับ มีท่านผู้ชี้แจงเพิ่มเติม
ท่านจะถอนไหมครับ ที่สมาชิกนะครับ ไม่ใช่ท่านถวิลที่ท่านตัวหลักใหญ่ ท่านปรึกษา ถ้าถอนมันจะได้เร็วขึ้น ครับ เชิญครับ เชิญกรรมาธิการ
ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุทัยธานี ในฐานะของกรรมาธิการ ผมเพิ่มเติม ตามที่ท่านถวิล ได้พูดเมื่อสักครู่นี้กรณีของท่านไพจิต ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ที่ว่าทําไมต้องให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด เรียนว่าก็คือเรามีเหตุอย่างกรณี ครม. (คณะรัฐมนตรี) รักษาการ นะครับ ครม. รักษาการนั้น ทํางานไม่ได้เลยในกรณีเกิดภัยพิบัตินะครับ เกิดภัยพิบัติ เราก็เป่ดช่องไว้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถดําเนินการได้ ได้รับอนุญาตจาก ผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วเรียนถึงกรณีนี้ครับ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามตามที่ท่านสมาชิก วิทยา ได้พูดถึงว่าเรื่องบรรจุแล้วก็บรรจุข้าราชการ ก็ไม่ได้เหมือนกันนะครับ เพราะมันจะ ไปมีผลผูกพันกับงบประมาณก็ไม่ได้ มันจะครอบคลุมหมดนะครับ เว้นแต่ที่ได้รับจาก ผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วในกรณีที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงเรื่องการพิพากษาให้จําคุกนะครับ ถึงที่สุดหรือไม่ ปัจจุบันนี้มันมีเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายเทศบาล นายกเทศมนตรีถูกศาล พิพากษาให้จําคุก แต่ยังไม่พ้นจากตําแหน่ง แต่ศาลไม่ได้ให้ประกัน ก็มีปัญหาในทาง ปฏิบัติมากมายนะครับ บางแห่งอยู่ได้ตั้งหลายเดือนต้องไปเซ็นหนังสือกันในเรือนจํา ซึ่งเปึนเรื่องที่ตรงนี้ผมเองเห็นด้วยกับทางท่านกรรมาธิการท่านถวิล ในฐานะที่ได้ประสบ กับเหตุการณ์ต่าง ๆ มานะครับ แล้วกรณีที่ท่านสมาชิกท่านหนึ่งถามว่าทําไมต้องมี หลายวาระไม่ ๒ วาระ ขออนุญาตกราบเรียนว่าในตําแหน่งของนายกเทศมนตรีนั้น ไม่สามารถที่จะดําเนินการหลายเรื่องได้ การตั้งงบประมาณนั้นล่วงหน้า ๑ ป้นะครับ ไม่เหมือนกับองค์กรต่าง ๆ นะครับ เทศบาลนั้นต้องทําแผนล่วงหน้า ๑ ป้ แม้แต่ผมเอง ขณะที่ดํารงตําแหน่งนายกเทศมนตรีนั้น จนกระทั่งผ่านมาถึงปัจจุบันนี้แค่ขอหลักสูตร ท้องถิ่นนี่นะครับ ยังไม่ได้รับการอนุมัติเลยครับ ยังไม่ได้รับการอนุมัติ หลายเรื่องนี่ เปึนเรื่องที่ต้องผ่านกระทรวง ทบวง กรม และเปึนเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลาในการ บริหารงาน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่อํานาจการตัดสินใจของประชาชน ก็กราบเรียนท่านสมาชิก ให้ทราบนะครับว่า มันเปึนเรื่องของการบริหารงาน แล้วในหลักการถ้าเกิดดีหรือไม่ดีนั้น ประชาชนเปึนผู้ชี้ขาดจะให้เปึนต่อหรือไม่นั้นก็เรียนท่านให้ทราบ แต่ในหลักการบริหารนั้น ไม่สามารถที่จะทํางานได้ในระยะเวลาที่จํากัด เพราะว่าต้องผ่านกระทรวง ทบวง กรม มากมาย ยกตัวอย่างกรณีของจังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้น พื้นที่เฉพาะมรดกโลกนั้น ก็ดูแลกันหลายหน่วยงาน การจะเข้าไปดําเนินการอะไรก็ตามจะเกิดปัญหามากมาย แล้วต้องผ่านหลายหน่วยงาน ก็เรียนท่านสมาชิกได้ทราบเพียงเท่านี้ครับ
คุณถวิล ได้ตกลง ปรึกษาหารือกันอย่างไร ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ตามที่คณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณาแก้ไขมาตรา ๕ ให้ยกเลิก ความในมาตรา ๔๘ ปัญจทศ นั้น และตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ หลาย ๆ ท่านได้ให้เหตุผลมาทั้งหมด คณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วไม่ขัดข้องครับ และยินดีที่จะถอนมาตรา ๕ ออก โดยให้คงไว้ตามร่างเดิมครับ ด้วยความเคารพครับ
ก็เปึนอันจบการพิจารณา ในมาตรา ๕ ถอนแล้วครับ เพราะเรามีอีกตั้ง ๓ กฎหมายนะครับ ผมว่าขอให้สมควรแล้ว นะครับ ได้พิจารณากันอย่างรอบคอบแล้วในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมก็ขอผ่านนะครับ ไม่ต้องถามมติ คือ กรรมาธิการถอนแล้ว ผมก็จะถามในวาระสองเลยครับว่า ท่านคณะกรรมาธิการได้ถอนเข้าสู่ร่างเดิมหมดแล้ว ก็ขอเชิญท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติเข้าห้องประชุมเพื่อจะได้มีมติในวาระสองต่อไปครับ เรียนเชิญครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม ถือว่าเปึนการป่ดอภิปรายครับ เชิญครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณในสมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอก ห้องประชุมครับ เข้าห้องประชุม คือก่อนลงมติผมจะขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เชิญท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาเข้าห้องประชุมครับ ถ้ากรรมาธิการกับสมาชิกสภา เรามีความเห็นอย่างนี้ ผมว่าพวกเราก็จะอยู่กันได้อย่างสบายอกสบายใจเพราะเข้าใจ ซึ่งกันและกัน เชิญครับท่านสมาชิกครับ เมื่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้เข้าห้องประชุม นั่งเปึนที่เรียบร้อยแล้ว โปรดกรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ เพื่อความรวดเร็วครับ เพราะเราเหลืออีกหลายฉบับครับ เหลือตั้ง ๓ ฉบับ เชิญครับ ท่านสมาชิกโปรดเสียบบัตร แสดงตนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เสียบบัตรกันเรียบร้อย แล้วนะครับ ถ้าเสียบบัตรเรียบร้อยแล้วแสดงตนเลยนะครับ ก็เปึนอันว่าเรียบร้อยแล้ว นะครับ แสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ มีท่านใดยังไม่ได้แสดงตนมีไหมครับ ไม่มีนะครับ โปรดส่งผลของสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุม ปรากฏว่า มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๓๗ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
ท่านประธานครับ ผม พีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ อยู่ครับ
ก็ถือเพิ่มมาอีกเปึน ๒๓๘ ท่าน เท่าไรก็ให้เพิ่มเติมเข้าไปอีก
ท่านประธานครับ ธวัชชัย อนามพงษ์ บัตรเสียครับ เห็นด้วย
ยังไม่เห็นด้วยอะไรหรอก เพียงแสดงตนเท่านั้นนะครับ ครบองค์ประชุม ผมก็ภูมิใจแล้วครับ ขอบพระคุณครับ
ขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ
ต่อไปครับ ไหนครับ
ท่านประธานครับ ผม กัมพล สุภาแพ่ง ครับ อีก ๑ เสียงครับ
ไม่เปึนไรครับ ตอนโหวต แล้วก็กดให้มันชัดก็แล้วกันครับ ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน นะครับ ท่านผู้ใดเห็นควรรับหลักการร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระสอง วาระสองผ่านแล้วนะครับ ขอประทานโทษ งงไปหมด เพราะว่ามันนาน เกินไปครับ ขอให้ท่านใช้สิทธิรับหลักการหรือไม่รับหลักการในวาระสามเลยนะครับ เห็นชอบนะครับ เห็นชอบตามร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านกรรมาธิการไม่ได้แก้ไขครับ เอาร่างเก่าหมดแล้วครับ เอาร่างเดิมครับ ไม่จําเปึน จะต้อง ก็ถือว่าท่านใช้สิทธิลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงก็โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิลงคะแนนได้ครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านใช้สิทธิลงคะแนน กันเรียบร้อยแล้วนะครับ มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมได้ใช้สิทธิลงคะแนนกันเรียบร้อยทุกคนแล้ว โปรดส่งผลคะแนน มีจํานวนผู้เข้าประชุม ๒๕๖ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๖ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน ถือว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ผ่านการเห็นชอบของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้วนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาต ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พีระเพชร ศิริกุล ครับ
เพิ่มอีก ๑
เพิ่มอีก ๑ ครับ เห็นชอบครับ
๒๔๑ ก็ขอเพิ่มไปนะครับ ก็ถือว่าผ่านไปแล้วนะครับ ต่อไปตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกต ผมว่าถอน กระมังคณะกรรมาธิการ ข้อสังเกตไม่ต้องใช้แล้ว เชิญเสนอครับ
ข้อสังเกตก็ถอนออกครับ
ก็ไม่จําเปึนจะต้อง พิจารณาแล้วครับ ก็ผ่านไปครับ ด้วยความเรียบร้อยครับ
ต่อไปเปึนระเบียบวาระ มีอะไรละครับ เดี๋ยวค่อยพูดสภาตําบล ก็ข้อสังเกต เขาไม่เอาแล้วคุณจะพูดอะไรอีก เดี๋ยวได้พูดแน่นอนนะ คุณสุวโรช พะลัง ชาวชุมพรเขารู้ แล้วว่าคุณนักพูด พอแล้วครับ
ท่านประธานครับ คือไม่ได้มีอะไรเลย ท่านประธานครับ ท่านประธานดูในร่างกฎหมายเทศบาล เพราะว่าท่านประธานเอง พูดบอกว่าเอาตามร่างเดิมทุกอย่าง แต่ท่านประธานดูในมาตรา ๓ นะครับ มีการแก้ เพราะฉะนั้นต้องพูดตรงนี้ให้ชัด เดี๋ยวจะมีปัญหาครับ
คือเอาตามร่างที่ไม่มีการ แก้ไข
ก็หมายความว่ายกเลิกหมดใช่ไหม ครับ มาตรา ๓
ครับ ถูกต้องครับ
ขอบคุณครับ
ถูกต้องครับ เข้าใจแล้ว นักกฎหมาย ถูกต้องครับ
ต่อไประเบียบวาระที่ ๔.๒ ร่างพระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การ บริหารส่วนตําบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว การพิจารณาในวาระสองนี้จะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ แล้วเรียงตามลําดับมาตรา และให้สมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคําหรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติที่มีการสงวนคําแปรญัตติ หรือกรรมาธิการที่มีการสงวนความเห็นไว้ ทั้งนี้เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเปึนอย่างอื่น คุณขจิตรได้เสนอแล้วว่าอย่าลืมคําพูดของท่าน นะครับ ว่าจะผ่านรวด จะไม่พูดอีกแล้วว่าอย่างนั้นครับ
ไม่ลืมครับ ไม่ลืม
ขอเชิญประธาน คณะกรรมาธิการแถลงครับ เชิญแถลงร่างพระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การบริหาร ส่วนตําบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายภราดร ปริศนานันทกุล กับคณะ เปึนผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติสภาตําบลและ องค์การบริหารส่วนตําบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายพีระเพชร ศิริกุล กับคณะ เปึนผู้เสนอ) และร่างพระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายถวิล ไพรสณฑ์ กับคณะ เปึนผู้เสนอ) และให้คณะกรรมาธิการคณะเดียวกันกับที่ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เปึนผู้พิจารณา ซึ่งคณะกรรมาธิการได้ร่วมกันพิจารณาเปึนที่เรียบร้อยแล้ว จึงนําเสนอต่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร จึงขอกราบเรียนท่านประธานสภาได้พิจารณาดําเนินการต่อครับผม
ท่านประธานมีอะไร เพิ่มเติมไหม
ไม่มีครับ
คือมันจะเอาแบบฉบับ เทศบาลหรือว่าท่านต้องแถลงด้วยว่าที่แก้ไขมาตรา ๓ กับมาตรา ๕ ขอเอาตามร่างเดิม มันต้องให้มันชัดครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ ในนาม กรรมาธิการ ขอยึดตามร่างพระราชบัญญัติเทศบาลนะครับ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจาก ร่างเดิมครับ
เมื่อเปึนร่างเดิมแล้วก็ถือ ว่าไม่มีการอภิปรายแล้วครับ ถือว่าผ่านวาระสองแล้ว ต่อไปวาระสาม ขอให้เลขาธิการ ได้อ่านเรียงตามลําดับมาตรา แล้วก็ไม่มีการแก้ไขนะ มาตรา ๓ มาตรา ๕ ให้มันชัดครับ เชิญเลขาธิการ
ร่างพระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การบริหาร ส่วนตําบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการ แก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ และมาตรา ๔ ไม่มีการแก้ไข
ต่อไปผมจะถามที่ประชุม ว่าจะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระสามหรือไม่ ถ้าท่านผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิทุกท่านนะครับ เชิญใช้สิทธิได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิ มีไหมครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมนี้ได้ใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วนะครับ ส่งผลคะแนนมา มีผู้เข้าประชุม ๒๕๕ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๗ ท่าน ก็ปรากฏผลว่าร่างพระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การ บริหารส่วนตําบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผ่านนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผม พีระเพชร ศิริกุล เห็นชอบครับ บัตรอยู่ข้างล่างครับ
เพิ่มอีกใช่ไหมครับ ๒๔๒ ท่าน ก็ผ่านแล้วนะครับ ส่วนข้อสังเกตไม่ติดใจนะครับ
ไม่ติดใจครับ ข้อสังเกตไม่ติดใจ ตัดออกครับ
ก็ผ่านไปครับ
ต่อไปเปึนร่างพระราชบัญญัติ ฉบับที่ ๓ ระเบียบองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ขอเชิญประธาน คณะกรรมาธิการแถลง
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติ รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายภราดร ปริศนานันทกุล กับคณะ เปึนผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายพีระเพชร ศิริกุล กับคณะ เปึนผู้เสนอ) และ ร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายถวิล ไพรสณฑ์ กับคณะ เปึนผู้เสนอ) และให้คณะกรรมาธิการคณะเดียวกันกับที่พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เปึนผู้พิจารณา บัดนี้ คณะกรรมาธิการ วิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อได้โปรด นําเสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป ด้วยความเคารพครับ
เอาตามร่างเดิมหรือ อย่างไรครับ ต้องชี้ให้ชัดครับ
ยึดตามร่างเดิมครับ
เมื่อยึดตามร่างเดิม ที่ประชุมถือว่าไม่มีการอภิปรายนะครับ ถือว่าผ่านวาระสอง แต่ว่าให้เลขาธิการดําเนินการ ตามกระบวนการก่อนครับ เชิญ
ร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ และมาตรา ๔ ไม่มีการแก้ไข
ต่อไปผมจะถามวาระสาม ครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์มลงคะแนนนะครับ เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิ ของท่านครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
เสร็จแล้วนะครับ ไม่มี ท่านใดยังไม่ได้ลงเสียงไม่มีนะครับ เมื่อเสร็จแล้วก็โปรดส่งคะแนนมา มีผู้อยู่ใน ห้องประชุม ๒๖๒ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๗ ท่าน ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ครับ กระผม พีระเพชร ศิริกุล เห็นชอบครับ
ก็เปึน ๒๕๐ ท่าน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครรชิต ทับสุวรรณ เห็นชอบครับ
๒๕๑ ท่าน ก็เยอะแล้ว นะครับ ก็ถือว่าผ่านแล้วนะครับ
ต่อไปเปึนร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงครับ ประทานโทษครับ ข้อสังเกตถอนใช่ไหมครับ
ข้อสังเกตถอนครับ
ก็ผ่านครับ เชิญแถลงเลย ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายภราดร ปริศนานันทกุล กับคณะ เปึนผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ เมืองพัทยา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายพีระเพชร ศิริกุล กับคณะ เปึนผู้เสนอ) และร่าง พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายถวิล ไพรสณฑ์ กับคณะ เปึนผู้เสนอ) และให้คณะกรรมาธิการคณะเดียวกันกับที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เปึนผู้พิจารณา บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อได้โปรดนําเสนอที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป และกรรมาธิการยึดหลักการตามร่างเดิมครับ
ก็ยึดหลักตามร่างเดิม คุณอรรถวิชช์มีอะไรครับ เอาตามร่างเดิมแล้วผมว่าไม่จําเปึนต้องอภิปรายอะไรแล้วครับ
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ กทม. นิดเดียวครับท่านประธาน ในร่างพระราชบัญญัติเมืองพัทยา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่อยู่ในมือฉบับนี้ครับ มีคําขีดเส้นใต้ตรงมาตรา ๓ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้ แทนครับ
เขาแก้ให้หมดแล้ว เขาเอาเดิมครับ
มิได้ครับท่านประธาน ถ้าเอาเดิมจะไม่มีข้อความนี้ครับ เพราะในนี้เขียนขีดเส้นใต้ไว้ครับ ขอให้ท่านประธานดู มาตรา ๓ สักนิดหนึ่งครับ
ที่แก้ไขมาตรา ๔๕ นี่นะครับ
ครับ ในร่างที่เรามีอยู่ ในแฟัมนี้นะครับ มาตรา ๓ มีคําขีดเส้นใต้ตรงประโยคคําว่า และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้ แทน แปลว่ามีการเพิ่มประโยคนี้เข้ามาครับท่านประธานครับ ขอให้ท่านกรรมาธิการ ช่วยชี้แจงด้วยนะครับ
ผมว่าไม่ต้องชี้แจงที่เขาขีด เขาเพิ่มเขาไม่เอาแล้ว เอาตามร่างเดิมครับ อันนี้ไม่ใช่ร่างเดิม ร่างที่แก้ไข
ท่านประธานครับ ถ้าเอาตามร่างเดิมจะใช้ไม่ได้ครับ จะอ่านว่า ให้ยกเลิกข้อความในมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. ๒๕๔๒ ตามขั้นตอนการร่าง กฎหมายต้องใส่คําว่า และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน ครับท่านประธาน
ก็เขาไม่ได้เพิ่ม
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม พีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ในมาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. ๒๕๔๒ ร่างเดิมนั้นไม่ได้มีคําว่า และให้ใช้ความ ต่อไปนี้แทน คณะกรรมาธิการจึงขอเพิ่ม และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน เพิ่มเติมขึ้นมา ส่วนในมาตราอื่นยึดตามร่างเดิมครับ ขอบคุณครับ
ก็ชัดครับ ตอนนี้ชัดแล้ว ท่านนักกฎหมายอรรถวิชช์ถูกต้องแล้วครับ ก็ถือว่าที่ประชุมนี้ไม่มีความเห็นเปึนอย่างอื่น ก็ถือว่าขอให้เลขาธิการได้อ่านตามระเบียบ เชิญครับ
ร่างพระราชบัญญัติระเบียบริหารราชการเมืองพัทยา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ และมาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ มีการแก้ไข มาตรา ๔ ไม่มีการแก้ไข
ก็ผ่านวาระสองครับ ต่อไปเปึนวาระสาม ท่านผู้ใดเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ เมืองพัทยา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โปรดลงคะแนนกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิ ของท่านครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิหมดแล้ว นะครับ เชิญส่งผล ขณะนี้มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๔๙ ท่าน เห็นด้วย ๒๓๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๖ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๙ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นะครับ ถือว่าผ่าน
ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผม พีระเพชร ศิริกุล เห็นชอบครับ
แล้วข้อสังเกตจะเอา อย่างไร
ข้อสังเกตตัดออก ทั้งหมดครับ
ถือว่าที่ประชุมนี้ได้ผ่าน พระราชบัญญัติสําคัญที่ประชาชนและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นมีความต้องการ ได้เสร็จสิ้นในกระบวนการของสภาผู้แทนราษฎรเราทุกฉบับแล้วนะครับ
ต่อไปมีอยู่ ๒ ฉบับครับ ๒ ฉบับที่มีความจําเปึนที่จะต้องให้ผ่านไปก่อน นะครับ คือ เรื่องด่วน พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติสํานักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... กับพิจารณากรณีวุฒิสมาชิกแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมมอบหมาย ให้ท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎรสามารถดําเนินการต่อครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พีระเพชร ศิริกุล ทางตัวแทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใคร่อยากจะขออนุญาต ต่อสภาแห่งนี้ได้กล่าวขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงขออนุญาตท่านประธาน ได้โปรดพิจารณาครับ
ท่านเปึนกรรมาธิการด้วยใช่ไหมครับ กล่าวในนามกรรมาธิการ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม มานพ ปัทมาลัย นายกเทศมนตรี กรรมาธิการ ในนาม ๔ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบไปด้วยเมืองพัทยา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตําบลครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณเริ่มต้นที่ท่านภราดร ปริศนานันทกุล นะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ร่วมลงชื่อเสนอ ร่าง ขอขอบคุณท่านพีระเพชร ศิริกุล ส.ส. จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย และสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่ร่วมลงชื่อเสนอร่าง ขอขอบคุณท่าน ส.ส. ถวิล ไพรสณฑ์ พรรคประชาธิปัตย์ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ที่ร่วมเสนอ ร่าง และขอขอบคุณคณะกรรมาธิการที่มีท่านประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ เปึนประธาน คณะกรรมาธิการแปรญัตติ และขอกราบขอบพระคุณที่สําคัญที่สุด ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ในสภาและอยู่นอกสภาด้วย นะครับ ในนามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องขอกราบขอบพระคุณทุกท่าน ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ
ขอบพระคุณท่านกรรมาธิการนะครับ
ต่อไปเปึน เรื่องด่วนที่ ๕ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ตามมาตรา ๑๔๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เดี๋ยวนะครับท่านผุสดี ผมขอดําเนินการก่อน
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภาครั้งที่ ๙ (สมัยสามัญทั่วไป) เปึนพิเศษ วันอังคารที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๒ ที่ประชุมได้พิจารณา ลงมติแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ตามมาตรา ๑๔๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ก็จึงขอส่งร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวมาเพื่อดําเนินการต่อไป ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๔๗ (๓) คือถ้าสภาเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมก็ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา แต่ถ้าไม่เห็นชอบกับการแก้ไขก็ให้แต่ละสภาตั้งบุคคล ซึ่งเปึนหรือมิได้เปึนสมาชิกแห่งสภานั้นมีจํานวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎรกําหนด ประกอบเปึนคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณานะครับ เดี๋ยวนะครับ ท่านนิยมครับ ผมขอดําเนินการ ท่านนิยมมีอะไรครับ
ท่านประธานครับ ตอนท่านชัย ชิดชอบ ทําหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร บอกว่าหลังจากผ่านพระราชบัญญัติ ๔ ฉบับนี้แล้ว จะให้มีการหารือ ๑ ชั่วโมงครับ
หารือไม่ได้แล้วครับ เพราะว่าเราเข้าสู่วาระการประชุมแล้วนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗ บอกว่าก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ท่านจะให้หารือในวันพรุ่งนี้นะครับ ท่านได้แจ้งแล้วครับ
ท่านบอกว่าหลังจากร่างพระราชบัญญัติ ๔ ฉบับนี้ผ่านแล้ว
กรุณานั่งลงนะครับ หารือไม่ได้แล้วครับ คณะรัฐมนตรีมีอะไรชี้แจงไหมครับ ไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดมีความเห็น จะเห็นชอบด้วยหรือไม่เห็นชอบด้วยกับการที่วุฒิสภา ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ เชิญท่านชินวรณ์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อพระราชบัญญัติที่ทางวุฒิสภาได้มีการไปพิจารณาในชั้นวุฒิสภานะครับ แล้วก็มีการ แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งผมคิดว่ามีประเด็นสําคัญอยู่ประเด็นหนึ่ง คือประเด็นในมาตรา ๑๑ ที่ได้ไปแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนที่ขัดกับประเด็นของกฎหมายที่ได้กําหนดเอาไว้ ซึ่งโดยปกติ ในการบริหารงานบุคคล การแต่งตั้งและอํานาจหน้าที่ในการโยกย้ายก็ให้ดําเนินการ ไปตามมติของผู้ตรวจการแผ่นดินอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าทางวุฒิสภาได้ไปแก้ไขในประเด็น ให้เปึนเงื่อนไขกําหนดหลักเกณฑ์โดยมติของผู้ตรวจการแผ่นดินอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถือว่าเปึนการร่างกฎหมายที่อาจจะขัดแล้วก็ซ้ําซ้อนและฟุ์มเฟ๋อยโดยไม่จําเปึน เพราะฉะนั้นผมเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ควรที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม เพื่อไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านวิรัตน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๙ ครับ ท่านประธาน มาตรา ๙ ตามร่างพระราชบัญญัติสํานักผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... นี่นะครับ ในวรรคแรกเขียนไว้ชัดครับ เลขาธิการมีหน้าที่ควบคุมดูแลงานโดยทั่วไปของ สํานักงานให้เปึนไปตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ และมติของผู้ตรวจการแผ่นดิน อันนี้ เปึนสาระสําคัญนะครับ คือ มาตรา ๙ เขียนไว้แล้วครับว่าเลขาธิการมีอํานาจหน้าที่ ควบคุมดูแลงานทั่วไปให้เปึนไปตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ และมติของผู้ตรวจการ แผ่นดิน ซึ่งในมาตรา ๙ มี (๑) (๒) (๒.๑) (๓) ก็แสดงว่าผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติก็สามารถ ดูแล (๑) (๒) (๒.๑) (๓) ได้ แต่พอเมื่อวุฒิสภาไปแก้ใน (๑) เพิ่มเข้าไปว่า ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินโดยความเห็นชอบร่วมกัน ของผู้ตรวจการแผ่นดินกําหนด มันก็จะเกิดการตีความขึ้นมาว่า ถ้าเขียนอย่างนี้ไว้ใน (๑) และ (๒) (๒.๑) (๓) ล่ะ ผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีอํานาจอยู่หรือไม่ หรือมีอํานาจเฉพาะ (๑) จึงเปึนกรณีเขียนกฎหมายซ้ําซ้อน แล้วทําให้เกิดปัญหาในการตีความต่อไปในอนาคต อย่างไม่มีที่สิ้นสุด กระผมเห็นว่านอกจากนี้แล้วก็ยังไปเพิ่ม ข้อ ๒.๑ ครับ วางระเบียบ เกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เปึนสาธารณะในรูปแบบที่คนพิการและผู้สูงอายุ สามารถเข้าถึงได้ คนพิการนี้พอมองเห็นครับ พิการด้วยสายตาก็ใช้อักษรเบรล (Braille) พิการหูก็ทางแก้ แต่ว่าผู้สูงอายุครับท่านประธาน ผู้สูงอายุก็คือคนธรรมดาเหมือนเรา ทั้งหลาย แต่เมื่อใดที่หูไม่ได้ยินก็กลายเปึนก็ว่าไปตามคนพิการ เพราะฉะนั้นกระผมเห็นว่า ๒ จุดหลัก ๆ ที่ถ้าสภาผู้แทนราษฎรผ่านกฎหมายนี้ไปก็จะเกิดปัญหาในการตีความและ ปัญหาในทางปฏิบัติ จึงเห็นสมควรที่จะให้ตั้งกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
เชิญครับท่านชัยวัฒน์
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท ต้องขอกราบ ขอบคุณท่านประธานเปึนอย่างยิ่งครับ ในเรื่องของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งเปึนร่างพระราชบัญญัติสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... นะครับ ต้องขอ กราบเรียนท่านประธานว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวเราสภาผู้แทนราษฎร ได้เห็นชอบอนุมัติผ่านไปแล้วนะครับ แต่เนื่องจากไปถึงในส่วนของวุฒิและวุฒิได้มีการ แก้ไขนะครับ ผมเองก็เห็นด้วยนะครับกับเพื่อนสมาชิกที่เห็นว่าในมาตรา ๙ นั้น ซึ่งความจริงแล้วมติหรือประกาศ ซึ่งทางท่านผู้ตรวจการแผ่นดินท่านได้มีมติออกไปแล้ว หรือเปึนคําประกาศไปแล้วก็น่าจะเปึนสิ่งที่ชอบแล้ว แต่ใน (๑) ของมาตรา ๙ ก็มาเขียน เพิ่มเติมในส่วนท้ายว่าตามที่การแต่งตั้งข้าราชการหรือการบรรจุ หรือถอดถอนลูกจ้าง หรือการลงโทษทางวินัยลูกจ้างหรือพนักงาน ตลอดจนให้พนักงานหรือลูกจ้างของ สํานักงานออกจากตําแหน่ง ข้อความที่เพิ่มเติมคือ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยความเห็นชอบร่วมกันของผู้ตรวจการแผ่นดินกําหนด ความจริงมันก็เปึนประกาศ ไปได้แล้วครับท่านประธาน เมื่อมันเปึนประกาศไปแล้วท่านเลขาก็สามารถดําเนินการ ตามประกาศไป ก็เปึนที่สิ้นสุด การกระทําเช่นนี้นอกจากจะเปึนเรื่องของการที่นอกจาก ซ้ําซ้อนแล้วยังเรียกว่าเปึนการสร้างภาระ ก็คือทําให้ท่านประธานพร้อมทั้งท่านผู้ตรวจการ แผ่นดินต้องมาพิจารณาเพิ่มเติมในส่วนเหล่านี้ คิดว่ามันทําให้เกิดความยุ่งยากแล้วก็ ลําบากยิ่งขึ้นในการปฏิบัติงาน เช่นเดียวกันการเขียนกฎหมายเช่นนี้ยืดยาวเยิ่นเย้อ ถ้าจะดําเนินการถ้าเปึนเช่นนี้ก็น่าจะเขียนไว้ด้านบน ก็เอาไปใส่ไว้ด้านบนเลยในมาตรา ๙ คงไม่ต้องมาเอาไว้ที่ (๑) นะครับ นี่คือส่วนที่เห็นต่าง ในส่วน (๒/๑) ยิ่งไปกันใหญ่ ท่านประธานครับ โดยปกติการที่ไม่ใส่ (๒/๑) ในความเห็นผมก็คือ ท่านเลขาก็ดี ท่านผู้ตรวจการแผ่นดินก็ดี ท่านมีประกาศหรือมีวิธีการที่ดําเนินการในการบริหาร การจัดการอย่างไรแล้วสามารถกระทําได้เลย การที่มาเพิ่ม (๒/๑) ต้องมาวางระเบียบ เกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เปึนสาธารณะในรูปแบบที่คนพิการและผู้สูงอายุ สามารถเข้าถึงได้ด้วย โดยความเห็นชอบร่วมกันของผู้ตรวจการแผ่นดิน อันนี้ยิ่งไปกันใหญ่ ท่านประธาน แทนที่จะทําหน้าที่ให้มันเร็วขึ้นกลับต้องช้าลง เพราะฉะนั้นการไม่บัญญัติ เอาไว้ ผมคิดว่าโดยวิธีการปฏิบัติก็ต้องปฏิบัติอยู่แล้ว เพราะว่าโดยบทบัญญัติอื่น ของกฎหมาย เช่น รัฐธรรมนูญ อย่างนี้เปึนต้น หรือพระราชบัญญัติผู้พิการก็สามารถ ที่จะดําเนินการได้แล้วคงไม่ต้องมาบัญญัติเอาไว้ซ้ําซ้อนดังนี้ครับ มิเช่นนั้นก็เช่นเดียวกัน นะครับ ในมาตรา ๙ ท่านประธานหรือท่านผู้ตรวจการแผ่นดินสามารถเปึนประกาศ ได้เลยว่าจะมีวิธีการอย่างไร เพราะฉะนั้นเลขาก็จะหยิบวิธีการของคําประกาศในมาตรา ๙ มาใช้ดําเนินการ เพราะฉะนั้นการเขียนไว้เช่นนี้ผมคิดว่าในอนาคตต้องเขียนไปอีกไม่รู้ กี่สิบวงเล็บท่านประธานครับ ตรงนี้นอกจากเยิ่นเย้อแล้วยังสามารถตีความได้อย่างอื่นอีก ถ้าไม่ได้เขียนไว้จะตีความว่าอย่างไรไม่สามารถดําเนินการได้ใช่ไหม ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญนายแพทย์ชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมมีประเด็นที่คิดว่าเปึนสาระสําคัญที่ทางวุฒิสภา ไปแก้ไขมา แล้วฝากกรรมาธิการร่วมไปช่วยพิจารณานะครับ นอกจากเพื่อนสมาชิก ได้พูดไปแล้ว ในมาตรา ๙ (๑) สาระสําคัญที่คิดว่า ถ้าเขียนอย่างนี้จะทําให้นําสู่ การปฏิบัติไม่ได้ และขัดแย้งกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านนะครับ เงื่อนไขที่ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยความ เห็นชอบร่วมกันของผู้ตรวจการแผ่นดินกําหนด และก็ใน (๒/๑) นะครับ โดยความ เห็นชอบร่วมกันของผู้ตรวจการแผ่นดิน ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นมีปัญหาแน่สําหรับ การปฎิบัติการของประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน เพราะรัฐธรรมนูญ เองแล้วก็มาตรา ๖ ในกฎหมายฉบับนี้ เขาเขียนให้สอดคล้องกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ที่ว่าด้วยอํานาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน ท่านประธานครับ ถ้อยคําที่ใช้ ในรัฐธรรมนูญเขาเขียนว่าอย่างนี้ครับท่านประธาน ให้ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และผู้ตรวจการแผ่นดินปรึกษาหารือ คํานี้ ตกไป และเห็นชอบร่วมกัน และท่านจะไปเขียน อะไรมา ท่านต้องยึดถือคําในรัฐธรรมนูญตรงนี้เปึนหลักไว้ เพราะความเปึนอิสระ ของผู้ตรวจการแผ่นดินเขาเปึนอิสระซึ่งกันและกัน มีการตรวจสอบภายในซึ่งกันและกัน ก็ฝากประเด็นสําคัญขอบคุณครับ
เชิญท่านสมเกียรติครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน การที่สมาชิกวุฒิสภาได้เพิ่มเติมอันนี้นะครับ ผมรู้สึกว่า ผมไม่เห็นด้วย ทั้ง ๒ ประการ พรรคเพื่อแผ่นดิน การที่สมาชิกวุฒิสภาได้เพิ่มเติมอันนี้นะครับ ผมรู้สึกว่าผมไม่เห็นด้วย ทั้ง ๒ ประการ เหตุผลก็คือว่าสาระของกฎหมายฉบับนี้ เปึนการเสนอกฎหมายว่าด้วย เรื่องสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สํานักงานนี้คือว่าด้วยเรื่องการบริหารกิจการภายใน ของสํานักงานผู้ตรวจการ ซึ่งมีเลขาธิการเปึนหัวหน้าสํานักงาน ในมาตราต่าง ๆ นี้ ก็จะบอกถึงโครงสร้างและองค์ประกอบ หัวใจของกฎหมายนี้คือมาตรา ๙ นี่ละครับ คือว่า ให้เลขาธิการมีหน้าที่ควบคุมดูแลงานทั่วไปของสํานักงานนี้นะครับ ให้เปึนไปตามระเบียบ ประกาศที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีกําหนดไว้ นั่นหมายถึงว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินจะเปึน บอร์ดกําหนดนโยบายหลักการไว้ เสร็จแล้วเลขาธิการตามมาตรา ๙ ก็จะทํา (๑) ว่าด้วย เรื่องการบรรจุแต่งตั้ง (๒) ว่าด้วยเรื่องการวางระเบียบปฏิบัติของพนักงาน (๓) ว่าด้วย เรื่องวางระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับกิจการของสํานักงาน หลักการมีแค่นี้เอง ทีนี้การที่ท่าน ไปเพิ่มนี่นะครับ อันนี้ไม่เห็นด้วยเลย เพราะว่าอย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดนะครับว่าเปึน การซ้ําซ้อน เมื่อสาระสําคัญอยู่ตรงมาตรา ๙ แล้ว ไม่จําเปึนต้องใส่ในท้าย (๑) ว่าด้วย เรื่องบรรจุแต่งตั้ง เพราะว่าหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่ประธานเปึนผู้กําหนดหรือคณะกรรมการ ผู้กําหนดเขียนไว้แล้วในต้นของมาตรา ๙ ในสาระมาตรา ๙ ส่วน (๒/๑) ที่เพิ่มมา ผมถือว่ามันไม่จําเปึนต้องใส่ในสาระของกฎหมายเลย เพราะว่าการวางระเบียบเผยแพร่ ข้อมูลข่าวสารเปึนสาธารณะในรูปแบบที่คนพิการและผู้สูงอายุเข้าถึงนี่ มันไม่จําเปึน ต้องเสนอเปึนสาระของข้อกฎหมาย ซึ่งผมเชื่อว่าไม่มีอะไรห้ามเลยที่จะให้ผู้ตรวจการ แผ่นดินสามารถเสนอเอกสารด้านข้อมูลต่าง ๆ ให้บุคคลต่าง ๆ ได้ทราบ เพราะฉะนั้น เปึนการเยิ่นเย้อแล้วก็ฟุ์มเฟ๋อยแล้วก็ผมคิดว่าเสียดายถ้ามันไม่ใช่สาระสําคัญที่จะผ่านไป ให้ได้ เดี๋ยวอนุชนรุ่นหลังเห็นว่าการตรากฎหมายนี้ทําไมเยิ่นเย้อแล้วก็ซ้ําซ้อนอย่างนี้ เลยเห็นควรว่าน่าจะตั้งกรรมาธิการร่วมครับ
เชิญท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมเห็นว่าการอภิปรายของสมาชิกในขณะนี้ก็อยู่ในทิศทางเดียวกันนะครับ แล้วก็ ได้อภิปรายกันในทุกส่วนแล้วนะครับ ทั้งส่วนของรัฐบาล ส่วนของฝ์ายค้าน ผมอยากจะ ขอให้ท่านประธานได้พิจารณายุติการอภิปรายได้เลยครับ แล้วก็ขอมติจากที่ประชุมครับ ขอบพระคุณ
ก็เท่าที่ฟังท่านสมาชิกทางฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลนะครับ ก็ไปในแนวเดียวกันคือ ไม่เห็นด้วย ตามที่วุฒิสภาได้แก้ไขมานะครับ แต่เนื่องจากเรามีปัญหาว่า เดี๋ยวจะเปึนปัญหาเรื่อง องค์ประชุมอีกนะครับ เพราะว่าถ้าไม่ถามมติแล้วไม่มีบันทึกไว้ก็จะเกิดปัญหาภายหลัง ผมก็จะขออนุญาตนะครับ จะขอให้ท่านสมาชิกได้กรุณาลงมติว่าจะ เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ กับการแก้ไขของวุฒิสมาชิก แต่ก่อนลงมติก็ขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ ขอเชิญ ท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อแสดงตนและลงมติครับ
(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมแล้วกรุณาแสดงตนนะครับ ท่านที่อยู่นอกห้องประชุม ขอความกรุณาเข้าห้องประชุมครับ ขอเชิญท่านสมาชิกได้โปรดกดบัตรแสดงตนครับ เดี๋ยวรอสักครู่นะครับ ท่านสมาชิกทยอยกันเข้ามา เชิญท่านสมาชิกได้โปรดแสดงตน นะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
แสดงตนครบทุกท่านแล้วนะครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมแสดงตนครับ เชิญครับ ครบทุกท่านหรือยังครับ เชิญครับข้างหลัง ขณะนี้มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุมทั้งสิ้น ๒๓๖ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ผมขอถามมติที่ประชุมนะครับว่า ท่านผู้ใดเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย คือเห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภากดปุ์ม เห็นด้วย นะครับ ผู้ใดไม่เห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านใด งดออกเสียงกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง เชิญลงมติครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดการลงมติครับ ขอทราบผลครับ จํานวนสมาชิกผู้เข้าประชุมทั้งสิ้น ๒๔๑ ท่าน เห็นด้วย ๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๓๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน ก็เปึนอันว่า ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา
ต่อไปเปึนการตั้งกรรมาธิการร่วมขึ้นพิจารณา ขอเชิญเสนอจํานวน กรรมาธิการครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอเสนอกรรมาธิการร่วมกัน ๒๐ ท่านนะครับ เปึนสมาชิกวุฒิสภา ๑๐ ท่าน เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑๐ ท่านครับ ขอเสียงรับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ส.ส. จํานวน ๑๐ ท่าน ก็จะมีสัดส่วนดังนี้นะครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่านนะครับ ขอความกรุณาเสนอรายชื่อตามลําดับครับ เชิญพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๔ ท่านครับ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๔ ท่าน ๑. นายวิรัช ร่มเย็น ๒. นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๓. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๔. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ขอบคุณครับ
ผู้รับรองครบถ้วนนะครับ เชิญพรรคเพื่อไทย ๔ ท่านครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปครับ พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพัฒนา สังขทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย สังกัดพรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อตามสัดส่วนของพรรค ๑ ท่าน ในร่าง พ.ร.บ. สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... คือ ท่านทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัชพล ตันเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน ร่างพระราชบัญญัติสํานักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... จํานวน ๑ ท่าน ท่านปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองครบถ้วนครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ
คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ในสัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๑๐ ท่าน ๑. นายวิรัช ร่มเย็น ๒. นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๓. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๔. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๕. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๖. นายสงวน พงษ์มณี ๗. นายธงชาติ รัตนวิชา ๘. นายพินิจ จันทร์สมบูรณ์ ๙. นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย และ ๑๐. นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา
ก็เปึนอันว่าจบการพิจารณาเรื่องด่วนที่ ๕ นะครับ คุณหมอชลน่านมีอะไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ท่านประธานครับ ในการพิจารณาเรื่องด่วนผมเอง ต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะถือโอกาสขออนุญาตใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ ประกอบกับ ข้อบังคับของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ป้ ๒๕๕๑ ในข้อ ๔๒ ที่จะขออนุญาต ท่านประธานเสนอญัตติด่วนด้วยปากเปล่า เนื่องจากว่ามีเหตุการณ์จําเปึนจริง ๆ ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๒ ครับท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ เพราะเรื่องนี้ถือว่า
คุณหมอชลน่านครับ มันมีเรื่องด่วนที่ ๖ คงใช้เวลาไม่มาก เปึนเรื่องที่วุฒิสภาแก้ไข เพิ่มเติมเช่นกัน พอเสร็จจากเรื่องนี้แล้ว เรื่องด่วนที่ ๖ แล้วเดี๋ยวผมอนุญาตให้คุณหมอ เสนอนะครับ
ท่านประธานรับปากว่าจะอนุญาตให้ผม เสนอตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ และข้อ ๔๒ กระผมยินดีครับท่านประธานครับ
ขอเอาเรื่องด่วนที่ ๖ ก่อนนะครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ
เรื่องด่วนที่ ๖ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภาครั้งที่ ๑๐ (สมัยสามัญทั่วไป) วันศุกร์ที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๒ ที่ประชุมได้พิจารณาลงมติแก้ไข เพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามมาตรา ๑๔๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงขอส่ง ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาเพื่อดําเนินการต่อไปตามมาตรา ๑๔๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนะครับ ถ้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นด้วยกับ การแก้ไข ก็ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้วนะครับ แต่ถ้าไม่เห็นชอบกับการแก้ไขก็ให้แต่ละสภาได้ตั้งบุคคลซึ่งเปึนหรือมิได้เปึนสมาชิก แห่งสภานั้น ๆ มีจํานวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎรกําหนดประกอบเปึน คณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณา ขอเชิญท่านสมาชิกจะเห็นด้วยกับการแก้ไข ของวุฒิสภาหรือไม่ เชิญท่านขจิตรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดมหาสารคาม การที่วุฒิสมาชิก แก้ไขนั้นเปึนการแก้ไขในสาระสําคัญ
ประการแรก เดิมกรอบของกฎหมายนั้นให้ผ่อนผันภาษีแก่ผู้อุปการะ ผู้พิการ ในกรอบของบิดา มารดา สามี ภริยา บุตรและบุตรบุญธรรม แต่ว่าวุฒิสภา ไปแก้ว่า ให้บุคคลอื่น ๆ ด้วย เพิ่มเติมซึ่งขยายวงออกจากกรอบเดิมมาก ถือว่าเปึนการ แก้ไขหลักการด้วยซ้ําไปนะครับ
ประการที่สอง แก้จํานวนเงินจากสามหมื่นบาทเปึนหกหมื่นบาท ผมถือว่า เปึนสาระสําคัญ ที่ว่าสาระสําคัญนั้นผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าขณะนี้ มีผู้พิการตามสถิติที่สํารวจไว้ ผู้ได้รับการอุปการะนี่มีอยู่ประมาณ ๓ แสนคน คนที่ขึ้น ทะเบียนไว้ ทั้งหมดประมาณ ๗ แสนคน แต่ถ้านับคนไม่ขึ้นทะเบียนผู้พิการทั่วไปนั้น จะมีอยู่ประมาณ ๒ ล้านคน เดิมหน่วยงานของรัฐได้เสนอผ่านรัฐบาลมาในการลดหย่อนนี้ กะว่าคนละ ๓๐,๐๐๐ บาท ในแวดวงของญาติหรือผู้อุปการะตามที่ผมกล่าวแล้ว รัฐบาล ก็จะสูญเสียรายได้จากภาษีประมาณ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ แต่ถ้าขยายวง ออกไปอย่างนี้ ในวงและผู้พิการหรือว่าให้คนไหนก็ได้ที่มาอุปการะ เสร็จแล้วก็ลดหย่อน ภาษีเขาไปทั่วหมดนี่มันก็จะเกิดสภาพในสังคมไทยก็จะเกิดโรงเลี้ยงคนพิการของเอกชน มากมายเยอะแยะไปหมด แล้วก็จะเสียภาษีลดหย่อนนี่ประมาณคํานวณแล้วประมาณ จาก ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ จะเปึน ๑๒,๐๐๐-๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ผมว่าเรื่องนี้ สมาชิกสภาแห่งนี้ต้องเห็นว่าเปึนการแก้ไขในสาระสําคัญ มีผลกระทบกระเทือนต่อการ ดําเนินงานของหน่วยราชการของกรมสรรพากรของใครก็ตามในลักษณะที่ค่อนข้างมาก แม้ว่าตัวหนังสือที่แก้จะไม่มาก แต่ว่าเปึนการแก้ไขอาจจะเปึนการแก้ไขเลยกรอบเดิม ซึ่งอยู่ในวงญาติและแก้ไขจํานวนเงินเพิ่มขึ้น ๒ เท่า ผมถือว่าเปึนการแก้ไขในสาระสําคัญ ค่อนข้างมาก ต้องตั้งกรรมาธิการครับ
มีท่านอื่นประสงค์จะอภิปรายอีกไหมครับ เชิญท่านพีรพันธุ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธรครับ ท่านประธานครับ ตามที่ทางวุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....ในข้อความที่ เพิ่มขึ้นมา กระผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ว่า เปึนการแก้ไขเพิ่มเติมหลักการ เพราะถ้าไปดูในหลักการตามที่ได้มีการเสนอมาที่รัฐบาล เสนอมานั้นก็จะให้หักค่าลดหย่อนสําหรับการเลี้ยงดูบิดา มารดา สามี ภริยา บุตรชอบด้วย กฎหมายหรือบุตรบุญธรรม รวมทั้งบิดา มารดา บุตรชอบด้วยกฎหมายของสามี หรือของภริยาผู้มีเงินได้เท่านั้น อันนี้คือหลักการของกฎหมาย แต่เมื่อไปถึงทางวุฒิสภา ทางวุฒิสภาจะเห็นว่าคนพิการคนอื่น บุคคลอื่นก็น่าจะได้รับประโยชน์จากกฎหมายนี้ด้วย แต่ว่าการไปแก้ไขเพิ่มเติม เพิ่มคําว่า หรือบุคคลอื่นที่ผู้มีเงินได้ดูแล อยู่นั้นนะครับ มันขยายวงกว้างออกไปมากมาย เจ้าหน้าที่ได้มาชี้แจงบอกว่า ผู้พิการนะครับ มีทั้งหมดอยู่เกือบ ๑ ล้าน ๙ แสนคน ประมาณสัก ๒ ล้านคน คนเหล่านี้ถ้าไปขึ้นทะเบียน ตามกฎหมายมีบัตรคนพิการ ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพ คนพิการนะครับ แล้วมีการหักค่าลดหย่อนออกไปก็จะทําให้รัฐขาดรายได้จากภาษี ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าการแก้ไขอย่างนี้เปึนการเพิ่ม และทําให้มีปัญหาเพิ่มปัญหาและทําให้รัฐต้องขาดรายได้จากภาษีไปมาก สิ่งที่สําคัญ ก็คือว่า กระผมคิดว่าการแก้ไขอย่างนี้เปึนการแก้ไขที่ผิดไปจากหลักการ ที่สภาผู้แทนราษฎรได้รับมา ฉะนั้น กระผมจึงไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภา ยิ่งกว่านั้นนะครับ การที่ไปเพิ่มว่า หรือเปึนบุคคลทุพพลภาพ ด้วย ซึ่งไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพอย่างนี้ก็เหมือนกัน ครับ ก็จะทําให้กรอบของการหักค่าลดหย่อนมันมีปัญหาตามมา แล้วยิ่งกว่านั้น ท่านประธานครับ ที่บอกว่าให้หักค่าลดหย่อนได้นะครับ ที่เขียนว่า คนละ สามหมื่นบาท แก้เปึน หกหมื่นบาท นั้น ได้มีคําถามอย่างชัดเจนว่า คําว่า คนละ หมายถึงใคร ก็หมายถึงว่า จะเปึนบิดา มารดา สามี ภริยา หรือบุตร หรือบุคคลอื่นที่ผู้มีเงินได้เปึนผู้ดูแลอยู่นั้น สามารถจะหักค่าลดหย่อนได้ถึงคนละ ๖๐,๐๐๐ บาท แปลว่าเขาดูแลกี่คนก็หักได้คนละ ๖๐,๐๐๐ บาท กระผมดูแลคนพิการอยู่ ๑๐ คน หักคนละ ๖๐,๐๐๐ บาท เปึน ๖ แสนบาทครับ ซึ่งมันไม่น่าจะเปึนอย่างนี้ครับท่านประธานครับ ฉะนั้นการที่เพิ่มคําว่า บุคคลอื่น ขึ้นมาอย่างนี้กระผมจึงเห็นว่าเปึนการแก้ไขหลักการที่สภาผู้แทนราษฎร คือมากไปกว่าหลักการที่ทางสภาผู้แทนราษฎรรับไป จึงไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของ วุฒิสภาครับ
เชิญท่านจุติครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอมาตั้งแต่กลางป้ที่แล้วครับ ท่านประธานครับ กลางป้ ๒๕๕๑ ผมเปึนผู้หนึ่งซึ่งแปรญัตติแล้วก็แพ้ญัตติ การแปรญัตตินี้ ในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อต้นป้นี้เอง ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า จริง ๆ แล้ว ผมต้องขอขอบพระคุณวุฒิสภาที่ได้กรุณาแก้ไขเพิ่มเติม สิ่งที่ผมอยากจะสนับสนุน ก็คือว่า เมื่อตอนที่ผมได้เสนอตัวเลขครับท่านประธาน ตัวเลขว่าควรจะแปรญัตติให้ได้ถึง แสนบาท มีท่านสมาชิกหลายท่านเสนอถึง ๒ แสนบาท ๓ แสนบาท แล้วก็ ๕ แสนบาท แต่ในที่สุดแล้วข้อเสนอของพวกผมที่ขอแปรญัตติเพิ่มนั้นไม่ผ่าน คือแพ้ใน สภาผู้แทนราษฎร แต่สิ่งที่ผมยังติดใจแล้วก็คาใจอยู่ก็คือว่า วันนี้ทางท่านสมาชิกวุฒิสภา อาจจะได้ฟังเหตุผลของพวกผม ซึ่งพูดถึงความจําเปึนของผู้ที่พิการหรือทุพพลภาพ ซึ่งขาดรายได้ ขาดคนดูแลช่วยเหลือซึ่งในกฎหมายนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า ตอนที่เสนอมานั้น กระทรวงการคลังเขาเสนอมาด้วยบอกว่า เพื่อเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ วันนั้นผมถามตัวแทนของกระทรวงการคลังว่า ผลของการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นกระตุ้น ได้ประมาณเท่าไร ๑๐๐ กว่าล้านบาทครับท่านประธาน แต่มาวันนี้เรามีโอกาสซ้ําสอง มีโอกาสซ้ําสองว่าคนที่พิการนั้นบางคนอาจจะไร้ญาติพี่น้อง แต่ถามว่ากฎหมายจะไป บังคับไม่ให้คนไทยนั้นมีใจเมตตา ไม่ให้คนไทยนั้นมีใจกว้างสําหรับผู้ที่ด้อยโอกาส สําหรับผู้พิการหรือไม่ ผมคิดว่าไม่บังควรที่จะไปห้าม ท่านประธานครับ คนเราเมื่อเขา เกิดมาเลือกไม่ได้ ทุกคนอยากจะเกิดมามีอาการครบ ๓๒ เมื่อเขาเกิดมาเลือกไม่ได้แล้ว เขาเปึนคนที่โชคร้ายแล้ว ใยสมาชิกจะต้องไปซ้ําเติมเขาด้วยการป่ดโอกาสเขาไม่ให้ คนที่มีฐานะที่ดีกว่า มีร่างกายที่สมบูรณ์ ช่วยเหลือคนที่ด้อยกว่า คนที่พิการ ฉะนั้นผมคิดว่า สภาแห่งนี้เราบอกว่าเราจะทําเพื่อคนยากคนจน เพื่อคนไทยทั้งประเทศโดยที่เราจะ ไม่เลือกปฏิบัตินั้น ผมคิดว่าไม่ควรไปจํากัดการช่วยเหลือผู้พิการ แล้วผมคิดว่าตัวเลข ที่กระทรวงการคลังบอกว่าจะขาดรายได้ประมาณถึง ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น ผมตั้งข้อสงสัยครับท่านประธาน ผมยังอยากจะไปซักด้วยตัวเองเลยว่า ทีพอบอกว่า กระตุ้นเศรษฐกิจเท่าไร บอกว่า ๑๐๐ กว่าล้านบาท แต่ถามว่าขาดรายได้เท่าไร บอกว่า หมื่นกว่าล้านบาท ตัวเลข ๒ ตัวมันไม่ลงตัวครับท่านประธาน เมื่อเปึนเช่นนั้นผมคิดว่า เราจะมาฟังอยู่เฉย ๆ จะไม่ได้ แต่ผมขอสนับสนุนครับ ขอสนับสนุนความเห็นของวุฒิสภา ที่แก้ไขมาว่า บุคคลอื่นที่ผู้มีเงินได้เปึนผู้ดูแลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ แล้วก็เพิ่มให้เปึน ๖๐,๐๐๐ บาท ใจผมเองยังคิดว่า ๖๐,๐๐๐ บาทนั้น น้อยไป แต่ผมคิดว่าทางวุฒิสภานั้นอาจจะคิดว่าเอาเพียงแค่พอเพียง แต่ตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และก็เพิ่มให้เปึน ๖๐,๐๐๐ บาท ใจผมเองยังคิดว่า ๖๐,๐๐๐ บาทนั้นน้อยไป แต่ผมคิดว่าทางวุฒิสภานั้น อาจจะคิดว่า เอาเพียงแค่พอเพียง ท่านประธานครับ ๖๐,๐๐๐ บาท นี่คือจริง ๆ แล้ว เดือนละ ๕,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง ท่านประธานลองนึกภาพดูถ้าเผื่อไปฟอกไตครับ ครั้งละ เท่าไร เดือนละเท่าไร ผมยังเคยคํานวณว่าเดี๋ยวนี้คนพิการหรือคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ถ้าเผื่อท่านประธานจะจ้างคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนไปดูแล ท่านประธานครับ เงินเดือน ขั้นต่ํา ๑๒,๐๐๐ บาทครับ เงินเดือนขั้นต่ํา ๑๕,๐๐๐ บาทครับ แล้วแต่สถานที่ ถ้าเผื่อสถานที่ในกรุงเทพฯ หายากหน่อย ๑๕,๐๐๐ บาท ในต่างจังหวัดหาง่ายหน่อย ๑๒,๐๐๐ บาทครับ แต่ว่านี่เราให้เพียงแค่ ๖๐,๐๐๐ บาทต่อป้ ซึ่งเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท เท่านั้นเอง ฉะนั้นผมขอสนับสนุนครับ ในการแก้ไขครั้งนี้แล้วก็คนที่จะได้ประโยชน์ตรงนี้ อย่างไรก็ตามท่านประธานครับไม่มีวันเกิน ๑ ล้าน ๙ แสนคนที่ลงทะเบียนไว้ แล้วมันใช้ ไม่ถึงหรอกครับสิทธิอย่างที่ว่า ฉะนั้นผมก็เลยอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ผมอยากจะให้สภานั้นใจกว้าง เป่ดใจให้กว้างแล้วก็ให้โอกาสคนพิการ ให้โอกาส คนด้อยโอกาส โดยอนุมัติเห็นชอบตามที่วุฒิสภาได้เสนอครับ ท่านประธานครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญดอกเตอร์สุรพงษ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ สิ่งที่วุฒิสภาได้แก้ไขกลับลงมานั้นนะครับ ผมเห็นว่า มีบางข้อความที่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า เขาตัดสิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบไปแล้ว นะครับ ตัดข้อความลง อย่างเช่น คําว่า รวมทั้ง ขออนุญาตอ่านนะครับ ค่าอุปการะเลี้ยงดู บิดา มารดา สามีหรือภริยา บุตรชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ รวมทั้งบิดา มารดาหรือบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ ตัดคําว่า รวมทั้ง ทิ้งนี่นะครับ ผมก็ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไร เพราะว่าข้อความอย่างนี้ได้ผ่าน สภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว เท่ากับหมายความว่าสภาผู้แทนราษฎรเขียนภาษาไทย ไม่ถูกต้อง ถึงได้มีการแก้ไขลงมา และอย่างคําว่า คุณภาพชีวิตคนพิการ หรือเปึน คนทุพพลภาพ ผมก็เลยไม่เข้าใจกันใหญ่เมื่อสักครู่ก็ถามเพื่อนสมาชิกว่า คนพิการกับ คนทุพพลภาพ มันแตกต่างกันอย่างไร เพราะความเข้าใจของผมคนพิการหรือ คนทุพพลภาพน่าจะเปึนบุคคลคนเดียวกัน ลักษณะคล้ายคลึงกันนะครับ แต่อย่างไร ก็ตามครับ ผมคิดว่าสภาผู้แทนราษฎรน่าจะตั้งคณะกรรมาธิการร่วมอยู่แล้วนะครับ เพื่อไปศึกษาร่วมกันกับทางวุฒิสมาชิกว่าสิ่งที่ท่านได้แก้ไขลงมานี้ด้วยเหตุผลประการใด เพราะว่าผมเชื่อเหลือเกินครับว่าวุฒิสมาชิกนี่ กลุ่มคนที่แก้ไขส่วนใหญ่จะมาจากการ สรรหาพูดง่าย ๆ ส.ว. สรรหานะครับ เพราะคนกลุ่มนี้มักจะขยันทํางาน และก็ชอบแก้หมด สิ่งไหนที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอขึ้นไปก็แก้ลงมา ทั้ง ๆ ที่สมาชิกวุฒิสภาบางท่าน ประสบการณ์ยังสู้ ส.ส. ของเราไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าทางสภาผู้แทนราษฎร ควรจะเสนอตั้งกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณาร่วมกันนะครับ และสิ่งที่ผมอภิปรายวันนี้ ผมก็เสียดายว่าพี่น้องประชาชนที่เคยฟังวิทยุกระจายเสียงการประชุมของ สภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ยินได้ฟังจนหมด เพราะวันนี้มาประท้วงกัน ๔ แสนกว่าคนนะครับ ก็เลยไม่ได้ฟังผมอภิปราย ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านขจิตร
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียน ประธานว่า ที่ไม่เห็นด้วยกับวุฒิแก้ไขไม่ใช่ว่าไม่สงสารคนพิการ คืออย่าได้ฉวยโอกาสนี้ หาเสียงโดยลืมหลักการ ผมกําลังพูดถึงหลักการว่ากฎหมาย ถ้าวุฒิสภาจะแก้ไขได้ ต้องไม่เปึนสาระสําคัญ คนละประเด็นกันเลยนะครับ ได้โปรดอย่าอภิปรายว่าที่เรา ไม่เห็นด้วย ไม่ใช่ว่าไม่สงสารคนพิการ แต่เราเห็นว่าวุฒิสมาชิกแก้ไขมันไม่ใช่เรื่อง หลักการของคนกฎหมายอยู่ในแวดวงญาติพี่น้องไม่รวมบุคคลอื่น นี่คือสิ่งที่ผมได้เสนอความเห็นไป ขอยืนยันว่าการแก้ไขนี้เปึนการแก้ไขในสาระสําคัญ ไม่สําคัญอย่างไรครับ เดิมหลักการก็บอก บิดา มารดา คู่สมรส แล้วบุตร บุตรบุญธรรม ทีนี้ท่านก็ขยายไปถึงคนทั่วไปก็ได้นี่ มันผิดหลักการ เพราะฉะนั้นต้องเข้าใจนะครับว่า การที่เสนอไปบอกว่าเราจะผ่านอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ว่าวุฒิสมาชิกไม่ใช่มาแก้ไขหลักการ อะไรหมด วุฒิสมาชิกมีหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย เสนอเองไม่ได้ แล้วคนที่เปึนรัฐบาล ขณะนั้นหรือฝ์ายรัฐบาลเสนอนี่ มันผูกพันกับเรื่องงบประมาณ เขาต้องดูตรงนี้ด้วย ผมไม่ทราบอย่างไรนะครับ แทนที่ว่าทางท่านผู้มีเกียรติฝ์ายซีกรัฐบาลจะดูตรงนี้ เพราะตัวเองเปึนรัฐบาล ก็ไม่ทราบว่าผมนี่ไปทําอย่างไร กลายเปึนว่าต้องมาช่วยรัฐบาล มันคืออะไรนี่ครับ เพราะนี่ผมยึดหลักการ ไม่ใช่ว่าสักแต่ว่าจะหาเสียงอย่างไร มันไม่ใช่ ขอก้าวล่วงไปฝ์ายรัฐบาลสักหน่อยได้ไหมประธาน
คือผมว่าไม่ต้องละครับ เดี๋ยวผมจะขอมติแล้วครับ
ริเริ่ม ไม่ได้ตําหนิ ขอฝากท่านอาวุโส ท่านชวน ท่านบัญญัติให้เปลี่ยนวิปรัฐบาลใหม่หน่อย ผมยุ่งมากในการพิจารณากฎหมาย ชอบทําผิดมาเรื่อยครับ
ท่านสมาชิกครับ เราได้อภิปรายมาพอสมควรนะครับ ผมขอถามมติที่ประชุมนะครับว่า จะเห็นชอบด้วยกับที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมมาหรือไม่นะครับ ขอเชิญท่านสมาชิก เข้าห้องประชุมเพื่อแสดงตนลงมติครับ
เรียนท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผมยกมือนานแล้วครับ ท่านไม่เห็นผม
จะอภิปรายหรือครับ
ครับ อภิปรายสั้น ๆ ครับ
ให้สั้น ๆ นะครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ หลังจากที่ผมได้อ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โดยละเอียดแล้วนะครับ ผมค่อนข้าง จะเห็นด้วยกับวุฒิสภาครับ เนื่องด้วยเหตุผลก็คือว่า ร่างของวุฒิสภาที่แก้ไขมานี่ครับ ขยายสิทธิของคนพิการให้ได้รับโอกาสอุปถัมภ์จากผู้ที่แม้จะมิใช่เปึนญาติโดยตรงหรือ สามี ภริยาก็ตามให้ได้รับสิทธิด้วย เหตุผลเปึนอย่างนี้ครับท่านประธานครับ จํานวน ผู้พิการตามสถิติก็เกือบประมาณ ๒ ล้านคน ถามว่าญาติหรือบุคคลที่อยู่ในเครือข่าย ที่เราเขียนไว้เปึนฉบับแรกนั้นมีจํานวนที่จะอุปถัมภ์นี่นะครับ ผู้พิการมีไม่มากครับ ถึงมีมากส่วนใหญ่มักจะเปึนผู้มีรายได้น้อย ก็คือว่าจริง ๆ แล้วเขาก็ไม่ได้ส่วนประโยชน์ จากการได้ลดหย่อนภาษีเท่าไรนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วยกับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตเอ่ยชื่อ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ที่เห็นว่าเราควรจะ ขยายให้กับบุคคลอื่นที่เปึนผู้พิการด้วยนะครับ ให้ได้รับประโยชน์ด้วย ผมยกตัวอย่างครับ อย่างผมนี่นะครับไม่มีญาติพี่น้องที่เปึนคนพิการ แต่ผมก็อยากจะช่วยเหลือคนพิการ คนอื่น ๆ ที่ผมรู้จัก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ้ากฎหมายตัวนี้ออกมาก็ทําให้เกิดการเชิญชวน หรือเปึนสิ่งที่ทําให้ผมมีโอกาสที่จะช่วยเหลือผู้พิการบุคคลเหล่านั้นได้ แล้วผมก็นํา ผลประโยชน์อันนั้นมาลดหย่อนค่าภาษี นี่ผมจึงเห็นว่าเปึนเรื่องหลักใหญ่ครับ ที่ท่านวุฒิสภาได้พิจารณาโดยละเอียดแล้วถึงขยายขอบเขตฐานของบุคคลผู้ที่สมควร จะได้รับการช่วยเหลือ ในส่วนจํานวนเงินนั้นผมคิดว่าไม่ว่าจะเปึน ๓๐,๐๐๐ บาท หรือ ๖๐,๐๐๐ บาท ผมก็คิดว่าผมเห็นด้วยกับเงิน ๖๐,๐๐๐ บาทนะครับ เพราะว่าค่าของ เงินมันก็ตกทุกวันนะครับ เงินเพียงแค่เดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ผมคิดว่าก็ยังไม่ค่อยเพียงพอ เท่าไรที่จะทําให้คุณภาพชีวิตของคนพิการดีขึ้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวครับ ผมจึงเห็นด้วย กับร่างแก้ไขของวุฒิสภาครับ ขอบคุณครับ
หมอวรงค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมเข้าใจ เจตนารมณ์ที่ดีของทาง ส.ว. ที่ทําการแก้กฎหมายเพิ่มเติมในส่วนที่ผ่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว เพราะโดยสาระของร่างฉบับนี้เราต้องการให้สังคมตระหนัก และต้องการให้สังคมเห็นคุณค่าถึงการดูแลผู้พิการ โดยกําหนดหลักการที่จะให้มีการ ลดหย่อนภาษี ซึ่งโดยหลักการแล้วที่มีการแก้ไขจาก ๓๐,๐๐๐ บาท เปึน ๖๐,๐๐๐ บาทนี้ ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งครับ เพราะลําพัง ๓๐,๐๐๐ บาทเดี๋ยวนี้เงินไม่เยอะเท่าไรครับ แล้วก็ขยับขึ้นมาเปึน ๖๐,๐๐๐ บาท โดยเจตนาแล้วเรายินดีแล้วก็เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง และขณะเดียวกันผมก็ยังจําได้ว่าเราเคยมีข้อท้วงติง ซึ่งขณะนี้ผมคิดว่ายังเปึนประเด็น ที่จะต้องฝากให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา โดยเฉพาะข้อท้วงติงที่กําหนดไว้ว่า ผู้พิการที่จะต้องได้รับการลดหย่อนนั้นจะต้องมีบัตรประจําตัวผู้พิการตามกฎหมายว่าด้วย การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานสภา นะครับว่า วันนี้ปัญหาหลักของผู้พิการอันหนึ่งก็คือการออกบัตรประจําตัวผู้พิการ แล้วก็ทางวุฒิสภาได้มีการเพิ่มเติมให้เปึนคนทุพพลภาพร่วมด้วย ผมพยายามเป่ด พจนานุกรมปรากฏว่าพจนานุกรมได้เขียนไว้ว่า ผู้พิการนั้นคือคนที่สูญเสียอวัยวะ แต่คนทุพพลภาพคือคนที่หย่อนกําลังความสามารถที่จะประกอบการงานได้ คือ โดยหลักการผมเข้าใจโดยเจตนาของทางวุฒิสภาซึ่งผมเห็นด้วยในหลักการ แต่ผมมี ข้อกังวลใจลึก ๆ นิดหนึ่งครับท่านประธานครับ เพราะคําว่า ผู้ทุพพลภาพ คือคนที่หย่อน ความสามารถที่จะประกอบหน้าที่การงานได้ ตัวชี้วัดมันไม่ค่อยชัดเจนเท่าไร ถ้าเปึนไปได้ การที่จะกําหนดว่าคนคนนี้เปึนผู้ทุพพลภาพจะต้องมีบัตรประจําตัวผู้ทุพพลภาพ ผมคิดว่ามันจะเปึนหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนขึ้น เพราะว่าลําพังผู้พิการเรากําหนดไว้ว่า ผู้พิการ ที่จะได้รับสิทธิลดหย่อน ผู้พิการนั้นจะต้องมีหนังสือหรือว่าเอกสารรับรองว่าเปึนผู้พิการ แต่คําว่า ผู้ทุพพลภาพ เราไม่มีเกณฑ์อะไรกําหนดไว้ชัดเจน เช่น ถ้ามีเกณฑ์ว่า คนที่จะ ได้รับการลดหย่อน ผู้ทุพพลภาพจะต้องมีเอกสารหรือมีบัตรประจําตัวผู้ทุพพลภาพ ผมคิดว่าชัดเจนขึ้น ดังนั้นในส่วนตัวผมเองผมไม่ขัดข้องนะครับที่จะให้มีการขยายความ หรือมีการพิจารณาในการจํากัดความว่า ผู้ทุพพลภาพแค่ไหนถึงจะได้รับการลดหย่อน ภาษี ๖๐,๐๐๐ บาท ตามที่วุฒิสภาต้องการครับ ขอบคุณครับ
ท่านพิษณุครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เปึนร่างที่พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอ แล้วก็มีการตั้งกรรมาธิการไปผ่านเรียบร้อย ไปสู่ชั้นวุฒิสมาชิกนะครับ วันนี้กระผม ขออนุญาตอธิบายท่านประธานสั้น ๆ เพื่อไม่ให้พี่น้องคนพิการซึ่งรอคอยผลประโยชน์ จากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าใจพรรคเพื่อไทยหรือพรรคฝ์ายค้านผิดนะครับ เราเห็นด้วยในหลักการใหญ่ ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเปึนการเพิ่มวงเงินจาก ๓๐,๐๐๐ บาท เปึน ๖๐,๐๐๐ บาท เราเห็นด้วยที่จะมีการดูแลคนพิการอย่างทั่วถึงและเปึนธรรม แต่ท่านประธานที่เคารพครับ การเพิ่มหรือว่าบัญญัติบุคคลอื่นที่ผู้มีเงินได้เปึนผู้ดูแล ตามกฎหมายเข้ามา ว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการถือเปึน เรื่องใหญ่ การที่จะสร้างตรงนี้ให้มันชัดเจนเพื่อให้การดูแลคนพิการนี้เปึนไปตามกฎหมาย แล้วก็เปึนไปตามความยุติธรรม การที่เอาบุคคลอื่นเข้ามา เราจะต้องมีการนําไปสู่ ความชัดเจนนะครับ หาความชัดเจนว่าบุคคลอื่นที่เข้ามานั้นเปึนบุคคลอื่น เปึนญาติสนิท มิตรสหายหรือเปึนใคร เพราะถ้าหากว่าเราเป่ดกว้าง ๆ เปึนบุคคลอื่นเข้ามา ก็อาจจะมี การเอาคนพิการมาหาประโยชน์ โดยที่ความช่วยเหลือนั้นไม่สามารถตกไปถึงคนพิการ อย่างเปึนธรรมหรือว่าอย่างเปึนจริง เพราะฉะนั้นทางพรรคเพื่อไทยเองและซีกฝ์ายค้าน จึงเห็นว่า มีความจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีการตั้งกรรมาธิการร่วมกันกับทางวุฒิสมาชิก เพื่อที่จะแคลริไฟ (Clarify : ทําให้หมดสงสัย) หรือว่าที่จะทําให้ตรงนี้ให้มันกระจ่างชัดว่า บุคคลอื่นนั้นเปึนใครนะครับ เพื่อความชัดเจน เพราะว่าเราจะต้องมีการใช้ พูดง่าย ๆ เราต้องสูญเสียเงินภาษีไปก็ต้องให้เปึนประโยชน์สูงสุด พรรคเพื่อไทยไม่ได้ขัดนะครับ ที่จะมีคนอื่นเข้ามาหรือบุคคลอื่นเข้ามา แต่จะต้องชัดเจนว่า เข้ามาแล้วทําให้กับคนพิการ จริง เกิดประโยชน์กับคนพิการจริง ท่านประธานครับ จึงขอเสนอตั้งกรรมาธิการร่วมครับ
เชิญท่านสุวโรชครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ สําหรับการที่ทางวุฒิสภาได้ปรับปรุงเพิ่มเติมแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ทางสภาได้ผ่านการพิจารณา ของเราไป ซึ่งมีประเด็นที่อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานเพื่อที่จะให้ความเห็น ในการสนับสนุนในบางส่วนก็คือ เห็นด้วยตามที่วุฒิสมาชิกได้ปรับได้เพิ่ม แต่ในบางส่วน ก็มีความจําเปึนที่อยากจะขอความชัดเจนในการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมระหว่าง สภาล่างและสภาสูง ด้วยหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้ท่านประธานครับ
ในเรื่องที่ ๑ ผมเห็นด้วยที่ได้มีการเพิ่มกรณีหักเปึนค่าลดหย่อนนี่ครับ จาก ๓๐,๐๐๐ บาท เปึน ๖๐,๐๐๐ บาท เพราะตรงนี้ในความจริงค่าของเงินในวันนี้ เดือนหนึ่ง ๕,๐๐๐ บาท ผมเข้าใจว่าคงไม่มากสําหรับการที่จะมาดูแลในสวัสดิการ สวัสดิภาพของผู้พิการต่าง ๆ นะครับในส่วนตรงนี้ผมเห็นด้วย
แต่ในส่วนประการที่ ๒ และส่วนประการที่ ๓ ที่อยากจะกราบเรียนตรงนี้ นะครับว่าคงจะต้องขอความชัดเจนที่จะมอบหมายให้ทางคณะกรรมาธิการร่วมระหว่าง ๒ สภาไปพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง นั่นก็คือ
ในเรื่องที่ ๑ ก็คือในเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลและ พัฒนาคุณภาพเกี่ยวกับชีวิตของคนพิการตรงนี้ครับว่า มันมีความกว้าง มันมีความแคบ แค่ไหนเพียงใด และกฎหมายฉบับดังกล่าวในขณะนี้มันมีกี่นัย มีกี่ลักษณะ แล้วก็แต่ละ ลักษณะนี่ครับ มันเกี่ยวพันกับสภาพความเปึนอยู่หรือสวัสดิการหรือสภาพของคนพิการ ให้ดีกว่าสภาพที่เปึนอยู่ในขณะนี้แค่ไหนเพียงไร
ในเรื่องที่ ๒ ในประเด็นของที่วุฒิสภาไปเพิ่มคนพิการนอกเหนือจาก คนพิการเปึนคนทุพพลภาพ คนพิการนี่ครับ ตรงนี้เห็นด้วยครับว่าต้องมีคนที่มีบัตร คนพิการเท่านั้น แต่ในเรื่องของคนทุพพลภาพนี่ครับ ความกว้างความแคบลักษณะใดบ้าง ที่ถือเปึนนัยให้เห็นว่า ลักษณะอย่างนี้ถือว่าเปึนคนทุพพลภาพและตัวชี้วัดของการเปึน ผู้ทุพพลภาพตรงนี้ครับมันมีบัตรอะไรที่บ่งบอกหรือตัวชี้วัดในส่วนตรงนี้บ้างหรือไม่ ซึ่งในส่วนตรงนี้คงจะต้องไปพิจารณาในการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมของสภาทั้งสอง ก็จึงขอกราบเรียนด้วยหลักการและด้วยเหตุผลตามที่ได้อภิปรายสนับสนุนและอภิปราย ในเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการต่อท่านประธานที่ได้กราบเรียนไปแล้วทั้งหมดครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านบรรพตครับ
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผมขออภิปรายสนับสนุนการแก้ไขในวรรคหนึ่งของ วุฒิสมาชิกนะครับ คือให้บุคคลอื่นที่มาอุปการะเลี้ยงดูผู้พิการให้ได้ลดหย่อนภาษีจํานวน ๖๐,๐๐๐ บาทที่ว่านี้นะครับ ผมคิดว่าประเด็นนี้เปึนประเด็นที่มีเหตุผลทางด้านสังคม และทางด้านศาสนานะครับ
เหตุผลทางด้านศาสนา กระผมคิดว่าเราสนับสนุนให้คนเรามีเมตตา และกรุณานะครับ ถ้ามีเมตตาอย่างเดียวแต่ไม่เกิดความกรุณามันก็คงไม่เกิดผลอะไร นะครับ ดังนั้นในเรื่องการเป่ดให้บุคคลอื่นเข้ามาอุปการะเลี้ยงดูผู้พิการจึงเปึนการ เป่ดช่องทางที่ทําให้เกิดความกรุณาขึ้นมาได้อย่างชัดเจน เพราะว่าความกรุณานั้น จะทําให้เขาได้ผลประโยชน์ตอบแทนในส่วนนี้นะครับมันก็เปึนแรงจูงใจที่ทําให้เกิด ความกรุณาขึ้นได้นอกจากเมตตาดูเขาไปแล้วก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเขา ก็คงไม่ครบ ตามที่ทางพุทธศาสนาหรือศาสนาอื่นใดสอนไว้นะครับ
ประเด็นที่ ๒ คือเหตุผลในการสนับสนุนก็คือว่า ในเรื่องของการสร้าง ความกลมเกลียวช่วยเหลือซึ่งกันและกันในชุมชนครับ วัฒนธรรมไทยเราวัฒนธรรม ชุมชนมีวัฒนธรรมที่จะช่วยเหลือกันอยู่แล้วในสังคมในชุมชนนะครับ แต่สิ่งที่เขา ได้ช่วยกันนั้นมันเกิดขึ้น กระผมเชื่อว่าเกิดขึ้นอย่างเปึนรูปธรรมมากมาย แต่ในการที่ จะให้ผลตอบแทนคุณงามความดีที่เขาให้ความช่วยเหลือผู้พิการเหล่านี้ไม่ปรากฏ เพราะฉะนั้นในบางครั้งในการที่เขาต้องการจะลดหย่อนภาษีเขาก็ไปหาวิธีการอื่น ๆ เช่น ไปซื้อประกัน บางคนก็ซื้อประกันตั้ง ๔-๕ ฉบับ เพื่อที่จะมาลดหย่อนภาษี คํานวณ เพื่อที่จะลดหย่อนภาษี แต่ถ้าเกิดว่าเราเป่ดโอกาสให้บุคคลเหล่านี้ที่สามารถช่วยเหลือ คนอื่นได้ ช่วยเหลือตัวเองอย่างเพียงพอแล้วให้สามารถจะช่วยเหลือคนอื่นและตัวเองก็ได้ ประโยชน์ด้วย กระผมก็คิดว่าตรงนี้เปึนเหตุผลที่สําคัญว่า เปึนเหตุผลเชิงสังคม เปึนเหตุผลเชิงวัฒนธรรมชุมชนที่มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกันอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้น ด้วยเหตุผลอย่างนี้นะครับ กระผมจึงอยากจะเห็นกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาสนับสนุนตรงนี้เสียด้วยซ้ําเพราะว่า เปึนงานของท่านโดยตรงนะครับ ก็อยากจะอภิปรายสนับสนุนความคิดเห็นเพิ่มเติม ของวุฒิสภาที่วุฒิสมาชิกที่เพิ่มเติมในจุดนี้
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องของทุพพลภาพ ตรงนี้นะครับ อาจจะมีจุดอ่อน ถ้าไปกําหนดคําว่า ทุพพลภาพ ด้วย คือผู้พิการนี้คงไม่มีปัญหานะครับ เพราะท่าน ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อยู่แล้ว สมควรที่ได้รับการช่วยเหลือเกื้อกูลจากบุคคลอื่นหรือ ญาติมิตรก็ตามนี่นะครับ แต่เรื่องของทุพพลภาพในคําจํากัดความของพระราชบัญญัติ คนพิการและทุพพลภาพนั้น มันมีทุพพลภาพหลายระดับ ทุพพลภาพถาวร เปึนต้น หรือทุพพลภาพในระดับที่ความรุนแรงลดน้อยถอยลงมา มันมีหลายระดับด้วยกันนะครับ แต่ถ้าเกิดว่าไปกําหนดคําว่า ทุพพลภาพ อย่างเดียวเลยนี่นะครับ กระผมก็คิดว่าอาจจะ เปึนช่องทางและเปึนจุดอ่อนที่ทําให้เกิดการใช้ประโยชน์ในทางที่ไม่สมเหตุสมผล เพราะว่าผู้ที่ทุพพลภาพนั้นอาจจะช่วยเหลือตัวเองได้นะครับ ก็ควรที่จะไม่ได้รับการยกเว้น ถ้าเกิดว่ามีผู้อื่นไปช่วยเหลือผู้ทุพพลภาพในลักษณะเช่นนี้นะครับ ผมจึงอยากจะ สนับสนุนวุฒิสมาชิกในบางประเด็นเกี่ยวกับการให้บุคคลอื่นเข้ามา แต่ในเรื่องของเมตตา กรุณาได้อย่างครบถ้วนนะครับ แล้วก็เปึนการสร้างวัฒนธรรมชุมชนที่ดีแล้วเขาก็มี ผลตอบแทนในลักษณะที่เปึนรูปธรรมมากขึ้นครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ก็ได้อภิปรายพอสมควรนะครับ ผมเห็นสมควรให้ยุติการอภิปรายได้แล้ว นะครับ จะขอถามมติที่ประชุม ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อแสดงตนลงมติครับ
(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม กรุณาเข้าห้องประชุมครับ แสดงตนเพื่อลงมติครับ ท่านที่อยู่ในห้องประชุมแล้ว กรุณากดบัตรแสดงตนนะครับ กดบัตรแสดงตนทุกท่าน หรือยังครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ทุกท่านแล้วนะครับ ขอทราบผลนะครับ ท่านที่อยู่นอกห้องประชุมครับ กรุณาเข้าห้องประชุม แสดงตนครับ ขอทราบผลครับ ท่านสมาชิกครับ มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๑๓๗ ท่าน ไม่ครบองค์ประชุมนะครับ
ฉะนั้นผมขอเลื่อนการลงมติไปก่อน และขอป่ดประชุมครับ